XDS!! + เซเลอร์มูนรีเทิร์น
posted on 11 Jul 2008 02:07 by ayafee in Fiction
Title : Dente di leone
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Drama , Romance
Rate : ??
Pairing : XDS
Summary : แดนดิไลออน ปลิวหายไป ไม่หวนคืนกลับสู่ที่เดิม..
------------------------------------------------------------------------
โปรยปลิวล่องลอยตามกระแสสายวายุ...ไร้จุดหมาย...
ล่องลอยไปไกล.. ไม่หวนกลับมา.. คว้าไว้ได้เพียงครั้งเดียว...
.
.
.
ร่างโปร่งบางในชุดนักเรียนเชิ้ตขาวทับด้วยสเว็ตเตอร์สีเลือดหมูและกางเกงลายสก็อตนั่งอยู่ริมสนามหญ้าห่างไกลตึกเรียน ปอยผมสีทองอร่ามปลิวไหวน้อยๆตามกระแสลมอ่อนๆของยามสาย ในมืออันแปดป้ายไปด้วยพลาสเตอร์สีขาวถือดอกแดนดิไลออนเอาไว้ นัยน์ตาสีอำพันจดจ้องเจ้าดอกไม้นุ่มในมือไม่วางตา.. ก่อนเด็กหนุ่มจะเป่าลมหายใจให้กลีบดอกปานปุยนุ่นนั้นล่องลอยไป
บริสุทธิ์สดใส..ล่องลอยไปไกล...
.
.
“ถ้าคุณพ่อรู้ก็ต้องโดนดุอีก...” โรงเรียนมาเฟีย... ไม่ใช่สถานที่ที่ตนอยากเหยียบเข้ามาแม้แต่น้อย โดดเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า โดนรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า... ไร้คนใส่ใจ.. มีเพียงความคาดหวังส่งมาทับถมเป็นหินผาบนไหล่บางทั้งสอง... หนักอึ้ง.. จนมิอาจยืนเหยียดตรงมองไปเบื้องหน้า...
มือบางป้ายแผลมากมายหยิบจับเจ้าต้นแดนดิไลออนตรงหน้า... กลุ่มต้นแดนดิไลออนสีตัดจากสนาม.. ทั้งสีขาว สีเหลือง และสีแดง... เป็นดอกไม้ริมทาง.. แต่เปี่ยมไปด้วยอิสระ.. อยากจะล่องลอยไปที่ไหนก็ได้.. ช่างน่าอิจฉานัก
“มานั่งทำบ้าอะไรตรงนี้” ฝักดาบสีดำเขกเข้ากลางศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีทอง การทักทายแบบเดิม... หนึ่งเดียวในโรงเรียนมาเฟียอันเป็นที่พักใจ และอดทนอยู่ได้...
“สคอลโล่.. ทักดีๆไม่ได้รึไง.....” เจ้าของนัยน์ตาสีอำพันรีบผินกายหันไปมอง เด็กหนุ่มผมสีเงินซอยสั้นในเครื่องแบบเดียวกันยืนใช้ดาบพาดบ่าตนเองไม่สนใจคำบ่น
“ว่าที่บอสใหญ่แห่งคาบัคโรเน่ ทำตัวแบบนี้จะไปเอาตัวรอดจากโลกมืดได้ไงฟะ!!!” เจ้าของเสียงโวยวายหย่อนกายลงนั่งใกล้ๆกัน ดีโน่เมียงมองเด็กหนุ่มผู้ที่ตนน่าจะเรียกว่าเพื่อนได้ด้วยสายตาปลงๆ
“ไม่ได้อยากจะเป็นนี่” เอ่ยเสียงแผ่ว... หากมีคนมาได้ยินเข้าก็คงจะไม่ดี ยิ่งในโรงเรียนนี้... ล้วนมีแต่เหล่าผู้ต้องการเป็นมาเฟียผู้มากอิทธิพล.. และต้องการจะประสบความสำเร็จในวงการนี้ทั้งนั้น... นอกจากโรมาริโอ้... คงมีเพียงเพื่อนคนนี้กระมัง.. ที่เขาจะเอ่ยความในใจได้บ้าง..
