SD เพ้อมิตรภาพ? + Haruka4
posted on 29 Jun 2008 11:46 by ayafee in Fiction
Title : Lontani Memoria
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Drama , Romance
Rate : ??
Pairing : SD or DS ?
Summary : ความทรงจำห่างไกล
------------------------------------------------------------------------
.
.
ดุร้าย หากแต่มีความอ่อนโยนภายใน
.
.
ธรรมชาติของสัตว์ร้ายอย่างฉลาม... ไล่ตามกลิ่นคาวเลือด .. ล่าเหยื่อฉีกกระชากด้วยคมเขี้ยวแหลมคมเหมือนเพลงดาบที่นายพร่ำฝึกมาตลอด... หากแต่ในนัยน์ตาสีอำพันที่ฉันแลเห็น.. แม้จะสั่นกลัวทุกครั้งที่เห็นนาย นายกลับเข้ามาช่วยเหลือฉันที่ถูกรังแก.. นั่นคงเป็นความใจดีลึกๆข้างใน... สัตว์ร้าย...ย่อมมีหัวใจ... ฉันเข้าใจไม่ผิดใช่ไหม... สคอลโล่.. พวกเราเป็นเพื่อนกัน... ใช่รึเปล่า...
.
.
ขี้ขลาด... หากแต่มีแววเข้มแข็งภายใน
.
.
ธรรมชาติของสัตว์ผู้รักความเร็ว และวิ่งตัดผ่านสายลมอย่างอาชา.. กลับมีเจ้าอาชาขี้ขลาดตัวนึง... เฝ้าวิ่งถอยหลังหลบไปจากเส้นทาง มันไม่วิ่งผ่านสายลมอย่างสง่างาม... ไม่เหยียดใบหน้ามองไปเบื้องหน้ามองทิวทัศน์.. เอาแต่ก้มลงมองพื้น... ทุกครั้งที่เจอหน้าเอาแต่วิ่งหลบตัวสั่น.. แล้วทำไมเห็นยามมันถูกรังแก... สองขากลับก้าวเข้าไปช่วย... ในนัยน์ตาสีอำพันนั้น... มองเห็นเศษเสี้ยวหนึ่งของความเข้มแข็ง... แม้เพียงเล็กน้อย...
.
.
ทอดมองจากสถานที่ของตัวเอง
.
.
เห็นบางสิ่งบางอย่างที่หลบซ่อนไว้ในตัวตนของอีกฝ่าย
.
.
สิ่งที่ผิดธรรมชาติ... และเป็นไปตามธรรมชาติ
.
.
ร่างโปร่งในชุดนักเรียนโรงเรียนมาเฟียเสื้อขาวกางเกงสีเขียวเข้มนั่งกอดดาบในฝักสีดำใต้ต้นไม้ ฉับพลันกลับมีบางอย่างกระแทกแผ่นหลังให้ร่างกายไร้แรงฟุบลงกับพื้น ร่างสูงกว่าไม่มากนักเรือนผมสีเงินสั้นยืนกอดอกมองเจ้าม้าหงอนอนกองกับพื้นตาขวาง ใบหน้าของทั้งสองคนแปดป้ายด้วยพลาสเตอร์ปิดแผล คงมีเพียงเลือดที่ซึมไหลข้างใบหน้าของร่างสูงกว่าผมเงินที่เห็นชัด....
“แกมันบ้าชะมัด ทำตัวเป็นเจ้าขี้ขลาดเหมือนเดิมก็ดีแล้ว จะมายุ่งทำไม” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งสอนไม่พอใจ ใยต้องเอาตัวเข้าไปยุ่ง... ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง.. ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง..
ร่างโปร่งหยัดกายขึ้นนั่งหันมองใบหน้าของเด็กหนุ่มเรือนผมสีเงิน แม้มีสีหน้าหวาดหวั่น แต่นัยน์ตาสีอำพันนั้นกลับมีประกาย... “ก็พวกนั้นเอาดาบของสคอลโล่ไปนี่ ดาบเป็นของสำคัญของนายไม่ใช่เหรอ...”
.
.
เริ่มจากเพียงสิ่งเล็กๆก็ได้.. แค่ของสำคัญของเพื่อน...
.
.
“ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่า!!!!” มือใหญ่คว้าดาบจากในอ้อมกอดของคนที่เอาแต่นั่งทำตัวลีบ ความพยายามของเจ้าอาชาที่เอาแต่วิ่งหนี.. ส่งผ่านถึงหัวใจของสัตว์ร้าย... ทีละน้อยๆ.. สะสมทับถม.. ต่างมองเห็นสิ่งที่หลบซ่อนไว้ข้างในดวงตาของอีกฝ่าย...
คือความเข้มแข็ง.... แม้ขี้ขลาดหวาดกลัว
จากที่เคยวิ่งหนี จากที่เคยรังแก จากที่เคยหลบหน้า จากที่เคยจ้องมองด้วยความรำคาญ... เด็กหนุ่มสองคนเริ่มเปลี่ยนเป็นมองหาอีกฝ่าย.. วิ่งเข้าหา.. แม้เดินเพียงลำพัง.. เพียงไม่นานนัยน์ตาสีทะเลเป็นต้องเห็นร่างโปร่งผมสีทองวิ่งตามมา... เดินหนี... ก็เดินตาม... เรียกหา.. และเริ่มมีรอยยิ้ม... เจ้าอาชาตัวนั้น... เริ่มวิ่งไปในทิศทางที่ควรเป็น.. ตามธรรมชาติของสัตว์ผู้รักความเร็ว...
ด้วยมิตรภาพ
“พวกเราเป็นเพื่อนกันใช่มั้ย?” นัยน์ตาสีอำพันมองสบหาคำตอบ เพื่อนเพียงคนเดียวในโรงเรียนมาเฟีย... เพื่อนคนแรกในสถานที่...ที่เขาไม่เคยอยากเข้ามาแม้แต่น้อย... นัยน์ตาสีน้ำทะเลมองพลางเบี่ยงไปทางอื่นแกล้งไม่สนใจ
“ไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นตัวน่ารำคาญตะหาก!!!” มือใหญ่ขยี้ศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีทองจนยุ่งเหยิง... เข้าใจกันได้... การกระทำอาจจะมองไม่เห็นความนัย... เขา.. มองเห็นความอ่อนโยนในห้วงลึกนั้น...
ให้ตนเริ่มเข้มแข็ง... ทีละน้อย..ทีละน้อย
เมื่อวันที่ต้องก้าวออกไปจากโรงเรียนแห่งนี้มาถึง... พวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป... จะยังคงมีมิตรภาพเหมือนเดิมหรือไม่... อนาคตที่คาดหวัง... เขาไม่อยากเป็นมาเฟีย.. แต่สืบสายเลือดบอสใหญ่คาบัคโรเน่.. ขณะที่อีกฝ่าย.. หมั่นฝึกฝนดาบเพื่อซักวันจะเป็นกำลังให้ใครบางคน...
“นั่นหมายถึงเพื่อนกันสินะ? สคอลโล่” อนาคตบอสใหญ่แห่งคาบัคโรเน่สบมอง เด็กหนุ่มอีกคนกลับไม่ยอมสบมองด้วยแม้แต่น้อย...
“เหอะ!!! ไม่รู้โว้ย เจ้าดีโน่!” ทำพูดรุนแรง..หากแต่เรียกรอยยิ้มระบายบนใบหน้า เพียงแค่สรรพนามเรียกชื่อ คงสื่อถึงบางสิ่งที่เชื่อมโยงเอาไว้ด้วยกันได้แล้ว
.
.
เสียงหัวเราะสดใสกังวานเพียงฝ่ายเดียว ถ้ารำคาญคงไล่ไป.. โวยวายใส่... เขากลับปล่อยไว้แบบนั้น... ยืนฟังเสียงหัวเราะของมันไปแบบนั้น... ความเปลี่ยนแปลงของอาชา... ความเข้มแข็งที่แลเห็นเพียงเล็กน้อย... เริ่มเปล่งประกายขึ้นในดวงตา
.
.
ทอดมองจากเบื้องล่างของสายธาราสีชาดเหม็นกลิ่นคาวเลือด... ทอดมองลงไปจากลานหญ้าสีเขียวขจีกลิ่นหอมสดชื่น.... ต่างมองเห็นสิ่งที่ควรจะเป็นในนัยน์ตาอีกฝ่าย... ความอ่อนโยน ความอ่อนแอ... สองสิ่งที่เคยไปตามเส้นทางของตนเอง มองกลับมา... มองแล้วก็จะได้เห็น.... แม้นแตกต่าง....
