[Fanfic Reborn] Doki Doki Reborn Memorial Chapter 26
posted on 14 May 2008 21:51 by ayafee in DokiDokiReborn
Rating : PG
Genre : AU , Fanfic , comedy , romance
Paring : 1827 or 6927 or S27
Warning : ตัวละครทุกตัวหลุดโลก ชวนแฟนคลับมากระทืบเอาได้
จำใจจากจร เพื่อการพบกันใหม่.....
---------------------------------------------------------------------
Doki Doki 26 : ทางเลือกของหัวใจ ทางเลือกที่จะเปลี่ยนแปลง
ร่างบางยืนมองสบตาร่างสูง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลไหม้สบมองนัยน์ตาสองสีไม่คิดจะหลบสายตา ต่างฝ่ายต่างเงียบ ไม่พูดจาอะไรยิ่งทำให้บรรยากาศชวนอึดอัด เวลาราวกับหยุดนิ่งไป หยุด....และค่อยๆแตกสลายไปอย่างเชื่องช้า
“อาจารย์จะไปไหน?” สุดท้ายร่างบางเป็นฝ่ายเอ่ยถามทำลายความเงียบเสียก่อน รอยยิ้มของมุคุโร่ในเวลานี้....ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็นแม้แต่น้อย
“…………” มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นคำตอบ ทำไมไม่ตอบฉัน? ปกตินายพูดมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ? ในเวลาที่ฉันอยากให้พูด...ทำไมนายไม่พูดออกมา!!
“ตอบสิครับ!”
ไร้ซึ่งคำตอบ หากมีเพียงอ้อมกอดรัดรึงแนบแน่นจนอึดอัดเท่านั้น ไม่รู้เพราะความตกใจ หรือเพราะร่างกายของมุคุโร่ที่กำลังสั่นกันแน่....ที่ทำให้เขาไม่กล้าขยับหนีไปไหน....
“อาจารย์..............” ไม่รั่วอย่างเคย... หรือจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ......
“ในเวลานี้อย่ามองหน้ากันจะดีกว่านะครับ” เพราะผมคงไม่อาจทนไหว.... และ.... ไม่อยากให้คุณเห็น... หากผม... หลั่งน้ำตา
สึนะทำสีหน้าไม่พอใจ เอาแต่ใจเหลือเกินนะ.... “อาจารย์จะไปไหน? ทำไมลาออกจากโรงเรียน?”
“ผมจะไปเรียนต่อการแพทย์ที่ต่างประเทศน่ะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมานาน
“แล้วทำไมต้องลาออกด้วยล่ะครับ!” แค่ไปเรียนต่อเนี่ยนะ!? เหตุผลแค่นี้ที่นายลาออกจากโรงเรียนงั้นเหรอ! นายจะมาหลอกให้ฉันตกใจเปล่าๆรึไงกัน
“หลังจากเรียนจบ ผมจะกลับไปเป็นหมอครับ” หา? นายจะกลับไปเป็นหมอ? นี่คิดอะไรอยู่กันน่ะ เงินเดือนครูไม่พอใช้แล้วรึไง?
“เหตุผลเพราะเรื่องเงินรึไงครับ.....” โดยไม่รู้ตัว สึนะได้เอ่ยคำพูดกรีดลึกหัวใจของอีกฝ่าย คุณคงไม่เคยมองผมในแง่ดีเลยสินะครับ.....
“มันก็อาจใช่ครับ” สุดท้ายนายมันก็เป็นมุคุโร่คนเดิมที่อยากให้ฉันเป็นห่วงเล่นๆสินะ บ้าที่สุด!!
สึนะพยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่วงแขนนั้นกลับยึดแน่นขึ้นไม่อยากให้เขาไปไหน “ถ้าผมยังทำตัวแบบที่เคยเป็น.... ผมคงดูแลคุณไม่ได้....” น้ำเสียงสั่นเครือ สะกดสึนะให้หยุดนิ่งงัน
“ดูแลผม?” ทำไมต้องมาดูแลผม? ผมดูแลตัวเองได้! หรือว่าอาจารย์อิจฉาพี่เคียวยะจริงๆน่ะ!
“ผมอยากเป็นผู้ชายที่สามารถดูแลคุณได้ครับ.....” แม้ไม่เห็นหน้า แต่เขามั่นใจ เวลานี้มุคุโร่... ไม่ได้ยิ้มเจ้าเล่ห์หลอกลวงเขาเป็นแน่ น้ำเสียงมันหนักแน่น.... เฉกเช่นการละทิ้งหน้าที่การงานของตัวเอง... เพื่อเขา..?
“น้องสาวที่สำคัญที่สุดของอาจารย์... อยากให้อาจารย์อยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอครับ..” มีคำตอบบางอย่างที่ฉันไม่อยากได้ยินจากนาย ฉัน...ไม่อยากรู้สึกผิด...อีกครั้ง
“อาจจะผิดต่อโคลม.... แต่ว่า.... ตอนนี้... คุณเป็นคนที่สำคัญที่สุดครับ”
“ฮะๆ.... อาจารย์ก็พูดแบบนี้ตลอดเลยนะครับ....” ร่างบางหัวเราะอย่างขมขื่น เป็นเขาที่โง่งมอีกแล้วสินะ เมื่อตอนปีใหม่... ทำไมเขาไม่เอะใจกับคำพูดนั้น?
อ้อมแขนโอบรัดแน่นขึ้น “มีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็นผมในทุกด้าน”
“คุณสอนให้ผมได้รู้จักสิ่งที่สำคัญกว่าเงินตรา”
“คุณสอนให้ผมรู้จักความสัมพันธ์บริสุทธิ์ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสัมพันธ์ลึกซึ้งทางกายใดๆ”
“คุณสอนให้ผมรู้จักความรักที่แท้จริง”
“เพราะอย่างนั้น.... ผมจึงรู้ดีว่าตัวผมไม่ได้เหมาะสมกับคุณแม้แต่น้อย.....”
“แต่ผมก็ยังคงหลอกตัวเอง..... จนหัวใจเจ็บและด้านชา.....”
“สุดท้าย.... ผมก็ทน.....หลอกตัวเองต่อไป.....ไม่ได้....” น้ำเสียงของมุคุโร่สั่นเครือ สัมพันธ์เย็นวาบหยดลงบนบ่าเล็ก
“มุคุโร่......” เขาทำให้คนๆนี้ร้องไห้...กี่ครั้งกี่หนกันนะ... ทำร้ายไป...กี่ครั้ง...
“อยากให้คุณเชื่อจากใจจริง ผมไม่เคยใช้คำว่ารักกับใครทั้งนั้น คุณเป็นคนแรกนะครับ....”
คำรักนั้นบอกกับเขาเป็นคนแรก? นายไม่เคยบอกรักคนรักคนไหนของนาย? ตลอดมา มีเพียงเขาที่ไม่เคยมองดูโลกกว้างนี้เลยหรืออย่างไร โง่งม ไม่เคยสนใจสิ่งรอบตัว... เห็นแก่ตัว... ทำให้คนอื่นต้องทุกข์ทรมาน....
ในลำคอของร่างบางมันอัดอั้น “ทำไมทุกคน... ชอบพูดแบบนี้ในเวลาแบบนี้ทุกครั้งด้วย.....” ทำเท่นักรึไง ฉันไม่ขำด้วยหรอกนะ... ไม่คิดว่ามันเท่ด้วย....
