Title : Dente di leone
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Drama , Romance
Rate : ??
Pairing : XDS
Summary : แดนดิไลออน ปลิวหายไป ไม่หวนคืนกลับสู่ที่เดิม..

------------------------------------------------------------------------


นานาบุปผชาติกำเนิดมาพร้อมความหมายที่ถูกรังสรร

เจ้าบุปผชาติกลับปานปุยนุ่นอ่อนโยน คือความรักที่ประทานมา

สีเหลืองคือเพื่อน สีขาวคือมิตรภาพ

สีชมพูคือความรักเปี่ยมสุข
.
.





ร่างโปร่งสูงเรือนผมสีเงินสั้นก้าวมาหยุดยืนเบื้องหน้ากลุ่มดอกไม้ต้นเล็กๆ นัยน์ตาสีน้ำทะเลสะท้อนภาพเจ้าปุยนุ่นโปรยปลิวไปในอากาศ แดนดิไลอ้อนสีขาว สีเหลือง และเจ้าต้นกล้าเล็กๆของดอกสีชมพูเริ่มงอกงามให้เห็น เด็กหนุ่มภายนอกราวกับหยาบกระด้างนั้น แม้ทำเหมือนไม่เข้าใจ แต่เขาก็มีส่วนละเอียดที่คนอื่นมองไม่เห็น


คือความอ่อนโยนน้อยๆของสัตว์ร้ายในห้วงทะเลสีชาด





ยามเมียงมองเจ้าดอกไม้อ่อนแอ หวนให้นึกถึงเจ้าห่วยปวกเปียก เอาแต่วิ่งหนี ทุกครั้งที่พบกันต้องมีพลาสเตอร์แปะประดับมาบนใบหน้าเสมอ จนกระทั่ง... มันเริ่มเข้มแข็งขึ้นทีละน้อย บาดแผลที่ประดับกาย.. ยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นรอยสักอันเป็นสัญลักษณ์ของบอสใหญ่....



“หวา!!!!!” เสียงร้องโวยลั่นมาจากเบื้องหลัง เมื่อผินกายหันกลับไปมองก็แลเห็น เจ้าร่างโปร่งเรือนผมสีทองอร่ามกลิ้งลงมาจากทางลาดชันของสนาม

ประสงค์ดีช่วยเพื่อนอย่างไม่อ่อนโยน ด้วยการใช้เท้าของตัวเองยันหยุดเจ้าลูกบอลมนุษย์เอาไว้ “เดินดีๆก็ยังไม่ได้รึไง คุณหนูจริงๆนะแกน่ะ!!” ร่างโปร่งผมเงินสะบัดใบหน้าไปมาอย่างละอาในความซุ่มซ่ามของคนที่ได้ชื่อว่า เพื่อน

“แซนซัสขัดขาให้ตกลงมาตะหาก.....” มือเรียวชี้กลับขึ้นไปด้านบนของทางลาดชัน แลเห็นเด็กหนุ่มอีกคนเดินตามหลังมา อยู่กับสองคนนี้มันหวนนึกถึงครั้งที่เจ้าอาจารย์พิเศษจับเขาแต่งเป็นแกะแล้ว เอาไปทิ้งไว้ในป่า.... สองคนนี้ร้ายกว่าหมาป่าอีกมั้ง...

“เอาแต่บ่นสคอลโล่ๆ น่ารำคาญ” ร่างสูงกว่าเรือนผมสีดำขลับหยุดยืนกอดอกสร้างระยะห่างเล็กน้อยจากสองคนนั้น น่ารำคาญนัก ยามเมื่อเรียกหาแต่ชื่อของคนเพียงคนเดียวตลอดเวลา


บางสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า...





“ก็จะมาชวนไปกินข้าว....” ดีโน่หยัดกายขึ้นยืนปัดฝุ่นและคราบดินเปรอะร่างกายออก นัยน์ตาสีน้ำทะเลมองใบหน้าประดับพลาสเตอร์ของคนตรงหน้าในหัวใจแย้มยิ้ม หากแต่มิอาจแสดงออก จะให้บอกว่าปลาบปลื้มหรืออะไรมันคงไม่เหมาะกับตัวเขา

“เป็นซะแบบนี้ จะไปสร้างชื่อได้ยังไง....” อาจจะดีหากให้เด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นเจ้าห่วยต่อไป แต่พวกเราทุกคนต่างเติบโตขึ้น และมองเห็นเส้นทางของแต่ละคนกันแล้ว....

“เหอะ... ก็มันสวะ” คำพูดของแซนซัสตอกให้ดีโน่นึกเคืองขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ พูดเหมือนอาจารย์ทารกนักฆ่า โดนย้ำทุกวี่ทุกวันให้ทำตัวให้เหมาะสมที่จะเป็นบอสใหญ่

ร่างโปร่งผมทองเมียงมองใบหน้าคนสองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนในโรงเรียน มาเฟียอันเป็นสถานที่ที่ตนเคยอยากหลบหนีมากที่สุด... “สัญญากับพวกนั้นไว้แล้ว ว่าจะเป็นบอสที่ดี.. ก็ต้องเป็นให้ได้” คำพูดแสนมุ่งมั่นของคนที่ครั้งหนึ่ง... ไม่เคยนึกอยากจะเป็นมาเฟียแม้แต่น้อย...