.
.
คือฟ้าครามสดใส... คือมิตรภาพ
.
.
จากวันนั้นถึงวันนี้... ยาวนาน... วองโกเล่แฟมิลี่.. คาบัคโรเน่แฟมิลี่.. ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น... หากแต่พวกเราห่างเหินกันไปเรื่อยๆ... ได้เพียงยืนมองห่างๆ... พวกเราเติบโตขึ้นจากวันนั้น.. จากอดีตห่างไกล... เขาเข็มแข็งขึ้นเพื่อสิ่งสำคัญ... อีกฝ่ายมีสิ่งที่ต้องปกป้อง... ความอ่อนโยนที่เขาแลเห็น... ยังคงอยู่ใช่ไหม..?
.
.
สุดท้ายต้องพบเจอกัน ในสถานการณ์ที่ไม่อยากเจอแม้แต่น้อย
.
.
นัยน์ตาสีอำพันเหลือบมองชายหนุ่มเรือนผมสีเงินยาวยวงบนเตียงคนไข้สีขาว... เครื่องช่วยหายใจบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง.. แม้ไม่เห็น... เขาก็รู้และจดจำได้... ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายเป็นเช่นไร แม้บาดเจ็บแค่ไหน... เปรอะแผลเพียงใด... เขาก็เห็นเด่นชัด... ใบหน้าของเพื่อนรัก....
.
.
มิตรภาพยังคงอยู่ไหม
“ช่วยฉันทำไมเจ้าม้าพยศ” คำถามแรกจากปากของผู้บาดเจ็บ ช่วยให้เขารู้สึกเจ็บตามไปด้วย... แม้ทำเพื่อศิษย์น้องสำนักเดียวกัน... ในใจลึกๆของเขา.. คืออยากช่วยเพื่อน....
“พวกเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่รึเปล่าสคอลโล่?” มันคงไม่ดีที่ซักไซ้ถามในเวลาแบบนี้ เข้าใจดีว่าพวกเราต่างเติบโตขึ้นจากวันนั้น ... ไม่ใช่เขาที่วิ่งไล่ตามแผ่นหลังของเด็กหนุ่มนักดาบ... เขาเติบโตขึ้นเป็นม้าพยศ.. เพื่อปกป้องพวกพ้อง...
.
.
วิ่งผ่านสายลมอย่างสง่างาม.. ธรรมชาติที่ควรเป็น
.
.
ไร้ซึ่งสุรเสียงใดตอบกลับ ... หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงคิดว่ายอมรับ... “เหอะ เจ้าบ้าดีโน่” สรรพนามเรียกให้นัยน์ตาสีอำพันเบิกกว้าง ... ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ยืนบังปกป้องเบื้องหน้าเขาในวันนั้นอีกแล้ว... ไม่ได้ปกป้องเขาอีกแล้ว.. ไม่ได้จับดาบเพื่อเขา... แต่ภายใน.. ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย....
“ฉันดีใจมากเลย” รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้า ราวกับภาพย้อนกลับไปยังใต้ต้นไม้ในวันนั้น ความอ่อนโยนที่นายมี... ยังคงมีอยู่...
.
.
เจ้าฉลามคลั่ง... มีส่วนอ่อนโยนผิดไปจากธรรมชาติ
.
.
หากมิตรภาพเป็นสิ่งที่ตัดกันยาก... เขาเข้าใจดีว่าทำไมฉลามคลั่งตัวนี้... จึงมีความจงรักภักดีนัก... เพราะเขารู้จักนายดี... รักเกียรติของนักดาบ... รักในมิตรภาพ.. และรักษาสิ่งที่ตนลั่นคำพูดไว้... นายปกป้องนภาสีดำตามคำพูดลั่นวาจาของนาย... และนายก็รักษา... มิตรภาพที่ลั่นไว้กับฉัน...
.
.
รู้ไว้เพียงในใจว่า... บางสิ่ง..ยังคงรักษาไว้
.
.
เวลาล่วงเลยผ่านไป.... ร่างสูงเรือนผมสีทองเดินอยู่ในสวนคฤหาสน์วองโกเล่ วันรับตำแหน่งของศิษย์น้องที่รัก จากศึกชิงแหวนวันนั้น..ถึงวันนี้... เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก... เด็กๆในวันนั้นเติบโตขึ้น... ราวกับมองเห็นภาพของตัวเองในอดีต.. ครั้งหนึ่งเป็นเพียงเด็กขี้ขลาด... เติบใหญ่ขึ้น... จนถึงวันนี้....