ร่างสูงคลายวงแขนแกร่งออก ปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ “คึหึหึ ช่วงเวลาที่ห่างกัน คุณจะได้ไม่ลืมไงล่ะครับ ว่ามีใครคิดคำนึงถึงคุณตลอดเวลา”
“ร้องไห้เหรอครับ อาจารย์?” สึนะมองสบดวงตาสองสี อีกฝ่ายเพียงแต่ยิ้มตอบกลับมาเท่านั้น จะหลอกว่าไม่ได้ร้องสินะ?
สึนะลอบยิ้มออกมาเล็กน้อย พยายามผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดให้เบาบางลง “อาจารย์เป็นคนแรกที่ออกเดทกับผม แต่... คงเป็นคนสุดท้ายที่จากผมไป....”
“ถ้าคุณเลือกผม เราต้องได้เจอกันแน่นอนครับ......” ร่างสูงเว้นช่วง
“แต่ถ้าคุณไม่เลือกผม.... คุณคงต้องเสียใจไปชั่วชีวิตแน่ครั้ง ที่ทิ้งผู้ชายดีๆแบบนี้ไป” มุคุโร่ยิ้มทะเล้น ให้ตายเถอะ พูดจาเข้าข้างตัวเองเหลือเกิน แต่ทำไมเขาไม่โกรธเลยนะ
“ไม่เข้าข้างตัวเองเลยนะครับ....” หมดแรงจะโกรธจริงๆ
มุคุโร่หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเขา “ผมมีของชิ้นสุดท้ายจะให้คุณครับ” สึนะมองมันอย่างประหลาดใจ
ร่างสูงบรรจงผูกด้ายสีแดงบนนิ้วก้อยของสึนะ อีกเส้นผูกติดกับนิ้วก้อยของตัวเอง ปลายด้ายทั้งสองไม่ได้เชื่อมถึงกัน “ขอแค่ซักครั้ง เรียกชื่อของผมได้มั้ยครับ......”
“แกล้งบอกรักผมซักครั้ง แม้เป็นคำลวงหลอกก็ตาม....” อาจจะเป็นคำขอที่มากเกินไป หากเป็นทุกครั้งเขาคงโวยวายไปแล้ว แต่ในเวลานี้... ดวงตาสองสีแสนจริงจังที่สบมองมาและรอยยิ้มแสนเศร้า เขามิอาจปฏิเสธ
“ฉันรักมุคุโร่.....” ราวกับเห็นมุคุโร่ขยับราวกับจะเข้ามากอดแต่กลับชะงักหยุดไป ผมไม่กล้าสัมผัสคุณ...มากไปกว่านี้....
“อยากให้ซักวันมันเป็นความจริงจังเลยครับ” อย่ายิ้มออกมาอย่างสดใสแบบนั้นสิ ถ้านายไม่ได้ยิ้มจากใจจริงแบบนั้นน่ะ
“หลงตัวเอง” สึนะเอ่ยขึ้น อาจจะดูเป็นคำต่อว่าที่รุนแรง แต่มุคุโร่กลับหัวเราะ สึนะเองก็หัวเราะ สำหรับพวกเขาแล้วถ้าไม่ทะเลาะกันซักนิด มันคงแปลกสินะ?
สึนะมองดูด้ายแดงที่ผูกติดนิ้วก้อยเล็กของตัวเอง ทำอะไรไม่เหมือนคนอื่นเลยนะ สับปะรดจิ๋วนั่นก็ด้วย ในเวลาแบบนี้ทุกคนทำเท่กันทั้งนั้นเลย จะดีใจหรือเสียใจดี มุคุโร่ลอบมองใบหน้าหวานเพียงไม่นาน เขายิ้มกับตัวเอง... มันคงได้เวลาเสียที....
“โชคดีนะครับ สึนะโยชิคุง” มุคุโร่หันหลังก้าวเดินไป จะไปแล้ว.... มุคุโร่จะไปแล้ว... เขาจะไปแล้ว.... แม้ไม่ได้จากกันชั่วชีวิตซักหน่อย.....
สึนะก้าวไปดึงชายเสื้อของมุคุโร่โดยไม่รู้ตัว..... ทุกคำพูดย้อนกลับเข้ามาในสมอง หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้า ภาพเบื้องหน้ายิ่งดูเลือนลางใกล้จางหายเช่นเดียวกับคนที่กำลังจะเดินจากไป อยากจะพูด.... อยากจะพูด.... อยากจะพูด.... อยากจะต่อว่า.... มากกว่านี้... แต่ลำคอกลับแห้งผากราวกับเสียงตนถูกปิดกั้น อึดอัด.... จนแทบทนไม่ไหว
ร่างสูงเรือนผมสีน้ำเงินจับมือบางแกะดึงออก สบตาเพียงครู่เดียว มือใหญ่สัมผัสเพียงปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่ายยกขึ้นสัมผัสริมฝีปากแผ่วเบา “หากด้ายแดงของเราเชื่อมต่อกันได้จริง.........”
“เมื่อนั้น.........”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
จากเวลานั้นจนถึงเลิกเรียน สึนะนั่งกอดเข่าอยู่ข้างๆสนาม ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตเหม่อลอยทอดมองออกไปไกลแสนไกล ทำไมกันนะ? ทำไมทุกคนชอบมาทำแบบนี้? จากไปโดยที่ทิ้งความรู้สึกแบบนี้ไว้ให้.... ไม่สงสารกันบ้างเหรอ.... ว่าเขาน่ะจะรู้สึกอย่างไร? จะตัดสินใจอย่างไร? ไม่เห็นใจคนรอบ้างรึไงกันน่ะ......
“พี่เคียวยะ มุคุโร่ บ้าที่สุด..........” ร่างบางหยิบขนมปังไส้ถั่วแดงมากัดเข้าปากด้วยความอัดอั้นตันใจสุดชีวิต
เค็ม.... ขนมปังไส้ถั่วแดงของโรงอาหารเค็มที่สุดเลย มีการใส่น้ำเกลือไว้ด้วย เค็ม เค็มมาก..... ชักจะไม่มีรสชาติแล้วด้วย...... หยาดน้ำตาใสพรั่งหรูร่วงหล่นจากนัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้
ภาพของพี่เคียวยะในวันสุดท้ายก็ยังคงแจ่มชัดเช่นเดียวกับวินาทีที่มุคุโร่จากไป ถ้อยคำในจดหมายลานั้นตราตรึงเช่นเดียวกับคำพูดทุกถ้อยคำที่ได้ยินในวันนี้... ทรมาน.... ตอกย้ำความโง่และบ้าของตัวเอง.... ว่าเขามัวแต่ทำอะไรอยู่..... เป็นบอสมาเฟียที่ห่วยที่สุดยังไม่พอ ยังเป็นนางเอกเกมส์จีบหนุ่มที่โง่เง่าที่สุดอีก....
หยาดฝนโปรยปรายลงจากท้องฟ้ากว้างใหญ่ หยาดฝนในฤดูหนาว... เย็นเยียบไปถึงหัวใจ ดวงอาทิตย์ที่มองไม่ชัดถูกบดบังมากขึ้นจากเมฆหมอกของฤดูหนาว หยาดฝนนี้คือน้ำตาจากดวงอาทิตย์หรือไร... วันเวลาแสนสนุกสนาน สดใส มิอาจหวนคืน... กลายเป็นสายฝนร่วงหล่นลงมาตอกย้ำจิตใจเท่านั้น.....