เจ้าอาชาเติบใหญ่..วิ่งตัดผ่านสายลม.. เจ้าม้าพยศ....





“เป็นม้าพยศแล้วนี่แกน่ะ อย่าทำเสียชื่อแล้วกันโว้ย!!” เสียงทุ้มตวาดใส่ เจ้าของนัยน์ตาสีอำพันหัวเราะน้อยๆรับรู้ได้ว่านั่นคือความห่วงใยของเด็ก หนุ่มตรงหน้า

นัยน์ตาสีเพลิงของเด็กหนุ่มอีกคนเมียงมองอีกสองคนตรงหน้าไร้สุรเสียงใดเล็ด ลอดออกมา เพียงแค่ยืนกอดอกเช่นนั้น ต่างฝ่ายต่างมิอาจคาดเดาในความคิดของอีกฝ่าย เป็นห้วงคำนึงอยู่ในใจเพียงเท่านั้น .. เฝ้ามองเจ้าแดนดิไลอ้อนปลิวไปตามสายลม... ยังเส้นทางของตัวเอง...



แดนดิไลอ้อนสีขาวและสีเหลืองเริ่มผสมสีชมพูอ่อน

ปลิวออกไป ปลิวไปเบื้องหน้า

ไม่หวนกลับ.....
.
.





วันเวลาในการเรียนโรงเรียนมาเฟียค่อยๆผ่านเลยไป คนสามคนที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนแบบแปลกๆ ยังคงมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกันไว้แบบนั้น มิตรภาพในโรงเรียนมาเฟียแห่งนี้ มองผิวเผินก็คือการสร้างอาณานิคม และเครือข่ายในวงการ... ภายนอกเด็กหนุ่มทั้งสามคงถูกมองเฉกเช่นนั้น สองว่าที่บอสใหญ่ หนึ่งนักดาบอนาคตไกล การรวมตัวของกลุ่มอำนาจในอนาคต....


แท้จริงสายสัมพันธ์บางอย่างของเด็กหนุ่มสามคน

คนอื่นมองไม่เห็น.. มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า..





“มานั่งหลบตรงนี้อยู่เรื่อย” ร่างโปร่งเรือนผมสีเงินเดินมาหยุดเบื้องหลัง ดาบในฝักสีดำโยนมากระแทกศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีทองสะท้อนแสงแดดพอให้รู้สึก กระทบกระเทือนซะหน่อย

“จะเรียนจบแล้ว ก็ทักกันดีๆไม่ได้เลยเหรอ...” มืออันประดับด้วยรอยสักยกขึ้นลูบหัวตัวเองปอยๆก่อนหยิบดาบฝักสีดำนั้นยกขึ้น แนบใกล้ร่างกายตน

“ซึมอะไรอีก” นัยน์ตาสีน้ำทะเลเพ่งมองตรงมา เจ้าปวกเปียกตรงหน้ามีเรื่องอะไรก็ต้องวิ่งหนีแล้วมานั่งซึม จะเป็นบอสแล้วก็ยังทำตัวห่วยไม่เลิก

“คิดว่า ทั้งฉัน นาย แล้วก็แซนซัส เมื่อแยกกันไปแล้วจะยังเป็นเพื่อนกันอยู่มั้ยนะ..” ความกังวลเดิมๆ ของเจ้าคนที่รักพวกพ้องยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“ก็เป็นตัวน่ารำคาญเหมือนเดิม” เมื่อตนตอบไปแบบนั้น คนตรงหน้าแย้มยิ้มกว้างก่อนพุ่งตรงมาราวกับหมายจะโผกอดเขาซะแบบนั้น ศอกของสคอลโล่ตอกเข้าใส่ศีรษะของเจ้าห่วยให้หยุดทำอะไรน่าละอายเสียที

“ฮะๆๆๆๆ” รอยยิ้มระบายบนใบหน้าของเจ้าคนขี้กังวลเห็นแล้วชวนหมั่นไส้ หมั่นเขี้ยวน่าถีบให้คว่ำ... ครั้งหนึ่งเคยหวาดกลัวหลบห่างๆ ตอนนี้กลับมาหัวเราะร่าตรงหน้าตนได้แล้ว...

“หยุดหัวเราะได้แล้ว!!!” สคอลโล่วาดลูกเตะถีบเจ้าร่างโปร่งผมทองที่ยังคงไม่หยุดขำ ดีโน่วิ่งหลบไปมา.. จะให้หลบพ้นมันคงเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่ลูกน้องอยู่ด้วย...



แดนดิไลอ้อนที่ได้รับมาคือสีเหลืองและสีขาว

หากแต่ภายในนั้นมีสีชมพูจางๆปะปนอยู่

ต้นกล้าของแดนดิไลอ้อนสีชมพู
.
.