“ไม่ไปแสดงความยินดีกับเจ้าเปี๊ยกนั่นอีกซักรอบรึไง!!?” นัยน์ตาสีอำพันเสมองผู้เรียก.. ร่างสูงเรือนผมสีเงินยาวยวงคนนี้ก็ไม่เปลี่ยน... เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงอดีต
“เห็นพวกสึนะแล้วนึกถึงพวกเราสมัยเรียนเนอะ” เด็กๆเติบโตขึ้นในทิศทางที่ควรเป็น ผู้ฟังกอดอกมองด้วยนัยน์ตาสีน้ำทะเลอย่างหน่ายๆ
“มันยังดีกว่าแก แกไม่มีลูกน้องแล้วทำอะไรได้บ้าง?” พูดจาเสียดแทง แม้อายุล่วงเลยเลข 2 พวกเขาก็คงยังเหมือนเด็กในวันนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไป...
.
.
ไม่แปรเปลี่ยน...
ดั่งอาชาที่ต้องวิ่งบนลานหญ้า.. ตัดผ่านสายลมอย่างรวดเร็ว.... นัยน์ตาสีอำพันสบมองอีกฝ่ายพลางแย้มยิ้ม การที่ยังคงพูดคุยกันแบบนี้ได้เหมือนเดิม... เพราะว่า... ผืนฟ้า.. จะเป็นสีอะไร.. ก็ใต้ฟ้าเดียวกัน...
“พวกเรายังเป็นเพื่อนกันใช่รึเปล่า?” คำถามเดิมๆจากคนเดิมๆ ร่างสูงเรือนผมเงินถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย กี่ครั้งกี่หน... คำถามเดิมๆ....
ดั่งฉลามคลั่งแหวกว่ายในสายธารา... ไล่ล่าหาเหยื่อด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า นัยน์ตาสีน้ำทะเลเสมองไปทางอื่นไม่ยอมสบตา... ไอ้พฤติกรรมน้ำเน่าอะไรทั้งหลายไม่ได้เหมาะกับเขา...
“แกไม่จำเป็นต้องให้ฉันปกป้องแล้ว เจ้าดีโน่” คำพูดชวนให้เจ้าของนัยน์ตาสีอำพันหน้าเสีย ก่อนสคอลโล่จะตวัดต่อยท้องบอสใหญ่คาบัคโร่เน่เป็นการหยอกล้ออย่างสนิทสนม
“แกจับอาวุธ สู้ข้างฉันได้แล้ว” สิ้นคำพูดนั้น... รอยยิ้มสดใสพลันปรากฏ ใช่.... เวลาล่วงเลยผ่านไป... ตัวเขาไม่จำเป็นต้องหลบหลังอีกฝ่ายอีกต่อไปแล้ว.....
“พูดจาไม่สมเป็นนายเลย แต่ฟังแล้วดีใจเป็นบ้า!” ไม่ทันไรก็โดนตบหัวโครมเข้าให้อีกรอบ กาลเวลาหมุนไป เข็มนาฬิกาเดินไป.. 10 ปี 20 ปี.. พ้นผ่าน... ไม่จางหาย... สิ่งใดกันที่คงอยู่... ไม่จางหาย... ไม่จางหายเพราะมีคนพยายามรักษาไว้... สิ่งนั้นจึงคงอยู่....
.
.
สู่การปกป้องสิ่งสำคัญด้วยชีวิต
.
.
เด็กหนุ่มสองคนเติบโตจากวันนั้นขึ้นเป็นผู้ใหญ่... หลายอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ภายในของพวกเขาคงไม่เปลี่ยนไปจากวันนั้นอีกแล้ว.... อาชาแม้นวิ่งบนลานหญ้า... มันหวนมองธาราสีเลือด... ฉลามคลั่งแหวกว่ายในธารเลือด... หยุดมองดูอาชาเติบใหญ่....
.
.
ธรรมชาติของสัตว์สองชนิดยังคงเป็นเช่นนั้น
.
.
ความทรงจำห่างไกล... ส่งผ่านถึงอนาคต
.