ร่างโปร่งผมเงินทรุดตัวลงนอนกับพื้นหญ้าสีเขียวขจี ไร้คำพูดใดเล็ดลอด.. มีเพียงเสียงของสายลมเท่านั้น ดีโน่ผ่อนลมหายใจช้าๆ อาจจะเป็นเพราะปลงกับการที่เขาบ่นบ่อยๆกระมัง..
“แล้วทำไมนายโดดเรียนล่ะ?” ถามกลับไปเปลี่ยนบรรยากาศ เด็กหนุ่มผมเงินผู้อยากเป็นนักดาบที่เก่งกาจที่สุด และเป็นมาเฟียที่ได้รับการยอมรับ ถ้าเข้ามีความทะเยอทะยาน มีเป้าหมายเหมือนคนอื่นเขาบ้างก็คงจะดี...
“ขี้เกียจ!! ง่วง!!” ตอบกลับเพียงเท่านั้นเจ้าตัวก็ตะแคงตัวหนุนแขนตัวเองหลับไป ร่างโปร่งผมทองละสายตากลับไปจดจ้องเจ้าดอกไม้ตรงหน้า ไม่อยากรบกวน ไม่งั้นคงโดนโวยวายใส่อีก มือยื่นออกไปเด็ดแดนดิไลออนสีเหลืองและสีขาวเป่าลมใส่เล่นอย่างที่ทำก่อนหน้านี้... ไม่คิดทำลายความสงบเงียบ...
แดนดิไลออนสีเหลือง... คือเพื่อนกันตลอดไป
.
.
เพื่อนที่ดีต่อกันชั่วนิรันดร์...ไม่เปลี่ยนแปลง
.
.
มันคงจะแปลกที่คนอย่างเขามาเป็นเพื่อนกับเด็กหนุ่มนาม สเพลฮี สคอลโล่ได้ คนที่เป็นหัวโจกในกลุ่มหัวโจกเรื่องตีรันฟันแทงถนัดไม่แพ้การใช้ดาบ จะเป็นเพราะเห็นใจ? เป็นเพราะสงสาร? เวทนา? หรืออะไรก็ตามแต่... สคอลโล่คือเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวในโรงเรียนนี้ของเขา...
เป็นพื้นที่ของพวกเขา..ได้พักผ่อน..และโดดเรียนมานอนเล่น
.
.
3 ปี ในการเรียนในโรงเรียนมาเฟีย มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีละน้อยๆ.... ทั้งการปรากฏตัวของนักฆ่าจิ๋วที่พ่อของเขาต้องการให้มาปั้นเขาจากการเป็นไอ้ห่วย.... ทั้งการที่ได้พบและเป็นเพื่อน... จากไอ้ห่วย... ค่อยๆเติบโตขึ้นทีละน้อย... ต้องเปลี่ยนแปลงไปอีกมากเพียงใด... มากแค่ไหน... ดั่งแดนดิไลอ้อน... ที่ไม่อาจหยุดบิดปลิวไป...
“สคอลโล่!!” เสียงนุ่มร้องเรียกหาเพื่อนตามทางเดินริมอาคาร และเดินตรงออกไปนอกสนาม เที่ยงแล้วแท้ๆเขาก็อยากหาเพื่อนทานข้าว... เดินหาแล้วหาอีกก็ไม่เจอ...
“ไปมีเรื่องกับใครรึเปล่านะ” มือบางยกขึ้นเกาแก้มใช้ความคิด สุดท้ายไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน ก็ไปที่เดิม สนามหญ้าริมสนาม
ไม่อาจล่วงรู้อนาคต... จากมิตร..ยามเติบโต...จะพบกันในสถานะ...
พันธมิตร? ศัตรู? พบกันในสถานการณ์ใด
.
.
ได้เพียงเชื่อมั่นในช่วงเวลานี้
.
.