ภาพของคนสองคนทะเลาะหยอกล้อกันอยู่ในการมองเห็นของนัยน์ตาสีเพลิง คนสามคนมีสายสัมพันธ์ร่วมกัน แต่ในสายสัมพันธ์นั้น... มีเส้นด้ายบางอย่างทอดยาวผูกพันที่แตกต่างหลากสี... มันอาจจะเป็นสามเหลี่ยม มันอาจจะเป็นเส้นด้ายผูกมัดฝ่ายเดียว...



“จะมายืนมองพวกมันทำไม....” ไม่เข้าใจตัวเอง... จะเข้าไปก็ยังได้.. กลับไม่เข้าไป.. เลือกจะยืนห่างออกมา... แต่รับรู้ได้ถึง.. สีแดงที่ระบายอยู่บนแดนดิไลอ้อน...


แดนดิไลอ้อนสีแดงคือความปรารถนา.....





ร่างสูงเรือนผมสีดำขลับยืนเมียงมองคนที่มีสายสัมพันธ์อันเรียกว่าเพื่อน ห่างๆ ทุกคนต่างมีความลับ มีความลับเฉพาะตนเก็บซ่อนเอาไว้ในดวงตา หากไม่เปิดเผยออกมา... ซักวันหนึ่ง... มันก็เหมือนแดนดิไลอ้อน...ปลิวหายไป.. ไม่หวนกลับ... คว้ากลับมาไม่ได้....


ความคิดทอดผ่านหาอีกฝ่าย.. ไม่ได้ล่วงรู้ตน

แดนดิไลอ้อนสามสี หรือสามเหลี่ยมสามสี





ตนเป็นคนทะนงในศักดิ์ศรี ผู้คนที่เข้าหาต้องเป็นมือเท้า... คนสองคนที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อน.. ในสายตาเขาคือผู้ที่จะมีประโยชน์ในภายภาคหน้า... ถึงกระนั้น....


“ไร้สาระเป็นบ้า.. พวกสวะ....” ตัดสินใจเดินหวนกลับไปยังเส้นทางที่ตนเดินมา ล่วงรู้ดีว่าในความสนิมสนม ในความสัมพันธ์ในวงสามเหลี่ยมนี้... ไม่ได้มีเท่าเทียมกัน


ก็เป็นแค่สวะน่ารำคาญสองตัวที่มาเกาะวุ่นวาย

กลับตัดไม่ขาด กลับต้องอยู่ในสายตา

เจ้าดอกแดนดิไลอ้อน
.
.



ต้นกล้าที่งอกงามจากเจ้าเกสรกลีบแดนดิไลอ้อนฝังราก ลึกเติบโต... เส้นทางของสามคน เส้นทางที่เริมเปลี่ยนไป หนึ่งคนสาบานจะเป็นดาบอีกคน อีกคนเดินหน้าไปยังเส้นทางของตนเอง... เจ้าคนที่เคยอ่อนแอที่สุด.. กลับเดินไปบนเส้นทางอีกเส้น..เพียงลำพัง...


“ยืนมองหาเจ้าหลามสวะรึไง” เสียงทุ้มเรียกให้ดีโน่ที่กำลังมองซ้ายมองขวาหมุนตัวกลับมามองเจ้าของเสียง ช่วงเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันในรั้วโรงเรียนนี้ ใกล้จบลงแล้ว...

“อ่า ใช่ พวกนายไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอเนี่ย” นัยน์ตาสีอำพันมองหา ยิ่งเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของคนสามคนเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย

นัยน์ตาสีเพลิงมองใบหน้าของผู้ถามอย่างล่วงรู้ความนัยเป็นอย่างดี มันน่ารำคาญทั้งคู่ ขัดหูขัดตา “เป็นสวะ.. ที่เอาแต่เรียกหาเจ้าของ น่าขำ”

ผู้สดับฟังจ้องมองใบหน้าของผู้พูดอย่างไม่พอใจนัก “เพื่อนถามหาเพื่อนจากเพื่อน มันคงไม่ผิดหรอกนะ แซนซัส” สีหน้าจริงจัง.. ไม่ขลาดกลัว.. สีหน้าของม้าพยศ บอสของคาบัคโรเน่แฟมิลี่

“ฉันไม่ใช่เพื่อนของพวกแก” ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่มิตร ไม่ใช่สหาย เป็นเพียงผู้มีประโยชน์ร่วมกันในอนาคต... ถึงกระนั้น... ข้างในห้วงลึกของตน.. กลับต่อต้าน...

“ไม่ยอมรับซะทีนะ” หัวแข็ง ทระนง เจ้านภาสีดำ... นึกอิจฉา... นภาสีดำที่ฉลามร้ายปฏิญาณเป็นคมดาบ... กระทั่ง... ตัดมือเรียนเพลงดาบ...

“แกกล้าพูดได้เต็มปากรึเปล่า ว่าเป็นมิตร.. อย่างเท่าเทียม” คำถามที่ทุกคนต่างสงสัย.... มุมของตึกร่างโปร่งเรือนผมสีเงินยืนพิงพนังