[Fanfic Reborn] Doki Doki Reborn Memorial Chapter 24
posted on 11 May 2008 10:05 by ayafee in DokiDokiReborn
Rating : PG (อาจเพิ่มลดตามเวลา ฮา)
Genre : AU , Fanfic , comedy , romance
Paring : 1827 or 6927 or S27
Warning : ตัวละครทุกตัวหลุดโลก ชวนแฟนคลับมากระทืบเอาได้
รักของเราคือนาฏกรรมอำลา....
---------------------------------------------------------------------
Doki Doki 24 : Love Letter ถึงใครบางคน เพื่อการเริ่มต้นใหม่
เช้าวันใหม่วันนี้สึนะต้องไปโรงเรียนก่อนจะปิดปีใหม่ เฮ้อ... ปกติมันต้องหยุดยาวเลยไม่ใช่เรอะ!! ราวกับมีเสียงแว่วกระซิบตอบกลับมาว่าไม่ใช่โรงเรียนคริสต์เป็นโรงเรียนรัฐบาลธรรมดาตอบกลับมา...มันก็จริงแฮะ. ร่างบางยืนแต่งตัว ฮิเบิร์ดก็คอยมาป่วนบินโฉบไปโฉบมา
“อะไรเหรอ ฮิเบิร์ด?” นายไม่เคยดื้อขนาดนี้เลยนะ โฉบไปโฉบมาหิวข้าวเหรอ!!
“สึนะ สึนะ~~” นกน้อยจิกปอยผมพยายามจะบอกให้ไปเปิดกล่องของขวัญของฮิบาริให้ได้ ตอนนี้นกน้อยอยากด่าเจ้าของเหลือเกิน ไอ้บื้อเอ๊ย!!
ความอดทนขาดสะบั้น สึนะคว้าเจ้านกเหลืองหมับ แล้วจับยัดเข้ากรงทันที!! “นายรออยู่นี่แหละ ฉันจะไปโรงเรียนแล้ว จะสายแล้ว!” และแล้วนางเอกผู้บื้อที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ก้าวเดินออกจากห้องนอนไป
“จิ๊บ~~!!!” นกน้อยดิ้นพล่านในกรง เราจะแปลเสียงจิ๊บๆให้ฟังอย่างกับมีเครื่องแปลงเสียงให้ฟัง
จิ๊บเดียวหมายความได้มากขนาดนี้ น่ากลัวจริงๆนะฮิเบิร์ด..... ฮิเบิร์ดได้แต่อาละวาดเป็นนกเมายาบ้าอยู่ในกรง ส่วนทูน่าตัวดีเดินกึ่งวิ่งดุ่ยๆไปโรงเรียนแล้ว
.
.
.
บนรถสีดำ ฮิบารินั่งมองทิวทัศน์ด้านนอกกระจกรถ แกรมม่าเหลือบมองคุณหนูของเขา ฮิบาริดูอารมณ์ไม่ดีมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว สงสัยจะอารมณ์ไม่ดีไปตลอดการเดินทางเลยมั้ง คิดแล้วแกรมม่าก็ถอนหายใจ ไม่พอใจก็ไม่น่ารับปากแบบนั้นนะคุณหนู
“จริงๆจะไม่ไปก็ได้ ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะครับ” แกรมม่ายิงคำถามเรียกสติของฮิบาริ ร่างสูงเหลือบมองกลับด้วยหางตา สีหน้ายังคงไร้อารมณ์
“ฉันอยากเปลี่ยนแปลง” ตอบเพียงแค่นั้นก็หันกลับไปมองทิวทัศน์ด้านนอกต่อ แกรมม่าฟังคำตอบนั้นก็อดยิ้มไม่ได้
“คุณคนนั้นที่คุณผู้ชายบอกคงเป็นคนสำคัญมากสินะครับ” ฮิบาริหันมองกลับด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว เพียงเท่านั้นแกรมม่าก็ไม่คิดจะพูดอะไรต่อ
.
.
.
.
.
สึนะเดินอยู่ในโรงเรียนไม่ได้นึกหรือรู้สึกถึงความคิดคำนึงของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ช่างเป็นนางเอกที่ฉ่อยเกินจะบรรยาย ใกล้จะปีใหม่แบบนี้แทบไม่มีคนมาโรงเรียน ว่างจังเลยแฮะ จะโดดเรียนไอ้เราก็ดันเป็นเด็กดีกลัวคุณ system ด่าซะนี่
“ไปทำอะไรดีหว่า เหลือคาบวิทย์กับอาจารย์ดีโน่....” ให้ตายเถอะ จู่ๆผ่าอะไรให้ดูแล้วอาการโรคจิตขึ้นมานี่มิแย่เรอะ มันเป็นฆาตกรนะเฟ้ย!
“ไปหาข้าวกินดีกว่าเนอะ” ทูน่าจังของเรายังคงเห็นแก่กินเหมือนเดิม ร่างบางตรงลิ่วไปห้องประธานนักเรียนทันที
แต่เสียงหนึ่งก็หยุดเขาเอาไว้เสียก่อน “ สึนะโยชิคุง” ร่างบางหันไปมองตามเสียงเรียกนั่น
“คุณเบียคุรัน?” ทำไมช่วงนี้โผล่มาบ่อยจัง? กะเรียกเรตติ้งบ้างเหรอ แต่ท่าทางจะเรียกไม่ขึ้นแล้วนะครับ
“ขยันจริงนะมาโรงเรียนในวันแบบนี้ด้วย” เบียคุรันยิ้ม ไหงวันนี้ตาซ้ายติดผ้าก๊อตด้วยล่ะครับ... เอ่อ.. ไม่ทราบว่าเมียพี่น่ากลัวยิ่งกว่าราชินีปีศาจรึเปล่าน่ะ
“คุณเบียคุรันก็ขยันนะครับ” หนีเมียมาใช่ป่าวล่ะ อยู่แล้วโดนซ้อม
“โชจังกับเบลเฟกอนคุงฝากของมาให้ สองคนนั้นเพิ่งกลับจากฮันนีมูน” เบียคุรันยื่นของให้สึนะ มันคือ........ ไวเบรเตอร์........
จะบ้าเรอะ!!! เอามาฝากเพื่อ!!!???? ไม่ทราบว่าไปฮันนีมูนกันที่ไหนฟะ! ของพรรค์นี้กระผมไม่ต้องการครับ! เพราะชะตากรรมของผมในเกมส์นี้คงไม่เจออะไร SM แบบชาติก่อนๆที่ผ่านมาแน่ๆ!!
“ไม่ขอบคุณนะครับ” ร่างบางเปิดถังขยะแถวนั้นโยนลงไปทันที เบียคุรันเห็นก็แอบขำ
“น่าจะเก็บไว้เผื่อเป็นเครื่องรางความรักนะ” จะบ้าเรอะ!!!! โรคจิตรึเปล่า ~~~~~
“ผมขอตัวไปทานข้าวล่ะครับ.....” ให้ตายเถอะเจอเรื่องไม่จรรโลงใจเอาซะเล้ย.....
.
.
.
.
.
ร่างบางเปิดประตุเข้าไปในห้องประธานนักเรียน ลัลล้า ข้าวกล่องๆ วันนี้พี่เคียวยะจะทำอะไรให้กินน๊า ระหว่างเพ้อถึงของกิน ความคิดก็ต้องชะงัก เมื่อสิ่งที่ได้พบมีเพียงคุซาคาเบะนั่งกอดเข่าอยู่ข้างโซฟาสีดำ เป็นอะไรไปน่ะ? แล้วพี่เคียวยะหายไปไหนน่ะ? ออกไปธุระเหรอ?
“ขอโทษค่า” สึนะส่งเสียงเรียกสติของคุซาคาเบะ ร่างหนาเงยหน้าขึ้นมามอง เอ๊ะ? คิดไปเองรึเปล่า ทำไมคุณคุซาคาเบะตาบวมๆนะ
“คุณซาวาดะ มีอะไรเหรอครับ วันนี้คุณเคียวไม่อยู่” คุซาคาเบะเดินมาต้อนรับ
“ไม่มาโรงเรียนเหรอคะ? ไม่สบายเหรอคะ?” เมื่อวานยังดีๆอยู่เลยนี่นา หรือว่างานยุ่ง หรือว่าทะเลาะกับคุณคุซะก็เลยไม่มาอ่ะ
“เปล่าหรอกครับ” ร่างหนาส่ายหัวปฏิเสธ อย่าส่ายมากครับ ทรงผมเพ่มันจะมากระแทกหน้าผมเอา!! (แกเตี้ยกว่าแล้วจะโดนได้ไง!)
“แล้วฝากข้าวกล่องไว้รึเปล่าคะ?” ทูน่าจังเร่งถามถึงข้าว ในตายเถอะ ไม่สำนึกเลยเรอะว่าห่วงกินเกินไปแล้วน่ะ
“ขอโทษนะครับ คุณเคียวไม่ได้ฝากข้าวกล่องไว้หรอกครับ” นี่คุณไม่คิดอยากอื่นนอกจากเรื่องกินบ้างรึไงครับ เดี๋ยวผมก็งาบคุณเคียวไปรับประทานเลยนี่
“ไม่ฝากไว้เหรอคะ....” วันนี้ต้องไปโรงอาหารสินะ
“ครับ คุณเคียวเค้าไปอเมริกาแล้วครับ” เอ๊ะ? เราได้ยินอะไรแปลกๆรึเปล่านะ
“พี่เคียวยะไปอเมริกา!!” ร่างบางตกใจแทบช็อค อะไรกันน่ะ นี่มันไม่ได้หลุดมาในหนังเกาหลีแน่นะ!!
“ครับ คุณเคียวเพิ่งจะไปซัก 2 3 ชั่วโมงก่อนน่ะครับ” คุซาคาเบะเองก็กลุ้มใจ โธ่... คุณเคียวไม่อยู่แล้ว เหลือแต่กลิ่นหอมๆทิ้งไว้ในห้องประธานนักเรียน คุณเคียวไม่อยู่ผมเหงาเหลือเกิน.....
“อะไรกัน.....” สึนะหน้าเสีย นี่ถ้าไม่มาเอาข้าวกล่องนี่ไม่รู้เรื่องเลยนะเนี่ย!! กินไม่ลงแล้วแบบนี้!!
“ผมก็นึกว่าคุณเคียวบอกคุณแล้ว” กับผมจู่ๆก็เพิ่งมาบอก เศร้าครับ..คุณเคียวครับ ฮือ.........
“พอจะรู้มั้ยคะ ว่าไปเที่ยวไหน ออกไปรึยัง!!??” สึนะเร่งถาม ต้องไปหา มันต้องทันสิ ต้องทัน
แล้วสนามบินมันไปทางไหนล่ะนี่? ช่างมันๆๆ ไปหาเอาดาบหน้าละกัน แล้วจะไปยังไง? ช่างมันๆๆ ไปหาเอาดาบหน้าอีก!! ไอ้คุณคุซะบอกมาเร็วๆสิเฟ้ย!!
“คิดว่าน่าจะยังนะครับ” คุซาคาเบะพูดได้เพียงแค่นั้น ทูน่าไม่คิดจะฟังอะไรต่อ ร่างบางรีบแปลงร่างเป็นทูน่าว่ายหายไปทันที
เมื่อทูน่าจากไป ร่างหนาก็เริ่มออกอาการอีกรอบ "ฮือ...คุณเคียว........." ว่าแล้วคุซาคาเบะก็ลงไปนั่งกอดเข่าบนพื้นอีกรอบ ผมยังไม่ได้กดคุณเคียวเลยนะ รีบไปไหน!!
.
.
.
สึนะรีบไปหยิบเสื้อหนาวมาจากล็อกเกอร์ แล้วรีบวิ่งไปยังประตูโรงเรียน จะโดดเรียนก็ช่างแล้ว จะโดนอาจารย์ลุซซี่มาตามตบทีหลังก็ไม่สนแล้ว พี่เคียวยะบ้าๆๆ บ้าที่สุดเลย!! ทำไมไม่ยอมบอกกันก่อน ไปกันไม่บอกกล่าวแบบนี้มันหมายความยังไง!! หรือพี่แค่ไปเที่ยวน่ะก็เลยไม่ยอมบอกน่ะ!!
“คุณ System ตอบบ้างเซ่!!” สึนะตะคอกถามหาแถบข้อความ ทำไมไม่ออกมาบอกอะไรบ้างล่ะ! อย่าบอกนะว่านี่จะเป็น Bad Ending น่ะ! ทำไมแกไม่เตือนกันก่อน!
“หืม?” ร่างโปร่งผมเงินในเสื้อกันหนาวสีดำเห็นร่างบางกำลังรีบร้อนไปไหนซักแห่ง ขายาวๆก็ยื่นไปขัดขา ทูน่าจังกลิ้งตลบลงไปกับพื้นหิมะทันที
“รีบไปไหนน่ะ?” นี่วิธีทักทายของสาวก SM เรอะ!!!!
“จะไปสนามบิน! ตอนนี้ไม่มีเวลาเล่นกับนายแล้วววว” สึนะรีบหยัดกายลุกขึ้น สองมือเล็กปัดหิมะที่เลอะร่างกาย
“ไปทำไมล่ะนั่น” แกกะจะเป็นทูน่าส่งออกเรอะ จะส่งออกตัวเองไปนอกประเทศไปขายที่ขั้วโลกเหนือรึไง เผื่อเพนกวินมันชอบกิน
สึนะหันมามองขวับ “พี่เคียวยะ! พี่เคียวยะเค้าจะไปอเมริกาแล้วไม่บอกฉัน!” สึนะจับแขนเสื้อสคอลโล่ สคอลโล่มองดูสีหน้าร้อนรนของสึนะ ต่อมคนดีมันชักอยากจะทำงานพิกล
“แล้วแกจะไปสนามบินยังไง?” คงไม่ใช่วิ่งไปหรอกนะ อย่างแกเลียนแบบหนังเกาหลีไม่ได้หรอก แกมันไร้สมรรถภาพเกินไป
สึนะลืมคิดไปซะสนิท แต่ไม่มีเวลาแล้ว! “ไปตายเอาดาบหน้า!!” ยกมือขึ้นกำแน่นไฟลุกเป็นทูน่าเผา
“ตามมาไอ้เปี๊ยก!!” สคอลโล่ดึงแขนสึนะพาวิ่งไป อะ เอ่อ สคอลโล่นายจะพาฉันไปไหนอ่ะ!! นายมีรถเรอะ!!
“จะพาไปไหนอ่ะสคอลโล่!” นายจะไปขโมยรถโค้ชแซนซัสเร้อ ถ้าให้ไปกับโค้ชแซนกลัวว่าจะไม่ถึงสนามบินน่ะสิ!!
“ฉันจะช่วยแกอีกซักครั้ง แพคเกจตบ 15 แถม 3!” สคอลโล่ยื่นข้อเสนอ สึนะมองหน้าเพื่อนซี้SM อย่างประทับใจ
“โอเค!!”
สองศรีมิตรรักสัตว์น้ำ SM เดินมาบริเวณลานจอดรถอาจารย์ สายตาของสคอลโล่สอดส่องหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เจ้าแซนซัสก็ไม่อยู่ ชิ!!
“หาอะไรอ่ะ?” สึนะยืนมองการกระทำของสคอลโล่
“อ่าว สึนะโยชิคุง” เสียงผู้เคราะห์ร้ายดังมาผิดที่ผิดทาง อาจารย์มุคุโร่กับเวสป้าสีชมพู!!
“อะ..อาจารย์...” ไม่รู้ทำไมสัญชาตญาณในร่างกายบอกว่าสับปะรดจะสิ้นชีพยังไงก็ไม่รู้
สึนะอ้าปากค้าง สคอลโล่จัดการถีบมุคุโร่ลงจากรถเวสป้าสีชมพูหน้าตาเฉย แถมขึ้นไปนั่งอย่างกับเป็นเจ้าของอีก ร่างโปร่งโยนหมวกกันน็อคมาให้สึนะ เอ่อ... มันเหมือนโจรกรรมยังไงก็ไม่รู้ แต่ว่า อโหสิให้อีกรอบนะอาจารย์
“ขอยืมรถก่อนล่ะเฟ้ย ~~~!” สคอลโล่ตะโกนขอแบบโจรห้าร้อยสุดๆ
ร่างสูงเรือนผมน้ำเงินหยัดกายขึ้นจากกองหิมะ “แล้วจะไปไหนกันล่ะครับ!”
“ผมต้องรีบไป ขอโทษนะครับ” สึนะรีบไปซ้อนท้ายสคอลโล่ และแล้วหญิงใหญ่หญิงเล็กครอบครัวสัตว์น้ำก็โจรกรรมรถเวสป้าสีชมพูหายไป
“อ่า เรื่องนั้นสินะครับ” มุคุโร่ยืนมองรถตัวเองโดนปล้น อย่างน้อยผมก็ใจดีพอนะครับ ยืมกันดีๆก็ด้ายยยยย
.
.
.
.
.
สคอลโล่ขับเวสป้าสีชมพูพาสึนะมายังสนามบิน ภาพมันช่างน่ารักซะเหลือเกิน หรือภาพพจน์สคอลโล่จะไม่เหลือแล้วตั้งแต่จกข้าวเหนียวเมื่อตอนที่ผ่านมา ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน เพื่อนสนิทสัตว์น้ำ SM รีบรุดเข้ามาในตัวอาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ ผู้คนออกเยอะแยะแบบนี้จะไปหาเจอได้ยังไง พวกหนังมันช่างโกหกสุดๆเลยว้อย!!
“คนออกเยอะแยะจะเจอเรอะ” สคอลโล่ช่วยตอกย้ำอีก ฉันชอบSM แต่ไม่ชอบคำพูดตอกย้ำเฟ้ย!!
“ช่วยมองหาหน่อยเหอะน่า” สึนะกวาดสายตามองไปรอบๆ พยายามเดินไปตามจุดต่างๆ ทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร เห็นอาหารแล้วหิวข้าว... แต่นี่ไม่ใช่เวลากินเฟ้ยสึนะ!
และแล้วร่างบางก็เหลือบเห็นร่างที่คุ้นเคยในชุดสูทสีดำ พี่เคียวยะ!! ในตายเถอะ! ในที่สุดเกมส์นี้ก็มีฉากแบบดาษๆซะทีว้อยยยย สึนะรีบวิ่งเข้าไปหาจับข้อมือของอีกฝ่ายดึงให้หันมามองหน้า ฉากแห่งความประทับใจที่พี่น้องไม่แท้ทั้งสองได้เจอกัน
“พี่เคียว..............” ในที่สุดก็หาเจอ......
เสียงหน้าของทูน่าแตก นั่นไม่ใช่ฮิบาริ เคียวยะ น่าจะเรียกว่าฮิบาริ เคียวเยินจะดีกว่า!!! หน้าตาน่ากลัวสุดๆ หล่อแค่ข้างหลังเท่านั้น!!! ร่างบางรีบปล่อยมือแทบไม่ทัน โค้งแบบเข็งๆแล้ววิ่งกลับไปหาสคอลโล่
“ดูให้ดีๆก่อนเว้ย” มือใหญ่ของสคอลโล่ชี้ไปรอบๆ แม่เจ้านี่มันงานคอสเพลย์รึไง!!
มีทั้งฮิบาริ เคียวเละ เคียวยับ เคียวโละ สารพัดเคียวจนนับไม่หวาดไม่ไหว จะบ้าตาย! เกมส์นี้มันจงใจกันรึเปล่านี่!! นี่มันยากนะเฟ้ยเฮ้ย แล้วทำไมต้องจงใจแต่งมาเหมือนๆกันหมดฟะ พวกแกร๊ทำอะไรก๊านนนนนน
“แล้วจะเจอได้ไงเนี่ย!!??” สึนะสะบัดหัวไปมาอย่างกับคนบ้า หลามน้อยมองอย่างเหนื่อยหน่ายแต่งตัวเป็นหญิงก็ช่วยทำตัวให้กุลสตรีไม่ขายหน้าหน่อย
“ฉันจะไปหาทางโน้น ถ้าเจอจะโทรบอก” สคอลโล่วิ่งไปอีกทางหนึ่ง โทรศัพท์ ใช่แล้วโทรศัพท์ไงล่ะ!! สึนะรีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองกดหาฮิบาริทันที
มันจะดังไปไหนฟะ! รับเซ่! ไม่ก็มีเพลงรอสายก็ยังดีอ่ะ! ผมไม่ใช่แค่คนโทรผิดนะ รับหน่อยยยย สึนะแทบจะบ้าโทรศัพท์ทิ้งถ้าไม่ติดกับว่าอีกฝ่ายจะรับ
“บัดโธ่!!” สึนะกดโทรอีกรอบ อีหรอบเดิม สองขาของสึนะเริ่มออกวิ่งอีกครั้ง หัวสมองพยายามประมวลผลที่ๆน่าจะเป็นไปได้
นางเอกผู้เริ่มติดเชื้อหนังเกาหลีรีบวิ่งไปด้านใน ไม่ว่ามองไปทางไหนก็ยังมองเห็นพวกแต่งคอสเพลย์ฮิบาริเต็มไปหมด อยากเอาไฟมาเผาให้วอดวายเลยว้อยยยย
“อยู่ไหนๆๆๆ” ดวงตากลมโตสีน้ำตาลไหม้มองไปโดยรอบ ดักตรงทางเข้าก็ยังไม่วี่แวว ขอร้องล่ะ ช่วยทำอะไรให้เหมือนเกมส์จีบหนุ่มปกติบ้างเหอะ
ร่างบางเหลือบเห็นความเป็นไปได้อีกครั้ง "พี่เคียว....!!!"
ดูดเสียงกลับมาแทบไม่ทัน นั่นมันฮิบาริ เคียวอะไรอีกแล้วนั่น!! ด้านหลังก็แอบเหมือนนะ ข้างหน้าก็เหมือน แต่หน้านี่สาวแตก แถมเดินตุ๊งติ๊งอีก อ๊ากกก ขอโทษเหอะไปทำศัลยกรรมให้เหมือนหน่อยเฟ้ย!!
“ไอ้เปี๊ยก!” สคอลโล่ตะโกนเรียกมา ร่างบางรีบหันมองอย่างมีความหวัง ทว่า..ไม่มี....
“เครื่องบินเที่ยวที่ไปอเมริกาออกไปประมาณ 15 นาทีได้แล้ว” ได้ยินดังนั้น ร่างบางแทบทรุด ไม่จริงน่า!! มันต้องมีมุขอะไรอีกแน่ๆ
เป็นไปได้ๆ ก็นี่มันเกมส์จีบหนุ่มสุดฉ่อยนี่นา การที่จะมีการจากลาแบบหลอกๆก็ต้องมีแน่ๆ จริงๆแล้วพี่เคียวยะแค่ออกไปร้านอาหารที่ชื่ออเมริกา แล้วที่หน้าบ้านพี่ท่านก็ต้องนั่งรออยู่! ใช่ๆๆ พี่เคียวยะแค่หลอกเราเท่านั้นเอง!!!
“ไปส่งฉันที่บ้านหน่อย!” สึนะเร่งขอร้องหลามน้อย สคอลโล่ทำหน้างง กลับบ้านไปจะเจอออะไรนั่น? เปลี่ยนไปดูที่คิวรถทัวน์ดีมั้ย? (มันไปอเมริกาเรอะ!)
“เออๆ” ไหนๆช่วยมันแล้วก็ช่วยให้ตลอด ยุ่งยากซะจริงการเป็นคนดีเนี่ย ท่องไว้ๆ เพื่อแพคเกจตอบ 15 แถม 3
.
.
.
คนขับรถจำเป็นมาส่งสึนะที่หน้าบ้าน ร่างบางรีบลงจากรถวิ่งไปหน้าบ้านของเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ร่างสูงผมสีดำนั่งอยู่หน้าบ้านของเขา ไอ้คุณพี่เคียวยะ!!!!
“สึนะโยชิ.....” ฮิบาริมองใบหน้าของร่างบาง ฉากประทับใจของการพบกันอีกครั้งกำลังจะเริ่มต้นของแท้ สึนะก้าวขาสั้นๆเข้าไปหาพี่ชายข้างบ้านแสนดีของเขาช้าๆ
“พี่เคียวยะ.....” มือเรียวยื่นไปเบื้องหน้า
“หลอกกันได้ๆๆๆๆๆๆๆ” ทูน่าน้อยริเป็น S กระชากคอเสื้อฮิบาริมาตบๆๆๆๆ ล้อเล่นกับผมเหรอ!! ริทำตัวเป็นไอ้คุณเบียคุรันสองเหรอ!! หนอยยยยยย
“ขอโทษนะ นี่ของไถ่โทษ” ฮิบาริยื่นข้าวกล่องชุดใหญ่ให้สึนะ ว้าววววว ข้าวกล่อง 5 ชั้น อร๊างงงงงง
สึนะรีบเปิดกล่องข้าว “ว้าว~~~~~” แค่นี้ผมก็ไม่โกรธอะไรแล้วครับ กับข้าวสุดหรูขนาดนี้!! อร๊างงงง พี่จะหลอกผมผมก็ไม่โกรธแล้ว
“งั้นทานล่ะนะครับ!” ร่างบางหยิบตะเกียบมาคีบของในกล่องเข้าปาก เอ๊ะ.... ทำไมไม่มีรสชาติเลย.............
"ทำไมมันจืดๆจังเลยครับ..." พี่ลืมใส่น้ำปลาเหรอ...
"สงสัยจะรีบไปหน่อย ขอโทษนะ" ไม่เป็นไรครับๆ ผมจะทนกินต่อไป!!
.
.
.
.
.
.
.
ใครมาตบอะไรแก้มตูฟะ!! รสมือสัมผัสแบบนี้ไม่ใช่พี่เคียวยะแน่ๆ นี่พี่เคียวยะไม่ได้ตบล้างแค้นผม แล้วใครเป็นคนตบอ่ะ......
“เฮ้ย ไอ้เปี๊ยกตื่นๆๆ” สคอลโล่ตบหน้าสึนะผัวะๆ
“....สคอล..โล่....” ร่างบางๆค่อยๆเปิดเปลือกตามองคนตรงหน้า และแล้วก็สะดุ้งสุดตัว นี่มัน!!
“ฝันเรอะ!!” สึนะอ้าปากค้าง ไอ้ที่เห็นเมื่อกี้มันความฝันหมดเลยเรอะ บ้าที่สุด!!!
“เออถึงบ้านแกแล้ว” สคอลโล่หยุดรถ
คนขับรถจำเป็นมาส่งสึนะที่หน้าบ้าน ร่างบางรีบลงจากรถวิ่งไปหน้าบ้านของเขา ไม่ว่าจะมองมุมไหน... ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่า....... มุขแบบนั้นมันดาษๆเกินไปจนไม่มีจริงงั้นเหรอ... งั้นแสดงว่า.... พี่เคียวยะไม่อยู่แล้วสินะ.... พี่เคียวยะบ้าที่สุด!!!!
“ไม่เจอสินะ” สคอลโล่พูดแทรกความเงียบขึ้นมา สึนะพยักหน้าเบาๆ หมดแรงเลย....
ร่างโปร่งถอนหายใจ “อาจจะแค่ไปเที่ยวก็ได้” ไม่อยากปลอบมันเล้ย เราใจอ่อนลงทุกวันๆ
“นั่นสินะ....” อยากจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ทำไมมันกังวลแบบแปลกๆแฮะ
“ฉันจะเอารถกลับไปคืนอาจารย์สับปะรดนั่น แกก็ไปถามๆจากคนรู้จักซะสิ” พูดจบสคอลโล่ก็ขับเวสป้าสีชมพูกลับโรงเรียนไป
“พี่สึนะกลับมาเร็วจัง” น้องชายตัวเล็กเดินมาเปิดประตูบ้านให้พี่ชาย นี่นายไม่ไปโรงเรียนรึไงน่ะฟูตะ....
“แต่ไปทั่วเมืองเลยนะ...” หมดแรงหมดใจ อ๊ากกกกกกกกกก
“งั้นมากินข้าวกันมั้ยครับ พี่ฮิบาริฝากของกินมาให้พี่เต็มเลย” ข้าว.... ข้าว..... เอ๊ะ!! ข้าว!!
“พี่เคียวยะฝากของกินไว้เหรอ!?” สึนะมีแรงขึ้นมาทันที มาฝากไว้ตั้งแต่เมื่อไหร????
ฟูตะมองหน้าพี่ชาย สภาพแบบนี้ไม่ได้รู้เรื่องอะไรสินะ “ก็ทำไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานที่พี่สึนะไปงานเลี้ยงแล้วครับ”
“พี่เคียวยะเค้าไปเที่ยวไหนเหรอ...” มีอารมณ์มาทำกับข้าวแบบนี้ สงสัยจะไปเที่ยวไม่นานล่ะมั้ง อย่าลืมของฝากด้วยนะครับ! มันฝรั่งทอดดดด
ฟูตะจ้องหน้าพี่ชาย ผมรู้นะว่าพี่สึนะคิดอะไรอยู่ .... “พี่ฮิบาริเค้าไปช่วยงานของคุณลุงที่อเมริกาครับ”
“นี่พี่เคียวยะไม่ได้ไปเที่ยวเหรอ!???” โกหกน่า ตลกน่า เกมส์นี้มันจะมีฉากซึ้งๆอะไรแบบนี้ได้ยังไงไม่มีทาง!!
“เปล่าครับ” คำตอบของคุณน้องชายทำเอาสึนะเข้าโหมดมืดมนไปในทันใด
“อีกนานเลยครับกว่าจะกลับ อาจจะเป็นปี สองปี หรือมากกว่านั้น” คำพูดของฟูตะยิ่งตอกย้ำสึนะให้จมลงดินไปโดยไม่รู้ตัว
“นายรู้แล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ!” สึนะโวยวายใหญ่ ทำม๊ายยยย
“ก็พี่สึนะมีช่องให้ผมบอกมั้ยล่ะครับ” ฉึก!! แทงใจดำอย่างรุนแรง
.
.
.
.
ร่างบางทานข้าวเสร็จก็เดินขึ้นไปห้องนอนของตัวเอง เศร้าขนาดไหนก็ต้องกิน ก็มันอร่อยนี่ คราวนี้ไม่หลอกแล้วเหรอ... ไอ้เกมส์บ้าๆๆๆๆ มือเรียวเล็กเปิดประตูห้องนอนเข้าไป เสียงกุกๆๆดังลั่น เสียงอะไรน่ะ?
“จิ๊บๆๆๆ” ฮิเบิร์ดกระพือปีกอาละวาดในกรงน้อย ร่างบางเดินไปหาฮิเบิร์ดไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร
“โวยวายอะไรล่ะฮิเบิร์ด.....” ฉันไม่มีแรงจะเล่นกับนายแล้วนะ มือเล็กเปิดกรงอย่างหน่ายๆ
ฮิเบิร์ดพุ่งชนหัวสึนะเต็มแรง โอ๊ยๆๆๆๆ เป็นอะไรไปน่ะนี่นายโกรธฉันที่ขังนาย แถมยังโกรธที่ฉันตามเจ้านายของนายไปไม่ทันรึไงน่ะ อย่ามาสมน้ำหน้ากันแบบนี้สิ!! เอ๊ะ? ฮิเบิร์ดบินไปไหน? สึนะมองหาฮิเบิร์ด นกน้อยกำลังพยายามดึงริบบิ้นกล่องของขวัญออกด้วยปากเล็กๆ
“ของขวัญของพี่เคียวยะ!” สึนะรีบรุดไปหยิบกล่องนั่น ลืมไปสนิทเลย....
ร่างบางแกะกล่องของขวัญของฮิบาริ ข้างในมีจดหมายฉบับหนึ่งกับกุญแจ กุญแจ? กุญแจอะไรน่ะ สึนะเลือกจะมาสนใจจดหมายก่อน เผื่อพี่เคียวยะจะบอกอะไรไว้! ว้อยโมโหว้อย!! จะโมโหใครดีเนี่ย! พี่เคียวยะทำไมไม่บอกกันเล่า!! ร่างบางรีบแกะซองจดหมายออก คลี่ๆมาอ่านอย่างรวดเร็ว
“บ้าจริงๆเลย... ทำตัวเป็นพระรองหนังเกาหลีไปได้!!” บ่นไปก็รีบกวาดสายตาอ่านประโยคแรกในจดหมายทันที
“ทำไมไม่บอกให้ผมแกะตั้งแต่เมื่อคืนล่ะ!” สึนะนั่งโวยวายกับจดหมาย สมองผมยิ่งทึบๆด้วย ทำไมไม่บอกผม! ทำไมล่ะพี่เคียวยะ! พี่ไม่อยากลาผมงั้นเหรอ!??
“โกรธสิ โกรธมากๆเลยด้วย! ให้ผมวิ่งหาไปทั่วเมืองเนี่ยนะ!!” ไม่รู้จะโทษตัวเอง จะโทษฮิเบิร์ด จะโทษฟูตะ หรือจะโทษใครดี ยังไงก็ต้องอ่านให้จบล่ะนะ....
“เวลาแบบนี้ยังมาตอกย้ำกันอีกนะ!” ก็เอาแต่ส่งข้าวจะไม่ให้คิดแบบนั้นได้ยังไงล่ะ นี่ผมเห็นแก่กินเกินไปจนไม่รู้เรื่องเลยรึไงเนี่ย! นี่เราทำบ้าอะไรอยู่น่ะ!
ร่างบางหยิบซองจดหมายขึ้นมา เทของบางอย่างข้างในลงบนมือเล็ก กระดุมเสื้อนักเรียนของพี่เคียวยะ? กระดุมเหรอ? กระดุมในวันจบการศึกษา... กระดุมเม็ดที่สอง....
“พี่เคียวยะ.....” น้ำใสๆเริ่มเอ่อล้นในดวงตาสีน้ำตาลไหม้ อย่านะ อย่าไหลออกมานะ ถ้าไหลออกมา ตัวหนังสือพวกนี้ก็มองไม่ชัดกันพอดี
“ฮึก.....” ทำนบน้ำตาไม่อาจกั้น หยาดน้ำใสพรั่งพรูเอ่อล้น รักงั้นเหรอ? พี่เคียวยะรักเรา? ทำไมถึงไม่เคยสังเกตนะ... ทำไมนายโง่แบบนี้น่ะสึนะโยชิ นายมัวแต่ทำอะไรอยู่... มองข้ามคนใกล้ตัวถึงขนาดนี้.....
“ทำเท่..เกิน.ไป.....แล้วนะครับ.....” ภาพความทรงจำร่วมกันฉายซ้ำไปมา เป็นคนดีเกินไปจริงๆ คนดี.... คนดีที่มองข้าม...... พี่เคียวยะไม่เคยโกรธผมเลยรึไงครับ ที่ผมเป็นคนแบบนี้น่ะ?
ทำไมเขียนไว้สั้นแบบนี้ล่ะ........... ทำไมไม่เขียนให้ยาวกว่านี้..... พี่มีอะไรจะพูดมากมายกว่านี้ไม่ใช่เหรอ...... จะต่อว่าผมในจดหมายนี้ก็ได้..... ทำไมไม่ทำล่ะ.....
“พี่กะให้ผมลดความอ้วนใช่มั้ยล่ะ.........” ร่างบางเค้นยิ้มกับตัวเอง มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ฮิเบิร์ดคาบกุญแจมาหย่อนให้มือเล็ก
“สึนะ สึนะ~~” นกตัวเล็กป้อมบินไปที่ประตูห้อง สึนะลุกตามไป จะให้ไปไหนน่ะฮิเบิร์ด....
สองขาก้าวตามนกตัวน้อยไป ฮิเบิร์ดบินไปบ้านหลังข้างๆ สึนะรีบก้าวตามไป นกน้อยตัวเล็กเกาะบนลูกบิดประตู
“กุญแจ.....!!” ร่างบางรีบเอากุญแจในจดหมายไขประตูบ้านเข้าไป
.
.
.
.
.
สึนะรีบเปิดประตูเข้ามาในบ้านของฮิบาริ ร่างบางวิ่งไปตามทางเดินในบ้าน เปิดประตูเข้าไปในห้องนั่งเล่น สภาพดูเหมือนจะมีคนเก็บกวาดแล้ว แต่ยังคงแลเห็นว่ามีร่องรอยของการทุบตีทำลายข้าวของ ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ
“ฮิเบิร์ด แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าพี่เคียวยะให้กุญแจมาทำไมน่ะ?” สึนะกระวนกระวาย นกสีเหลืองจิกปอยผมสีน้ำตาลดึงๆให้หันหลังไป
“สึนะ~~ นอน นอน~~” เสียงเล็กของฮิเบิร์ดพยายามบอกจุดหมาย ได้ยินดังนั้นสองขาก็รีบวิ่งไปห้องนอนของฮิบาริทันที
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ห้องนอนโล่งๆที่ไม่มีคนอยู่แล้ว กลับเป็นห้องเปล่าๆที่ไม่เหมือนห้องทั่วๆไป
“นี่มัน.....” สึนะเบิกตากว้าง............