“มานั่งตากฝนทำอะไรอยู่น่ะ” ทำไมฝนไม่หยดลงมาใส่เขา? ร่างบางเงยหน้ามองดูร่มเงานั้น
“สคอลโล่...?” ร่างโปร่งผมสีเงินถือร่มสีดำกันฝนให้เขา นายนี่ก็แปลกนะ มาตอนที่ฉันกำลังเดือดร้อนอยู่เรื่อยเลย
“ฉันก็อยู่ว้อย” เสียงสบถหยาบๆของโค้ชแซนซัสดังมาใกล้ๆ อา.. โค้ชแซนซัสก็อยู่ด้วยเหรอนั่น
“ทำหน้าอย่างกับปลาตาย เป็นอะไรอีกแล้วฟะ” สคอลโล่จ้องหน้า ไอ้เปี๊ยกช่วงนี้มีเรื่องกลุ้มใจเยอะนักรึไงน่ะ
“ความรักมันเป็นยังไงกันนะ....” ไม่รู้ทำไมเห็นหน้าสองคนนี้ทีไรมันอยากปรึกษา
แซนซัสกับสคอลโล่มองหน้ากัน สงสัยจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ “เรื่องแบบนั้นถามคนอื่นก็ไม่รู้หรอกเฟ้ย ต้องถามตัวเอง!” หลามน้อยผู้เป็นติวเตอร์เอ่ยตอบ
“ถามตัวเองเหรอ.....” สึนะย้อนถามตัวเอง ในหัวใจของเขา......
“นั่งตรงนี้ๆนานเป็นปอดบวมตาย ถ้าใครตายฉันก็ไม่ห้าม ไปล่ะ” แซนซัสเดินจากไป สคอลโล่เห็นดังนั้นก็มองสึนะทีแซนซัสที
ร่างโปร่งเจ้าขางเรือนผมสีเงินโน้มตัวลงส่งร่มสีดำใส่ในมือเล็กของสึนะ มือใหญ่อีกข้างจับหัวเล็กๆของสึนะโยกไปมาราวกับปลอบใจ
"รู้จักกับแก ทำให้ชีวิตฉันยุ่งยากเหลือเกิน" ฮะๆๆ ขอโทษทีนะสคอลโล่ ฉันนี่ทำให้นายเดือดร้อนเยอะเหมือนกันนะนี่
“คิดจะนั่งต่อก็ตามสบาย อย่าให้ฉันต้องมาหามแกไปโรงพยาบาลก็แล้วกัน ไอ้เปี๊ยก” ในคำพูดหยาบคายแฝงความอ่อนโยนที่สึนะรับรู้ได้จากสคอลโล่
“ขอบคุณนะ สคอลโล่” ร่างโปร่งผมสีเงินรีบวิ่งตามแซนซัสไปอยู่ในร่มคันเดียวกัน
[System : แกยังคิดจะกลับบ้านอยู่มั้ย?]
สึนะมองดูแถบข้อความตรงหน้า “ในที่สุดก็ถามอีกแล้วนะ คุณ system” แต่ตัวผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้เลย
[System : แกคิดยังไงล่ะ]
“ถ้าผมหายไป คนทางนั้นจะลำบาก” ยามนึกถึงคนข้างนอกในโลกจริง เพื่อนพ้องทุกคนจะเป็นอย่างไร ตอนนี้กำลังทำอะไรกันอยู่
[System : แกรู้รึเปล่า? ว่าเพื่อนสนิทของแกสองคนเป็นคนเล่นเกมส์นี้อยู่]
นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกกว้าง โกคุเดระคุงกับยามาโมโตะเป็นคนเล่นเกมส์นี้อยู่!!? “ถ้าอย่างนั้น.....”
[System : พวกนั้นรับรู้อยู่ และมีโอกาสทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลงได้]
“จะบอกว่าถ้าผมไม่กลับบ้าน ก็มีโอกาสที่ตัวผมในอดีตจะไม่เล่นเกมส์นี้ก็ได้สินะ....” เหมือนตัวผมที่ไปโลกอนาคตเพื่อเปลี่ยนแปลง....
[System : อนาคตมีมากมายหลายแบบ เส้นทางแยกย่อยมากมาย]
“นั่นสินะ.....”
[System : คิดจะคว้าความสุขที่อาจจะไม่ใช่นิรันดร์ไว้ในมือรึเปล่า?]
“ตอนนี้.....เวลานี้เท่านั้น.........” สึนะพึมพำกับตัวเอง.......
.
.
.
.
.
.
.
“ผมจะไม่กลับบ้านหรอกคุณ system” สึนะจ้องมอบแถบข้อความ นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้จริงจังกว่าครั้งไหน
[System : มั่นใจแล้วนะ]
“อาจจะเป็นการเอาแต่ใจตัวเองของผม อาจจะเป็นการเห็นแก่ตัวที่ทำให้คนอื่นต้องลำบาก...” ใช่... เป็นการเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวที่คิดไขว่คว้าความสุขมาไว้ในมือของตัวเอง แล้วทิ้งให้คนข้างหลังต้องเดือดร้อน
[System : เวลาในเกมส์ดำเนินไปเร็วกว่าข้างนอกมากนัก ข้างนอกอาจจะแค่ไม่กี่ชั่วโมง ถ้านึกอยากกลับเมื่อไหร ฉันจะส่งแกกลับไปก็ได้]
สึนะมองดูแถบข้อความแล้วก็ยิ้ม ทางเลือกมีตั้งมากมายสินะ “ขอบคุณนะครับ คุณ system”
[System : ถ้าฉันมีมือก็อยากจะปลอบใจลูบหัวแกนะ แต่ฉันมีแค่ข้อความนี่แหละ]
“ฮะๆๆๆ แต่ผมก็รับรู้ความจริงใจของคุณ systemได้นะ แม้จะแกล้งผมบ่อยๆก็เถอะ” ร่างบางหัวเราะร่า ถ้าไม่มีคุณแถบข้อความ บางครั้งผมคงหลงทางไปแล้ว
สายฝนฤดูหนาวหยุดโปรยปรายดั่งประสานไปกับการตัดสินใจของร่างบาง แสงแดดอ่อนๆเรียกความอบอุ่นกลับมาท่ามกลางความเย็นยะเยือกของหิมะขาว ร่างบางหุบร่มสีดำลง ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตจ้องมองท้องฟ้ากว้าง
[System : งั้นถึงเวลาแกตัดสินใจแล้ว]
[System : พิจารณาทบทวนให้ดีว่าแกมีใครอยู่ในใจ]
“ฉันจะ.......................” เสียงหวานเอ่ยตอบคุณแถบข้อความ....
.
.
.
.
.
TBC!!!!