ร่างโปร่งล้มกายลงนอนบนผืนหญ้าทอดมองไกลขึ้นไปบนท้องฟ้า... นภาสีคราม... วองโกเล่... แฟมิลี่ยิ่งใหญ่.. ใครๆก็อยากเข้าร่วม... และสคอลโล่ก็เป็นหนึ่งในนั้น.... หากตน.. ได้เป็นบอสใหญ่แห่งคาบัคโรเน่.. หากมิอาจหลีกหนีชะตากรรมของตนได้.. ก็อยาก.. อยากจะให้เพื่อนคนนั้น... ได้อยู่บนผืนแฟมิลี่เดียวกัน
“ใกล้จะเรียนจบกันแล้วนี่นะ....” บ่นพึมพำกับตัวเอง ต่อไปก็ทางใครทางมัน..งั้นสินะ? นัยน์ตาสีอำพันปรือหลับลง เพื่อนคนแรก..และคนเดียว.. รู้ทั้งรู้ว่าพ่อของเขาเป็นพันธมิตรกับวองโกเล่.. ความรู้สึกมันต่างกัน... สถานที่..ต่างกัน...
“โอ๊ยๆๆ!!!!” นัยน์ตาสีอำพันเบิกกว้างรีบหยัดกายลุกขึ้นนั่งเมื่อมีคนเหยียบปอยผมเขาซะแบบนั้น ยามเมื่อหันกลับไปเมียงมองผู้ที่เดินไม่ได้ระวังเอาซะเลย ก็ต้องนิ่งงันไป
“เกะกะ” เด็กหนุ่มร่างสูงกว่าเรือนผมสีดำขลับและนัยน์ตาสีแดงเพลิงกดดันและน่าสะพรึงกลัวในสายตาเขา เด็กหนุ่ม..ที่เคยพบกันห่างๆในงานเลี้ยงของคุณลุงวองโกเล่รุ่นที่ 9… ลูกชายเพียงคนเดียว.. ผู้เป็นว่าที่ผืนฟ้าคนใหม่..
.
.
ของเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขา
.
.
“ขะ..ขอโทษ...” นึกเสียใจให้ความขี้ขลาดของตัวเอง อีกฝ่ายเป็นคนเหยียบศีรษะเขาชัดๆ.. ทำไมเขาต้องไปขอโทษ เจ้าตัวก็ไม่ยอมขอโทษแถมมีท่าทีอยากจะถีบเขาไปให้พ้นๆอีก นี่น่ะเหรอลูกชายของคุณลุงใจดี ช่างไม่เหมือนพ่อเลยแม้แต่น้อย
“สวะก็ควรอยู่ส่วนสวะ ไปไกลๆจากที่นี่ซะ” คำพูดดูถูกเหยียดหยามเรียกให้นัยน์ตาสีอำพันตวัดมองเขม็ง สีเพลิงอันน่าสะพรึงกลัว.. แม้นไม่กล้าสบตา.. แต่มิอาจอดทนกับคำพูดเช่นนั้นได้...
“ฉันไม่ใช่สวะ” ไม่คิดหรอกว่าอีกฝ่ายไม่รู้สถานะของตัวเขา เรื่องความห่วยของเขามันเป็นที่โจษจันไปทั่วโรงเรียนว่าไม่ควรเป็นว่าที่บอสของคาบัคโรเน่
“หึ!!!” ร่างสูงย่างเข้ามาใกล้ ไอ้ความปอดแหกมันก็เริ่มทำงาน นัยน์ตาสีอำพันพลันหลับตาปี๋ด้วยความกลัว หากเขาโจษจันในเรื่องความห่วย อีกฝ่ายก็คงโจษจันในเรื่องของการทะเลาะวิวาทไม่แพ้กัน
รอบกายเต็มไปด้วยต้นหนาม และเถาวัลย์เกาะกินต้นไม้ใหญ่
.
.
คือมาเฟีย
.
.
ร่างโปร่งหลับตาปี๋อยู่แบบนั้น ทว่ากลับต้องประหลาดใจเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น เปลือกตาบางปรือเปิดอย่างหวั่นๆ ภาพที่แลเห็นเด็กหนุ่มเรือนผมดำคนนั้นกลับถอยหลังหันกลับไปซะเฉยๆ เพราะว่าผลประโยชน์ในอนาคต? เพราะว่าเป็นคู่พันธมิตร? หรืออะไร..? ทำไมกัน..?
“อะ..เอ่อ?” เสียงนุ่มส่งเสียงเรียกก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหายไป ไร้เสียงใดตอบกลับ ไร้การเมียงกลับมามอง นั่นคงเป็นการพบกันแบบแปลกๆของเขากับนภาสีดำผืนนั้น... แปลกพอๆกับที่รู้จักกับนักดาบหนุ่ม...
เมื่อไร้สุรเสียงตอบกลับดีโน่หันกลับมามองแดนดิไลอ้อนตรงหน้า “แปลกคนชะมัด... แล้วก็น่ากลัวสุดๆด้วย...” คิดแล้วก็หวาดกลัวสายตานั่น... แซนซัส บุตรชายเพียงคนเดียวของวองโกเล่รุ่นที่ 9 คุณลุงที่แสนใจดีในสายตาเขา...
“ไม่เหมือนพ่อเลยซักนิด” ได้เพียงบ่นลับหลัง หากบ่นต่อหน้าคงมิวายต้องไปนอนโรงพยาบาลไม่ก็ห้องพยาบาลเป็นแน่แท้
ยามเมื่อบรรยากาศกลับมาสงบอีกครั้ง ร่างโปร่งนั่งเมียงมองเจ้าดอกไม้ตรงหน้า สายลมพัดกลีบปานปุยนุ่นปลิวหายไป ไปตามที่ต่างๆ ... เพียงแค่ลมพัด... มันก็ปลิวไป.. ดั่งเรื่องราว.. ที่ผ่านมาก็ผ่านไปไม่มีรีรอ...
ปลิวไปสร้างสายสัมพันธ์ใหม่ ณ ผืนดินที่มันร่วงหล่น
.
.
“คาบัคโรเน่ กับ วองโกเล่.........” สายสัมพันธ์ที่ผูกกันไว้เนิ่นนานสืบทอดไปรุ่นต่อรุ่น...
.
.
ไม่หยุดยั้ง
.
.
“เดินช้าจริง ไอ้คุณหนู!!!” สคอลโล่หันมาตวาดใส่เจ้าคนเชื่องช้าเบื้องหลัง ดีโน่วิ่งตามมาติดๆพร้อมกับกอดสมุดกองหนึ่งไว้กับตัว
“ก็ช่วยถือกันบ้างสิ การบ้านของนายด้วยไม่ใช่เหรอ!” หยุดรอแค่นั้นก็ก้าวขาเดินต่อให้เจ้าของผมสีทองได้วิ่งตามต่อ คิดในแง่ดี.. ถ้าไม่ใส่ใจเลยก็คงไม่ลากกันมาทำการบ้านด้วยกันล่ะมั้ง.. แม้เขาคงจะเป็นฝ่ายต้องทำเองทั้งหมดก็เถอะ...
เด็กหนุ่มทั้งสองหยุดยืนหน้าห้องสมุด ประตูมันปิดสนิท ทั้งๆที่มันไม่ควรจะปิดในเวลาแบบนี้ และยิ่งเป็นโรงเรียนด้วย แม้จะเป็นโรงเรียนมาเฟียก็ตามแต่ ร่างโปร่งผมเงินตวัดสายตาตรงไปที่ลูกบิดก่อนจะคว้าลูกบิดมาบิดไปมา
“มันล็อก” เห็นแล้วชวนหงุดหงิด ดีโน่ยืนมองอยู่เบื้องหลังไม่กล้าเข้าไปยุ่ง สุดท้ายก็ต้องเดินเข้าไปช่วยดันประตูด้วย..
ผลักกันไปผลักกันมาประตูดันโครมเข้าไปข้างในอย่างไม่ทันจะระวังตัว เมื่อมีคนเปิดออกจากด้านใน ร่างของเด็กหนุ่มทั้งสองลงไปกองกับพื้น กระแทกพื้นลงแทบเท้าของร่างสูงกว่าเรือนผมสีดำขลับที่กำลังใช้นัยน์ตาสีเพลิงจดจ้องมายังคนสองคนที่มารบกวนเขา
“เจ้าพวกสวะ... ที่นี่ไม่ต้อนรับแก” ไอ้เรื่องยึดพื้นที่ก็เข้าใจอยู่หรอกว่ามันคือโรงเรียนมาเฟีย ช่างเป็นคนที่เย่อหยิ่งไม่เปลี่ยน....
“นี่นาย.....” ดีโน่เผลอไปชี้หน้าอีกฝ่ายเข้า สองครั้งสองครา.. คำขอโทษซักคำก็... ไม่มีให้ได้ยิน...
สร้างสายสัมพันธ์บนพื้นที่ใหม่ๆไปเรื่อยๆ...
.
.
ใครกันจะล่วงรู้... ว่าอนาคต.. จะเป็นเช่นไร... การพบกันเพียงหนึ่งครั้ง สองครั้ง.. การรับรู้นาม.. การเอ่ยนาม.. ก่อเกิดความสัมพันธ์... เพียงพบกันเพียงหนึ่งครั้ง.. ใช่จะตัดสินว่าจะไม่ได้พบเจอกันอีก... คงเหมือนพวกเขา... ความสัมพันธ์ของพวกเรา..ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า... และไม่อาจล่วงรู้ความคิดของอีกฝ่ายได้.....
.
.
ไม่อาจคาดเดา... ว่าเจ้าต้นกล้า.. จะเติบโตขึ้นแบบใด
.
.
“ใกล้จะเรียนจบแล้วเนอะ?” นัยน์ตาสีอำพันเมียงมองใบหน้าเพื่อนเพียงหนึ่งเดียว... อีกไม่กี่วัน.. ต่างฝ่ายต่าง.ต้องเดินบนเส้นทางของตัวเอง
“แกเองก็จะเป็นบอสแล้วนี่ เจ้าม้าพยศดีโน่” คำพูดราวกับหยอกล้อให้เจ้าตัวได้ละอายเล่น ทั้งๆที่บอกว่าไม่อยากเป็นมาเฟีย.. สุดท้ายก็กลายเป็นแบบนี้ไปเสียได้...
“ทำไงได้ล่ะ...” แม้นเติบโตแล้ว.. ไม่มีลูกน้องอยู่ด้วยเขาก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก ในใจนึกเสียดาย.. อยากให้มาทำงานด้วยกัน... แต่เส้นทางของใคร.. ใครจะบังคับได้... เมื่อวันนั้นมาถึง... อีกไม่กี่วัน... คงต้องล่ำลากัน.. ณ สถานที่แห่งนี้.. ลานหญ้า... และดอกแดนดิไลอ้อน...
“พกลูกน้องไปให้ตลอดล่ะเฟ้ย” นัยน์ตาสีน้ำทะเลสบมองมาแกมประชด แต่ความจริงแล้วมันคงเป็นความใจดี.. เหมือนทุกครั้ง
“เข้าใจแล้วน่า” มือที่ครั้งหนึ่งเคยเนียนใส ประดับด้วยรอยสักอันเป็นสัญลักษณ์ของบอสใหญ่เอื้อมลงไปหยิบดอกแดนดิไลอ้อนสีขาวและสีเหลืองดอกหนึ่งส่งให้เพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียว
“เออดี” เจ้าของเรือนผมสีเงินรับมาแม้นจะทำหน้าเหมือนไม่อยากจะรับ หากเป็นคนอื่นคงมองว่าฝืนใจ.. แต่นั่นเป็นเพราะเจ้าตัวไม่ชอบเรื่องอะไรแบบนี้กระมัง....
พวกเรามิอาจเป็นเด็กตลอดไป... วัยเด็กล่วงเลยผ่าน... และต้องแบกรับภาระของความเป็นผู้ใหญ่ การละเล่น การหยอกล้อ.. คงจบสิ้นลง... ความสัมพันธ์ในรูปแบบของเด็กๆก็คงเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย... คืออนาคตที่มองไม่เห็น... คือเส้นทางทอดยาว... เมล็ดพันธุ์... แดนดิไลอ้อนที่โปรยปลิวไปนั้น... เริ่มเจริญเติบโต..
และเจ้าฉลามคลั่งแหวกว่ายลงใต้ทะเลเลือด...ใต้ผืนฟ้าสีดำ....
นัยน์ตาสีเพลิงลอบมองเด็กหนุ่มสองคนห่างไกลจากพื้นที่ของสองคนนั้น เด็กหนุ่มยืนกอดอกมองมิตรภาพของสองคนนั้นด้วยความคิดหลากหลาย หนึ่งคือลูกน้องในอนาคต หนึ่งคือพันธมิตร สายสัมพันธ์เชื่อมโยงคนสามคนเอาไว้... โดยที่มองไม่เห็น...
“ก็แค่ดอกไม้งี่เง่า...” ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหาพวกบ้าสองคน
“นายมัน... ไร้ความละเอียดอ่อนจริงๆ..แซนซัส..” ดีโน่พูดบ่นไปงั้นๆ จะคนไหนก็ไม่มีความละเอียดอ่อนพอกัน แต่จะให้เปรียบเทียบสคอลโล่คงจะมีมากกว่า
“มาเฟียเค้าไม่สนใจเรื่องแบบนี้หรอกเฟ้ย!!!” เจ้าดอกไม้ประดุจปุยนุ่นลอยละล่องไป... ไม่หยุดยั้ง.. สร้างต้นกล้าใหม่ๆ... สร้างสายสัมพันธ์ใหม่ๆ... จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง....
.
.
ความรักที่พระเจ้าประทานให้
.
.
“ยังไงก็ยังเป็นพันธมิตรกันน่า.... ก็เพื่อนๆกัน” ร่างโปร่งเรือนผมสีทองผู้เริ่มมีความกล้าเอ่ยกับเด็กหนุ่มอีกสองคน
“ใครเป็นเพื่อนพวกแก...” เอ่ยจบแซนซัสก็เดินไปซะแบบนั้น ไร้มนุษยสัมพันธ์... ทั้งๆที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกัน และเป็นพันธมิตรกันแท้ๆ....
นับจากจุดนี้เป็นต้นไป... อาจจะเป็นจุดเปลี่ยน สถานะดั้งเดิม... ยามเติบโตนั้นเปลี่ยนแปลงไป มิตรภาพของคนสามคนดำเนินต่อ..หรือขาดสะบั้นลง... คงมีเพียงความห่างเหิน.. และบางสิ่งที่ทับถมขึ้นทีละน้อยที่เป็นคำตอบ.... ของคนสามคน...
.
.
ผ่านแล้วผ่านเลยผ่านไป...หากไม่คว้ามัน...
.
.
TBC…..
-------------------------------------------------------------------------
มันยังต่อได้อีก!! ปกติจะเป็นฟิคสั้น คงเพราะว่ามันสามพีล่ะมั้ง ก็เลยจบไม่ลงในหนึ่งตอน (แต่แน่ใจเรอะว่าจะจบสามพี...อะคริอะคริ กลิ่นรักคุดลอยไม่ไกลๆ หรือกลิ่นเลือดคนเขียนลอยมาไกลๆกันแน่...) เพ้อจนระเบิดเลยทีเดียว ต้องหาโดมานั่งอ่านเพื่อสร้างภาพ เหล่าหนุ่มฉกรรจ์สมัยเรียน ฮาาาา (โดกลุ่มนี้สมัยเด็กๆช่างหายากจริง ชอบสามคนนี้สมัยเรียน กางเกงลายสก็อต วิ้ววววว)
แอบคิดถึงบรรยากาศยุ่นโบราณๆแบบตอนที่เขียน D27 เก็บข้อมูลเยอะ แต่ว่าเขียนแล้วสนุกดี (โยคะแพนด้าไม้ไผ่ ก็ช่างเป็นจุดบอดในชีวิตจริงๆ = =".....) และเพราะ 4P แพนด้า!! มันก็เลยรวมเล่มไม่ได้ ฮ่า!!! ต้องแก้เรทกระจุยก่อนแล้วจะลงได้ จะเอาไปให้โรงพิมพ์เพื่อนทำให้ ก็หนังหน้าเพื่อนและตัวเองไปไม่รอด.. SM 4P แพนด้า... ไม่น่าเล้ย... OTL...
ถ้าเปลี่ยนเป็นแพนด้าน่ารักๆ 4 ตัว รำกระบองไม้ไผ่กัน คงน่าดูชม... (หนีความจริง)
นั่งคิดพล็อต 127 ไม่ค่อยมีคนพีคกันเลย TwT... สลด...ปฏิบัติการณ์ล่อลวงคนมาชอบ 100 ยังคงทำงานต่อไป แอบรีเควสเค้าไปทั่วเพื่อสร้างกระแส!! มารักคนเลวกันเถอะ!!! (โดนตบกระเด็น!)
---------------------------------------------------------------------------
เมื่อไม่นานมานี้หยิบเซเลอร์มูนมาอ่าน แล้วก็ดูอีกรอบ รู้สึกดีใจที่ตัวเองไม่เกิดอาการจิ้นขบวนการเซเลอร์วองโกเล่ขึ้นมา (MAD ที่ล้ออันนั้น ฮามาก ดูไปขำไป OP เซเลอร์มูน ver. รีบอร์น) ช่างโชคดีที่ไปหาDVD ครบทุกภาคมาได้แบบฟลุ๊คๆ TwT ตอนนั้นลงแดงอยากดูมาก ตามหาไปทั่วเลย แม้กระทั่งบิท แต่ดันไปได้บิทภาค eng มาสุดท้ายก็เลยวิ่งหา dvd (แอบเสียดายที่ขาดภาคmovie ไปสองภาค)
ชอบปกใหม่มากมาย แต่ว่าไทยไม่ยอมพิมพ์ใหม่แฮะ มีแต่ของนอกลิขสิทธิ์เล่มหนา 8 เล่มจบ อนิเมกับมังงะก็ช่างต่างกัน ภาค Live Action คนแสดงก็ดูนะ ชอบคนที่เล่นเป็นเรย์กับมินาโกะ น่ารักทั้งคู่ =w=

ไม่ชอบหน้ากากทักซิโด้ แต่ชอบเซยะ กร๊ากกกก อยากจะปาจอเมื่อเซยะกลับดาวแม่ตัวเอง ซีนมันน่าโฮกกว่าหน้ากากทักซิโด้เยอะ!!!! เอาสตาร์ไลท์กลับม๊าาาาาาาาา (จนถึงบัดนี้ก็ยังสงสัย.. ว่าสามคนนั้นเป็นชายหรือหญิงกันแน่.. )
ถ้าหน้ากากทักซิโด้ในมังงะอันนั้นอะเช แต่ที่สำคัญ... ในภาค live action มีฉากแปลงร่างของหน้ากากทักซิโด้ด้วยล่ะ!!! นั่งดูกับเพื่อนแล้วพรวดดดดดดดดด =[]=! เอาจริงวุ้ย
บรรดาเซเลอร์นี่ ไม่ชอบแค่จิบิมูนคนเดียว = =" เพราะแบ๊วเกินไปล่ะมั้ง ภาค SS เปกาซัสน่าโฮก แต่ทุกครั้งที่คุณหนูออกมาเพ้อ เพ่จะเริ่มออกอาการจะหลับ =A=... จนอยากจะเปกาซัสหมัดดาวตกใส่ซะเหลือเกิน!!!!! แต่ชอบภาค S มากสุด เพราะว่าบู๊ดี ฮาาา ฮารุกะกับมิจิรุก็เท่ด้วย
(แอบดักแก่นะเนี่ย... เซเลอร์มูนนี่เก่ามว๊ากกกกกก)
ละครที่สร้างจากการ์ตูนนี่ คงมีปรินซ์ออฟเทนนิสล่ะมั้ง ที่ดูไปอ้าปากค้างไป... มันเทพจริง.. แบบว่า เทพจริงๆ... (แอบกริ๊ดคนเล่นเป็นเทะสึกะไปด้วย) แต่ไอ้แมตท์สุดท้ายที่มันมีการเรียกสายฝน ฟ้าครึ่มนี่.. แม่จ๋า =[]=!! หลุดโลกโคตรเลย!!
--------------------------------------------------------------------------
แอบตอบคำถามจากเม้นต์
ท่านโครโน่ มุกจัง แล้วก็เคโกะจัง : 6927 คิดพล็อตอยู่เหมือนกันนะคะ แต่ทำไมสมองเรามันไปทางผิดหวังหมดเลยล่ะนี่ =[]=... แต่งฝันกลางวัน มุก็เป็นคนเดียวที่ไม่ลงเอยกับสึนะ
ท่านซาเร็น : จะเรียกพี่สาวก็ไม่ว่านะคะ =w=" มีคนเรียกเยอะ จนลามไปถึงเจ๊เลยทีเดียว ฮา
ลินจัง : ถ้าเบียเคะแบบที่เราชอบ คือจิบิเบียค่ะ!! ถ้าแบบนี้เคะแล้วน่ารักน่ากระซวกไส้ =w=b เพราะงั้นไม่ผิดปกติหรอกค่า 6927 =[]= ก็สมหวังนา.. ฮา..
ริสจัง : เลวี่xกุโระไม่ดีตรงไหน =A=.. ปลาจวด vs ปลาหมึก นี่แหละจุดเริ่มต้นของความสยอง น่ากระชากเครื่องในของแท้
โคคิจัง : OTL ลองมองเป็นภาพคนดูนะงับ จะเห็นเป็นรูป คนทรุดลงกับพื้นน่ะ ฮา เป็นท่าหมดอาลัยในชีวิต(?) เป็นหวัดก็หายเร็วๆเน้อ!
ท่านหยก : จิ้นแบบโมเอะสิคะ!!!
ปล. อีหนูชินน่ารัก!! บาครีบเข็นฮังเกอร์ออกมาด่วน!!! เค้าจะเอาคู่เน้!!! เคี๊ยกกกกก
ฮังเกอร์ x ชิน อุเคี๊ยกกกกกกกกกกกก บ้าไปแล้วววว ไม่วายมีตบนะบาคเอ๊ย!! ถ้าวายล่ะไฟทำงานลุกโชน!! จิ้นก็ยังดีไม่ต้องวายตรงๆ แต่ต้องฮังเกอร์ x ชิน อะเคี๊ยกกกก
ปล2. หนึ่งสัปดาห์มันช่างผ่านไปเร็ว... จะสอบมิดเทอมแล้ว!!!!
ปล3. ดีใจที่มีคนชอบงานที่เขียน เพราะเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองระยะสุดท้าย ใช้อาการเพ้อเป็นที่ตั้ง แล้วก็เขียนๆ แถมเขียนเรื่องฉ่อยจนติดเป็นนิสัย!! ไม่โดน FC ตื้บเอาก็บุญแล้ว!!
แล้วก็ดีใจที่มีปฏิสัมพันธ์ตอบรับกันมา ทั้งใน M ทั้งอื่นๆ
edit @ 11 Jul 2008 02:55:01 by [AyaFee]หมีน้อยกระซวกส้ายยย
edit @ 11 Jul 2008 20:29:45 by [AyaFee]หมีน้อยกระซวกส้ายยย
















)
)
รักคุดนี่มันดีจริงๆนะท่าน 5555
มาเจอเอนทรีย์ดักอายุอีกแล้ว(ฮา)
เซเลอร์มูนชอบสตาร์ไลท์ เซยะเจ๋งจริงๆเนอะท่าน
(เสียดายไม่น่าแปลงร่างเป็นสาวตู้มได้เลย T^T)
ภาคนั้นสะใจมากที่มาโมรุหายไปเซยะมาเสียบแทน (ก๊ากกกก)
ไลฟ์ไม่ได้ดูแฮะ หนุกเหรอท่าน =x=
ปล.เห็นชื่อเอนทรีย์นึกว่าท่านจะแต่งเซเลอร์รีบอร์นนะเนี่ย (ฮา)
#1 By dearchan on 2008-07-11 06:56