รูปถ่ายของเขาติดเต็มพนังห้อง รูปถ่ายสีหน้าที่ดีที่สุด สีหน้าที่มีความสุขที่สุด ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน สองขาก้าวไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ ผ้าพันคอสีฟ้าขาวกับรูปถ่ายวางอยู่ รูปถ่ายของเขากับฮิบาริในวัยเด็ก
ร่างบางหยิบผ้าพันคอกับรูปถ่ายขึ้นมา “พี่เคียวยะ.........” สองขามิอาจมีแรงยืนได้ต่อไป ร่างบางทรุดตัวลงกับพื้นห้องกว้างเย็นเยียบ หยาดน้ำตาพรั่งพรูมิอาจห้ามได้
“ขอโทษนะครับ....” มือเล็กจับรูปถ่ายไว้ หยาดน้ำตาร่วงหล่นบนรูปถ่ายธรรมดาๆที่แฝงความรู้สึกมากมาย
ถ้าถามว่าผมรักพี่รึเปล่า ผมก็ยังไม่รู้ ผมรักคนอื่นรึเปล่า ผมก็ยังไม่รู้ ผมคงชินกับการเอาแต่ใจเกินไปจนไม่เคยคิดถึงจุดนั้น มาถึงเวลานี้พี่ให้เวลา...ให้ผมได้คิด.... หรือผมควรใช้เวลาที่มีอยู่นี้คิดทบทวนให้ดีกว่าที่เคยเป็นกันนะ........
มือเล็กจับผ้าพันคอไหมพรมสีฟ้าขาวพันรอบคอของตัวเอง “อุ่นจัง.....”
[System : แกมันบ้า เป็นไงล่ะ บทเรียนนี้ราคาแพงพอมั้ย?]
“มากพอแล้วล่ะ....” ร่างบางล้มตัวลงนอนบนพื้นห้องเย็นเยียบ เวลาแบบนี้จะไม่ปลอบกันหน่อยรึไงไอ้คุณแถบข้อความ
[System : แกจะเอายังไงต่อไปล่ะ?]
“ก็ต้องเดินต่อไป มีหลายอย่างที่ยังค้างคานี่นา” เดินมาถึงนี่แล้วก็ต้องเดินต่อสิ...
[System : จนถึงตอนนี้ยังคิดจะกลับบ้านรึเปล่า?]
ร่างบางปรือตาหลับลงครุ่นคิด ภาพของผู้คนที่มีใบหน้าแสนสนิทในโลกจริง แต่ในโลกนี้ผูกพันแสนสนิทยิ่งกว่าเดิม “ฉันผูกพันกับคนในนี้มากเลยนะ.....” มันอาจจะเป็นเกมส์ แต่กลับรู้สึกผูกพันลึกซึ้ง....
[System : ถ้าไม่คิดจะกลับ จะไม่ได้กลับแล้วนะ]
“คุณ system พูดอย่างกับว่าผมจะเคลียร์เกมส์ได้ในไม่นานนี้งั้นแหละ” นี่มันเหมือน Bad Ending มากเลยนา อีกคนที่ดูท่าทางจะไปรอดก็มีแต่มุคุโร่
[System : จากบทเรียนครั้งนี้ แกจะกลับมั้ยล่ะ]
สึนะนอนครุ่นคิดเนิ่นนาน.... ถ้าเขาไม่กลับ? ทางโลกจริงจะเป็นยังไง? แล้วถ้าเขาอยู่ โลกในเกมส์ต่อไปจะเป็นอย่างไร?
“ยังไม่ตอบล่ะ”
[System : แล้วฉันจะถามแกใหม่]
"อืม........"
สึนะนอนนิ่งอยู่ในห้องนั้นซักพัก ร่างเล็กของฟูตะเดินมาตามพี่ชาย มองดูพี่สึนะเวลานี้ คงหายโง่ซักทีแล้วนะ ฟูตะนั่งลงข้างๆพี่ชายลูบปอยผมของพี่ชายอย่างอ่อนโยน
“กลับบ้านกันเถอะครับ” น้องรักแย้มยิ้มกว้าง สึนะหยัดตัวขึ้นนั่ง นั่นสินะจะมัวนอนอยู่ก็ไม่ได้
“กลับกันเถอะ!” สึนะลุกขึ้นตามน้องชาย ไม่ได้จากกันชั่วชีวิตซักหน่อย จนกว่าเกมส์นี้จะจบมีเวลาอีกตั้งเยอะเนอะ?
เด็กหนุ่มและเด็กชายเดินกลับบ้านของตัวเองไป โดยไม่รู้ตัวคำทำนายของคุณทวดก็ยังคงทำงานอยู่ บางสิ่งบางอย่างทูน่าก็ยังสมองทึมจนไม่ยอมคิดหน้าคิดหลังเหมือนเดิม แล้วจะเจออะไรต่อไปล่ะนี่?
.
.
.
.
.
TBC!!!!!
แถม
ณ เรือโดยสารกลางทะเลลำหนึ่ง แกรมม่าเดินมาหาคุณหนูของเขาบนดาดฟ้าเรือ ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ตั๋วเครื่องบินมันหมดอายุไปแล้ว ก็เลยต้องจองเรือนี่แหละ คุณหนูของเขายิ่งโลเลซะด้วย ... สรุปแล้วทูน่าวิ่งไปผิดที่... คุณพี่เค้าไปกับเรือ....
“ยังโมโหเรื่องผมทำมือถือคุณหนูตกทะเลเหรอครับ” ฮิบาริไม่ยอมตอบ ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าโกรธจริงๆสินะ
“ทำไมทำเหมือนจงใจให้เขาตามมาไม่เจอล่ะครับ” แกรมม่ายังคงไม่เข้าใจฮิบาริ
“ถ้าเจอหน้ากันตรงๆ ฉันคงลาไปไม่ได้” ฮิบาริยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองดูทะเลกว้างใหญ่ แกรมม่าได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือมระอา ทำเท่ไปได้ เดี๋ยวก็โดนเรียกว่าพระรองไปตลอดชีวิตหรอก
-------------------------------------------------------------
Free Talk : พยายามจะโศก แต่ได้แค่นี้ = =” ทำไมสกิลรั่วมันฝังในสมองไปแล้วเนี่ย อ๊ากกกก มันไม่เศร้าอย่างที่ต้องการ!! หนูเฮิร์ธเหลือเกิน ขอโทษนะคะคุณเคียว!!! อ่านๆไปแล้ว มันเรื่องเดียวกับไอ้ตอนต้นมั้ยเนี่ย =w=” ทำไปได้ยังไงเนี่ย!!! ท่านฮิเค้าไปชุบตัวที่อเมริกาค่ะ =w=….
ซือคุงขอโทษนะ แต่หนูต้องเจอบทเรียนแรงๆซะบ้างจะได้สำนึก =A=” ว่าหนูน่ะทำร้ายจิตใจชาวบ้านไปขนาดไหนแล้ว จงยอมรับบทเรียนราคาแพงต่อไปนะ ฮะๆ
Genre : AU , Fanfic , comedy , romance
Paring : 1827 or 6927 or S27
Warning : ตัวละครทุกตัวหลุดโลก ชวนแฟนคลับมากระทืบเอาได้
รักของเราคือนาฏกรรมอำลา....
---------------------------------------------------------------------
จดหมายแทนคำพูดมากมายและความรู้สึก
เรียบเรียงเขียนด้วยหัวใจ
ยิ่งทำให้ความรู้สึกมันรุนแรงยิ่งกว่าพูดต่อหน้า
เรียบเรียงเขียนด้วยหัวใจ
ยิ่งทำให้ความรู้สึกมันรุนแรงยิ่งกว่าพูดต่อหน้า
Doki Doki 24 : Love Letter ถึงใครบางคน เพื่อการเริ่มต้นใหม่
เช้าวันใหม่วันนี้สึนะต้องไปโรงเรียนก่อนจะปิดปีใหม่ เฮ้อ... ปกติมันต้องหยุดยาวเลยไม่ใช่เรอะ!! ราวกับมีเสียงแว่วกระซิบตอบกลับมาว่าไม่ใช่โรงเรียนคริสต์เป็นโรงเรียนรัฐบาลธรรมดาตอบกลับมา...มันก็จริงแฮะ. ร่างบางยืนแต่งตัว ฮิเบิร์ดก็คอยมาป่วนบินโฉบไปโฉบมา
“อะไรเหรอ ฮิเบิร์ด?” นายไม่เคยดื้อขนาดนี้เลยนะ โฉบไปโฉบมาหิวข้าวเหรอ!!
“สึนะ สึนะ~~” นกน้อยจิกปอยผมพยายามจะบอกให้ไปเปิดกล่องของขวัญของฮิบาริให้ได้ ตอนนี้นกน้อยอยากด่าเจ้าของเหลือเกิน ไอ้บื้อเอ๊ย!!
ความอดทนขาดสะบั้น สึนะคว้าเจ้านกเหลืองหมับ แล้วจับยัดเข้ากรงทันที!! “นายรออยู่นี่แหละ ฉันจะไปโรงเรียนแล้ว จะสายแล้ว!” และแล้วนางเอกผู้บื้อที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ก้าวเดินออกจากห้องนอนไป
“จิ๊บ~~!!!” นกน้อยดิ้นพล่านในกรง เราจะแปลเสียงจิ๊บๆให้ฟังอย่างกับมีเครื่องแปลงเสียงให้ฟัง
เจ้าทูน่าหน้าโง่~~!!
กลับมาว้อยยยย มาเปิดกล่องของขวัญว้อยยย
ทำไมแกโง่แบบนี้ฟะ! นกยังไม่โง่เท่าแกเลย!!
ทูน่าบร้า!! บร้า ~~
โดนยัดกระป๋องไปเลยป๊ายยยย~~
กลับมาว้อยยยย มาเปิดกล่องของขวัญว้อยยย
ทำไมแกโง่แบบนี้ฟะ! นกยังไม่โง่เท่าแกเลย!!
ทูน่าบร้า!! บร้า ~~
โดนยัดกระป๋องไปเลยป๊ายยยย~~
จิ๊บเดียวหมายความได้มากขนาดนี้ น่ากลัวจริงๆนะฮิเบิร์ด..... ฮิเบิร์ดได้แต่อาละวาดเป็นนกเมายาบ้าอยู่ในกรง ส่วนทูน่าตัวดีเดินกึ่งวิ่งดุ่ยๆไปโรงเรียนแล้ว
.
.
.
บนรถสีดำ ฮิบารินั่งมองทิวทัศน์ด้านนอกกระจกรถ แกรมม่าเหลือบมองคุณหนูของเขา ฮิบาริดูอารมณ์ไม่ดีมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว สงสัยจะอารมณ์ไม่ดีไปตลอดการเดินทางเลยมั้ง คิดแล้วแกรมม่าก็ถอนหายใจ ไม่พอใจก็ไม่น่ารับปากแบบนั้นนะคุณหนู
“จริงๆจะไม่ไปก็ได้ ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะครับ” แกรมม่ายิงคำถามเรียกสติของฮิบาริ ร่างสูงเหลือบมองกลับด้วยหางตา สีหน้ายังคงไร้อารมณ์
“ฉันอยากเปลี่ยนแปลง” ตอบเพียงแค่นั้นก็หันกลับไปมองทิวทัศน์ด้านนอกต่อ แกรมม่าฟังคำตอบนั้นก็อดยิ้มไม่ได้
“คุณคนนั้นที่คุณผู้ชายบอกคงเป็นคนสำคัญมากสินะครับ” ฮิบาริหันมองกลับด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว เพียงเท่านั้นแกรมม่าก็ไม่คิดจะพูดอะไรต่อ
.
.
.
.
.
สึนะเดินอยู่ในโรงเรียนไม่ได้นึกหรือรู้สึกถึงความคิดคำนึงของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ช่างเป็นนางเอกที่ฉ่อยเกินจะบรรยาย ใกล้จะปีใหม่แบบนี้แทบไม่มีคนมาโรงเรียน ว่างจังเลยแฮะ จะโดดเรียนไอ้เราก็ดันเป็นเด็กดีกลัวคุณ system ด่าซะนี่
“ไปทำอะไรดีหว่า เหลือคาบวิทย์กับอาจารย์ดีโน่....” ให้ตายเถอะ จู่ๆผ่าอะไรให้ดูแล้วอาการโรคจิตขึ้นมานี่มิแย่เรอะ มันเป็นฆาตกรนะเฟ้ย!
“ไปหาข้าวกินดีกว่าเนอะ” ทูน่าจังของเรายังคงเห็นแก่กินเหมือนเดิม ร่างบางตรงลิ่วไปห้องประธานนักเรียนทันที
แต่เสียงหนึ่งก็หยุดเขาเอาไว้เสียก่อน “ สึนะโยชิคุง” ร่างบางหันไปมองตามเสียงเรียกนั่น
“คุณเบียคุรัน?” ทำไมช่วงนี้โผล่มาบ่อยจัง? กะเรียกเรตติ้งบ้างเหรอ แต่ท่าทางจะเรียกไม่ขึ้นแล้วนะครับ
“ขยันจริงนะมาโรงเรียนในวันแบบนี้ด้วย” เบียคุรันยิ้ม ไหงวันนี้ตาซ้ายติดผ้าก๊อตด้วยล่ะครับ... เอ่อ.. ไม่ทราบว่าเมียพี่น่ากลัวยิ่งกว่าราชินีปีศาจรึเปล่าน่ะ
“คุณเบียคุรันก็ขยันนะครับ” หนีเมียมาใช่ป่าวล่ะ อยู่แล้วโดนซ้อม
“โชจังกับเบลเฟกอนคุงฝากของมาให้ สองคนนั้นเพิ่งกลับจากฮันนีมูน” เบียคุรันยื่นของให้สึนะ มันคือ........ ไวเบรเตอร์........
ไวเบรเตอร์
คืออุปกรณ์ที่มักเจอกันบ่อยๆในฟิค SM
คืออุปกรณ์ที่มักเจอกันบ่อยๆในฟิค SM
จะบ้าเรอะ!!! เอามาฝากเพื่อ!!!???? ไม่ทราบว่าไปฮันนีมูนกันที่ไหนฟะ! ของพรรค์นี้กระผมไม่ต้องการครับ! เพราะชะตากรรมของผมในเกมส์นี้คงไม่เจออะไร SM แบบชาติก่อนๆที่ผ่านมาแน่ๆ!!
“ไม่ขอบคุณนะครับ” ร่างบางเปิดถังขยะแถวนั้นโยนลงไปทันที เบียคุรันเห็นก็แอบขำ
“น่าจะเก็บไว้เผื่อเป็นเครื่องรางความรักนะ” จะบ้าเรอะ!!!! โรคจิตรึเปล่า ~~~~~
“ผมขอตัวไปทานข้าวล่ะครับ.....” ให้ตายเถอะเจอเรื่องไม่จรรโลงใจเอาซะเล้ย.....
.
.
.
.
.
ร่างบางเปิดประตุเข้าไปในห้องประธานนักเรียน ลัลล้า ข้าวกล่องๆ วันนี้พี่เคียวยะจะทำอะไรให้กินน๊า ระหว่างเพ้อถึงของกิน ความคิดก็ต้องชะงัก เมื่อสิ่งที่ได้พบมีเพียงคุซาคาเบะนั่งกอดเข่าอยู่ข้างโซฟาสีดำ เป็นอะไรไปน่ะ? แล้วพี่เคียวยะหายไปไหนน่ะ? ออกไปธุระเหรอ?
“ขอโทษค่า” สึนะส่งเสียงเรียกสติของคุซาคาเบะ ร่างหนาเงยหน้าขึ้นมามอง เอ๊ะ? คิดไปเองรึเปล่า ทำไมคุณคุซาคาเบะตาบวมๆนะ
“คุณซาวาดะ มีอะไรเหรอครับ วันนี้คุณเคียวไม่อยู่” คุซาคาเบะเดินมาต้อนรับ
“ไม่มาโรงเรียนเหรอคะ? ไม่สบายเหรอคะ?” เมื่อวานยังดีๆอยู่เลยนี่นา หรือว่างานยุ่ง หรือว่าทะเลาะกับคุณคุซะก็เลยไม่มาอ่ะ
“เปล่าหรอกครับ” ร่างหนาส่ายหัวปฏิเสธ อย่าส่ายมากครับ ทรงผมเพ่มันจะมากระแทกหน้าผมเอา!! (แกเตี้ยกว่าแล้วจะโดนได้ไง!)
“แล้วฝากข้าวกล่องไว้รึเปล่าคะ?” ทูน่าจังเร่งถามถึงข้าว ในตายเถอะ ไม่สำนึกเลยเรอะว่าห่วงกินเกินไปแล้วน่ะ
“ขอโทษนะครับ คุณเคียวไม่ได้ฝากข้าวกล่องไว้หรอกครับ” นี่คุณไม่คิดอยากอื่นนอกจากเรื่องกินบ้างรึไงครับ เดี๋ยวผมก็งาบคุณเคียวไปรับประทานเลยนี่
“ไม่ฝากไว้เหรอคะ....” วันนี้ต้องไปโรงอาหารสินะ
“ครับ คุณเคียวเค้าไปอเมริกาแล้วครับ” เอ๊ะ? เราได้ยินอะไรแปลกๆรึเปล่านะ
อเมริกา
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ประเทศที่ตั้งอยู่บนทวีปอเมริกา มีเมืองหลวงชื่อวอชิงตัน DC
ประเทศที่พระเอกพระรองชอบตีตั๋วหนีไป
ประเทศที่คงจะเต็มไปด้วยผู้คนหนีนางเอก!!!!
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ประเทศที่ตั้งอยู่บนทวีปอเมริกา มีเมืองหลวงชื่อวอชิงตัน DC
ประเทศที่พระเอกพระรองชอบตีตั๋วหนีไป
ประเทศที่คงจะเต็มไปด้วยผู้คนหนีนางเอก!!!!
“พี่เคียวยะไปอเมริกา!!” ร่างบางตกใจแทบช็อค อะไรกันน่ะ นี่มันไม่ได้หลุดมาในหนังเกาหลีแน่นะ!!
“ครับ คุณเคียวเพิ่งจะไปซัก 2 3 ชั่วโมงก่อนน่ะครับ” คุซาคาเบะเองก็กลุ้มใจ โธ่... คุณเคียวไม่อยู่แล้ว เหลือแต่กลิ่นหอมๆทิ้งไว้ในห้องประธานนักเรียน คุณเคียวไม่อยู่ผมเหงาเหลือเกิน.....
“อะไรกัน.....” สึนะหน้าเสีย นี่ถ้าไม่มาเอาข้าวกล่องนี่ไม่รู้เรื่องเลยนะเนี่ย!! กินไม่ลงแล้วแบบนี้!!
มีเสียงโห่ร้องดังมาจากเว็บ official
“ทำไมแกไม่รู้พรุ่งนี้ไปเลยล่ะฟะ!!!!”
“ทำไมแกไม่รู้พรุ่งนี้ไปเลยล่ะฟะ!!!!”
“ผมก็นึกว่าคุณเคียวบอกคุณแล้ว” กับผมจู่ๆก็เพิ่งมาบอก เศร้าครับ..คุณเคียวครับ ฮือ.........
“พอจะรู้มั้ยคะ ว่าไปเที่ยวไหน ออกไปรึยัง!!??” สึนะเร่งถาม ต้องไปหา มันต้องทันสิ ต้องทัน
ก็ในหนังหรือเกมส์ทั่วไปน่ะ
นางเอกต้องไปทันใช่มั้ยล่ะ!!!
นางเอกต้องไปทันใช่มั้ยล่ะ!!!
แล้วสนามบินมันไปทางไหนล่ะนี่? ช่างมันๆๆ ไปหาเอาดาบหน้าละกัน แล้วจะไปยังไง? ช่างมันๆๆ ไปหาเอาดาบหน้าอีก!! ไอ้คุณคุซะบอกมาเร็วๆสิเฟ้ย!!
“คิดว่าน่าจะยังนะครับ” คุซาคาเบะพูดได้เพียงแค่นั้น ทูน่าไม่คิดจะฟังอะไรต่อ ร่างบางรีบแปลงร่างเป็นทูน่าว่ายหายไปทันที
เมื่อทูน่าจากไป ร่างหนาก็เริ่มออกอาการอีกรอบ "ฮือ...คุณเคียว........." ว่าแล้วคุซาคาเบะก็ลงไปนั่งกอดเข่าบนพื้นอีกรอบ ผมยังไม่ได้กดคุณเคียวเลยนะ รีบไปไหน!!
ไอ้ลูกน้องโรคจิต!!!
.
.
.
สึนะรีบไปหยิบเสื้อหนาวมาจากล็อกเกอร์ แล้วรีบวิ่งไปยังประตูโรงเรียน จะโดดเรียนก็ช่างแล้ว จะโดนอาจารย์ลุซซี่มาตามตบทีหลังก็ไม่สนแล้ว พี่เคียวยะบ้าๆๆ บ้าที่สุดเลย!! ทำไมไม่ยอมบอกกันก่อน ไปกันไม่บอกกล่าวแบบนี้มันหมายความยังไง!! หรือพี่แค่ไปเที่ยวน่ะก็เลยไม่ยอมบอกน่ะ!!
ใช่...มันอาจจะเป็นมุขอีกแล้ว
ไอ้เกมส์นี้มันชอบหลอกผม!!!
ไอ้เกมส์นี้มันชอบหลอกผม!!!
“คุณ System ตอบบ้างเซ่!!” สึนะตะคอกถามหาแถบข้อความ ทำไมไม่ออกมาบอกอะไรบ้างล่ะ! อย่าบอกนะว่านี่จะเป็น Bad Ending น่ะ! ทำไมแกไม่เตือนกันก่อน!
“หืม?” ร่างโปร่งผมเงินในเสื้อกันหนาวสีดำเห็นร่างบางกำลังรีบร้อนไปไหนซักแห่ง ขายาวๆก็ยื่นไปขัดขา ทูน่าจังกลิ้งตลบลงไปกับพื้นหิมะทันที
“รีบไปไหนน่ะ?” นี่วิธีทักทายของสาวก SM เรอะ!!!!
“จะไปสนามบิน! ตอนนี้ไม่มีเวลาเล่นกับนายแล้วววว” สึนะรีบหยัดกายลุกขึ้น สองมือเล็กปัดหิมะที่เลอะร่างกาย
“ไปทำไมล่ะนั่น” แกกะจะเป็นทูน่าส่งออกเรอะ จะส่งออกตัวเองไปนอกประเทศไปขายที่ขั้วโลกเหนือรึไง เผื่อเพนกวินมันชอบกิน
สึนะหันมามองขวับ “พี่เคียวยะ! พี่เคียวยะเค้าจะไปอเมริกาแล้วไม่บอกฉัน!” สึนะจับแขนเสื้อสคอลโล่ สคอลโล่มองดูสีหน้าร้อนรนของสึนะ ต่อมคนดีมันชักอยากจะทำงานพิกล
ถ้าเทียบกับหนังเกาหลี
นายมันเพื่อนนางเอกชัดๆ
แต่นี่มันเกมส์จีบหนุ่มเฟ้ย!
นายมันเพื่อนนางเอกชัดๆ
แต่นี่มันเกมส์จีบหนุ่มเฟ้ย!
“แล้วแกจะไปสนามบินยังไง?” คงไม่ใช่วิ่งไปหรอกนะ อย่างแกเลียนแบบหนังเกาหลีไม่ได้หรอก แกมันไร้สมรรถภาพเกินไป
สึนะลืมคิดไปซะสนิท แต่ไม่มีเวลาแล้ว! “ไปตายเอาดาบหน้า!!” ยกมือขึ้นกำแน่นไฟลุกเป็นทูน่าเผา
ไปตายเอาดาบหน้า?
ฉันว่าแกคงไปถึงสนามบินชาติหน้ามากกว่า
ฉันว่าแกคงไปถึงสนามบินชาติหน้ามากกว่า
“ตามมาไอ้เปี๊ยก!!” สคอลโล่ดึงแขนสึนะพาวิ่งไป อะ เอ่อ สคอลโล่นายจะพาฉันไปไหนอ่ะ!! นายมีรถเรอะ!!
“จะพาไปไหนอ่ะสคอลโล่!” นายจะไปขโมยรถโค้ชแซนซัสเร้อ ถ้าให้ไปกับโค้ชแซนกลัวว่าจะไม่ถึงสนามบินน่ะสิ!!
“ฉันจะช่วยแกอีกซักครั้ง แพคเกจตบ 15 แถม 3!” สคอลโล่ยื่นข้อเสนอ สึนะมองหน้าเพื่อนซี้SM อย่างประทับใจ
“โอเค!!”
ช่างเป็นมิตรภาพที่งดงามจริงๆ
สองศรีมิตรรักสัตว์น้ำ SM เดินมาบริเวณลานจอดรถอาจารย์ สายตาของสคอลโล่สอดส่องหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เจ้าแซนซัสก็ไม่อยู่ ชิ!!
“หาอะไรอ่ะ?” สึนะยืนมองการกระทำของสคอลโล่
“อ่าว สึนะโยชิคุง” เสียงผู้เคราะห์ร้ายดังมาผิดที่ผิดทาง อาจารย์มุคุโร่กับเวสป้าสีชมพู!!
“อะ..อาจารย์...” ไม่รู้ทำไมสัญชาตญาณในร่างกายบอกว่าสับปะรดจะสิ้นชีพยังไงก็ไม่รู้
โครม!!!