แถม
เบียคุรันนั่งมองอาจารย์และลูกศิษย์คู่นั้นบอกลากันผ่านหน้าต่างห้องผู้อำนวยการ ในมือล้วงหยิบมัชเมลโล่ในถุงรสส้มเข้าปาก ประทับใจแทนแฮะ เธอนี่ความกล้ามากจริงๆนะมุคุโร่คุง
เลวี่เดินเข้ามาในห้องของเบียคุรันพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “จัดการเรื่องให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ทางธนาคารไม่มีปัญหา”
“ขอบใจนะ” เบียคุรันเขมือบมัชเมลโลต่ออย่างสบายอารมณ์ มาลาออก แล้วขอยืมเงินไปเพื่อสานต่อความรัก ฉันก็ยินดีจะช่วยเป็นกามเทพให้หรอกนะ นานๆทีจะช่วยคนอื่น
“รีบๆเรียนจบแล้วมาใช้หนี้ผมซะด้วยนะครับ มุคุโร่คุง” ไม่จ่ายคืนก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ถ้าพวกอิริเอะมายุ่งแล้วบริษัทบ้านฉันล้มละลาย ฉันจะลำบาก
---------------------------------------------------------------------
Free Talk : อา... ในที่สุดมันก็มาถึงตรงนี้จนได้!! ยาวนานเหลือเกิน กันการปั่นมาราธอนทุกวันนี่ ในที่สุดฉันก็จะได้ปลดปล่อย!! (โดนตบกระเด็นหายไป) สำหรับตอนหน้าเป็นตอนอวสานแล้วนะคะ ตอนที่ 27 นี้มี 3 อันค่ะ
แอบคิดอยู่ว่าเราจะตายตอนจบเพราะทำแบบนี้รึเปล่า แต่เราก็ทอดทิ้งตัวละครที่ตัวเองรักไม่ได้ TT[]TT อยู่ด้วยกันมา 27 ตอนผูกพันไม่แพ้ซือคุงเหมือนกันนะ! แม้จะแกล้งมากไปก็เถอะ แต่แถมตรงนั้น อ่านแล้วอาจจะหมดรมณ์ก็ได้นะคะ ฮ่าๆ....
พูดถึงเรื่องที่ซือคุงไม่กลับบ้าน ที่แต่งไปแบบนั้น เพราะว่า... ถ้าจบเกมส์ปุ๊ปซือคุงกลับบ้านไปเลย มันรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับคนในนี้เป็นแค่เกมส์ไม่ได้ผูกพันกับซือคุงจริงๆ ก็เลยตัดสินใจแต่งไปแบบนั้น = =a แม้เหตุผลมันจะดูไม่ดี แถมเอาแต่ใจโคตรๆอีก เหมือนฆ่าตัวตายยังไงก็ไม่รู้ แต่งแล้วเครียดเลย สงสัยเราจะตายตอนจบจริงๆ ขออภัยทุกท่าน... ถ้าทำให้ผิดหวัง.. m(_ _)m เรามันฉ่อย.....
Next >>>
ED1 : รักเราเคียงคู่กันตลอดไปดั่งต้นไม้สองต้นในกระถาง
ED2 : แด่ความรักครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายของชีวิต
ED3 : จากคู่สัญญาณ แปรเปลี่ยนสู่ความเป็นนิรันดร์
Genre : AU , Fanfic , comedy , romance
Paring : 1827 or 6927 or S27
Warning : ตัวละครทุกตัวหลุดโลก ชวนแฟนคลับมากระทืบเอาได้
จำใจจากจร เพื่อการพบกันใหม่.....
---------------------------------------------------------------------
ถ้าหากว่าสามารถเลือกได้
จะเลือกให้โลกนี้ไร้ซึ่งการจากลา
เพราะการเฝ้ารอนั้น มันโศกเศร้าราวกับเวลาหยุดนิ่ง
จะเลือกให้โลกนี้ไร้ซึ่งการจากลา
เพราะการเฝ้ารอนั้น มันโศกเศร้าราวกับเวลาหยุดนิ่ง
Doki Doki 26 : ทางเลือกของหัวใจ ทางเลือกที่จะเปลี่ยนแปลง
นายคิดจะไปไหนกันน่ะ
มุคุโร่.......
มุคุโร่.......
ร่างบางยืนมองสบตาร่างสูง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลไหม้สบมองนัยน์ตาสองสีไม่คิดจะหลบสายตา ต่างฝ่ายต่างเงียบ ไม่พูดจาอะไรยิ่งทำให้บรรยากาศชวนอึดอัด เวลาราวกับหยุดนิ่งไป หยุด....และค่อยๆแตกสลายไปอย่างเชื่องช้า
“อาจารย์จะไปไหน?” สุดท้ายร่างบางเป็นฝ่ายเอ่ยถามทำลายความเงียบเสียก่อน รอยยิ้มของมุคุโร่ในเวลานี้....ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็นแม้แต่น้อย
“…………” มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นคำตอบ ทำไมไม่ตอบฉัน? ปกตินายพูดมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ? ในเวลาที่ฉันอยากให้พูด...ทำไมนายไม่พูดออกมา!!
“ตอบสิครับ!”
หมับ!!!
ไร้ซึ่งคำตอบ หากมีเพียงอ้อมกอดรัดรึงแนบแน่นจนอึดอัดเท่านั้น ไม่รู้เพราะความตกใจ หรือเพราะร่างกายของมุคุโร่ที่กำลังสั่นกันแน่....ที่ทำให้เขาไม่กล้าขยับหนีไปไหน....
“อาจารย์..............” ไม่รั่วอย่างเคย... หรือจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ......
“ในเวลานี้อย่ามองหน้ากันจะดีกว่านะครับ” เพราะผมคงไม่อาจทนไหว.... และ.... ไม่อยากให้คุณเห็น... หากผม... หลั่งน้ำตา
สึนะทำสีหน้าไม่พอใจ เอาแต่ใจเหลือเกินนะ.... “อาจารย์จะไปไหน? ทำไมลาออกจากโรงเรียน?”
“ผมจะไปเรียนต่อการแพทย์ที่ต่างประเทศน่ะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมานาน
“แล้วทำไมต้องลาออกด้วยล่ะครับ!” แค่ไปเรียนต่อเนี่ยนะ!? เหตุผลแค่นี้ที่นายลาออกจากโรงเรียนงั้นเหรอ! นายจะมาหลอกให้ฉันตกใจเปล่าๆรึไงกัน
“หลังจากเรียนจบ ผมจะกลับไปเป็นหมอครับ” หา? นายจะกลับไปเป็นหมอ? นี่คิดอะไรอยู่กันน่ะ เงินเดือนครูไม่พอใช้แล้วรึไง?
“เหตุผลเพราะเรื่องเงินรึไงครับ.....” โดยไม่รู้ตัว สึนะได้เอ่ยคำพูดกรีดลึกหัวใจของอีกฝ่าย คุณคงไม่เคยมองผมในแง่ดีเลยสินะครับ.....
“มันก็อาจใช่ครับ” สุดท้ายนายมันก็เป็นมุคุโร่คนเดิมที่อยากให้ฉันเป็นห่วงเล่นๆสินะ บ้าที่สุด!!
สึนะพยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่วงแขนนั้นกลับยึดแน่นขึ้นไม่อยากให้เขาไปไหน “ถ้าผมยังทำตัวแบบที่เคยเป็น.... ผมคงดูแลคุณไม่ได้....” น้ำเสียงสั่นเครือ สะกดสึนะให้หยุดนิ่งงัน
“ดูแลผม?” ทำไมต้องมาดูแลผม? ผมดูแลตัวเองได้! หรือว่าอาจารย์อิจฉาพี่เคียวยะจริงๆน่ะ!
“ผมอยากเป็นผู้ชายที่สามารถดูแลคุณได้ครับ.....” แม้ไม่เห็นหน้า แต่เขามั่นใจ เวลานี้มุคุโร่... ไม่ได้ยิ้มเจ้าเล่ห์หลอกลวงเขาเป็นแน่ น้ำเสียงมันหนักแน่น.... เฉกเช่นการละทิ้งหน้าที่การงานของตัวเอง... เพื่อเขา..?
“น้องสาวที่สำคัญที่สุดของอาจารย์... อยากให้อาจารย์อยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอครับ..” มีคำตอบบางอย่างที่ฉันไม่อยากได้ยินจากนาย ฉัน...ไม่อยากรู้สึกผิด...อีกครั้ง
“อาจจะผิดต่อโคลม.... แต่ว่า.... ตอนนี้... คุณเป็นคนที่สำคัญที่สุดครับ”
อย่าตอกย้ำ....
ความสำคัญ.... ที่ทำให้ชีวิตคนอื่นต้องมาเปลี่ยนแปลง
เพราะเขา..........
ความสำคัญ.... ที่ทำให้ชีวิตคนอื่นต้องมาเปลี่ยนแปลง
เพราะเขา..........
“ฮะๆ.... อาจารย์ก็พูดแบบนี้ตลอดเลยนะครับ....” ร่างบางหัวเราะอย่างขมขื่น เป็นเขาที่โง่งมอีกแล้วสินะ เมื่อตอนปีใหม่... ทำไมเขาไม่เอะใจกับคำพูดนั้น?
อ้อมแขนโอบรัดแน่นขึ้น “มีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็นผมในทุกด้าน”
ไม่ว่าจะยามตกต่ำเพียงใด
ไร้สาระ บ้าบอแค่ไหน
ทำตัวน่ารังเกียจเพียงใด
ไร้สาระ บ้าบอแค่ไหน
ทำตัวน่ารังเกียจเพียงใด
“คุณสอนให้ผมได้รู้จักสิ่งที่สำคัญกว่าเงินตรา”
ช่างน่าขัน...
ที่ตัวผมเคยเข้าหาตัวคุณเพียงเพราะเงินตรา
กลับได้พบสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่า
ที่ตัวผมเคยเข้าหาตัวคุณเพียงเพราะเงินตรา
กลับได้พบสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่า
“คุณสอนให้ผมรู้จักความสัมพันธ์บริสุทธิ์ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสัมพันธ์ลึกซึ้งทางกายใดๆ”
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ผม......
หัวใจเต้นรัวเพียงแค่ได้เห็นหน้าคุณเท่านั้น
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ผม....
ลองทำสิ่งที่ตรงข้ามกับการกระทำที่ผ่านมาของตัวเอง
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ผม.....
ได้รู้ว่าเพียงแค่สัมผัสแผ่วเบา... ความรู้สึกมันท้วมท้นเต็มหัวใจ
หัวใจเต้นรัวเพียงแค่ได้เห็นหน้าคุณเท่านั้น
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ผม....
ลองทำสิ่งที่ตรงข้ามกับการกระทำที่ผ่านมาของตัวเอง
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ผม.....
ได้รู้ว่าเพียงแค่สัมผัสแผ่วเบา... ความรู้สึกมันท้วมท้นเต็มหัวใจ
“คุณสอนให้ผมรู้จักความรักที่แท้จริง”
รักนิรันดร์แม้เพียงข้างเดียว
ไม่ขมขื่น หากแต่หวานล้ำเกินบรรยาย
คำสั้นๆเพียงแค่คำว่า “ชอบ”
หวานหูยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆที่เคยได้สดับฟัง
ไม่ขมขื่น หากแต่หวานล้ำเกินบรรยาย
คำสั้นๆเพียงแค่คำว่า “ชอบ”
หวานหูยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆที่เคยได้สดับฟัง
“เพราะอย่างนั้น.... ผมจึงรู้ดีว่าตัวผมไม่ได้เหมาะสมกับคุณแม้แต่น้อย.....”
ร่ายกายและจิตใจ......สกปรก
ความโลภ ตัณหา ราคะที่เคยเกาะกุมจิตใจ.....สกปรก
แล้วยังคิดจะสัมผัส.... ให้คุณต้องแปดเปื้อน......
แม้แต่เวลานี้......
เพียงนึกถึงสิ่งที่ตนเคยทำ..... ผมก็อยากปล่อยคุณไปเหลือเกิน....
ความโลภ ตัณหา ราคะที่เคยเกาะกุมจิตใจ.....สกปรก
แล้วยังคิดจะสัมผัส.... ให้คุณต้องแปดเปื้อน......
แม้แต่เวลานี้......
เพียงนึกถึงสิ่งที่ตนเคยทำ..... ผมก็อยากปล่อยคุณไปเหลือเกิน....
“แต่ผมก็ยังคงหลอกตัวเอง..... จนหัวใจเจ็บและด้านชา.....”
หลอกตัวเอง
ว่าคุณกับผมเป็นเหมือนคนรักกัน
หลอกตัวเอง
ว่าคุณเองก็รักผม เหมือนที่ผมรักคุณจนหมดหัวใจ
หลอกตัวเอง
ว่าผม.... จะมีคุณอยู่ด้วยตลอดเวลาแม้โดนต่อว่ามากเพียงใดก็ตาม
ว่าคุณกับผมเป็นเหมือนคนรักกัน
หลอกตัวเอง
ว่าคุณเองก็รักผม เหมือนที่ผมรักคุณจนหมดหัวใจ
หลอกตัวเอง
ว่าผม.... จะมีคุณอยู่ด้วยตลอดเวลาแม้โดนต่อว่ามากเพียงใดก็ตาม
“สุดท้าย.... ผมก็ทน.....หลอกตัวเองต่อไป.....ไม่ได้....” น้ำเสียงของมุคุโร่สั่นเครือ สัมพันธ์เย็นวาบหยดลงบนบ่าเล็ก
ร้องไห้....? มุคุโร่...ร้องไห้..?
“มุคุโร่......” เขาทำให้คนๆนี้ร้องไห้...กี่ครั้งกี่หนกันนะ... ทำร้ายไป...กี่ครั้ง...
การกระทำ...
ของเขา......
ของเขา......
“อยากให้คุณเชื่อจากใจจริง ผมไม่เคยใช้คำว่ารักกับใครทั้งนั้น คุณเป็นคนแรกนะครับ....”
รักที่สุด สำคัญที่สุด
คนแรก คนเดียว และ คนสุดท้าย
ที่ผม....ยอมเจ็บปวด และ....
อาจต้องทรมาน ถ้าคุณเดินจากไป
คนแรก คนเดียว และ คนสุดท้าย
ที่ผม....ยอมเจ็บปวด และ....
อาจต้องทรมาน ถ้าคุณเดินจากไป
คำรักนั้นบอกกับเขาเป็นคนแรก? นายไม่เคยบอกรักคนรักคนไหนของนาย? ตลอดมา มีเพียงเขาที่ไม่เคยมองดูโลกกว้างนี้เลยหรืออย่างไร โง่งม ไม่เคยสนใจสิ่งรอบตัว... เห็นแก่ตัว... ทำให้คนอื่นต้องทุกข์ทรมาน....
ในลำคอของร่างบางมันอัดอั้น “ทำไมทุกคน... ชอบพูดแบบนี้ในเวลาแบบนี้ทุกครั้งด้วย.....” ทำเท่นักรึไง ฉันไม่ขำด้วยหรอกนะ... ไม่คิดว่ามันเท่ด้วย....
ร่างสูงคลายวงแขนแกร่งออก ปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ “คึหึหึ ช่วงเวลาที่ห่างกัน คุณจะได้ไม่ลืมไงล่ะครับ ว่ามีใครคิดคำนึงถึงคุณตลอดเวลา”
“ร้องไห้เหรอครับ อาจารย์?” สึนะมองสบดวงตาสองสี อีกฝ่ายเพียงแต่ยิ้มตอบกลับมาเท่านั้น จะหลอกว่าไม่ได้ร้องสินะ?
