[Fanfic Reborn] Doki Doki Reborn Memorial Chapter 25
posted on 13 May 2008 19:41 by ayafee in DokiDokiReborn
Rating : PG (อาจเพิ่มลดตามเวลา ฮา)
Genre : AU , Fanfic , comedy , romance
Paring : 1827 or 6927 or S27
Warning : ตัวละครทุกตัวหลุดโลก ชวนแฟนคลับมากระทืบเอาได้
ตอนนี้ของ 69 มันโรมานซ์มะเนี่ย..........
---------------------------------------------------------------------
Doki Doki 25 : ปีใหม่ เริ่มต้นใหม่ และเริ่มซวยใหม่(?)
เสียงอะไรอ่ะ....? มืดจังเลย? ที่นี่ที่ไหนเนี่ย...? เย็นอีกตะหาก หลังเขาสัมผัสกับอะไรอยู่เนี่ย เลื่อนได้ เย็นด้วย ร่างบางค่อยๆเปิดเปลือกตามองดูโดยรอบ เมื่อสายตาปรับเข้ากับแสงได้ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกกว้าง!!
ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้!! สึนะรีบดิ้นพล่าน! เขาจำได้ว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้! กระดื้บกระดื้บหนีได้ซักพัก สึนะพลันเห็นความผิดปกติของร่างกายตัวเอง นี่มัน.... นี่มัน.... ร่างบางยกแขนของตัวเองขึ้น ... นี่มัน!! ครีบ!!
ไม่ใช่เวลามาสงสัยแล้ว!! ต้องหนี!!! ปลาน้อยช่วยพาตัวเองคืบคลานลงมาจากสายพาน พยายามจนสำเร็จทูน่าจังก็พยายามว่ายพื้น(?)พาตัวเองหนี ทว่ามีฝ่าเท้างามๆมาเหยียบหางของเขาไว้ซะนี่!!
ปลาซาดีนในชุดหนุ่มโรงงานปรากฏตัวขึ้น พร้อมขว้างปากระป๋องปลาซาดีนใส่ทูน่าจังอย่างเมามันส์ แต่เพราะมันพูดไม่ได้ก็เลยได้แต่บรรยาย บังอาจทำให้ชีวิตพวกเราตกต่ำดีนักนะ แกต้องเจอมากกว่าพวกเราเป็นร้อยเท่า!!!!
“แงงงงงงง” น้ำตาไหลอาบน้ำของทูน่าจังตัวน้อย ผมไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้เนี่ยยยย
พลันเสียงกลุ่มสาวๆปริศนาก็ดังก้อง “ยังไม่หมดหรอกนะ ทูน่าจังซื่อบื้อ”
คุณ A คุณ H คุณ S คุณ K คุณ T คุณ W คุณ Z คุณ N คุณ M คุณ U คุณ Y คุณ D คุณ C คุณ J คุณ L คุณ R และอีกสารพัดคุณในชุดสาวโรงงานสีส้มมาร่วมด้วยช่วยกันยำทูน่าจังก่อนโยนกลับไปบนสายพาน!!!
“ม่ายยยยย ปล่อยโผ้มมมม โผ้มผิดไปแล้วววววว” ทูน่าจังร้องโหยหวน แต่ในความเป็นจริงสัตว์น้ำมันพูดไม่ได้ คนก็เลยไม่รู้เรื่อง
"บังอาจทำร้ายจิตใจหนุ่มสุดโฮกของพวกเรา" กองทัพแม่ยกสาวมาช่วยกันยืนสวดมนต์ให้
“ม่ายยยย ม่ายยยยยย” ทูน่าจังดิ้นพล่านเมื่อเครื่องชำแหละมันอยู่เหนือตัวของเขาแล้ว!! เหล่าแม่ยกในเว็บ official มองส่งทูน่าจังด้วยสายตาไม่ค่อยอาลัย และ.........
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย” ร่างบางสะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้นมานั่งเหงื่อไหลอาบร่าง ฝัน? ฝันร้ายโคตรๆเลย!!!
“โชคดีเหลือเกินที่เป็นแค่ความฝัน...” เหล่าแม่ยกน่ากลัวเหลือเกิน มีสิ่งมีชีวิตอะไรที่น่ากลัวกว่าแม่ยกมั้ยนะ
จากวันที่ฮิบาริจากไป นี่ก็เป็นวันปีใหม่แล้ว ร่างบางนั่งนึกถึงความฝันเมื่อคืน ฝันเมื่อคืนน่ากลัวมากเลย..... สึนะนั่งเขมือบขนมปังปิ้งเป็นอาหารอาหารเช้า ขนมปังปิ้งฝีมือเขาช่างน่าสงสารครอบครัวขนมปัง ปู่ย่าตายายขนมปังโดนปิ้งจนเกรียมไปทั้งแผ่น แถมคนที่น่าสงสารกว่าขนมปังคือฟูตะ น้องรักต้องกินขนมปังเกรียมๆ ส่วนคุณพี่ชายกินขนมปังที่เขาปิ้ง..........
มือเล็กหยิบส.ค.สของโต๊ะขึ้นมา “แต่ละใบแทบไม่ต้องเดาเลาเลยว่าของใคร....” แต่ผมไม่ได้ส่งให้ใครเลยล่ะซี่!! ฮ่าๆๆๆๆ
ฟูตะเหลือบมองพี่อย่างไร้อารมณ์และไม่พูดไม่จา ก้มกินขนมปังดำๆต่อ “ปีใหม่ว่างจังเลยน๊า” สึนะบิดไปมา
“พี่สึนะไม่คิดจะออกไปไหนบ้างเหรอครับ?” ฟูตะมองหน้าพี่ชาย ออกไป ออกไป ออกป๊ายยยย ให้น้องชายน่ารักแบบนี้กินขนมปังเกรียมๆฝีมือตัวเอง จะเป็นพี่สาว(?)แสนดีไปหน่อยแล้วม้างงงงง
“ขี้เกียจจัง...” นอนกินบ้านกินเมืองตั้งแต่ปีใหม่ มันจะเป็นนางเอกที่ดีไปหน่อยแล้วม้างงงง
“หรือว่าพี่ยังคิดมากเรื่องพี่ฮิบาริ?” ฟูตะพยายามเดาใจพี่ชาย ถ้าให้เดาพี่สึนะน่ะคิดถึงข้าวกล่องใช่มั้ยล่ะ ผมก็เอือมกับพี่เหมือนกันนะ
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลจดจ้องฮิเบิร์ดที่บินร่อนมาจิกขนมปังกิน “กำลังคิดว่าที่อเมริกา แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่มั้ยนะ?” ฮิเบิร์ดคายขนมปังเน่าๆของสึนะออกจากปากเล็กทันที
นกมันยังแอบด่าในคำว่าจิ๊บ ฟูตะส่ายหน้าไปมา อยากให้ผมคิดในแง่ดีหรือแง่ร้ายดีอ่ะพี่สึนะ กลบเกลื่อน? หรือว่าคิดจริงดี? ผมว่าคิดจริงนะ ห่วงกินเอ๊ย!!!
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นแทรกวงสนทนาของสองพี่น้อง ฟูตะรู้งานเป็นอย่างดีรีบเดินไปเปิดประตูบ้าน คนอย่างพี่ชายของเขาน่ะ ไม่มีวันเดินไปเปิดเองแน่!! นี่ถ้าเขาเก็บข้าวเก็บของหนีไปอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างประเทศบ้างจะอดตายมั้ยเนี่ย!!
“สวัสดีครับอาจารย์มุคุโร่” ฟูตะทักทายแขกผู้มาเยือน นายดูไม่ตกใจเลยนะว่าใครมา รู้อยู่แล้วเรอะ?!
“ไม่ได้พบกันซะนานนะครับ คุณน้องชาย” มุคุโร่ในเสื้อกันหนาวหนังสีดำตัวยาวทักทาย เอ่อ อยากจะถามว่าเสื้อนั่นกิ๊กคนไหนซื้อให้รึเปล่า
ร่างบางเหลือบมาว่าใครมา ก่อนทักทาย “สวัสดีปีใหม่ครับ อาจารย์” สึนะอวยพรตามมารยาทนะท่าน! ตามมารยาท!
“สวัสดีปีใหม่ครับ สึนะโยชิคุง” มุคุโร่อวยพรกลับด้วยความรัก ช่างสวนทางกันจริงๆ.... ฟูตะแอบจ้อง ไม่อวยพรน้องชายบ้างเรอะ!
“ไปไหว้พระปีใหม่กับผมมั้ยครับ?” ฟูตะที่ยืนอยู่ข้างๆมุคุโร่แทบจะตะโกนแทรก นี่ลืมกันไปแล้วรึเปล่าว่าผมอยู่ด้วยอ่ะ
“อ่า....” เอายังไงดีล่ะ แล้วต้องแต่งกิโมโนรึเปล่า? มุคุโร่แต่งตัวธรรมดา งั้นเขาแต่งธรรมดาด้วยก็น่าจะดี
ฟูตะโหมดคนไม่เห็นหัวเดินไปจับไหล่บอบบางของสึนะ “ไปเปลี่ยนกิโมโนซะครับ มีอยู่ในตู้แล้ว”
ไอ้ทฤษฎีพวกนั้นไม่เข้าใจว้อย!! แล้วเขาก็ไม่ใช่สาวด้วย เป็นผู้จ๊ายยยยยย แม้จะได้รับรางวัลเคะแห่งปีและแห่งร้อยปีก็เถอะ รู้สึกตัวอีกที สึนะมายืนอยู่ในห้องตัวเองตั้งแต่เมื่อไหรนี่? นี่มันเวทมนต์ตัดฉากของเกมส์จีบหนุ่ม!!
พลันสายตาก็เหลือบเห็นความผิดปกติของกิโมโนแดง “นี่มันชุดผู้หญิง....” เห็นกิโมโนแดงแล้วนึกถึงตอนถูกจับไปตากแห้งในสวนบ้านยากูซ่า เขาไม่ถูกโฉลกกับสีนี้แน่ๆ!!!
“ก็ชุดผู้หญิงสิครับ พี่สึนะสวมกิโมโนผู้ชายจะไปน่าดูอะไร” นี่มันหมายความว่ายังไงไอ้คุณน้อง!!!
ยิ่งไปกว่ากิโมโน... “อาจารย์เข้ามาในห้องผมด้วยทำไม!!!” ริจะมาลวนลามทางสายตา มองผมถูกจับเปลื้องผ้ารึไง!!
“คึหึหึหึ ผู้ชายเหมือนกันจะไปถือสาอะไรล่ะครับ” จึกๆๆ มันก็จริง แต่ว่า.........
แล้วแฟนๆนายนี่มันไม่ใช่ผู้ชายรึไง!! แล้วที่นายหื่นใส่ผู้ชายอีกล่ะ! แน่ใจนะว่านายจะไม่คิดอะไรแน่อ่ะ??? ไม่น่าเชื่อถือ ไม่เชื่อเฟ้ย!! แล้วไอ้คุณน้องฟูตะ นายจะมาเปลี่ยนอะไรต่อหน้าผู้ชายแบบนี้เล่า! เดี๋ยวพี่ชายนายก็เป็นเจ้าสาว(?)ไม่ได้กันพอดี!!
“ถ้าอายผมหันหลังให้ก็ได้ครับ” มุคุโร่หันหลังให้ ช่างน่ารักจริงๆ.... ซะที่ไหนเฟ้ย!! ออกป๊ายยยย~ จะหันหน้าหันหลังก็ออกไปซ๊า~!!
“ยึกยักอยู่ได้ ผมสวมไม่ถนัดนะพี่สึนะ!” ฟูตะจับพี่ชายให้ยืนนิ่งๆ.... สุดท้ายก็ต้องยอมให้ฟูตะเปลี่ยนให้แบบนั้น... ฮือ... ลาก่อนเรือนร่างของฉัน
คำสาปแช่งในใจของสึนะไม่ได้สะเทือนไปถึงใจของมุคุโร่ ก็มันไม่ได้ยินนี่นา นัยน์ตาสองสีเหลือบมองมุคุงในกระถาง เขาก้าวไปมองชัดๆ ดูเฉาลงไปนิดรึเปล่า “คุณได้รดน้ำมุคุงบ้างรึเปล่าครับ?” สับปะรดก็ต้องการน้ำนะครับ ไม่ใช่ตะบองเพชร หรือคุณแยกพืชสองอย่างนี้ไม่ออก?
“ก็แค่รดวันเว้นสองวันเอง” รดมากไปก็เปลืองน้ำ สับปะรดก็ไม่ได้มีดอก จะเร่งรดไปทำม๊ายยยย
“รดน้ำและให้ความรักบ้างเถอะครับ .......” นายเป็นพวกรักธรรมชาติขนาดนั้นเชียว?
“แล้วก็อย่าลืมให้ความรักคนให้ด้วยนะครับ” โยนออกไปนอกห้องทั้งคนให้แล้วก็สับปะรดจิ๋วเลยดีมั้ย!!!
ฟูตะคนกลางแอบนึกในใจ มันเห็นหัวอีกคนบ้างรึเปล่าน่ะ... “เสร็จแล้วครับ”
มุคุโร่หันกลับมา บรรยากาศราวกับเจ้าบ่าวรอเจ้าสาวลองชุดแต่งงาน... “เหมาะมากเลยล่ะครับ” บรรยากาศก็ให้ พวกนายลืมไปแล้วรึเปล่าว่าแค่ปีใหม่....
“ก็ชุดผู้หญิงนั่นแหละ” สึนะแก้เขินหลบสายตา ร่างบางเม้มปากทำแก้มป่อง ยิ่งทำยิ่งเหมาะกับชุดผู้หญิงนะครับนั่น
“งั้นไปกันเถอะครับ ถ้าอยากกินอะไรผมเลี้ยงเองครับ” เท่านั้นแหละสึนะรีบหันมาแย้มยิ้มกว้าง
“จริงอ่ะ!!???” มุคุโร่จะเลี้ยงข้าวเขา??? หรือว่าหิมะจะหยุดตกในปีใหม่ ไปตกในประเทศไร้หิมะแทน!!
“ล้อเล่นน่ะครับ” ครืน........... ไอ้คุณมุคุโร่!! มาหลอกให้ความหวังกันเรอะ!!
สึนะแอบเดือดปุดๆ แต่เมื่อได้ยินคำนั้นของมุคุโร่เขาก็เลิกเดือด “ยิ้มได้แล้วนะครับ ตั้งแต่ผมมาคุณไม่ยิ้มเลย”
.
.
คิดอีกทีปกติอยู่กับมุคุโร่ก็ไม่ได้ยิ้มบ่อยอะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว ก็อีกฝ่ายเอาแต่กวนประสาทเขานี่นา แถมช่วงนี้ไม่ค่อยรั่วด้วย กลับมาหลงตัวเองแทน.... เฮ้อ..... ขอบคุณที่เตือน แต่.......... เรื่องเลี้ยงข้าวน่ะเรื่องใหญ่!! มาหลอกกันได้!! ฟ่ออออออ ไม่คิดจะลงทุนอะไรบ้างเลยรึง๊าย~
“จะไปรึยังน่ะครับ... หรือจะรอให้มันเที่ยง....” ฟูตะผู้ถูกลืมแทรกกลางบทสนทนาสุดหวาน อย่าทำเหมือนผมเป็นตัวประกอบได้ม๊ายยยยยย
“งั้นเราไปกันเถอะครับ แม่หญิงของผม” มุคุโร่ยืนรอให้ร่างบางเดินออกไปก่อน สึนะมองหน้ายิ้มแย้มของมุคุโร่พลางถอนหายใจ
“ฝากฮิเบิร์ดด้วยนะฟูตะ” ร่างบางจับฮิเบิร์ดส่งให้ฟูตะ นกน้อยตัวป้อมดิ้นปานเมายาอีกครั้ง เอาเขาไปด้วยยยย เขาจะไปเป็นกขค.!!
ฟูตะมองดูสองร่างเดินออกจากบ้านไป ปีใหม่ผมก็ต้องเฝ้าบ้านอีกแล้ว ก็น้องชายน่ะจะไม่ได้ไปวัดปีใหม่ถ้าพี่สาวมีหนุ่มมาแลนี่นา เกิดเป็นน้องชายช่างน่าเศร้า หาแฟนให้พี่สึนะได้แล้วก็หาแฟนให้ตัวเองบ้างดีกว่า เฮ้อ.....
.
.
.
.
ดวงตากลมโตเบิกกว้างยามเมื่อเห็นบันไดของศาลเจ้าประจำนามิโมริ.. แม้เจ้า!! พ่อเจ้า!! นี่มันอะไรกันเนี่ย!! ทำไมบันไดขึ้นไปด้านบนมันสูงแบบเน๊!! ทำไมคนอื่นๆเดินขึ้นลงกันไปแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย! เพราะเป็นตัวประกอบเรอะ~
“สูงจัง....” สึนะมองขึ้นไปด้านบน เห็นประตูศาลเจ้าสีแดงอยู่ไกลๆ จะเดินถึงมั้ยเนี่ยใส่กิโมโนด้วย
“อย่าเสียเวลากันเลยครับ ดีแล้วที่คนยังไม่มาก” มุคุโร่ดันหลังร่างบางให้เดินขึ้นไป เวลาแบบนี้นายควรช่วยประคองฉันซักนิดก็ยังดีนะ!
30 ขั้นผ่านไปได้แค่ครึ่งทาง สึนะรู้สึกราวกับตัวเองกำลังฝึกซ้อมอะไรซักอย่างอยู่ ไอ้ที่การ์ตูนกีฬาหรือต่อสู้บางเรื่องชอบทำกันอ่ะ กระโดดกบขึ้นลงบันไดศาลเจ้า... แต่นี่มันเรื่องเลิฟคอมเมดี้! มันจะเอามุขการ์ตูนต่อสู้มาเพื่อ!!
สึนะเริ่มสติแตก มื้อเช้าก็มีแค่ขนมปังปิ้งฝีมือฟูตะเข้าปาก เดี๋ยวสิ เมื่อมานึกย้อน... ทำไมบ้านเราเค้าไม่กินอาหารปีใหม่เหมือนคนอื่นเค้าล่ะ!?? นี่เขากับฟูตะเป็นคนญี่ปุ่นจริงๆรึเปล่าเนี่ย! มานั่งกินขนมปังปิ้งเหมือนเช้าวันเปิดเทอมแบบนั้น???
“เหนื่อยมั้ยครับสึนะโยชิคุง?” มุคุโร่พิจมองใบหน้าหวาน ขอโทษนะ นายมองด้วยอะไรถึงได้คิดว่าฉันไม่เหนื่อยน่ะ
“ดูก็น่าจะรู้นะครับ...” สนใจเรื่องเล็กน้อยบ้างรึเปล่าน่ะมุคุโร่!
ใบหน้าคมประดับด้วยรอยยิ้ม “นั่นสินะครับ ก็คุณวิ่งอยู่ในใจผมด้วยคงเหนื่อยเป็นสองเท่า” อ๊ากกกกกกกกก ขอผลักสับปะรดกลิ้งลงไปข้างล่างได้มั้ย!!
แต่ดูเหมือนกรรมจะตามทันเพียงแค่คิด มุคุโร่ก้าวเท้าเหยียบรองเท้าเกี๊ยะของสึนะตอนที่ร่างบางกำลังจะก้าวพอดิบพอดี..... อะไรจะเกิดขึ้น? สึนะเสียศูนย์เริ่มเอนหลังจะร่วงลงไปข้างล่างซะแล้ว!!!
คิดเหรอว่าฉากพระเอกคว้าทันแล้วเข้ามาในอ้อมอกมันจะเกิดขึ้น? ทูน่าจังกลิ้งกลุกๆร่วงลงไปด้านล่างของบันไดทันที!! แว๊กกกกก อุตส่าห์ขึ้นมาได้แล้วต้องขึ้นใหม่อีกเร้ออออ พระเจ้าไม่ยุติธรรม! นี่กะให้ผมเดินขึ้นเดินลงบันไดสะเดาะเคราะห์ก่อนเลยเรอะ~!
“สึนะโยชิคุง!!” มุคุโร่วิ่งตามลงมาดูอาการทูน่ากลิ้งเป็นหมู ร่วงลงมาแบบนี้แล้วยังรอดได้ ผมว่าคุณนี่แอบน่ากลัวนะครับ!
ร่างบางหยัดกายขึ้นนั่ง “โอ๊ยๆๆๆ” มุขแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยไม่ใช่เหรอ! ตอนตกทะเลก็ครั้งนึงแล้ว ดีนะรอบนี้ไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลย!!
“แน่ใจนะครับว่าเดินขึ้นไปเองได้?” มุคุโร่ชักห่วงความปลอดภัย
“แน่ใจครับ” สึนะหยัดกายยืนขึ้นด้วยตัวเอง กิโมโนผู้หญิงนี่มันทำให้เดินยากชะมัด ใส่กันไปได้ยังไงเนี่ย!!
ขาทั้งสองของสึนะยังคงเดินได้ดีให้เต้นเบรกแดนซ์ให้ดูก็ยังด้ายยยย คนทำเกมส์คาดว่าคงมีคนเล่นบางคนแอบบ่นในใจไร้เซอวิส เพราะงั้นมีให้นิดนึงก็ได้ (?)
“ผมเดินเอง....ได้...!!!” ร่างบางตกใจเมื่อมุคุโร่จับเขาขึ้นขี่หลัง นี่ไม่ใช่หนังเกาหลีน๊า~ อายคนนนนนน
“เดี๋ยวคุณกลิ้งลงมาอีก เราอาจจะต้องไปเดทกันที่โรงพยาบาลแทนก็ได้ครับ” มุคุโร่แย้มยิ้มอย่างหวังดี โรงพยาบาลรับปีใหม่ ดวงไม่ดีแหง....
มือเล็กทั้งสองวางลงบนบ่ากว้าง “แต่แบบนี้ก็น่าอายจะตายไป!” ผมเป็นแมนนะ โฮวววววววว
“คึหึหึ ถ้าอายแล้วก็กลัวตกก็กอดคอผมแน่นๆละกันครับ” ได้ทีฉวยโอกาสเต็มที่เลยนะไอ้คุณมุคุโร่....
แต่สุดท้ายก็ต้องทำตาม วงแขนบอบบางโอบล้อมลำคอของมุคุโร่ ใบหน้าหวานซุกลงกับบ่ากว้างซ่อนใบหน้าแดงก่ำและใบหน้าหวานของตัวเองไม่ให้ใครเห็น
“นี่ๆ ดูคู่นั้นสิ น่ารักจังเลยเนอะ” กลุ่มเด็กสาววัยเรียน 4 คนแค่ตัวประกอบแถวนั้นเดินผ่านก็หันไปกริ๊ดกร๊าดกันในกลุ่ม
“อิจฉาอ่ะอิจฉาอ๊า ~ หนุ่มหล่อด้วยอ๊า” กลุ่มสาวๆวิ๊ดว้ายกันสนุกสนาน มีการหยิบกล้องมือถือมาแอบถ่ายซีนประทับใจนี่อีก
“วี่ๆอุ้มเค้าแบบนั้นบ้างซี่” หนุ่มตัวเล็กผมขาวสะกิดคนรักหัวส้มของตน เห็นแบบนั้นแล้วน่าอิจฉาจังเลยยยยย
“วี่ยังไม่หน้าด้านพออ่ะเล็นๆ” หัวส้มแฟนหนุ่มเร่งตอบ ชื่อพวกนายเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนล่าปีศาจซักเรื่องเลยนะ
สึนะเริ่มคิดถึงถุงกระดาษ เอามาใส่ปิดหน้าที!! อายคน อายว้อยยยย เดินเร็วๆเซ่!!! “อาจารย์รีบๆเดินแล้วปล่อยผมซะที~” สึนะพูดเสียงเบาแทบจะกระซิบ ถ้ามีใครมาได้ยินว่าเป็นลูกศิษย์อาจารย์คงโดนเอาไปเม้าส์กันใหญ่อีกแน่!
“บันไดน่าจะสูงกว่านี้ซักหน่อยนะครับ” ไม่เอา!! แค่นี้ก็เกินพอแล้ว!!
.
.
.
.
.
ร่างสองเดินผ่านความซวยมาจนถึงจุดไหว้พระขอพรในปีใหม่ ขอบคุณพระเจ้าที่ให้ผมมาถึงโดยสวัสดิภาพ(?) มาถึงก็รีบโดดลงจากหลังของมุคุโร่ทันที!
“ผมจะไปไหว้พระแล้ว!!” สึนะรีบวิ่งไป คนกำลังน้อยลงพอดี
“ใจคอจะไม่ขอบคุณกันซักคำเลยรึไงน่ะครับ....” สับปะรดแอบน้อยใจอีกแล้ว พูดไปรายนั้นก็ไม่ได้ยิน เอาเถอะๆ ยังไงวันนี้ก็คงไม่มีคนริเข้ามาขโมยซีนเด่นๆของผมใช่มั้ยล่ะครับ
มุคุโร่เดินมายืนเคียงข้างร่างบาง สึนะคิดแล้วคิดอีกว่าจะโยนเหรียญลงไป ไม่รู้จะงกไปไหน ส่วนคุณท่านมุคุโร่น่ะเหรอ รายนี้ไม่โยนแถมพนมมือขอพรเรียบร้อย... เค็มเจอเค็ม... พระเจ้าจะเมตตารึเปล่านี่.......
“คุณพระคุณเจ้าครับ....!!” ร่างบางเร่งพนมมือของหวย(?) เอ๊ย! ขอพรปีใหม่ในใจเงียบๆ แม้จะหลุดประโยคแรกออกมาก็เถอะ
อา... สมบูรณ์แบบเป็นการขอพรที่สมบูรณ์แบบและสมราคา 100 เยนจริงๆ ไม่เหมือนไอ้โบสถ์ของบาทหลวงฮิปฮอปนั่น เฉลี่ยแล้วข้อละ 20 เยนพอดิบพอดี เงินอาจจะน้อยแต่ขอด้วยใจนะครับ ช่วยสนองผมด้วย (ไอ้งก!!!)
สึนะหันมาจุ้นมุคุโร่ที่ขอไม่เสร็จซะที ขออะไรนักหนา “ขออะไรเหรอครับอาจารย์” ทำไมพนมมือขอนานจัง ขอเรื่องเงินอยู่รึไงน่ะ มันมากจนต้องขอนานขนาดนี้เลยเหรอ...
“ขอให้ด้ายแดงเชื่อมเราเหมือนมุคุงกับสึนะจังครับ” มุคุโร่หันมองทั้งที่ยังพนมมือของพรอยู่ ใบหน้าของสึนะแดงเรื่อ มันเสี่ยวมากเลยนะนั่น... แต่ทำไมเขาต้องเขินด้วยนะ ประสาทกลับตั้งแต่วันคริสมาสต์แล้วรึไงน่ะ.....
“ด้ายมันไม่ได้เป็นสีดำเหรอนั่น...” สึนะพึมพำกับตัวเองไม่ให้มุคุโร่ได้ยิน แต่หูผีอย่างมุคุโร่จะไม่ได้ยินเรอะ
“เอาไปย้อมใหม่ก็เป็นสีแดงครับ” ย้อมยังไงมิทราบ!!
“ผมไปดูเซียมซีดีกว่า!” สึนะสะบัดหน้าเดินไปหาตู้เซียมซีแถวๆนั้น ถ้าเกมส์แบบนี้มีด้ายแดงจริงๆ มันคงไม่หลอกลวงกันตั้งแต่ไอ้เด็กในความทรงจำแล้วเฟ้ย!!
“ครั้งละ 300 เยนค่ะ” มิโกะสาวในชุดขาวแดงยื่นกระบอกเซียมซีให้ แพง!! ดูดวงแค่นี้ 300!! ดูกับคุณทวดดีกว่ามั้ง!
“กะแค่เขย่าๆแล้วก็กระดาษใบเดียว เค็ม!!” สึนะเริ่มเถียงกับคุณมิโกะสาว ฉากหลังเป็นรูปเวทีมวย ปลาทูน่าน้อยกำลังสวมนวมจะต่อยกับแม่ไก่
“คนเค้าต้องทำมาหากินนะหนูน้อย” กระแสไฟฟ้าส่งกลับ หนูเป็นลูกบ้านไหนเนี่ย! แค่นี้ทำเป็นบ่น! ปากร้ายแบบนี้ เดี๋ยวแม่แช่งให้หาแฟนหล่อไม่ได้เลยนี่!
“ทะเลาะอะไรกันน่ะครับ” มุคุโร่ก้าวเดินตามมา คุณมิโกะสาวแทบเครื่องน็อค นี่แฟนยัยเปี๊ยกนี่เหรอ พระเจ้า!! ไม่สมกันเลย!!
“ก็ราคามันแพงเกินไปนี่” สึนะเสตามองมิโกะสาวด้วยหางตา แต่ท่าทางอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจสึนะแล้ว โดนมนต์เสน่ห์หนุ่มตาสองสีไปเต็มๆ
มุคุโร่ยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ “ลดให้หน่อยละกันนะครับ” อ๊า!! รังสีความหล่อกระแทกตา!! ให้ฟรีแถมตัวให้ด้วยก็ยังได้ค่า!! คุณมิโกะรีบยื่นกระบอกเซียมซีให้สึนะ เงินอะไรไม่เอาแล้วววว
“ไม่ขอเบอร์ซะด้วยเลยน่ะ.......” สึนะแอบพูดประชด ม่อได้แม้กระทั่งในศาลเจ้าวันปีใหม่!! ให้ตายเถอะ!!
ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมา เปิดรายชื่อให้ยล “ทั้งเครื่องเหลือแค่เบอร์คุณเบอร์เดียวนะครับ ดังนั้นหึงผมแบบนี้ ผมปลื้มแย่เลย” ไม่จริงน่า!! ไม่ใช่ว่าซื้อโทรศัพท์มาใหม่อีกเครื่องเพื่อหลอกเขานะ!
“ช่างโทรศัพท์อาจารย์ไปเหอะ” ไม่ได้เมมในเครื่อง แต่เมมไว้ในสมองแหงๆ! สึนะเขย่าๆกระบอกเซียมซีให้เสร็จๆ
เอ่อ... ได้เลขอะไรที่เหมาะเหลือเกินนะ เป็นลางดีว่าเรื่องนี้จะจบที่ตอนที่ 27 รึเปล่า? หรือจะหมายถึงกระผมไร้คู่กันแน่ ฮ่าๆๆๆ สึนะยื่นแท่งเซียมซีให้คุณมิโกะ รายนั้นนั่งนิ่งมองแต่มุคุโร่เชียวนะ.....
“ขอใบคำทำนาย......” เจ๊ได้ยินผมมั้ยเนี่ย!!
“แฟนหนูหล่อดีนะจ้ะ” คุณมิโกะสาวนั่งเคลิ้ม เฮ้ยๆ เอาคำทำนายของผมมาได้แล้ว!!
“ไม่ใช่แฟน.... แล้วขอใบคำทำนายด้วย” ช่วยสนใจผมหน่อยได้รึเปล่า!! ทำไม ทำม๊ายย ผมก็ผู้ชายหน้าหวานน่ารักขนาดนี้ ทำไมไม่ป๊อปในหมู่หญิงสาวบ้างนะ!!
“ขอเบอร์แฟนหนูได้มั้ย?” มิโกะสาวยื่นคำทำนายพร้อมกระดาษสีน้ำตาลใบเล็กให้ ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่แฟน!!!!! ฟังอยู่รึเปล่าน่ะเจ๊!!
นี่มันอาร๊ายยยยยยยยยย เซียมซีนี่มันตั้งใจเขียนมาด่าเค้ารึเปล่า!! หรือเบื้องหลังของไอ้ร้านเซียมซีนั่นคือคุณทวด!! แต่คุณทวดคงไม่ด่าเค้าแบบนี้ใช่ม้ายยยย
“ดวงไม่ดีเหรอครับ?” มุคุโร่เอ่ยถาม ทำหน้าตาตลกเชียว สงสัยคำทำนายจะตรงมาก
“มากๆ.....” สึนะคอตก มุคุโร่เห็นดังนั้นก็จับแขนเสื้อกิโมโนแดงของร่างบาง
“เอาไปผูกกับกิ่งไม้กันเถอะครับ” มุคุโร่นำทางไป นั่นสินะ เค้าว่าถ้าดวงไม่ดีให้เอาไปผูกกับต้นไม้ มันจะแปรเปลี่ยนเป็นโชคดีนี่นา
คุณมิโกะสาวมองตามไป “แอบแช่งให้เลิกกันดีมั้ยนะ” เอ่อ... ทำงานตรงกับพระเจ้าแบบนี้ ความคิดทำไมโหดร้ายจังเลยนั่น...
.
.
.
.
ใต้ต้นไม้สูงไม่ห่างจากศาลเจ้านัก สึนะพยายามจะผูกด้วยตัวเอง ส่วนคุณท่านมุคุโร่นั่งเก้าอี้ยาวแถวนั้นดื่มกาแฟกระป๋องอย่างสบายอารมณ์ ไม่สงสารความเตี้ยของเขาบ้างรึไง! ต้นไม้นี่มันสูงเป็นบ้า มาช่วยกันหน่อย!!
“ปีนเลยดีมั้ยเนี่ย!!” สึนะชักเริ่มเดือด!! มุคุโร่หันไปมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“ผมช่วยมั้ยครับ?” ฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าจู่ๆนายมาช่วยแบบนี้มีแผนอะไรรึเปล่าน่ะสิ!!! และแล้วความพยายามของทูน่าก็สำเร็จ ผูกได้แล้ว!!!
ร่างบางเดินมานั่งข้างๆมุคุโร่ ปีใหม่แบบนี้ก็วุ่นวายใช่เล่น ขนาดไม่มีตัวละครโผล่มาเยอะนะนี่ เฮ้อ..... เหนื่อยแบบนี้อยากดื่มน้ำจัง “อาจารย์ไม่ซื้อน้ำให้ผมเลยเหรอเนี่ย....”
“ลืมไปซะสนิทเลยครับ ปกติไม่เคยใช้เงินตัวเอง” มุคุโร่ตกใจ นี่นายไม่เคยใช้เงินตัวเองเลยเรอะ!!
“ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยใช้เงินตัวเองเลยรึไงครับ.....” สึนะกุมขมับ นี่นายใช้ชีวิตแบบไหนมากันแน่นะ เงินกิ๊กตลอดเลยเรอะ นอกจากเรื่องน้องสาวแล้ว ชักอยากรู้ว่านายใช้ชีวิตยังไงมาก่อนนะเนี่ย
ราวกับรู้ว่าสึนะคิดอะไรอยู่ ร่างสูงเร่งตอบ “บางอย่างมันก็ไม่น่าฟังหรอกครับ ผมคิดว่าคุณไม่รู้ดีกว่า” ใช่... เรื่องใน SP2 นั่นแหละ ถ้ารู้คุณคงหนีผมไปไกลแน่.....
พลันเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “ถ้าผมไม่อยู่จะเหงามั้ยครับ?” นัยน์ตาสองสีสบมองร่างบางที่นั่งเคียงข้าง
“ทำไมเหรอครับอาจารย์?” นายนี่เปลี่ยนโหมดเร็วจังเลยนะ เป็นพวกหลายบุคลิกรึเปล่าน่ะ
“อยากรู้น่ะครับ ถ้าผมไม่อยู่แบบฮิบาริคุงบ้าง จะเหงามั้ยครับ?” ตัดพ้อเหรอ? น้อยใจเหรอ? หรือว่าเป็นอะไรน่ะ? ตั้งใจจะทดสอบอะไรรึเปล่า?
สึนะทำหน้าเหมือนไม่เชื่อใจ “อิจฉาเหรอครับ?” มุคุโร่สะอึกไปเล็กน้อย
“เปล่าครับ แค่อยากถามดู……” คิดไปเองรึเปล่านะ? ว่าเห็นแววเศร้าในนัยน์ตาสองสีนั่น
น้อยใจอีกแล้วรึไงน่ะ? “ก็....คงเหงามั้ง ไม่มีคนรั่วๆชวนให้น่าถีบ”
ริมฝีปากได้รูปค่อยๆหยักยิ้ม “ดีใจจังครับ” หน้าตาของมุคุโร่ในยามนี้ช่างยิ้มร่าน่ารักซะจนหัวใจกระตุก
รู้สึกอย่างกับตัวเองเป็นซึนเดเระเลยแฮะ ... “แต่ว่าอีกนานกว่าผมจะเรียนจบ ก็แทบจะเจออาจารย์ทุกวัน คงเจอจนเบื่อหน้ากันไปเลยล่ะครับ”
มุคุโร่อดขำกับคำพูดนั้นไม่ได้ “นั่นสินะครับ” นั่นสินะครับ.... นั่นสินะ.....
ร่างสูงยื่นมือใหญ่มาปิดดวงตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตทั้งสองของสึนะ ร่างบางตั้งท่าจะโวยวายแต่ก็หยุดชะงักเมื่อสัมผัสถึงลมหายใจที่รินรดใบหน้าเขาในระยะใกล้ ริมฝีปากได้รูปของมุคุโร่อยู่ห่างริมฝีปากชมพูอวบอิ่มเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทว่า.... เขากลับชะงักแล้วถอยห่างออกมา ไม่ยอมสัมผัสใดๆทั้งสิ้น
“อาจารย์...?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อมือใหญ่ถูกชักกลับไป เป็นอะไรไปน่ะมุคุโร่ นายเริ่มแปลกๆแล้วนะ
“กลับบ้านกันเถอะครับ ผมไปส่งนะครับ” มุคุโร่จับมือสึนะดึงให้ลุกขึ้นตามเขา นายแปลกๆนะมุคุโร่? ไม่คิดจะบอกอะไรกันหน่อยเหรอ รู้สึกแปลกๆยังไงพิกลๆ
“อาจารย์เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” สึนะมองใบหน้าคมอย่างกังวล ริมฝีปากเรียวของร่างสูงหยักยิ้มเหมือนทุกครา
“ก็ยังรักคุณเหมือนเดิมตลอด 24 ชั่วโมงแหละครับ” เสี่ยวอีกแล้วนะ!! พอๆ ฉันไม่ถามแล้วก็ได้!!
ร่างบางเดินแก้มป่องฮึดฮัดนำหน้าไป มองแผ่นหลังในชุดกิโมโนนั้นร่างสูงแอบอมยิ้ม ก่อนรอยยิ้มจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ “ผมรักคุณที่สุดเลยนะครับ” เสียงที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน....
.
.
.
.
.
เช้าวันที่ 3 มกราคม โรงเรียนเปิดตามปกติแล้ว วัฏจักรชีวิตเดิมๆกลับมาอีกครั้ง สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเดิมคงจะเป็น..... ห้องประธานนักเรียนที่ไม่มีพี่เคียวยะแล้ว ข้าวกล่องที่ไม่มีแล้วต้องไปหากินเอาเองที่โรงอาหาร
“จะว่าไปนักเรียนหญิงห้องเราก็ร้องไห้กันเยอะแฮะ” พี่เคียวยะนี่ก็ป๊อบน่าดูเลยแฮะ แฟนคลับร้องไห้กันใหญ่เลย
“แล้วเราจะไปไหนดีล่ะเนี่ย...” กิจวัตรประจำวันหายไปหนึ่ง ไม่ไปห้องประธานนักเรียนแล้วจะไปไหนดี
สองขาก้าวไปห้องพยาบาล แล้วทำไมเขาต้องมาห้องพยาบาลด้วย? ก็มันไม่มีที่ไปนี่นา จะไปหาสคอลโล่ก็น่าจะสวีทกับโค้ชอยู่ไม่กล้าไปขัด เฮ้อ..... ทำไมชีวิตของเขามันเริ่มเฉาอย่างกับจะเป็นซีรี่ย์เรื่อง “อนาถรักในสายลมหนาว” แล้วนะ
“อาจารย์” ร่างบางเลื่อนประตูห้องพยาบาลเข้าไป ไม่มีคนอยู่? เอ...? มุคุโร่ไปไหนน่ะ สึนะจังก็ไม่อยู่บนโต๊ะ หันพกเดินไปไหนมาไหนแล้วเรอะ บ้ารึเปล่าน่ะนาย....
“มายืนทำอะไรตรงนั้นน่ะไอ้สวะ” โค้ชแซนซัสทักทายอย่างสุภาพ สึนะหันขวับไปมอง โค้ชแซนซัสมาทำอะไรเนี่ย!
“ก็กะว่าจะมาหาอาจารย์มุคุโร่” ไม่รู้เหมือนกันว่ามาทำไม พี่เคียวยะไม่อย่เขาแอบเหงาเหมือนกันนะเนี่ย
“มันเพิ่งไปหาผู้อำนวยการ มันเก็บข้าวเก็บของลาออกจากโรงเรียนแล้ว” แซนซัสยืนหาว แทบไม่ได้นอนตั้งแต่ปีใหม่ เหนื่อยว่ะ ทำไมต้องมาโรงเรียนด้วยฟะ
“อาจารย์มุคุโร่ลาออกจากโรงเรียน!!!” สมองเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง นี่มันปีอะไรเนี่ย ทำไมมีแต่คนขยันไปจากโรงเรียนนี้กันจัง!!??
“นี่แกไม่รู้เรื่องเลยเหรอ?” แซนซัสมองสึนะด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย วันๆแกทำอะไรบ้างเนี่ย ข่าวคราวในโรงเรียนไม่เคยรู้เรื่องบ้างรึไงน่ะ
“ถ้ารู้จะตกใจทำไมล่ะโค้ช!!” สึนะรีบวิ่งไปทันที ก็เพิ่งไปหาคุณเบียคุรัน ยังไงก็ต้องอยู่แถวๆนี้แหละน่า!!
แซนซัสมองตามแผ่นหลังเล็กนั่นไป “ทึ่มจริงๆเล้ย สงสัยมันจะใกล้ตกต่ำจริงๆ จะดีใจดีมั้ยเนี่ยเรา”
สึนะวิ่งมาที่ลานจอดรถที่เคยมากับสคอลโล่ ดวงตาสีน้ำตาลไหม้กวาดมองหามุคุโร่และเวสป้าสีชมพู พลันสายตาก็หาพบ มุคุโร่กำลังจัดการแพ็คของผูกกับด้านหลังของรถเวสป้าสีชมพูอยู่พอดี
สึนะเร่งสูดลมหายใจเต็มปอดตะโกนออกไป “อาจารย์!!!!” คิดอะไรของนาย! จะไปไหน!!??
“สึนะโยชิคุง.....” ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินผละจากการแพ็คของหลังรถเวสป้าสีชมพู
.
.
.
.
.
TBC!!!!
---------------------------------------------------------------------
Free Talk : นับถอยหลังตอนหน้าเป็นตอนก่อนจบแล้ว =w=!!! และเป็นซีนสุดท้ายท้ายสุดของมุคุโร่กับซือคุง แล้วถึงเวลาซือคุงจะตัดสินใจเป็นตอนที่ 27
ตอนนี้เป็นการเรียกเรตติ้งของป๋ามุกลับมาแบบสุดๆ เอากันไปเต็มที่แบบหนำใจไปเลย SP2 แกล้งป๋าไปเยอะ แต่ว่าการลง Sp2 ไปแบบนั้นมันมีความหมายนะคะ แต่ว่าจะบอกในตอนที่ 26 ก็แล้วกัน =w=!!
เขียนๆไป รู้สึกว่ามุคุโร่นี่ เป็น M แฮะ
Genre : AU , Fanfic , comedy , romance
Paring : 1827 or 6927 or S27
Warning : ตัวละครทุกตัวหลุดโลก ชวนแฟนคลับมากระทืบเอาได้
ตอนนี้ของ 69 มันโรมานซ์มะเนี่ย..........
---------------------------------------------------------------------
ปีใหม่เริ่มต้นสิ่งใหม่ดีๆขึ้นมาใหม่
แต่กับนางเอกบางคน
มันคงไม่ได้เริ่มดีๆมั้ง ซวยตลอดทุกปีไม่เปลี่ยน
แต่กับนางเอกบางคน
มันคงไม่ได้เริ่มดีๆมั้ง ซวยตลอดทุกปีไม่เปลี่ยน
Doki Doki 25 : ปีใหม่ เริ่มต้นใหม่ และเริ่มซวยใหม่(?)
กึก กึก กึก กึก
เสียงอะไรอ่ะ....? มืดจังเลย? ที่นี่ที่ไหนเนี่ย...? เย็นอีกตะหาก หลังเขาสัมผัสกับอะไรอยู่เนี่ย เลื่อนได้ เย็นด้วย ร่างบางค่อยๆเปิดเปลือกตามองดูโดยรอบ เมื่อสายตาปรับเข้ากับแสงได้ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกกว้าง!!
สายพานเครื่องจักร!!!
ทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้!! สึนะรีบดิ้นพล่าน! เขาจำได้ว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้! กระดื้บกระดื้บหนีได้ซักพัก สึนะพลันเห็นความผิดปกติของร่างกายตัวเอง นี่มัน.... นี่มัน.... ร่างบางยกแขนของตัวเองขึ้น ... นี่มัน!! ครีบ!!
ร่างกายของเขากลายเป็นปลาทูน่า!!!
ไม่ใช่เวลามาสงสัยแล้ว!! ต้องหนี!!! ปลาน้อยช่วยพาตัวเองคืบคลานลงมาจากสายพาน พยายามจนสำเร็จทูน่าจังก็พยายามว่ายพื้น(?)พาตัวเองหนี ทว่ามีฝ่าเท้างามๆมาเหยียบหางของเขาไว้ซะนี่!!
ปลาซาดีน!!??
(มันมีฝ่าเท้าเรอะ?)
(มันมีฝ่าเท้าเรอะ?)
ปลาซาดีนในชุดหนุ่มโรงงานปรากฏตัวขึ้น พร้อมขว้างปากระป๋องปลาซาดีนใส่ทูน่าจังอย่างเมามันส์ แต่เพราะมันพูดไม่ได้ก็เลยได้แต่บรรยาย บังอาจทำให้ชีวิตพวกเราตกต่ำดีนักนะ แกต้องเจอมากกว่าพวกเราเป็นร้อยเท่า!!!!
“แงงงงงงง” น้ำตาไหลอาบน้ำของทูน่าจังตัวน้อย ผมไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้เนี่ยยยย
พลันเสียงกลุ่มสาวๆปริศนาก็ดังก้อง “ยังไม่หมดหรอกนะ ทูน่าจังซื่อบื้อ”
คุณ A คุณ H คุณ S คุณ K คุณ T คุณ W คุณ Z คุณ N คุณ M คุณ U คุณ Y คุณ D คุณ C คุณ J คุณ L คุณ R และอีกสารพัดคุณในชุดสาวโรงงานสีส้มมาร่วมด้วยช่วยกันยำทูน่าจังก่อนโยนกลับไปบนสายพาน!!!
“ม่ายยยยย ปล่อยโผ้มมมม โผ้มผิดไปแล้วววววว” ทูน่าจังร้องโหยหวน แต่ในความเป็นจริงสัตว์น้ำมันพูดไม่ได้ คนก็เลยไม่รู้เรื่อง
"บังอาจทำร้ายจิตใจหนุ่มสุดโฮกของพวกเรา" กองทัพแม่ยกสาวมาช่วยกันยืนสวดมนต์ให้
“ม่ายยยย ม่ายยยยยย” ทูน่าจังดิ้นพล่านเมื่อเครื่องชำแหละมันอยู่เหนือตัวของเขาแล้ว!! เหล่าแม่ยกในเว็บ official มองส่งทูน่าจังด้วยสายตาไม่ค่อยอาลัย และ.........
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
.
.
.
.
.
.
.
Doki Doki Reborn Memorial
~Bad Ending ~
Ending Name : กำเนิดซีเล็คทูน่าอัดกระป๋อง
Thank You for Playing……..
~Bad Ending ~
Ending Name : กำเนิดซีเล็คทูน่าอัดกระป๋อง
Thank You for Playing……..
.
.
.
.
.
.
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย” ร่างบางสะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้นมานั่งเหงื่อไหลอาบร่าง ฝัน? ฝันร้ายโคตรๆเลย!!!
“โชคดีเหลือเกินที่เป็นแค่ความฝัน...” เหล่าแม่ยกน่ากลัวเหลือเกิน มีสิ่งมีชีวิตอะไรที่น่ากลัวกว่าแม่ยกมั้ยนะ
ฝันแรกของปีใหม่
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
(เรอะ?)
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
(เรอะ?)
จากวันที่ฮิบาริจากไป นี่ก็เป็นวันปีใหม่แล้ว ร่างบางนั่งนึกถึงความฝันเมื่อคืน ฝันเมื่อคืนน่ากลัวมากเลย..... สึนะนั่งเขมือบขนมปังปิ้งเป็นอาหารอาหารเช้า ขนมปังปิ้งฝีมือเขาช่างน่าสงสารครอบครัวขนมปัง ปู่ย่าตายายขนมปังโดนปิ้งจนเกรียมไปทั้งแผ่น แถมคนที่น่าสงสารกว่าขนมปังคือฟูตะ น้องรักต้องกินขนมปังเกรียมๆ ส่วนคุณพี่ชายกินขนมปังที่เขาปิ้ง..........
มือเล็กหยิบส.ค.สของโต๊ะขึ้นมา “แต่ละใบแทบไม่ต้องเดาเลาเลยว่าของใคร....” แต่ผมไม่ได้ส่งให้ใครเลยล่ะซี่!! ฮ่าๆๆๆๆ
ฟูตะเหลือบมองพี่อย่างไร้อารมณ์และไม่พูดไม่จา ก้มกินขนมปังดำๆต่อ “ปีใหม่ว่างจังเลยน๊า” สึนะบิดไปมา
“พี่สึนะไม่คิดจะออกไปไหนบ้างเหรอครับ?” ฟูตะมองหน้าพี่ชาย ออกไป ออกไป ออกป๊ายยยย ให้น้องชายน่ารักแบบนี้กินขนมปังเกรียมๆฝีมือตัวเอง จะเป็นพี่สาว(?)แสนดีไปหน่อยแล้วม้างงงงง
Trick
ปีใหม่น่ะ เดี๋ยวก็มีหนุ่มๆมาชวนไปไหว้พระ
นั่งทอดน่องสบายใจที่บ้านไปเหอะ มันก็มาเอง
ปีใหม่น่ะ เดี๋ยวก็มีหนุ่มๆมาชวนไปไหว้พระ
นั่งทอดน่องสบายใจที่บ้านไปเหอะ มันก็มาเอง
“ขี้เกียจจัง...” นอนกินบ้านกินเมืองตั้งแต่ปีใหม่ มันจะเป็นนางเอกที่ดีไปหน่อยแล้วม้างงงง
“หรือว่าพี่ยังคิดมากเรื่องพี่ฮิบาริ?” ฟูตะพยายามเดาใจพี่ชาย ถ้าให้เดาพี่สึนะน่ะคิดถึงข้าวกล่องใช่มั้ยล่ะ ผมก็เอือมกับพี่เหมือนกันนะ
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลจดจ้องฮิเบิร์ดที่บินร่อนมาจิกขนมปังกิน “กำลังคิดว่าที่อเมริกา แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่มั้ยนะ?” ฮิเบิร์ดคายขนมปังเน่าๆของสึนะออกจากปากเล็กทันที
จิ๊บบบบบบ
(ขนมปังฝีมือก็เน่าสนิทแล้ว!!
ความคิดก็เน่าเสียอีก!! ทูน่าบร้า~!!
เศร้าได้ไม่กี่วัน คิดถึงของกินอีกแล้วเรอะ~!!)
(ขนมปังฝีมือก็เน่าสนิทแล้ว!!
ความคิดก็เน่าเสียอีก!! ทูน่าบร้า~!!
เศร้าได้ไม่กี่วัน คิดถึงของกินอีกแล้วเรอะ~!!)
นกมันยังแอบด่าในคำว่าจิ๊บ ฟูตะส่ายหน้าไปมา อยากให้ผมคิดในแง่ดีหรือแง่ร้ายดีอ่ะพี่สึนะ กลบเกลื่อน? หรือว่าคิดจริงดี? ผมว่าคิดจริงนะ ห่วงกินเอ๊ย!!!
ปิงป๊อง!!!!
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นแทรกวงสนทนาของสองพี่น้อง ฟูตะรู้งานเป็นอย่างดีรีบเดินไปเปิดประตูบ้าน คนอย่างพี่ชายของเขาน่ะ ไม่มีวันเดินไปเปิดเองแน่!! นี่ถ้าเขาเก็บข้าวเก็บของหนีไปอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างประเทศบ้างจะอดตายมั้ยเนี่ย!!
“สวัสดีครับอาจารย์มุคุโร่” ฟูตะทักทายแขกผู้มาเยือน นายดูไม่ตกใจเลยนะว่าใครมา รู้อยู่แล้วเรอะ?!
“ไม่ได้พบกันซะนานนะครับ คุณน้องชาย” มุคุโร่ในเสื้อกันหนาวหนังสีดำตัวยาวทักทาย เอ่อ อยากจะถามว่าเสื้อนั่นกิ๊กคนไหนซื้อให้รึเปล่า
ร่างบางเหลือบมาว่าใครมา ก่อนทักทาย “สวัสดีปีใหม่ครับ อาจารย์” สึนะอวยพรตามมารยาทนะท่าน! ตามมารยาท!
“สวัสดีปีใหม่ครับ สึนะโยชิคุง” มุคุโร่อวยพรกลับด้วยความรัก ช่างสวนทางกันจริงๆ.... ฟูตะแอบจ้อง ไม่อวยพรน้องชายบ้างเรอะ!
“ไปไหว้พระปีใหม่กับผมมั้ยครับ?” ฟูตะที่ยืนอยู่ข้างๆมุคุโร่แทบจะตะโกนแทรก นี่ลืมกันไปแล้วรึเปล่าว่าผมอยู่ด้วยอ่ะ
“อ่า....” เอายังไงดีล่ะ แล้วต้องแต่งกิโมโนรึเปล่า? มุคุโร่แต่งตัวธรรมดา งั้นเขาแต่งธรรมดาด้วยก็น่าจะดี
ฟูตะโหมดคนไม่เห็นหัวเดินไปจับไหล่บอบบางของสึนะ “ไปเปลี่ยนกิโมโนซะครับ มีอยู่ในตู้แล้ว”
Trick
ปีใหม่ก็ต้องกิโมโนสิ ใส่แล้วได้ใจหนุ่มเพิ่ม 200%
สาวๆในชุดประจำชาติน่ามองออกจะตาย!
ปีใหม่ก็ต้องกิโมโนสิ ใส่แล้วได้ใจหนุ่มเพิ่ม 200%
สาวๆในชุดประจำชาติน่ามองออกจะตาย!
ไอ้ทฤษฎีพวกนั้นไม่เข้าใจว้อย!! แล้วเขาก็ไม่ใช่สาวด้วย เป็นผู้จ๊ายยยยยย แม้จะได้รับรางวัลเคะแห่งปีและแห่งร้อยปีก็เถอะ รู้สึกตัวอีกที สึนะมายืนอยู่ในห้องตัวเองตั้งแต่เมื่อไหรนี่? นี่มันเวทมนต์ตัดฉากของเกมส์จีบหนุ่ม!!
พลันสายตาก็เหลือบเห็นความผิดปกติของกิโมโนแดง “นี่มันชุดผู้หญิง....” เห็นกิโมโนแดงแล้วนึกถึงตอนถูกจับไปตากแห้งในสวนบ้านยากูซ่า เขาไม่ถูกโฉลกกับสีนี้แน่ๆ!!!
“ก็ชุดผู้หญิงสิครับ พี่สึนะสวมกิโมโนผู้ชายจะไปน่าดูอะไร” นี่มันหมายความว่ายังไงไอ้คุณน้อง!!!
รู้มั้ยว่ากิโมโนแดงมันช่วยให้แรงสามเท่า
เพราะงั้นอีเวนท์วันนี้แรงเป็นสามเท่านะพี่สึนะ!!!
เพราะงั้นอีเวนท์วันนี้แรงเป็นสามเท่านะพี่สึนะ!!!
ยิ่งไปกว่ากิโมโน... “อาจารย์เข้ามาในห้องผมด้วยทำไม!!!” ริจะมาลวนลามทางสายตา มองผมถูกจับเปลื้องผ้ารึไง!!
“คึหึหึหึ ผู้ชายเหมือนกันจะไปถือสาอะไรล่ะครับ” จึกๆๆ มันก็จริง แต่ว่า.........
เอาเหตุผลนี้มาอ้างมันก็ไม่น่าเชื่อถือเฟ้ย!!!!
แล้วแฟนๆนายนี่มันไม่ใช่ผู้ชายรึไง!! แล้วที่นายหื่นใส่ผู้ชายอีกล่ะ! แน่ใจนะว่านายจะไม่คิดอะไรแน่อ่ะ??? ไม่น่าเชื่อถือ ไม่เชื่อเฟ้ย!! แล้วไอ้คุณน้องฟูตะ นายจะมาเปลี่ยนอะไรต่อหน้าผู้ชายแบบนี้เล่า! เดี๋ยวพี่ชายนายก็เป็นเจ้าสาว(?)ไม่ได้กันพอดี!!
“ถ้าอายผมหันหลังให้ก็ได้ครับ” มุคุโร่หันหลังให้ ช่างน่ารักจริงๆ.... ซะที่ไหนเฟ้ย!! ออกป๊ายยยย~ จะหันหน้าหันหลังก็ออกไปซ๊า~!!
“ยึกยักอยู่ได้ ผมสวมไม่ถนัดนะพี่สึนะ!” ฟูตะจับพี่ชายให้ยืนนิ่งๆ.... สุดท้ายก็ต้องยอมให้ฟูตะเปลี่ยนให้แบบนั้น... ฮือ... ลาก่อนเรือนร่างของฉัน
แต่.........
มุคุโร่... ถ้านายหันมามองล่ะก็....
ฉันจะสาปแช่งให้นายเสื่อมเหมือนไอ้คุณเบียคุรัน!!!!!
มุคุโร่... ถ้านายหันมามองล่ะก็....
ฉันจะสาปแช่งให้นายเสื่อมเหมือนไอ้คุณเบียคุรัน!!!!!
คำสาปแช่งในใจของสึนะไม่ได้สะเทือนไปถึงใจของมุคุโร่ ก็มันไม่ได้ยินนี่นา นัยน์ตาสองสีเหลือบมองมุคุงในกระถาง เขาก้าวไปมองชัดๆ ดูเฉาลงไปนิดรึเปล่า “คุณได้รดน้ำมุคุงบ้างรึเปล่าครับ?” สับปะรดก็ต้องการน้ำนะครับ ไม่ใช่ตะบองเพชร หรือคุณแยกพืชสองอย่างนี้ไม่ออก?
“ก็แค่รดวันเว้นสองวันเอง” รดมากไปก็เปลืองน้ำ สับปะรดก็ไม่ได้มีดอก จะเร่งรดไปทำม๊ายยยย
“รดน้ำและให้ความรักบ้างเถอะครับ .......” นายเป็นพวกรักธรรมชาติขนาดนั้นเชียว?
“แล้วก็อย่าลืมให้ความรักคนให้ด้วยนะครับ” โยนออกไปนอกห้องทั้งคนให้แล้วก็สับปะรดจิ๋วเลยดีมั้ย!!!
ฟูตะคนกลางแอบนึกในใจ มันเห็นหัวอีกคนบ้างรึเปล่าน่ะ... “เสร็จแล้วครับ”
มุคุโร่หันกลับมา บรรยากาศราวกับเจ้าบ่าวรอเจ้าสาวลองชุดแต่งงาน... “เหมาะมากเลยล่ะครับ” บรรยากาศก็ให้ พวกนายลืมไปแล้วรึเปล่าว่าแค่ปีใหม่....
“ก็ชุดผู้หญิงนั่นแหละ” สึนะแก้เขินหลบสายตา ร่างบางเม้มปากทำแก้มป่อง ยิ่งทำยิ่งเหมาะกับชุดผู้หญิงนะครับนั่น
“งั้นไปกันเถอะครับ ถ้าอยากกินอะไรผมเลี้ยงเองครับ” เท่านั้นแหละสึนะรีบหันมาแย้มยิ้มกว้าง
“จริงอ่ะ!!???” มุคุโร่จะเลี้ยงข้าวเขา??? หรือว่าหิมะจะหยุดตกในปีใหม่ ไปตกในประเทศไร้หิมะแทน!!
“ล้อเล่นน่ะครับ” ครืน........... ไอ้คุณมุคุโร่!! มาหลอกให้ความหวังกันเรอะ!!
สึนะแอบเดือดปุดๆ แต่เมื่อได้ยินคำนั้นของมุคุโร่เขาก็เลิกเดือด “ยิ้มได้แล้วนะครับ ตั้งแต่ผมมาคุณไม่ยิ้มเลย”
ไม่ยิ้ม?
นั่นสินะ เขาไม่ค่อยยิ้มตั้งแต่เมื่อไหรกันนะ
ไม่รู้ตัวเลยแฮะ
นั่นสินะ เขาไม่ค่อยยิ้มตั้งแต่เมื่อไหรกันนะ
ไม่รู้ตัวเลยแฮะ
.
.
คิดอีกทีปกติอยู่กับมุคุโร่ก็ไม่ได้ยิ้มบ่อยอะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว ก็อีกฝ่ายเอาแต่กวนประสาทเขานี่นา แถมช่วงนี้ไม่ค่อยรั่วด้วย กลับมาหลงตัวเองแทน.... เฮ้อ..... ขอบคุณที่เตือน แต่.......... เรื่องเลี้ยงข้าวน่ะเรื่องใหญ่!! มาหลอกกันได้!! ฟ่ออออออ ไม่คิดจะลงทุนอะไรบ้างเลยรึง๊าย~
“จะไปรึยังน่ะครับ... หรือจะรอให้มันเที่ยง....” ฟูตะผู้ถูกลืมแทรกกลางบทสนทนาสุดหวาน อย่าทำเหมือนผมเป็นตัวประกอบได้ม๊ายยยยยย
“งั้นเราไปกันเถอะครับ แม่หญิงของผม” มุคุโร่ยืนรอให้ร่างบางเดินออกไปก่อน สึนะมองหน้ายิ้มแย้มของมุคุโร่พลางถอนหายใจ
ปีใหม่ทั้งที อย่าให้ฉันต้องฆาตกรรมนายละกัน....
“ฝากฮิเบิร์ดด้วยนะฟูตะ” ร่างบางจับฮิเบิร์ดส่งให้ฟูตะ นกน้อยตัวป้อมดิ้นปานเมายาอีกครั้ง เอาเขาไปด้วยยยย เขาจะไปเป็นกขค.!!
ฟูตะมองดูสองร่างเดินออกจากบ้านไป ปีใหม่ผมก็ต้องเฝ้าบ้านอีกแล้ว ก็น้องชายน่ะจะไม่ได้ไปวัดปีใหม่ถ้าพี่สาวมีหนุ่มมาแลนี่นา เกิดเป็นน้องชายช่างน่าเศร้า หาแฟนให้พี่สึนะได้แล้วก็หาแฟนให้ตัวเองบ้างดีกว่า เฮ้อ.....
.
.
.
.
นี่ศาลเจ้าเรอะ...?
ดวงตากลมโตเบิกกว้างยามเมื่อเห็นบันไดของศาลเจ้าประจำนามิโมริ.. แม้เจ้า!! พ่อเจ้า!! นี่มันอะไรกันเนี่ย!! ทำไมบันไดขึ้นไปด้านบนมันสูงแบบเน๊!! ทำไมคนอื่นๆเดินขึ้นลงกันไปแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย! เพราะเป็นตัวประกอบเรอะ~
“สูงจัง....” สึนะมองขึ้นไปด้านบน เห็นประตูศาลเจ้าสีแดงอยู่ไกลๆ จะเดินถึงมั้ยเนี่ยใส่กิโมโนด้วย
“อย่าเสียเวลากันเลยครับ ดีแล้วที่คนยังไม่มาก” มุคุโร่ดันหลังร่างบางให้เดินขึ้นไป เวลาแบบนี้นายควรช่วยประคองฉันซักนิดก็ยังดีนะ!
30 ขั้นผ่านไปได้แค่ครึ่งทาง สึนะรู้สึกราวกับตัวเองกำลังฝึกซ้อมอะไรซักอย่างอยู่ ไอ้ที่การ์ตูนกีฬาหรือต่อสู้บางเรื่องชอบทำกันอ่ะ กระโดดกบขึ้นลงบันไดศาลเจ้า... แต่นี่มันเรื่องเลิฟคอมเมดี้! มันจะเอามุขการ์ตูนต่อสู้มาเพื่อ!!
นี่ไม่ใช่การ์ตูนต่อสู้ที่มักมีคำยอดฮิตว่า
“ระ...เร็ว!!” นะเฟ้ยเฮ้ย!!!!
“ระ...เร็ว!!” นะเฟ้ยเฮ้ย!!!!
สึนะเริ่มสติแตก มื้อเช้าก็มีแค่ขนมปังปิ้งฝีมือฟูตะเข้าปาก เดี๋ยวสิ เมื่อมานึกย้อน... ทำไมบ้านเราเค้าไม่กินอาหารปีใหม่เหมือนคนอื่นเค้าล่ะ!?? นี่เขากับฟูตะเป็นคนญี่ปุ่นจริงๆรึเปล่าเนี่ย! มานั่งกินขนมปังปิ้งเหมือนเช้าวันเปิดเทอมแบบนั้น???
“เหนื่อยมั้ยครับสึนะโยชิคุง?” มุคุโร่พิจมองใบหน้าหวาน ขอโทษนะ นายมองด้วยอะไรถึงได้คิดว่าฉันไม่เหนื่อยน่ะ
“ดูก็น่าจะรู้นะครับ...” สนใจเรื่องเล็กน้อยบ้างรึเปล่าน่ะมุคุโร่!
ใบหน้าคมประดับด้วยรอยยิ้ม “นั่นสินะครับ ก็คุณวิ่งอยู่ในใจผมด้วยคงเหนื่อยเป็นสองเท่า” อ๊ากกกกกกกกก ขอผลักสับปะรดกลิ้งลงไปข้างล่างได้มั้ย!!
แต่ดูเหมือนกรรมจะตามทันเพียงแค่คิด มุคุโร่ก้าวเท้าเหยียบรองเท้าเกี๊ยะของสึนะตอนที่ร่างบางกำลังจะก้าวพอดิบพอดี..... อะไรจะเกิดขึ้น? สึนะเสียศูนย์เริ่มเอนหลังจะร่วงลงไปข้างล่างซะแล้ว!!!
กลุกๆๆๆๆๆ
คิดเหรอว่าฉากพระเอกคว้าทันแล้วเข้ามาในอ้อมอกมันจะเกิดขึ้น? ทูน่าจังกลิ้งกลุกๆร่วงลงไปด้านล่างของบันไดทันที!! แว๊กกกกก อุตส่าห์ขึ้นมาได้แล้วต้องขึ้นใหม่อีกเร้ออออ พระเจ้าไม่ยุติธรรม! นี่กะให้ผมเดินขึ้นเดินลงบันไดสะเดาะเคราะห์ก่อนเลยเรอะ~!
“สึนะโยชิคุง!!” มุคุโร่วิ่งตามลงมาดูอาการทูน่ากลิ้งเป็นหมู ร่วงลงมาแบบนี้แล้วยังรอดได้ ผมว่าคุณนี่แอบน่ากลัวนะครับ!
ร่างบางหยัดกายขึ้นนั่ง “โอ๊ยๆๆๆ” มุขแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยไม่ใช่เหรอ! ตอนตกทะเลก็ครั้งนึงแล้ว ดีนะรอบนี้ไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลย!!
“แน่ใจนะครับว่าเดินขึ้นไปเองได้?” มุคุโร่ชักห่วงความปลอดภัย
“แน่ใจครับ” สึนะหยัดกายยืนขึ้นด้วยตัวเอง กิโมโนผู้หญิงนี่มันทำให้เดินยากชะมัด ใส่กันไปได้ยังไงเนี่ย!!
คิดว่าจะมีมุขแบบนางเอกข้อเท้าเคล็ดรึ?
ไม่มี๊
ไม่มี๊
ขาทั้งสองของสึนะยังคงเดินได้ดีให้เต้นเบรกแดนซ์ให้ดูก็ยังด้ายยยย คนทำเกมส์คาดว่าคงมีคนเล่นบางคนแอบบ่นในใจไร้เซอวิส เพราะงั้นมีให้นิดนึงก็ได้ (?)
“ผมเดินเอง....ได้...!!!” ร่างบางตกใจเมื่อมุคุโร่จับเขาขึ้นขี่หลัง นี่ไม่ใช่หนังเกาหลีน๊า~ อายคนนนนนน
“เดี๋ยวคุณกลิ้งลงมาอีก เราอาจจะต้องไปเดทกันที่โรงพยาบาลแทนก็ได้ครับ” มุคุโร่แย้มยิ้มอย่างหวังดี โรงพยาบาลรับปีใหม่ ดวงไม่ดีแหง....
มือเล็กทั้งสองวางลงบนบ่ากว้าง “แต่แบบนี้ก็น่าอายจะตายไป!” ผมเป็นแมนนะ โฮวววววววว
“คึหึหึ ถ้าอายแล้วก็กลัวตกก็กอดคอผมแน่นๆละกันครับ” ได้ทีฉวยโอกาสเต็มที่เลยนะไอ้คุณมุคุโร่....
แต่สุดท้ายก็ต้องทำตาม วงแขนบอบบางโอบล้อมลำคอของมุคุโร่ ใบหน้าหวานซุกลงกับบ่ากว้างซ่อนใบหน้าแดงก่ำและใบหน้าหวานของตัวเองไม่ให้ใครเห็น
ให้ตายเถอะ!!!
อายจะแย่แล้ว อ๊ากกกกกกกกกกกกก
อายจะแย่แล้ว อ๊ากกกกกกกกกกกกก
“นี่ๆ ดูคู่นั้นสิ น่ารักจังเลยเนอะ” กลุ่มเด็กสาววัยเรียน 4 คนแค่ตัวประกอบแถวนั้นเดินผ่านก็หันไปกริ๊ดกร๊าดกันในกลุ่ม
“อิจฉาอ่ะอิจฉาอ๊า ~ หนุ่มหล่อด้วยอ๊า” กลุ่มสาวๆวิ๊ดว้ายกันสนุกสนาน มีการหยิบกล้องมือถือมาแอบถ่ายซีนประทับใจนี่อีก
“วี่ๆอุ้มเค้าแบบนั้นบ้างซี่” หนุ่มตัวเล็กผมขาวสะกิดคนรักหัวส้มของตน เห็นแบบนั้นแล้วน่าอิจฉาจังเลยยยยย
“วี่ยังไม่หน้าด้านพออ่ะเล็นๆ” หัวส้มแฟนหนุ่มเร่งตอบ ชื่อพวกนายเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนล่าปีศาจซักเรื่องเลยนะ
สึนะเริ่มคิดถึงถุงกระดาษ เอามาใส่ปิดหน้าที!! อายคน อายว้อยยยย เดินเร็วๆเซ่!!! “อาจารย์รีบๆเดินแล้วปล่อยผมซะที~” สึนะพูดเสียงเบาแทบจะกระซิบ ถ้ามีใครมาได้ยินว่าเป็นลูกศิษย์อาจารย์คงโดนเอาไปเม้าส์กันใหญ่อีกแน่!
“บันไดน่าจะสูงกว่านี้ซักหน่อยนะครับ” ไม่เอา!! แค่นี้ก็เกินพอแล้ว!!
คิดถึงตอนลงก็รู้สึกหนาวขึ้นมา.....
.
.
.
.
.
ร่างสองเดินผ่านความซวยมาจนถึงจุดไหว้พระขอพรในปีใหม่ ขอบคุณพระเจ้าที่ให้ผมมาถึงโดยสวัสดิภาพ(?) มาถึงก็รีบโดดลงจากหลังของมุคุโร่ทันที!
“ผมจะไปไหว้พระแล้ว!!” สึนะรีบวิ่งไป คนกำลังน้อยลงพอดี
“ใจคอจะไม่ขอบคุณกันซักคำเลยรึไงน่ะครับ....” สับปะรดแอบน้อยใจอีกแล้ว พูดไปรายนั้นก็ไม่ได้ยิน เอาเถอะๆ ยังไงวันนี้ก็คงไม่มีคนริเข้ามาขโมยซีนเด่นๆของผมใช่มั้ยล่ะครับ
มุคุโร่เดินมายืนเคียงข้างร่างบาง สึนะคิดแล้วคิดอีกว่าจะโยนเหรียญลงไป ไม่รู้จะงกไปไหน ส่วนคุณท่านมุคุโร่น่ะเหรอ รายนี้ไม่โยนแถมพนมมือขอพรเรียบร้อย... เค็มเจอเค็ม... พระเจ้าจะเมตตารึเปล่านี่.......
“คุณพระคุณเจ้าครับ....!!” ร่างบางเร่งพนมมือของหวย(?) เอ๊ย! ขอพรปีใหม่ในใจเงียบๆ แม้จะหลุดประโยคแรกออกมาก็เถอะ
ขอให้ชีวิตของผมเจอแต่เรื่องดีๆ
ขอให้ได้พบความรักแล้วราบรื่น
ขอให้เรื่องร้ายๆทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องดี
ขอให้สมองของผมพัฒนาขึ้น
แล้วก็..... ขอให้มีข้าวกินครบทุกมื้อไม่ขาด และไม่น้อย!!!
ขอให้ได้พบความรักแล้วราบรื่น
ขอให้เรื่องร้ายๆทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องดี
ขอให้สมองของผมพัฒนาขึ้น
แล้วก็..... ขอให้มีข้าวกินครบทุกมื้อไม่ขาด และไม่น้อย!!!
อา... สมบูรณ์แบบเป็นการขอพรที่สมบูรณ์แบบและสมราคา 100 เยนจริงๆ ไม่เหมือนไอ้โบสถ์ของบาทหลวงฮิปฮอปนั่น เฉลี่ยแล้วข้อละ 20 เยนพอดิบพอดี เงินอาจจะน้อยแต่ขอด้วยใจนะครับ ช่วยสนองผมด้วย (ไอ้งก!!!)
สึนะหันมาจุ้นมุคุโร่ที่ขอไม่เสร็จซะที ขออะไรนักหนา “ขออะไรเหรอครับอาจารย์” ทำไมพนมมือขอนานจัง ขอเรื่องเงินอยู่รึไงน่ะ มันมากจนต้องขอนานขนาดนี้เลยเหรอ...
“ขอให้ด้ายแดงเชื่อมเราเหมือนมุคุงกับสึนะจังครับ” มุคุโร่หันมองทั้งที่ยังพนมมือของพรอยู่ ใบหน้าของสึนะแดงเรื่อ มันเสี่ยวมากเลยนะนั่น... แต่ทำไมเขาต้องเขินด้วยนะ ประสาทกลับตั้งแต่วันคริสมาสต์แล้วรึไงน่ะ.....
“ด้ายมันไม่ได้เป็นสีดำเหรอนั่น...” สึนะพึมพำกับตัวเองไม่ให้มุคุโร่ได้ยิน แต่หูผีอย่างมุคุโร่จะไม่ได้ยินเรอะ
“เอาไปย้อมใหม่ก็เป็นสีแดงครับ” ย้อมยังไงมิทราบ!!
“ผมไปดูเซียมซีดีกว่า!” สึนะสะบัดหน้าเดินไปหาตู้เซียมซีแถวๆนั้น ถ้าเกมส์แบบนี้มีด้ายแดงจริงๆ มันคงไม่หลอกลวงกันตั้งแต่ไอ้เด็กในความทรงจำแล้วเฟ้ย!!
Trick
เซียมซี เป็นหนึ่งในกิจกรรมในศาลเจ้า
กิจกรรมดาษๆ(อีกแล้ว) ที่คนเข้าศาลเจ้าไม่ทำเรียกว่าแปลก
เซียมซี เป็นหนึ่งในกิจกรรมในศาลเจ้า
กิจกรรมดาษๆ(อีกแล้ว) ที่คนเข้าศาลเจ้าไม่ทำเรียกว่าแปลก
“ครั้งละ 300 เยนค่ะ” มิโกะสาวในชุดขาวแดงยื่นกระบอกเซียมซีให้ แพง!! ดูดวงแค่นี้ 300!! ดูกับคุณทวดดีกว่ามั้ง!
“กะแค่เขย่าๆแล้วก็กระดาษใบเดียว เค็ม!!” สึนะเริ่มเถียงกับคุณมิโกะสาว ฉากหลังเป็นรูปเวทีมวย ปลาทูน่าน้อยกำลังสวมนวมจะต่อยกับแม่ไก่
“คนเค้าต้องทำมาหากินนะหนูน้อย” กระแสไฟฟ้าส่งกลับ หนูเป็นลูกบ้านไหนเนี่ย! แค่นี้ทำเป็นบ่น! ปากร้ายแบบนี้ เดี๋ยวแม่แช่งให้หาแฟนหล่อไม่ได้เลยนี่!
“ทะเลาะอะไรกันน่ะครับ” มุคุโร่ก้าวเดินตามมา คุณมิโกะสาวแทบเครื่องน็อค นี่แฟนยัยเปี๊ยกนี่เหรอ พระเจ้า!! ไม่สมกันเลย!!
“ก็ราคามันแพงเกินไปนี่” สึนะเสตามองมิโกะสาวด้วยหางตา แต่ท่าทางอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจสึนะแล้ว โดนมนต์เสน่ห์หนุ่มตาสองสีไปเต็มๆ
มุคุโร่ยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ “ลดให้หน่อยละกันนะครับ” อ๊า!! รังสีความหล่อกระแทกตา!! ให้ฟรีแถมตัวให้ด้วยก็ยังได้ค่า!! คุณมิโกะรีบยื่นกระบอกเซียมซีให้สึนะ เงินอะไรไม่เอาแล้วววว
“ไม่ขอเบอร์ซะด้วยเลยน่ะ.......” สึนะแอบพูดประชด ม่อได้แม้กระทั่งในศาลเจ้าวันปีใหม่!! ให้ตายเถอะ!!
ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมา เปิดรายชื่อให้ยล “ทั้งเครื่องเหลือแค่เบอร์คุณเบอร์เดียวนะครับ ดังนั้นหึงผมแบบนี้ ผมปลื้มแย่เลย” ไม่จริงน่า!! ไม่ใช่ว่าซื้อโทรศัพท์มาใหม่อีกเครื่องเพื่อหลอกเขานะ!
“ช่างโทรศัพท์อาจารย์ไปเหอะ” ไม่ได้เมมในเครื่อง แต่เมมไว้ในสมองแหงๆ! สึนะเขย่าๆกระบอกเซียมซีให้เสร็จๆ
เบอร์ 27
เอ่อ... ได้เลขอะไรที่เหมาะเหลือเกินนะ เป็นลางดีว่าเรื่องนี้จะจบที่ตอนที่ 27 รึเปล่า? หรือจะหมายถึงกระผมไร้คู่กันแน่ ฮ่าๆๆๆ สึนะยื่นแท่งเซียมซีให้คุณมิโกะ รายนั้นนั่งนิ่งมองแต่มุคุโร่เชียวนะ.....
“ขอใบคำทำนาย......” เจ๊ได้ยินผมมั้ยเนี่ย!!
“แฟนหนูหล่อดีนะจ้ะ” คุณมิโกะสาวนั่งเคลิ้ม เฮ้ยๆ เอาคำทำนายของผมมาได้แล้ว!!
“ไม่ใช่แฟน.... แล้วขอใบคำทำนายด้วย” ช่วยสนใจผมหน่อยได้รึเปล่า!! ทำไม ทำม๊ายย ผมก็ผู้ชายหน้าหวานน่ารักขนาดนี้ ทำไมไม่ป๊อปในหมู่หญิงสาวบ้างนะ!!
“ขอเบอร์แฟนหนูได้มั้ย?” มิโกะสาวยื่นคำทำนายพร้อมกระดาษสีน้ำตาลใบเล็กให้ ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่แฟน!!!!! ฟังอยู่รึเปล่าน่ะเจ๊!!
ใบเซียมซีใบที่ 27
ซวยเช็ด ซวยแล้วซวยอีก ซวยไม่มีวันหยุด
สตรีใดได้ใบที่ 27 จักเป็นสาวพราวเสน่ห์
บุรุษใดได้ใบที่ 27 จักเป็นหนุ่มเคะพราวเสน่ห์กดคนอื่นไม่ลง
กระทำการใดทำร้ายจิตใจคนอื่นไว้จะกรรมคืนสนอง
ชอบทำอะไรแบบไร้สมอง ระวังจะเจอดี
ซวยเช็ด ซวยแล้วซวยอีก ซวยไม่มีวันหยุด
สตรีใดได้ใบที่ 27 จักเป็นสาวพราวเสน่ห์
บุรุษใดได้ใบที่ 27 จักเป็นหนุ่มเคะพราวเสน่ห์กดคนอื่นไม่ลง
กระทำการใดทำร้ายจิตใจคนอื่นไว้จะกรรมคืนสนอง
ชอบทำอะไรแบบไร้สมอง ระวังจะเจอดี
นี่มันอาร๊ายยยยยยยยยย เซียมซีนี่มันตั้งใจเขียนมาด่าเค้ารึเปล่า!! หรือเบื้องหลังของไอ้ร้านเซียมซีนั่นคือคุณทวด!! แต่คุณทวดคงไม่ด่าเค้าแบบนี้ใช่ม้ายยยย
“ดวงไม่ดีเหรอครับ?” มุคุโร่เอ่ยถาม ทำหน้าตาตลกเชียว สงสัยคำทำนายจะตรงมาก
“มากๆ.....” สึนะคอตก มุคุโร่เห็นดังนั้นก็จับแขนเสื้อกิโมโนแดงของร่างบาง
“เอาไปผูกกับกิ่งไม้กันเถอะครับ” มุคุโร่นำทางไป นั่นสินะ เค้าว่าถ้าดวงไม่ดีให้เอาไปผูกกับต้นไม้ มันจะแปรเปลี่ยนเป็นโชคดีนี่นา
คุณมิโกะสาวมองตามไป “แอบแช่งให้เลิกกันดีมั้ยนะ” เอ่อ... ทำงานตรงกับพระเจ้าแบบนี้ ความคิดทำไมโหดร้ายจังเลยนั่น...
.
.
.
.
ใต้ต้นไม้สูงไม่ห่างจากศาลเจ้านัก สึนะพยายามจะผูกด้วยตัวเอง ส่วนคุณท่านมุคุโร่นั่งเก้าอี้ยาวแถวนั้นดื่มกาแฟกระป๋องอย่างสบายอารมณ์ ไม่สงสารความเตี้ยของเขาบ้างรึไง! ต้นไม้นี่มันสูงเป็นบ้า มาช่วยกันหน่อย!!
“ปีนเลยดีมั้ยเนี่ย!!” สึนะชักเริ่มเดือด!! มุคุโร่หันไปมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“ผมช่วยมั้ยครับ?” ฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าจู่ๆนายมาช่วยแบบนี้มีแผนอะไรรึเปล่าน่ะสิ!!! และแล้วความพยายามของทูน่าก็สำเร็จ ผูกได้แล้ว!!!
ร่างบางเดินมานั่งข้างๆมุคุโร่ ปีใหม่แบบนี้ก็วุ่นวายใช่เล่น ขนาดไม่มีตัวละครโผล่มาเยอะนะนี่ เฮ้อ..... เหนื่อยแบบนี้อยากดื่มน้ำจัง “อาจารย์ไม่ซื้อน้ำให้ผมเลยเหรอเนี่ย....”
“ลืมไปซะสนิทเลยครับ ปกติไม่เคยใช้เงินตัวเอง” มุคุโร่ตกใจ นี่นายไม่เคยใช้เงินตัวเองเลยเรอะ!!
“ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยใช้เงินตัวเองเลยรึไงครับ.....” สึนะกุมขมับ นี่นายใช้ชีวิตแบบไหนมากันแน่นะ เงินกิ๊กตลอดเลยเรอะ นอกจากเรื่องน้องสาวแล้ว ชักอยากรู้ว่านายใช้ชีวิตยังไงมาก่อนนะเนี่ย
ราวกับรู้ว่าสึนะคิดอะไรอยู่ ร่างสูงเร่งตอบ “บางอย่างมันก็ไม่น่าฟังหรอกครับ ผมคิดว่าคุณไม่รู้ดีกว่า” ใช่... เรื่องใน SP2 นั่นแหละ ถ้ารู้คุณคงหนีผมไปไกลแน่.....
มุคุโร่ตอบกลับมาแบบนั้นสึนะก็ไม่คิดถาม
บรรยากาศเริ่มเงียบสงบลง
สายลมเย็นๆของฤดูหนาวยิ่งทำให้เย็นตามบรรยากาศ
บรรยากาศเริ่มเงียบสงบลง
สายลมเย็นๆของฤดูหนาวยิ่งทำให้เย็นตามบรรยากาศ
พลันเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “ถ้าผมไม่อยู่จะเหงามั้ยครับ?” นัยน์ตาสองสีสบมองร่างบางที่นั่งเคียงข้าง
“ทำไมเหรอครับอาจารย์?” นายนี่เปลี่ยนโหมดเร็วจังเลยนะ เป็นพวกหลายบุคลิกรึเปล่าน่ะ
“อยากรู้น่ะครับ ถ้าผมไม่อยู่แบบฮิบาริคุงบ้าง จะเหงามั้ยครับ?” ตัดพ้อเหรอ? น้อยใจเหรอ? หรือว่าเป็นอะไรน่ะ? ตั้งใจจะทดสอบอะไรรึเปล่า?
สึนะทำหน้าเหมือนไม่เชื่อใจ “อิจฉาเหรอครับ?” มุคุโร่สะอึกไปเล็กน้อย
“เปล่าครับ แค่อยากถามดู……” คิดไปเองรึเปล่านะ? ว่าเห็นแววเศร้าในนัยน์ตาสองสีนั่น
น้อยใจอีกแล้วรึไงน่ะ? “ก็....คงเหงามั้ง ไม่มีคนรั่วๆชวนให้น่าถีบ”
ริมฝีปากได้รูปค่อยๆหยักยิ้ม “ดีใจจังครับ” หน้าตาของมุคุโร่ในยามนี้ช่างยิ้มร่าน่ารักซะจนหัวใจกระตุก
รู้สึกอย่างกับตัวเองเป็นซึนเดเระเลยแฮะ ... “แต่ว่าอีกนานกว่าผมจะเรียนจบ ก็แทบจะเจออาจารย์ทุกวัน คงเจอจนเบื่อหน้ากันไปเลยล่ะครับ”
มุคุโร่อดขำกับคำพูดนั้นไม่ได้ “นั่นสินะครับ” นั่นสินะครับ.... นั่นสินะ.....
อยู่ใกล้กันเกินไป
ทะเลาะกันบ่อยเกินไป
จนไม่อาจเดาใจอีกฝ่ายออกได้เลย
ทะเลาะกันบ่อยเกินไป
จนไม่อาจเดาใจอีกฝ่ายออกได้เลย
ร่างสูงยื่นมือใหญ่มาปิดดวงตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตทั้งสองของสึนะ ร่างบางตั้งท่าจะโวยวายแต่ก็หยุดชะงักเมื่อสัมผัสถึงลมหายใจที่รินรดใบหน้าเขาในระยะใกล้ ริมฝีปากได้รูปของมุคุโร่อยู่ห่างริมฝีปากชมพูอวบอิ่มเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทว่า.... เขากลับชะงักแล้วถอยห่างออกมา ไม่ยอมสัมผัสใดๆทั้งสิ้น
“อาจารย์...?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อมือใหญ่ถูกชักกลับไป เป็นอะไรไปน่ะมุคุโร่ นายเริ่มแปลกๆแล้วนะ
“กลับบ้านกันเถอะครับ ผมไปส่งนะครับ” มุคุโร่จับมือสึนะดึงให้ลุกขึ้นตามเขา นายแปลกๆนะมุคุโร่? ไม่คิดจะบอกอะไรกันหน่อยเหรอ รู้สึกแปลกๆยังไงพิกลๆ
“อาจารย์เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” สึนะมองใบหน้าคมอย่างกังวล ริมฝีปากเรียวของร่างสูงหยักยิ้มเหมือนทุกครา
“ก็ยังรักคุณเหมือนเดิมตลอด 24 ชั่วโมงแหละครับ” เสี่ยวอีกแล้วนะ!! พอๆ ฉันไม่ถามแล้วก็ได้!!
ร่างบางเดินแก้มป่องฮึดฮัดนำหน้าไป มองแผ่นหลังในชุดกิโมโนนั้นร่างสูงแอบอมยิ้ม ก่อนรอยยิ้มจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ “ผมรักคุณที่สุดเลยนะครับ” เสียงที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน....
คำว่า ”ชอบ” ที่คุณให้บางทีอาจจะไม่เพียงพอ
แต่การที่ตัวเองเป็นแบบนี้ มันอาจไม่เพียงพอกับ “ความรัก” ยิ่งกว่า
แต่การที่ตัวเองเป็นแบบนี้ มันอาจไม่เพียงพอกับ “ความรัก” ยิ่งกว่า
.
.
.
.
.
เช้าวันที่ 3 มกราคม โรงเรียนเปิดตามปกติแล้ว วัฏจักรชีวิตเดิมๆกลับมาอีกครั้ง สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเดิมคงจะเป็น..... ห้องประธานนักเรียนที่ไม่มีพี่เคียวยะแล้ว ข้าวกล่องที่ไม่มีแล้วต้องไปหากินเอาเองที่โรงอาหาร
“จะว่าไปนักเรียนหญิงห้องเราก็ร้องไห้กันเยอะแฮะ” พี่เคียวยะนี่ก็ป๊อบน่าดูเลยแฮะ แฟนคลับร้องไห้กันใหญ่เลย
“แล้วเราจะไปไหนดีล่ะเนี่ย...” กิจวัตรประจำวันหายไปหนึ่ง ไม่ไปห้องประธานนักเรียนแล้วจะไปไหนดี
สองขาก้าวไปห้องพยาบาล แล้วทำไมเขาต้องมาห้องพยาบาลด้วย? ก็มันไม่มีที่ไปนี่นา จะไปหาสคอลโล่ก็น่าจะสวีทกับโค้ชอยู่ไม่กล้าไปขัด เฮ้อ..... ทำไมชีวิตของเขามันเริ่มเฉาอย่างกับจะเป็นซีรี่ย์เรื่อง “อนาถรักในสายลมหนาว” แล้วนะ
“อาจารย์” ร่างบางเลื่อนประตูห้องพยาบาลเข้าไป ไม่มีคนอยู่? เอ...? มุคุโร่ไปไหนน่ะ สึนะจังก็ไม่อยู่บนโต๊ะ หันพกเดินไปไหนมาไหนแล้วเรอะ บ้ารึเปล่าน่ะนาย....
“มายืนทำอะไรตรงนั้นน่ะไอ้สวะ” โค้ชแซนซัสทักทายอย่างสุภาพ สึนะหันขวับไปมอง โค้ชแซนซัสมาทำอะไรเนี่ย!
“ก็กะว่าจะมาหาอาจารย์มุคุโร่” ไม่รู้เหมือนกันว่ามาทำไม พี่เคียวยะไม่อย่เขาแอบเหงาเหมือนกันนะเนี่ย
“มันเพิ่งไปหาผู้อำนวยการ มันเก็บข้าวเก็บของลาออกจากโรงเรียนแล้ว” แซนซัสยืนหาว แทบไม่ได้นอนตั้งแต่ปีใหม่ เหนื่อยว่ะ ทำไมต้องมาโรงเรียนด้วยฟะ
ไปหาคุณเบียคุรัน
รึว่าเปลี่ยนเป็น 10069 แทนแล้ว?
ไม่ใช่ๆ มันมีอีกคำที่สะดุดหูกว่า
“ลาออก”
รึว่าเปลี่ยนเป็น 10069 แทนแล้ว?
ไม่ใช่ๆ มันมีอีกคำที่สะดุดหูกว่า
“ลาออก”
“อาจารย์มุคุโร่ลาออกจากโรงเรียน!!!” สมองเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง นี่มันปีอะไรเนี่ย ทำไมมีแต่คนขยันไปจากโรงเรียนนี้กันจัง!!??
“นี่แกไม่รู้เรื่องเลยเหรอ?” แซนซัสมองสึนะด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย วันๆแกทำอะไรบ้างเนี่ย ข่าวคราวในโรงเรียนไม่เคยรู้เรื่องบ้างรึไงน่ะ
“ถ้ารู้จะตกใจทำไมล่ะโค้ช!!” สึนะรีบวิ่งไปทันที ก็เพิ่งไปหาคุณเบียคุรัน ยังไงก็ต้องอยู่แถวๆนี้แหละน่า!!
แซนซัสมองตามแผ่นหลังเล็กนั่นไป “ทึ่มจริงๆเล้ย สงสัยมันจะใกล้ตกต่ำจริงๆ จะดีใจดีมั้ยเนี่ยเรา”
ตกต่ำแบบยังไม่เสียจิ้น
มันไม่สนุกน่ะสิ
มันไม่สนุกน่ะสิ
สึนะวิ่งมาที่ลานจอดรถที่เคยมากับสคอลโล่ ดวงตาสีน้ำตาลไหม้กวาดมองหามุคุโร่และเวสป้าสีชมพู พลันสายตาก็หาพบ มุคุโร่กำลังจัดการแพ็คของผูกกับด้านหลังของรถเวสป้าสีชมพูอยู่พอดี
สึนะเร่งสูดลมหายใจเต็มปอดตะโกนออกไป “อาจารย์!!!!” คิดอะไรของนาย! จะไปไหน!!??
“สึนะโยชิคุง.....” ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินผละจากการแพ็คของหลังรถเวสป้าสีชมพู
ทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นายเคยสำนึกอะไรในตัวเองบ้างมั้ยเนี่ย
ให้ตายเถอะ แม่ยกล่ะกลุ้ม.....
นายเคยสำนึกอะไรในตัวเองบ้างมั้ยเนี่ย
ให้ตายเถอะ แม่ยกล่ะกลุ้ม.....
.
.
.
.
.
TBC!!!!
---------------------------------------------------------------------
Free Talk : นับถอยหลังตอนหน้าเป็นตอนก่อนจบแล้ว =w=!!! และเป็นซีนสุดท้ายท้ายสุดของมุคุโร่กับซือคุง แล้วถึงเวลาซือคุงจะตัดสินใจเป็นตอนที่ 27
ตอนนี้เป็นการเรียกเรตติ้งของป๋ามุกลับมาแบบสุดๆ เอากันไปเต็มที่แบบหนำใจไปเลย SP2 แกล้งป๋าไปเยอะ แต่ว่าการลง Sp2 ไปแบบนั้นมันมีความหมายนะคะ แต่ว่าจะบอกในตอนที่ 26 ก็แล้วกัน =w=!!
เขียนๆไป รู้สึกว่ามุคุโร่นี่ เป็น M แฮะ
edit @ 13 May 2008 22:14:33 by -*AyaFee*- 182769!
edit @ 31 May 2008 16:57:17 by -*AyaFee*- 182769!
Tags: fanfic, reborn2 Comments
เซียมซีนั้นมันอาร๊ายยยยย??
#1 By [Hi-bird] Mode : InTheYaoiLanD!! on 2008-05-13 22:22