สึนะอ้าปากค้าง สคอลโล่จัดการถีบมุคุโร่ลงจากรถเวสป้าสีชมพูหน้าตาเฉย แถมขึ้นไปนั่งอย่างกับเป็นเจ้าของอีก ร่างโปร่งโยนหมวกกันน็อคมาให้สึนะ เอ่อ... มันเหมือนโจรกรรมยังไงก็ไม่รู้ แต่ว่า อโหสิให้อีกรอบนะอาจารย์
“ขอยืมรถก่อนล่ะเฟ้ย ~~~!” สคอลโล่ตะโกนขอแบบโจรห้าร้อยสุดๆ
ร่างสูงเรือนผมน้ำเงินหยัดกายขึ้นจากกองหิมะ “แล้วจะไปไหนกันล่ะครับ!”
“ผมต้องรีบไป ขอโทษนะครับ” สึนะรีบไปซ้อนท้ายสคอลโล่ และแล้วหญิงใหญ่หญิงเล็กครอบครัวสัตว์น้ำก็โจรกรรมรถเวสป้าสีชมพูหายไป
“อ่า เรื่องนั้นสินะครับ” มุคุโร่ยืนมองรถตัวเองโดนปล้น อย่างน้อยผมก็ใจดีพอนะครับ ยืมกันดีๆก็ด้ายยยยย
แต่ช่วยเอามาคืนด้วยละกันครับ!!!!
.
.
.
.
.
สคอลโล่ขับเวสป้าสีชมพูพาสึนะมายังสนามบิน ภาพมันช่างน่ารักซะเหลือเกิน หรือภาพพจน์สคอลโล่จะไม่เหลือแล้วตั้งแต่จกข้าวเหนียวเมื่อตอนที่ผ่านมา ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน เพื่อนสนิทสัตว์น้ำ SM รีบรุดเข้ามาในตัวอาคารผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ ผู้คนออกเยอะแยะแบบนี้จะไปหาเจอได้ยังไง พวกหนังมันช่างโกหกสุดๆเลยว้อย!!
แต่นี่เป็นเกมส์จีบหนุ่ม
เพราะฉะนั้นต้องเจอเฟ้ย!!
เพราะฉะนั้นต้องเจอเฟ้ย!!
“คนออกเยอะแยะจะเจอเรอะ” สคอลโล่ช่วยตอกย้ำอีก ฉันชอบSM แต่ไม่ชอบคำพูดตอกย้ำเฟ้ย!!
“ช่วยมองหาหน่อยเหอะน่า” สึนะกวาดสายตามองไปรอบๆ พยายามเดินไปตามจุดต่างๆ ทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร เห็นอาหารแล้วหิวข้าว... แต่นี่ไม่ใช่เวลากินเฟ้ยสึนะ!
และแล้วร่างบางก็เหลือบเห็นร่างที่คุ้นเคยในชุดสูทสีดำ พี่เคียวยะ!! ในตายเถอะ! ในที่สุดเกมส์นี้ก็มีฉากแบบดาษๆซะทีว้อยยยย สึนะรีบวิ่งเข้าไปหาจับข้อมือของอีกฝ่ายดึงให้หันมามองหน้า ฉากแห่งความประทับใจที่พี่น้องไม่แท้ทั้งสองได้เจอกัน
“พี่เคียว..............” ในที่สุดก็หาเจอ......
เปรี๊ยะ!!!
เสียงหน้าของทูน่าแตก นั่นไม่ใช่ฮิบาริ เคียวยะ น่าจะเรียกว่าฮิบาริ เคียวเยินจะดีกว่า!!! หน้าตาน่ากลัวสุดๆ หล่อแค่ข้างหลังเท่านั้น!!! ร่างบางรีบปล่อยมือแทบไม่ทัน โค้งแบบเข็งๆแล้ววิ่งกลับไปหาสคอลโล่
“ดูให้ดีๆก่อนเว้ย” มือใหญ่ของสคอลโล่ชี้ไปรอบๆ แม่เจ้านี่มันงานคอสเพลย์รึไง!!
มีแต่คนเหมือนพี่เคียวยะ
อย่างกับแต่งคอสเพลย์เต็มไปหมด
อย่างกับแต่งคอสเพลย์เต็มไปหมด
มีทั้งฮิบาริ เคียวเละ เคียวยับ เคียวโละ สารพัดเคียวจนนับไม่หวาดไม่ไหว จะบ้าตาย! เกมส์นี้มันจงใจกันรึเปล่านี่!! นี่มันยากนะเฟ้ยเฮ้ย แล้วทำไมต้องจงใจแต่งมาเหมือนๆกันหมดฟะ พวกแกร๊ทำอะไรก๊านนนนนน
“แล้วจะเจอได้ไงเนี่ย!!??” สึนะสะบัดหัวไปมาอย่างกับคนบ้า หลามน้อยมองอย่างเหนื่อยหน่ายแต่งตัวเป็นหญิงก็ช่วยทำตัวให้กุลสตรีไม่ขายหน้าหน่อย
“ฉันจะไปหาทางโน้น ถ้าเจอจะโทรบอก” สคอลโล่วิ่งไปอีกทางหนึ่ง โทรศัพท์ ใช่แล้วโทรศัพท์ไงล่ะ!! สึนะรีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองกดหาฮิบาริทันที
ตู๊ด.....ตู๊ด..........ตู๊ด........
มันจะดังไปไหนฟะ! รับเซ่! ไม่ก็มีเพลงรอสายก็ยังดีอ่ะ! ผมไม่ใช่แค่คนโทรผิดนะ รับหน่อยยยย สึนะแทบจะบ้าโทรศัพท์ทิ้งถ้าไม่ติดกับว่าอีกฝ่ายจะรับ
กรุณาฝากข้อความหลังสัญญาณ......
“บัดโธ่!!” สึนะกดโทรอีกรอบ อีหรอบเดิม สองขาของสึนะเริ่มออกวิ่งอีกครั้ง หัวสมองพยายามประมวลผลที่ๆน่าจะเป็นไปได้
Trick
ในเวลาเร่งด่วนแบบนี้
ต้องไปเจอพระเอกที่ประตูตรวจสุดท้าย!!
ในเวลาเร่งด่วนแบบนี้
ต้องไปเจอพระเอกที่ประตูตรวจสุดท้าย!!
นางเอกผู้เริ่มติดเชื้อหนังเกาหลีรีบวิ่งไปด้านใน ไม่ว่ามองไปทางไหนก็ยังมองเห็นพวกแต่งคอสเพลย์ฮิบาริเต็มไปหมด อยากเอาไฟมาเผาให้วอดวายเลยว้อยยยย
“อยู่ไหนๆๆๆ” ดวงตากลมโตสีน้ำตาลไหม้มองไปโดยรอบ ดักตรงทางเข้าก็ยังไม่วี่แวว ขอร้องล่ะ ช่วยทำอะไรให้เหมือนเกมส์จีบหนุ่มปกติบ้างเหอะ
ร่างบางเหลือบเห็นความเป็นไปได้อีกครั้ง "พี่เคียว....!!!"
ฮิบารี๊ เคียวโก๊ะ
ดูดเสียงกลับมาแทบไม่ทัน นั่นมันฮิบาริ เคียวอะไรอีกแล้วนั่น!! ด้านหลังก็แอบเหมือนนะ ข้างหน้าก็เหมือน แต่หน้านี่สาวแตก แถมเดินตุ๊งติ๊งอีก อ๊ากกก ขอโทษเหอะไปทำศัลยกรรมให้เหมือนหน่อยเฟ้ย!!
“ไอ้เปี๊ยก!” สคอลโล่ตะโกนเรียกมา ร่างบางรีบหันมองอย่างมีความหวัง ทว่า..ไม่มี....
“เครื่องบินเที่ยวที่ไปอเมริกาออกไปประมาณ 15 นาทีได้แล้ว” ได้ยินดังนั้น ร่างบางแทบทรุด ไม่จริงน่า!! มันต้องมีมุขอะไรอีกแน่ๆ
Trick
มีหลายเรื่องที่พระเอกหลอกนางเอก
จริงๆก็แค่นั่งอยู่หน้าบ้านนางเอกนั่นเอง
มีหลายเรื่องที่พระเอกหลอกนางเอก
จริงๆก็แค่นั่งอยู่หน้าบ้านนางเอกนั่นเอง
เป็นไปได้ๆ ก็นี่มันเกมส์จีบหนุ่มสุดฉ่อยนี่นา การที่จะมีการจากลาแบบหลอกๆก็ต้องมีแน่ๆ จริงๆแล้วพี่เคียวยะแค่ออกไปร้านอาหารที่ชื่ออเมริกา แล้วที่หน้าบ้านพี่ท่านก็ต้องนั่งรออยู่! ใช่ๆๆ พี่เคียวยะแค่หลอกเราเท่านั้นเอง!!!
“ไปส่งฉันที่บ้านหน่อย!” สึนะเร่งขอร้องหลามน้อย สคอลโล่ทำหน้างง กลับบ้านไปจะเจอออะไรนั่น? เปลี่ยนไปดูที่คิวรถทัวน์ดีมั้ย? (มันไปอเมริกาเรอะ!)
“เออๆ” ไหนๆช่วยมันแล้วก็ช่วยให้ตลอด ยุ่งยากซะจริงการเป็นคนดีเนี่ย ท่องไว้ๆ เพื่อแพคเกจตอบ 15 แถม 3
.
.
.
คนขับรถจำเป็นมาส่งสึนะที่หน้าบ้าน ร่างบางรีบลงจากรถวิ่งไปหน้าบ้านของเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ร่างสูงผมสีดำนั่งอยู่หน้าบ้านของเขา ไอ้คุณพี่เคียวยะ!!!!
“สึนะโยชิ.....” ฮิบาริมองใบหน้าของร่างบาง ฉากประทับใจของการพบกันอีกครั้งกำลังจะเริ่มต้นของแท้ สึนะก้าวขาสั้นๆเข้าไปหาพี่ชายข้างบ้านแสนดีของเขาช้าๆ
“พี่เคียวยะ.....” มือเรียวยื่นไปเบื้องหน้า
เพี๊ยะๆๆๆ!!!!
“หลอกกันได้ๆๆๆๆๆๆๆ” ทูน่าน้อยริเป็น S กระชากคอเสื้อฮิบาริมาตบๆๆๆๆ ล้อเล่นกับผมเหรอ!! ริทำตัวเป็นไอ้คุณเบียคุรันสองเหรอ!! หนอยยยยยย
“ขอโทษนะ นี่ของไถ่โทษ” ฮิบาริยื่นข้าวกล่องชุดใหญ่ให้สึนะ ว้าววววว ข้าวกล่อง 5 ชั้น อร๊างงงงงง
สึนะรีบเปิดกล่องข้าว “ว้าว~~~~~” แค่นี้ผมก็ไม่โกรธอะไรแล้วครับ กับข้าวสุดหรูขนาดนี้!! อร๊างงงง พี่จะหลอกผมผมก็ไม่โกรธแล้ว
“งั้นทานล่ะนะครับ!” ร่างบางหยิบตะเกียบมาคีบของในกล่องเข้าปาก เอ๊ะ.... ทำไมไม่มีรสชาติเลย.............
"ทำไมมันจืดๆจังเลยครับ..." พี่ลืมใส่น้ำปลาเหรอ...
"สงสัยจะรีบไปหน่อย ขอโทษนะ" ไม่เป็นไรครับๆ ผมจะทนกินต่อไป!!
.
.
.
.
.
.
.
เพี๊ยะๆๆๆ!!!
ใครมาตบอะไรแก้มตูฟะ!! รสมือสัมผัสแบบนี้ไม่ใช่พี่เคียวยะแน่ๆ นี่พี่เคียวยะไม่ได้ตบล้างแค้นผม แล้วใครเป็นคนตบอ่ะ......
“เฮ้ย ไอ้เปี๊ยกตื่นๆๆ” สคอลโล่ตบหน้าสึนะผัวะๆ
“....สคอล..โล่....” ร่างบางๆค่อยๆเปิดเปลือกตามองคนตรงหน้า และแล้วก็สะดุ้งสุดตัว นี่มัน!!
“ฝันเรอะ!!” สึนะอ้าปากค้าง ไอ้ที่เห็นเมื่อกี้มันความฝันหมดเลยเรอะ บ้าที่สุด!!!
“เออถึงบ้านแกแล้ว” สคอลโล่หยุดรถ
Replay ฉากของจริงให้เห็นกัน
คนขับรถจำเป็นมาส่งสึนะที่หน้าบ้าน ร่างบางรีบลงจากรถวิ่งไปหน้าบ้านของเขา ไม่ว่าจะมองมุมไหน... ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่า....... มุขแบบนั้นมันดาษๆเกินไปจนไม่มีจริงงั้นเหรอ... งั้นแสดงว่า.... พี่เคียวยะไม่อยู่แล้วสินะ.... พี่เคียวยะบ้าที่สุด!!!!