สึนะลอบยิ้มออกมาเล็กน้อย พยายามผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดให้เบาบางลง “อาจารย์เป็นคนแรกที่ออกเดทกับผม แต่... คงเป็นคนสุดท้ายที่จากผมไป....”
“ถ้าคุณเลือกผม เราต้องได้เจอกันแน่นอนครับ......” ร่างสูงเว้นช่วง
“แต่ถ้าคุณไม่เลือกผม.... คุณคงต้องเสียใจไปชั่วชีวิตแน่ครั้ง ที่ทิ้งผู้ชายดีๆแบบนี้ไป” มุคุโร่ยิ้มทะเล้น ให้ตายเถอะ พูดจาเข้าข้างตัวเองเหลือเกิน แต่ทำไมเขาไม่โกรธเลยนะ
“ไม่เข้าข้างตัวเองเลยนะครับ....” หมดแรงจะโกรธจริงๆ
มุคุโร่หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเขา “ผมมีของชิ้นสุดท้ายจะให้คุณครับ” สึนะมองมันอย่างประหลาดใจ
ด้ายสีแดงสองเส้น.....
ร่างสูงบรรจงผูกด้ายสีแดงบนนิ้วก้อยของสึนะ อีกเส้นผูกติดกับนิ้วก้อยของตัวเอง ปลายด้ายทั้งสองไม่ได้เชื่อมถึงกัน “ขอแค่ซักครั้ง เรียกชื่อของผมได้มั้ยครับ......”
“แกล้งบอกรักผมซักครั้ง แม้เป็นคำลวงหลอกก็ตาม....” อาจจะเป็นคำขอที่มากเกินไป หากเป็นทุกครั้งเขาคงโวยวายไปแล้ว แต่ในเวลานี้... ดวงตาสองสีแสนจริงจังที่สบมองมาและรอยยิ้มแสนเศร้า เขามิอาจปฏิเสธ
“ฉันรักมุคุโร่.....” ราวกับเห็นมุคุโร่ขยับราวกับจะเข้ามากอดแต่กลับชะงักหยุดไป ผมไม่กล้าสัมผัสคุณ...มากไปกว่านี้....
“อยากให้ซักวันมันเป็นความจริงจังเลยครับ” อย่ายิ้มออกมาอย่างสดใสแบบนั้นสิ ถ้านายไม่ได้ยิ้มจากใจจริงแบบนั้นน่ะ
“หลงตัวเอง” สึนะเอ่ยขึ้น อาจจะดูเป็นคำต่อว่าที่รุนแรง แต่มุคุโร่กลับหัวเราะ สึนะเองก็หัวเราะ สำหรับพวกเขาแล้วถ้าไม่ทะเลาะกันซักนิด มันคงแปลกสินะ?
ชินกับการมีคนเอาใจ
ชินกับการทะเลาะกับคนอื่น
ชินกับการทะเลาะกับคนอื่น
สึนะมองดูด้ายแดงที่ผูกติดนิ้วก้อยเล็กของตัวเอง ทำอะไรไม่เหมือนคนอื่นเลยนะ สับปะรดจิ๋วนั่นก็ด้วย ในเวลาแบบนี้ทุกคนทำเท่กันทั้งนั้นเลย จะดีใจหรือเสียใจดี มุคุโร่ลอบมองใบหน้าหวานเพียงไม่นาน เขายิ้มกับตัวเอง... มันคงได้เวลาเสียที....
“โชคดีนะครับ สึนะโยชิคุง” มุคุโร่หันหลังก้าวเดินไป จะไปแล้ว.... มุคุโร่จะไปแล้ว... เขาจะไปแล้ว.... แม้ไม่ได้จากกันชั่วชีวิตซักหน่อย.....
แล้วทำไมหัวใจเราต้องเจ็บแปลบ....
สึนะก้าวไปดึงชายเสื้อของมุคุโร่โดยไม่รู้ตัว..... ทุกคำพูดย้อนกลับเข้ามาในสมอง หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้า ภาพเบื้องหน้ายิ่งดูเลือนลางใกล้จางหายเช่นเดียวกับคนที่กำลังจะเดินจากไป อยากจะพูด.... อยากจะพูด.... อยากจะพูด.... อยากจะต่อว่า.... มากกว่านี้... แต่ลำคอกลับแห้งผากราวกับเสียงตนถูกปิดกั้น อึดอัด.... จนแทบทนไม่ไหว
อย่าให้ฉันต้องร้องไห้เพราะใคร...
เป็นครั้งที่สอง......
เป็นครั้งที่สอง......
ร่างสูงเรือนผมสีน้ำเงินจับมือบางแกะดึงออก สบตาเพียงครู่เดียว มือใหญ่สัมผัสเพียงปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่ายยกขึ้นสัมผัสริมฝีปากแผ่วเบา “หากด้ายแดงของเราเชื่อมต่อกันได้จริง.........”
“เมื่อนั้น.........”
คำพูดแผ่วเบาราวกับกลืนหายไปกับสายลม
หากแต่เรียกน้ำตาให้เอ่อล้นได้ไม่ยาก
หากแต่เรียกน้ำตาให้เอ่อล้นได้ไม่ยาก
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“แต่งงานกับผมนะครับ”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
จากเวลานั้นจนถึงเลิกเรียน สึนะนั่งกอดเข่าอยู่ข้างๆสนาม ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตเหม่อลอยทอดมองออกไปไกลแสนไกล ทำไมกันนะ? ทำไมทุกคนชอบมาทำแบบนี้? จากไปโดยที่ทิ้งความรู้สึกแบบนี้ไว้ให้.... ไม่สงสารกันบ้างเหรอ.... ว่าเขาน่ะจะรู้สึกอย่างไร? จะตัดสินใจอย่างไร? ไม่เห็นใจคนรอบ้างรึไงกันน่ะ......
พวกนายมันบ้า.......
“พี่เคียวยะ มุคุโร่ บ้าที่สุด..........” ร่างบางหยิบขนมปังไส้ถั่วแดงมากัดเข้าปากด้วยความอัดอั้นตันใจสุดชีวิต
แหมะๆ
เค็ม.... ขนมปังไส้ถั่วแดงของโรงอาหารเค็มที่สุดเลย มีการใส่น้ำเกลือไว้ด้วย เค็ม เค็มมาก..... ชักจะไม่มีรสชาติแล้วด้วย...... หยาดน้ำตาใสพรั่งหรูร่วงหล่นจากนัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้
ฉลาดขึ้นรึยัง? ซาวาดะ สึนะโยชิ....
คนอื่นพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนาย
แล้วนายเคยทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง?
.
.
.
.
.
ทำได้เพียงแค่มองและรับรู้....
ยามพวกเขาจากไปเท่านั้น.........
คนอื่นพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนาย
แล้วนายเคยทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง?
.
.
.
.
.
ทำได้เพียงแค่มองและรับรู้....
ยามพวกเขาจากไปเท่านั้น.........
ภาพของพี่เคียวยะในวันสุดท้ายก็ยังคงแจ่มชัดเช่นเดียวกับวินาทีที่มุคุโร่จากไป ถ้อยคำในจดหมายลานั้นตราตรึงเช่นเดียวกับคำพูดทุกถ้อยคำที่ได้ยินในวันนี้... ทรมาน.... ตอกย้ำความโง่และบ้าของตัวเอง.... ว่าเขามัวแต่ทำอะไรอยู่..... เป็นบอสมาเฟียที่ห่วยที่สุดยังไม่พอ ยังเป็นนางเอกเกมส์จีบหนุ่มที่โง่เง่าที่สุดอีก....
แปะๆ
หยาดฝนโปรยปรายลงจากท้องฟ้ากว้างใหญ่ หยาดฝนในฤดูหนาว... เย็นเยียบไปถึงหัวใจ ดวงอาทิตย์ที่มองไม่ชัดถูกบดบังมากขึ้นจากเมฆหมอกของฤดูหนาว หยาดฝนนี้คือน้ำตาจากดวงอาทิตย์หรือไร... วันเวลาแสนสนุกสนาน สดใส มิอาจหวนคืน... กลายเป็นสายฝนร่วงหล่นลงมาตอกย้ำจิตใจเท่านั้น.....
“มานั่งตากฝนทำอะไรอยู่น่ะ” ทำไมฝนไม่หยดลงมาใส่เขา? ร่างบางเงยหน้ามองดูร่มเงานั้น
“สคอลโล่...?” ร่างโปร่งผมสีเงินถือร่มสีดำกันฝนให้เขา นายนี่ก็แปลกนะ มาตอนที่ฉันกำลังเดือดร้อนอยู่เรื่อยเลย
“ฉันก็อยู่ว้อย” เสียงสบถหยาบๆของโค้ชแซนซัสดังมาใกล้ๆ อา.. โค้ชแซนซัสก็อยู่ด้วยเหรอนั่น
“ทำหน้าอย่างกับปลาตาย เป็นอะไรอีกแล้วฟะ” สคอลโล่จ้องหน้า ไอ้เปี๊ยกช่วงนี้มีเรื่องกลุ้มใจเยอะนักรึไงน่ะ
“ความรักมันเป็นยังไงกันนะ....” ไม่รู้ทำไมเห็นหน้าสองคนนี้ทีไรมันอยากปรึกษา
แซนซัสกับสคอลโล่มองหน้ากัน สงสัยจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ “เรื่องแบบนั้นถามคนอื่นก็ไม่รู้หรอกเฟ้ย ต้องถามตัวเอง!” หลามน้อยผู้เป็นติวเตอร์เอ่ยตอบ
“ถามตัวเองเหรอ.....” สึนะย้อนถามตัวเอง ในหัวใจของเขา......
“นั่งตรงนี้ๆนานเป็นปอดบวมตาย ถ้าใครตายฉันก็ไม่ห้าม ไปล่ะ” แซนซัสเดินจากไป สคอลโล่เห็นดังนั้นก็มองสึนะทีแซนซัสที
เห็นตาสีน้ำตาลกลมโตแดงก่ำ
แถมบวมราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ก็เกิดใจอ่อนขึ้นมาอีก
แถมบวมราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
ก็เกิดใจอ่อนขึ้นมาอีก
ร่างโปร่งเจ้าขางเรือนผมสีเงินโน้มตัวลงส่งร่มสีดำใส่ในมือเล็กของสึนะ มือใหญ่อีกข้างจับหัวเล็กๆของสึนะโยกไปมาราวกับปลอบใจ
"รู้จักกับแก ทำให้ชีวิตฉันยุ่งยากเหลือเกิน" ฮะๆๆ ขอโทษทีนะสคอลโล่ ฉันนี่ทำให้นายเดือดร้อนเยอะเหมือนกันนะนี่
“คิดจะนั่งต่อก็ตามสบาย อย่าให้ฉันต้องมาหามแกไปโรงพยาบาลก็แล้วกัน ไอ้เปี๊ยก” ในคำพูดหยาบคายแฝงความอ่อนโยนที่สึนะรับรู้ได้จากสคอลโล่
“ขอบคุณนะ สคอลโล่” ร่างโปร่งผมสีเงินรีบวิ่งตามแซนซัสไปอยู่ในร่มคันเดียวกัน
นายช่วยฉันไว้เยอะเหลือเกิน...
[System : แกยังคิดจะกลับบ้านอยู่มั้ย?]
สึนะมองดูแถบข้อความตรงหน้า “ในที่สุดก็ถามอีกแล้วนะ คุณ system” แต่ตัวผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้เลย
[System : แกคิดยังไงล่ะ]
“ถ้าผมหายไป คนทางนั้นจะลำบาก” ยามนึกถึงคนข้างนอกในโลกจริง เพื่อนพ้องทุกคนจะเป็นอย่างไร ตอนนี้กำลังทำอะไรกันอยู่
[System : แกรู้รึเปล่า? ว่าเพื่อนสนิทของแกสองคนเป็นคนเล่นเกมส์นี้อยู่]
นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกกว้าง โกคุเดระคุงกับยามาโมโตะเป็นคนเล่นเกมส์นี้อยู่!!? “ถ้าอย่างนั้น.....”
[System : พวกนั้นรับรู้อยู่ และมีโอกาสทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลงได้]
สิ่งที่ตัวเขาในอนาคตสิบปีข้างหน้ากระทำ
การเปลี่ยนแปลงโลกอนาคต.....
การเปลี่ยนแปลงโลกอนาคต.....
“จะบอกว่าถ้าผมไม่กลับบ้าน ก็มีโอกาสที่ตัวผมในอดีตจะไม่เล่นเกมส์นี้ก็ได้สินะ....” เหมือนตัวผมที่ไปโลกอนาคตเพื่อเปลี่ยนแปลง....
[System : อนาคตมีมากมายหลายแบบ เส้นทางแยกย่อยมากมาย]
คำพูดของแรมโบ้ผู้ใหญ่
บทสนทนาในห้องครัวก่อนศึกชิงแหวนอัศนี....
บทสนทนาในห้องครัวก่อนศึกชิงแหวนอัศนี....
“นั่นสินะ.....”
[System : คิดจะคว้าความสุขที่อาจจะไม่ใช่นิรันดร์ไว้ในมือรึเปล่า?]
เหล่าผู้คนผู้มีใบหน้าและนามเหมือนคนที่เขารู้จัก
เหล่าผู้คนที่วาดสีสันให้ชีวิตของเขาไม่แพ้โลกภายนอก
เหล่าผู้คนที่ใช้ชีวิตร่วมกันจนผูกพัน
เหล่าผู้คนที่สอนให้เขารู้จักความรัก.......
เหล่าผู้คนที่วาดสีสันให้ชีวิตของเขาไม่แพ้โลกภายนอก
เหล่าผู้คนที่ใช้ชีวิตร่วมกันจนผูกพัน
เหล่าผู้คนที่สอนให้เขารู้จักความรัก.......
“ตอนนี้.....เวลานี้เท่านั้น.........” สึนะพึมพำกับตัวเอง.......
ต่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ขอแค่เวลานี้ ตอนนี้เท่านั้น....ให้เขาได้พบรักแท้
.
.
.
หากตัวเขาในอดีตทำให้อนาคตเปลี่ยนไปอีกครั้ง
.
.
.
เขาจะไม่เสียใจ
เพราะเขาได้ทำสิ่งที่เขาอยากจะทำที่สุดแล้ว
ขอแค่เวลานี้ ตอนนี้เท่านั้น....ให้เขาได้พบรักแท้
.
.
.
หากตัวเขาในอดีตทำให้อนาคตเปลี่ยนไปอีกครั้ง
.
.
.