.
----------------------------------------------------------------
Free Talk : SD ค่ะ ฮาาาา ไม่ออกแนวเลิฟๆ หรือว่าสองคนนี้เริ่มต้นแบบเพื่อนกรูรักเมิงว่ะ =A=" ก็มีความเป็นไปได้ ออกแนวมิตรภาพสุดๆ อันนี้แต่งจากที่นั่งคุยกับคูกะจัง แล้วติดเชื้อ แล้วก่อนจะทำการบ้าน.. ไม่มีไรทำ (จริงๆคือไม่มีไฟทำการบ้าน) ก็เลยเปิด word พิมพ์ๆๆๆๆ จบ โพส ทำการบ้าน ==" อาการเพ้อนี่มันมีทุกหย่อมหญ้าเมื่อเครียดจริงๆนะเนี่ย (ตราบเท่าที่เป็นคู่ที่จิ้นออก ฮาาาา) ชอบหลามเสะ!!! หลามเท่!!
นั่งรอแผ่น Haruka4 แล้วก็เลิกรอ ไปนั่งดู CG ก่อน....
.
.
เซนเซนย์ขาาาาาาาาาาาา นางิขาาาาาาาาาา ไม่ไหวแล้ววว หล่อกระชากลากไส้!!! กร๊าซซซซซซ โฮกมันทุกตัวเลยวุ้ยเฮ้ย!! CG อาจจะน้อยไปนิด แต่มันได้ใจเหลือเกิน แม่เจ้า!!!
เซนเซย์ หล่อคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา เอาใจหนูไปเต็มๆ สมแล้วที่เล็งตั้งแต่เกมส์ยังไม่ออก อุวะฮ่าๆๆๆ โอจิหน้าอ่อน มันได้ใจคนเล่นเหลือเกิน!!!
นางิ... ไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรใดๆแล้ว เพราะว่า ไม่ไหวแล้วววววววว เอาใจเค้าไปเต็มๆตั้งแต่เห็น CG รุปแรกที่เป้น sample โฮวกกกกกกกกกกกก
ซาซากิ แว่บแรกไม่ชอบปีก แต่ตอนนี้.. ปีกนี่แหละออฟชั่นสุดยอดดดดดดดดด อ๊ากกกก เท่ โฮกฮากกกก
ฮิอิรางิ ฟ่อออออออออออออออออออ แม้จะหลอน กันดั้ม oo แต่ว่าหล่อทั้งคู่!! กร๊ากกกกกกกก ได้ใจ!!
อีก 4 คน หึๆ ชอบเหมือนกัน แต่ว่า ขอกริ๊ดเล่น 4 คนนี้ให้จบก่อนเหอะนะ!!!! ฉันจะรีบเอาเวลาว่างเสาร์อาทิตย์เคลียร์งานเล่นเกมส์!!! ฟ่อออออออออออ
ปล. งานเยอะเกินไป เรียนแบบไม่มีเวลากินข้าว เริ่มแสบกระเพาะ =[]=!! อ๊ากกก ปวดท้องอีกแล้วว
ปล2. วันนี้หาเสบียงเยอะๆมาตุนชนิดเอาใส่กระเป๋าไปนั่งแอบกินในห้องเรียนได้ดีกว่า =A="
edit @ 29 Jun 2008 12:27:19 by -*AyaFee*- สมาพันธ์รักฮาเร็ม
















แต่นางเอกจะเป็นยังไงก็ช่างล่ะมั้ง จุดโฟกัสมันอยู่ที่หนุ่มๆต่างหาก 55

น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!
อะอรั๊ยยยย .... ชักๆๆ ชอบคู่นี้แล้วละสิ!!!
... ถึงแม้ว่าจิ้นวายไม่ออก แต่ความเป็นเพื่อนกัน มันสุดยอดกว่ามากมาย!!!
อ่านๆ แล้วก็นึกถึงเพื่อนๆ นะคะ
ต่างคน ต่างมีทางเดินของตัวเองแล้วเนอะ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ใช่เพื่อนกัน
จริงไหมคะ?
เรื่องฟิคนีุ้ดยอดล้นหลาม (ฉลาม) มากมายค่า
จงสูสุดหูรูดเลยเว้ยเฮ้ยย!!
#1 By в.bèäяs ™ on 2008-06-29 12:23