“ไม่เจอสินะ” สคอลโล่พูดแทรกความเงียบขึ้นมา สึนะพยักหน้าเบาๆ หมดแรงเลย....
ร่างโปร่งถอนหายใจ “อาจจะแค่ไปเที่ยวก็ได้” ไม่อยากปลอบมันเล้ย เราใจอ่อนลงทุกวันๆ
“นั่นสินะ....” อยากจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ทำไมมันกังวลแบบแปลกๆแฮะ
“ฉันจะเอารถกลับไปคืนอาจารย์สับปะรดนั่น แกก็ไปถามๆจากคนรู้จักซะสิ” พูดจบสคอลโล่ก็ขับเวสป้าสีชมพูกลับโรงเรียนไป
มันอาจจะเป็นมุข?
ใช่ๆ มันน่าจะเป็นมุข
เกมส์นี้มันเคยเศร้าเหรอ? ไม่มี๊!!
ใช่ๆ มันน่าจะเป็นมุข
เกมส์นี้มันเคยเศร้าเหรอ? ไม่มี๊!!
“พี่สึนะกลับมาเร็วจัง” น้องชายตัวเล็กเดินมาเปิดประตูบ้านให้พี่ชาย นี่นายไม่ไปโรงเรียนรึไงน่ะฟูตะ....
“แต่ไปทั่วเมืองเลยนะ...” หมดแรงหมดใจ อ๊ากกกกกกกกกก
“งั้นมากินข้าวกันมั้ยครับ พี่ฮิบาริฝากของกินมาให้พี่เต็มเลย” ข้าว.... ข้าว..... เอ๊ะ!! ข้าว!!
“พี่เคียวยะฝากของกินไว้เหรอ!?” สึนะมีแรงขึ้นมาทันที มาฝากไว้ตั้งแต่เมื่อไหร????
ฟูตะมองหน้าพี่ชาย สภาพแบบนี้ไม่ได้รู้เรื่องอะไรสินะ “ก็ทำไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานที่พี่สึนะไปงานเลี้ยงแล้วครับ”
“พี่เคียวยะเค้าไปเที่ยวไหนเหรอ...” มีอารมณ์มาทำกับข้าวแบบนี้ สงสัยจะไปเที่ยวไม่นานล่ะมั้ง อย่าลืมของฝากด้วยนะครับ! มันฝรั่งทอดดดด
ฟูตะจ้องหน้าพี่ชาย ผมรู้นะว่าพี่สึนะคิดอะไรอยู่ .... “พี่ฮิบาริเค้าไปช่วยงานของคุณลุงที่อเมริกาครับ”
ไปช่วยงาน?
ไปช่วยงาน???
ไม่ได้ไปเที่ยวเรอะ!!!!!
ไปช่วยงาน???
ไม่ได้ไปเที่ยวเรอะ!!!!!
“นี่พี่เคียวยะไม่ได้ไปเที่ยวเหรอ!???” โกหกน่า ตลกน่า เกมส์นี้มันจะมีฉากซึ้งๆอะไรแบบนี้ได้ยังไงไม่มีทาง!!
“เปล่าครับ” คำตอบของคุณน้องชายทำเอาสึนะเข้าโหมดมืดมนไปในทันใด
ไม่จริงใช่มั้ย!!!!!!!!!!!
“อีกนานเลยครับกว่าจะกลับ อาจจะเป็นปี สองปี หรือมากกว่านั้น” คำพูดของฟูตะยิ่งตอกย้ำสึนะให้จมลงดินไปโดยไม่รู้ตัว
“นายรู้แล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ!” สึนะโวยวายใหญ่ ทำม๊ายยยย
“ก็พี่สึนะมีช่องให้ผมบอกมั้ยล่ะครับ” ฉึก!! แทงใจดำอย่างรุนแรง
.
.
.
.
ร่างบางทานข้าวเสร็จก็เดินขึ้นไปห้องนอนของตัวเอง เศร้าขนาดไหนก็ต้องกิน ก็มันอร่อยนี่ คราวนี้ไม่หลอกแล้วเหรอ... ไอ้เกมส์บ้าๆๆๆๆ มือเรียวเล็กเปิดประตูห้องนอนเข้าไป เสียงกุกๆๆดังลั่น เสียงอะไรน่ะ?
“จิ๊บๆๆๆ” ฮิเบิร์ดกระพือปีกอาละวาดในกรงน้อย ร่างบางเดินไปหาฮิเบิร์ดไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร
“โวยวายอะไรล่ะฮิเบิร์ด.....” ฉันไม่มีแรงจะเล่นกับนายแล้วนะ มือเล็กเปิดกรงอย่างหน่ายๆ
ผัวะ!!!
ฮิเบิร์ดพุ่งชนหัวสึนะเต็มแรง โอ๊ยๆๆๆๆ เป็นอะไรไปน่ะนี่นายโกรธฉันที่ขังนาย แถมยังโกรธที่ฉันตามเจ้านายของนายไปไม่ทันรึไงน่ะ อย่ามาสมน้ำหน้ากันแบบนี้สิ!! เอ๊ะ? ฮิเบิร์ดบินไปไหน? สึนะมองหาฮิเบิร์ด นกน้อยกำลังพยายามดึงริบบิ้นกล่องของขวัญออกด้วยปากเล็กๆ
“ของขวัญของพี่เคียวยะ!” สึนะรีบรุดไปหยิบกล่องนั่น ลืมไปสนิทเลย....
ร่างบางแกะกล่องของขวัญของฮิบาริ ข้างในมีจดหมายฉบับหนึ่งกับกุญแจ กุญแจ? กุญแจอะไรน่ะ สึนะเลือกจะมาสนใจจดหมายก่อน เผื่อพี่เคียวยะจะบอกอะไรไว้! ว้อยโมโหว้อย!! จะโมโหใครดีเนี่ย! พี่เคียวยะทำไมไม่บอกกันเล่า!! ร่างบางรีบแกะซองจดหมายออก คลี่ๆมาอ่านอย่างรวดเร็ว
ถ้อยคำเรียงร้อยในจดหมาย ลายมือของพี่เคียวยะ.....
“บ้าจริงๆเลย... ทำตัวเป็นพระรองหนังเกาหลีไปได้!!” บ่นไปก็รีบกวาดสายตาอ่านประโยคแรกในจดหมายทันที
สึนะโยชิ ขอโทษด้วยที่ไปโดยไม่ลานาย ทิ้งไว้แค่จดหมายฉบับนี้ คิดว่าคงจะได้อ่านนะ
“ทำไมไม่บอกให้ผมแกะตั้งแต่เมื่อคืนล่ะ!” สึนะนั่งโวยวายกับจดหมาย สมองผมยิ่งทึบๆด้วย ทำไมไม่บอกผม! ทำไมล่ะพี่เคียวยะ! พี่ไม่อยากลาผมงั้นเหรอ!??
นายคงกำลังโกรธฉันมาก ขอโทษด้วย
แต่ขอให้อ่านจนจบเถอะนะ
ฉันมีหลายอย่างอยากจะบอกนาย
แต่ขอให้อ่านจนจบเถอะนะ
ฉันมีหลายอย่างอยากจะบอกนาย
“โกรธสิ โกรธมากๆเลยด้วย! ให้ผมวิ่งหาไปทั่วเมืองเนี่ยนะ!!” ไม่รู้จะโทษตัวเอง จะโทษฮิเบิร์ด จะโทษฟูตะ หรือจะโทษใครดี ยังไงก็ต้องอ่านให้จบล่ะนะ....
ช่วงเวลาสั้นๆในม.ปลายที่ได้อยู่กับนายมันสนุกมาก
ต่อให้ฉันเฝ้ามองนายอยู่ไกลๆ มันก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
แม้นายจะเห็นฉันเป็นแค่คนส่งข้าวส่งน้ำ ฉันก็มีความสุขนะ
ต่อให้ฉันเฝ้ามองนายอยู่ไกลๆ มันก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
แม้นายจะเห็นฉันเป็นแค่คนส่งข้าวส่งน้ำ ฉันก็มีความสุขนะ
“เวลาแบบนี้ยังมาตอกย้ำกันอีกนะ!” ก็เอาแต่ส่งข้าวจะไม่ให้คิดแบบนั้นได้ยังไงล่ะ นี่ผมเห็นแก่กินเกินไปจนไม่รู้เรื่องเลยรึไงเนี่ย! นี่เราทำบ้าอะไรอยู่น่ะ!
สึนะโยชิ ฉันน่ะ.....
ตกใจที่นายคิดว่าฉันเป็นโอตาคุไอดอล นายเข้าใจผิดแบบนั้นฉันตกใจจริงๆ
แต่ฉันดีใจที่นายไม่โกรธที่ตัวฉันเป็นแบบนี้ นายเห็นฉันเป็นพี่ชาย ฉันก็ดีใจ
แต่ว่า....ตัวฉันน่ะ.........
ตกใจที่นายคิดว่าฉันเป็นโอตาคุไอดอล นายเข้าใจผิดแบบนั้นฉันตกใจจริงๆ
แต่ฉันดีใจที่นายไม่โกรธที่ตัวฉันเป็นแบบนี้ นายเห็นฉันเป็นพี่ชาย ฉันก็ดีใจ
แต่ว่า....ตัวฉันน่ะ.........
ความรู้สึกที่ฉันมีให้นายมันไม่ใช่แบบนั้น มันอาจจะรุนแรงเกินไปแต่ฉันหวังเพียงแค่สิ่งเล็กน้อยนี้เท่านั้น
เห็นกระดุมในจดหมายรึเปล่า? ฉันตั้งใจจะให้นายในวันจบการศึกษาของฉัน
มันอาจจะเร็วเกินไปหน่อย แต่รับไว้เถอะนะ
เห็นกระดุมในจดหมายรึเปล่า? ฉันตั้งใจจะให้นายในวันจบการศึกษาของฉัน
มันอาจจะเร็วเกินไปหน่อย แต่รับไว้เถอะนะ
ร่างบางหยิบซองจดหมายขึ้นมา เทของบางอย่างข้างในลงบนมือเล็ก กระดุมเสื้อนักเรียนของพี่เคียวยะ? กระดุมเหรอ? กระดุมในวันจบการศึกษา... กระดุมเม็ดที่สอง....
กระดุมเม็ดที่สองของเสื้อนักเรียนของฉัน แทนความรู้สึกทั้งหมดที่ฉันมีให้นาย
ตั้งแต่วันแรกที่เราพบกันในวัยเด็กจนถึงวันนี้ที่ฉันจากนายไปและอาจจะเป็นตลอดไป
นี่คือทั้งหมดที่ฉันอยากให้นายรับรู้
ตั้งแต่วันแรกที่เราพบกันในวัยเด็กจนถึงวันนี้ที่ฉันจากนายไปและอาจจะเป็นตลอดไป
นี่คือทั้งหมดที่ฉันอยากให้นายรับรู้
“พี่เคียวยะ.....” น้ำใสๆเริ่มเอ่อล้นในดวงตาสีน้ำตาลไหม้ อย่านะ อย่าไหลออกมานะ ถ้าไหลออกมา ตัวหนังสือพวกนี้ก็มองไม่ชัดกันพอดี
ฉันตามสโตรกนายเพราะว่าฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รัก.....
รักจนไม่อาจคิดหวังอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว ถ้านายลำบากใจฉันก็ขอโทษ
แต่ว่าฉันรักนายจริงๆไม่ใช่แบบพี่น้อง
นายได้รับรู้ความรู้สึกของฉัน...... แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว
รักจนไม่อาจคิดหวังอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว ถ้านายลำบากใจฉันก็ขอโทษ
แต่ว่าฉันรักนายจริงๆไม่ใช่แบบพี่น้อง
นายได้รับรู้ความรู้สึกของฉัน...... แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว
“ฮึก.....” ทำนบน้ำตาไม่อาจกั้น หยาดน้ำใสพรั่งพรูเอ่อล้น รักงั้นเหรอ? พี่เคียวยะรักเรา? ทำไมถึงไม่เคยสังเกตนะ... ทำไมนายโง่แบบนี้น่ะสึนะโยชิ นายมัวแต่ทำอะไรอยู่... มองข้ามคนใกล้ตัวถึงขนาดนี้.....
นี่สึนะโยชิ.....
ถ้าหากวันที่เราได้พบกันอีกครั้งมาถึง หากในเวลานั้นนายยังไม่คนรักล่ะก็....
นายจะให้โอกาสฉันได้ไหม? ตัวฉันที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนาย
ถ้าเวลานั้นมาถึง นายจะให้โอกาสให้ฉันได้อยู่เคียงข้างนายได้มั้ย?
ถ้านายมีคนที่อยู่ในใจ......