เขาจะไม่เสียใจ
เพราะเขาได้ทำสิ่งที่เขาอยากจะทำที่สุดแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
“ผมจะไม่กลับบ้านหรอกคุณ system” สึนะจ้องมอบแถบข้อความ นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้จริงจังกว่าครั้งไหน
[System : มั่นใจแล้วนะ]
“อาจจะเป็นการเอาแต่ใจตัวเองของผม อาจจะเป็นการเห็นแก่ตัวที่ทำให้คนอื่นต้องลำบาก...” ใช่... เป็นการเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวที่คิดไขว่คว้าความสุขมาไว้ในมือของตัวเอง แล้วทิ้งให้คนข้างหลังต้องเดือดร้อน
แต่มั่นใจในตัวเพื่อนพ้องด้านนอก
ถ้าพวกนายมองดูตัวฉันในนี้อยู่
ช่วยรับรู้ความตั้งใจของฉันด้วยนะ
ฝากด้วย....
ถ้าพวกนายมองดูตัวฉันในนี้อยู่
ช่วยรับรู้ความตั้งใจของฉันด้วยนะ
ฝากด้วย....
[System : เวลาในเกมส์ดำเนินไปเร็วกว่าข้างนอกมากนัก ข้างนอกอาจจะแค่ไม่กี่ชั่วโมง ถ้านึกอยากกลับเมื่อไหร ฉันจะส่งแกกลับไปก็ได้]
สึนะมองดูแถบข้อความแล้วก็ยิ้ม ทางเลือกมีตั้งมากมายสินะ “ขอบคุณนะครับ คุณ system”
ดังนั้น...
ขอแค่ตอนนี้...
เวลานี้เท่านั้น.......
ขอแค่ตอนนี้...
เวลานี้เท่านั้น.......
[System : ถ้าฉันมีมือก็อยากจะปลอบใจลูบหัวแกนะ แต่ฉันมีแค่ข้อความนี่แหละ]
“ฮะๆๆๆ แต่ผมก็รับรู้ความจริงใจของคุณ systemได้นะ แม้จะแกล้งผมบ่อยๆก็เถอะ” ร่างบางหัวเราะร่า ถ้าไม่มีคุณแถบข้อความ บางครั้งผมคงหลงทางไปแล้ว
ขอเอาแต่ใจซักหน่อยเถอะนะ
ทุกคน
ทุกคน
สายฝนฤดูหนาวหยุดโปรยปรายดั่งประสานไปกับการตัดสินใจของร่างบาง แสงแดดอ่อนๆเรียกความอบอุ่นกลับมาท่ามกลางความเย็นยะเยือกของหิมะขาว ร่างบางหุบร่มสีดำลง ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตจ้องมองท้องฟ้ากว้าง
แม้ดวงอาทิตย์ที่คอยส่องแสงแรงกล้า
[System : งั้นถึงเวลาแกตัดสินใจแล้ว]
บางครั้งก็ยังมีน้ำตาให้เห็นอยู่เสมอ
[System : พิจารณาทบทวนให้ดีว่าแกมีใครอยู่ในใจ]
คนธรรมดาอย่างฉันจะก้าวทีละก้าวค้นหาสิ่งที่ต้องการให้เจอ
“ฉันจะ.......................” เสียงหวานเอ่ยตอบคุณแถบข้อความ....
จะทำใจให้เข้มแข็งเสมอ...รอ...เพื่อที่จะได้พบกับเธอในสักวัน
การตัดสินใจไขว่คว้าความสุขถูกตัดสิน
อาจจะโง่เขลา เอาแต่ใจ
แต่เขาจะไม่เสียใจภายหลังอีกแล้ว
อาจจะโง่เขลา เอาแต่ใจ
แต่เขาจะไม่เสียใจภายหลังอีกแล้ว
.
.
.
.
.
TBC!!!!
แถม
เบียคุรันนั่งมองอาจารย์และลูกศิษย์คู่นั้นบอกลากันผ่านหน้าต่างห้องผู้อำนวยการ ในมือล้วงหยิบมัชเมลโล่ในถุงรสส้มเข้าปาก ประทับใจแทนแฮะ เธอนี่ความกล้ามากจริงๆนะมุคุโร่คุง
เลวี่เดินเข้ามาในห้องของเบียคุรันพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “จัดการเรื่องให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ทางธนาคารไม่มีปัญหา”
“ขอบใจนะ” เบียคุรันเขมือบมัชเมลโลต่ออย่างสบายอารมณ์ มาลาออก แล้วขอยืมเงินไปเพื่อสานต่อความรัก ฉันก็ยินดีจะช่วยเป็นกามเทพให้หรอกนะ นานๆทีจะช่วยคนอื่น
“รีบๆเรียนจบแล้วมาใช้หนี้ผมซะด้วยนะครับ มุคุโร่คุง” ไม่จ่ายคืนก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ถ้าพวกอิริเอะมายุ่งแล้วบริษัทบ้านฉันล้มละลาย ฉันจะลำบาก
สุดท้ายไอ้เกมส์บ้านี่ก็ทำซึ้งไม่ขึ้น
---------------------------------------------------------------------
Free Talk : อา... ในที่สุดมันก็มาถึงตรงนี้จนได้!! ยาวนานเหลือเกิน กันการปั่นมาราธอนทุกวันนี่ ในที่สุดฉันก็จะได้ปลดปล่อย!! (โดนตบกระเด็นหายไป) สำหรับตอนหน้าเป็นตอนอวสานแล้วนะคะ ตอนที่ 27 นี้มี 3 อันค่ะ
แอบคิดอยู่ว่าเราจะตายตอนจบเพราะทำแบบนี้รึเปล่า แต่เราก็ทอดทิ้งตัวละครที่ตัวเองรักไม่ได้ TT[]TT อยู่ด้วยกันมา 27 ตอนผูกพันไม่แพ้ซือคุงเหมือนกันนะ! แม้จะแกล้งมากไปก็เถอะ แต่แถมตรงนั้น อ่านแล้วอาจจะหมดรมณ์ก็ได้นะคะ ฮ่าๆ....
พูดถึงเรื่องที่ซือคุงไม่กลับบ้าน ที่แต่งไปแบบนั้น เพราะว่า... ถ้าจบเกมส์ปุ๊ปซือคุงกลับบ้านไปเลย มันรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับคนในนี้เป็นแค่เกมส์ไม่ได้ผูกพันกับซือคุงจริงๆ ก็เลยตัดสินใจแต่งไปแบบนั้น = =a แม้เหตุผลมันจะดูไม่ดี แถมเอาแต่ใจโคตรๆอีก เหมือนฆ่าตัวตายยังไงก็ไม่รู้ แต่งแล้วเครียดเลย สงสัยเราจะตายตอนจบจริงๆ ขออภัยทุกท่าน... ถ้าทำให้ผิดหวัง.. m(_ _)m เรามันฉ่อย.....
Next >>>
ED1 : รักเราเคียงคู่กันตลอดไปดั่งต้นไม้สองต้นในกระถาง
ED2 : แด่ความรักครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายของชีวิต
ED3 : จากคู่สัญญาณ แปรเปลี่ยนสู่ความเป็นนิรันดร์
edit @ 31 May 2008 16:56:53 by -*AyaFee*- 182769!
Tags: fanfic, reborn5 Comments
โฮกกกกก ซึ้งมากกกกกกก
อ่านแล้วน้ำตาซึม...ฮืออออออออ TT[]TT
อ่านตอนแถมแล้วมัน...สุดท้ายก็ยังยืมตังคนอื่นสินะมุคุโร่ = =
#1 By Imm_Karl on 2008-05-15 18:27