ฉันก็จะอวยพรให้นายสมหวัง แม้ตัวฉันจะยังทำใจไม่ได้ในเวลาก็เถอะ
ถ้าหากวันที่เราได้พบกันอีกครั้งมาถึง หากในเวลานั้นนายยังไม่คนรักล่ะก็....
นายจะให้โอกาสฉันได้ไหม? ตัวฉันที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนาย
ถ้าเวลานั้นมาถึง นายจะให้โอกาสให้ฉันได้อยู่เคียงข้างนายได้มั้ย?
ถ้านายมีคนที่อยู่ในใจ......
ฉันก็จะอวยพรให้นายสมหวัง แม้ตัวฉันจะยังทำใจไม่ได้ในเวลาก็เถอะ
“ทำเท่..เกิน.ไป.....แล้วนะครับ.....” ภาพความทรงจำร่วมกันฉายซ้ำไปมา เป็นคนดีเกินไปจริงๆ คนดี.... คนดีที่มองข้าม...... พี่เคียวยะไม่เคยโกรธผมเลยรึไงครับ ที่ผมเป็นคนแบบนี้น่ะ?
ดูแลตัวเองดีๆนะ กินข้าวให้ครบทุกมื้อ ระวังจะไม่สบาย ถ้าเหงาก็เล่นกับฮิเบิร์ดนะ
รักนายมากนะสึนะ
.
.
.
ฮิบาริ เคียวยะ
รักนายมากนะสึนะ
.
.
.
ฮิบาริ เคียวยะ
ทำไมเขียนไว้สั้นแบบนี้ล่ะ........... ทำไมไม่เขียนให้ยาวกว่านี้..... พี่มีอะไรจะพูดมากมายกว่านี้ไม่ใช่เหรอ...... จะต่อว่าผมในจดหมายนี้ก็ได้..... ทำไมไม่ทำล่ะ.....
“พี่กะให้ผมลดความอ้วนใช่มั้ยล่ะ.........” ร่างบางเค้นยิ้มกับตัวเอง มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ฮิเบิร์ดคาบกุญแจมาหย่อนให้มือเล็ก
“สึนะ สึนะ~~” นกตัวเล็กป้อมบินไปที่ประตูห้อง สึนะลุกตามไป จะให้ไปไหนน่ะฮิเบิร์ด....
สองขาก้าวตามนกตัวน้อยไป ฮิเบิร์ดบินไปบ้านหลังข้างๆ สึนะรีบก้าวตามไป นกน้อยตัวเล็กเกาะบนลูกบิดประตู
“กุญแจ.....!!” ร่างบางรีบเอากุญแจในจดหมายไขประตูบ้านเข้าไป
.
.
.
.
.
สึนะรีบเปิดประตูเข้ามาในบ้านของฮิบาริ ร่างบางวิ่งไปตามทางเดินในบ้าน เปิดประตูเข้าไปในห้องนั่งเล่น สภาพดูเหมือนจะมีคนเก็บกวาดแล้ว แต่ยังคงแลเห็นว่ามีร่องรอยของการทุบตีทำลายข้าวของ ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ
“ฮิเบิร์ด แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าพี่เคียวยะให้กุญแจมาทำไมน่ะ?” สึนะกระวนกระวาย นกสีเหลืองจิกปอยผมสีน้ำตาลดึงๆให้หันหลังไป
“สึนะ~~ นอน นอน~~” เสียงเล็กของฮิเบิร์ดพยายามบอกจุดหมาย ได้ยินดังนั้นสองขาก็รีบวิ่งไปห้องนอนของฮิบาริทันที
ปึง!!!
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ห้องนอนโล่งๆที่ไม่มีคนอยู่แล้ว กลับเป็นห้องเปล่าๆที่ไม่เหมือนห้องทั่วๆไป
“นี่มัน.....” สึนะเบิกตากว้าง............
รูปถ่ายของเขาติดเต็มพนังห้อง รูปถ่ายสีหน้าที่ดีที่สุด สีหน้าที่มีความสุขที่สุด ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน สองขาก้าวไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ ผ้าพันคอสีฟ้าขาวกับรูปถ่ายวางอยู่ รูปถ่ายของเขากับฮิบาริในวัยเด็ก
บอกถึงความรักสุดหัวใจ.....
ร่างบางหยิบผ้าพันคอกับรูปถ่ายขึ้นมา “พี่เคียวยะ.........” สองขามิอาจมีแรงยืนได้ต่อไป ร่างบางทรุดตัวลงกับพื้นห้องกว้างเย็นเยียบ หยาดน้ำตาพรั่งพรูมิอาจห้ามได้
ตลอดมาพี่เฝ้ามองผมด้วยสายตาแบบไหน
ตลอดมาพี่เฝ้ามองผมอยู่กับใครด้วยสายตาแบบไหน
ตลอดมา พี่รู้สึกอย่างไร ยามผมเอาแต่เห็นแก่กิน
จนไม่ได้นึกถึงพี่เลยซักครั้ง.....
ตลอดมาพี่เฝ้ามองผมอยู่กับใครด้วยสายตาแบบไหน
ตลอดมา พี่รู้สึกอย่างไร ยามผมเอาแต่เห็นแก่กิน
จนไม่ได้นึกถึงพี่เลยซักครั้ง.....
“ขอโทษนะครับ....” มือเล็กจับรูปถ่ายไว้ หยาดน้ำตาร่วงหล่นบนรูปถ่ายธรรมดาๆที่แฝงความรู้สึกมากมาย
ขอโทษนะครับที่ผมทำให้พี่เจ็บปวด
ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
ขอโทษนะครับ......
ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง
ขอโทษนะครับ......
ถ้าถามว่าผมรักพี่รึเปล่า ผมก็ยังไม่รู้ ผมรักคนอื่นรึเปล่า ผมก็ยังไม่รู้ ผมคงชินกับการเอาแต่ใจเกินไปจนไม่เคยคิดถึงจุดนั้น มาถึงเวลานี้พี่ให้เวลา...ให้ผมได้คิด.... หรือผมควรใช้เวลาที่มีอยู่นี้คิดทบทวนให้ดีกว่าที่เคยเป็นกันนะ........
มือเล็กจับผ้าพันคอไหมพรมสีฟ้าขาวพันรอบคอของตัวเอง “อุ่นจัง.....”
[System : แกมันบ้า เป็นไงล่ะ บทเรียนนี้ราคาแพงพอมั้ย?]
“มากพอแล้วล่ะ....” ร่างบางล้มตัวลงนอนบนพื้นห้องเย็นเยียบ เวลาแบบนี้จะไม่ปลอบกันหน่อยรึไงไอ้คุณแถบข้อความ
[System : แกจะเอายังไงต่อไปล่ะ?]
“ก็ต้องเดินต่อไป มีหลายอย่างที่ยังค้างคานี่นา” เดินมาถึงนี่แล้วก็ต้องเดินต่อสิ...
[System : จนถึงตอนนี้ยังคิดจะกลับบ้านรึเปล่า?]
ร่างบางปรือตาหลับลงครุ่นคิด ภาพของผู้คนที่มีใบหน้าแสนสนิทในโลกจริง แต่ในโลกนี้ผูกพันแสนสนิทยิ่งกว่าเดิม “ฉันผูกพันกับคนในนี้มากเลยนะ.....” มันอาจจะเป็นเกมส์ แต่กลับรู้สึกผูกพันลึกซึ้ง....
[System : ถ้าไม่คิดจะกลับ จะไม่ได้กลับแล้วนะ]
“คุณ system พูดอย่างกับว่าผมจะเคลียร์เกมส์ได้ในไม่นานนี้งั้นแหละ” นี่มันเหมือน Bad Ending มากเลยนา อีกคนที่ดูท่าทางจะไปรอดก็มีแต่มุคุโร่
[System : จากบทเรียนครั้งนี้ แกจะกลับมั้ยล่ะ]
สึนะนอนครุ่นคิดเนิ่นนาน.... ถ้าเขาไม่กลับ? ทางโลกจริงจะเป็นยังไง? แล้วถ้าเขาอยู่ โลกในเกมส์ต่อไปจะเป็นอย่างไร?
“ยังไม่ตอบล่ะ”
[System : แล้วฉันจะถามแกใหม่]
"อืม........"
สึนะนอนนิ่งอยู่ในห้องนั้นซักพัก ร่างเล็กของฟูตะเดินมาตามพี่ชาย มองดูพี่สึนะเวลานี้ คงหายโง่ซักทีแล้วนะ ฟูตะนั่งลงข้างๆพี่ชายลูบปอยผมของพี่ชายอย่างอ่อนโยน
“กลับบ้านกันเถอะครับ” น้องรักแย้มยิ้มกว้าง สึนะหยัดตัวขึ้นนั่ง นั่นสินะจะมัวนอนอยู่ก็ไม่ได้
“กลับกันเถอะ!” สึนะลุกขึ้นตามน้องชาย ไม่ได้จากกันชั่วชีวิตซักหน่อย จนกว่าเกมส์นี้จะจบมีเวลาอีกตั้งเยอะเนอะ?
กินๆๆๆๆ
กินให้มันหายเฮิร์ธไปเล้ยยยยย
กินให้มันหายเฮิร์ธไปเล้ยยยยย
เด็กหนุ่มและเด็กชายเดินกลับบ้านของตัวเองไป โดยไม่รู้ตัวคำทำนายของคุณทวดก็ยังคงทำงานอยู่ บางสิ่งบางอย่างทูน่าก็ยังสมองทึมจนไม่ยอมคิดหน้าคิดหลังเหมือนเดิม แล้วจะเจออะไรต่อไปล่ะนี่?
หนทางข้างหน้าใกล้สิ้นสุด
ยิ่งก้าวเดินต่อไป
เส้นทางข้างหน้าก็ยิ่งมองไม่เห็น
ยิ่งก้าวเดินต่อไป
เส้นทางข้างหน้าก็ยิ่งมองไม่เห็น
.
.
.
.
.
TBC!!!!!
แถม
ณ เรือโดยสารกลางทะเลลำหนึ่ง แกรมม่าเดินมาหาคุณหนูของเขาบนดาดฟ้าเรือ ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ตั๋วเครื่องบินมันหมดอายุไปแล้ว ก็เลยต้องจองเรือนี่แหละ คุณหนูของเขายิ่งโลเลซะด้วย ... สรุปแล้วทูน่าวิ่งไปผิดที่... คุณพี่เค้าไปกับเรือ....
“ยังโมโหเรื่องผมทำมือถือคุณหนูตกทะเลเหรอครับ” ฮิบาริไม่ยอมตอบ ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าโกรธจริงๆสินะ
“ทำไมทำเหมือนจงใจให้เขาตามมาไม่เจอล่ะครับ” แกรมม่ายังคงไม่เข้าใจฮิบาริ
“ถ้าเจอหน้ากันตรงๆ ฉันคงลาไปไม่ได้” ฮิบาริยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองดูทะเลกว้างใหญ่ แกรมม่าได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือมระอา ทำเท่ไปได้ เดี๋ยวก็โดนเรียกว่าพระรองไปตลอดชีวิตหรอก
บทมันซึ้งแต่เกมส์นี้ก็หลอกลวงอีกแล้ว....
-------------------------------------------------------------
Free Talk : พยายามจะโศก แต่ได้แค่นี้ = =” ทำไมสกิลรั่วมันฝังในสมองไปแล้วเนี่ย อ๊ากกกก มันไม่เศร้าอย่างที่ต้องการ!! หนูเฮิร์ธเหลือเกิน ขอโทษนะคะคุณเคียว!!! อ่านๆไปแล้ว มันเรื่องเดียวกับไอ้ตอนต้นมั้ยเนี่ย =w=” ทำไปได้ยังไงเนี่ย!!! ท่านฮิเค้าไปชุบตัวที่อเมริกาค่ะ =w=….
ซือคุงขอโทษนะ แต่หนูต้องเจอบทเรียนแรงๆซะบ้างจะได้สำนึก =A=” ว่าหนูน่ะทำร้ายจิตใจชาวบ้านไปขนาดไหนแล้ว จงยอมรับบทเรียนราคาแพงต่อไปนะ ฮะๆ
edit @ 31 May 2008 16:58:25 by -*AyaFee*- 182769!
Tags: fanfic, reborn2 Comments
(แต่ตอนแรกๆ ที่ทูน่าอ่านจดหมาย แล้วพูดแทรกนี่เล่นเอาหมดมู้ดไปหลายทีเหมือนกัน
สึนะ...ดูเหมือนนายจะเริ่มฉลาดขึ้นมาบ้างแล้วสินะ (? จริงเหรอ?
บทมันซึ้งแต่เกมส์นี้ก็หลอกลวงอีกแล้ว
^
#1 By Imm_Karl on 2008-05-11 11:53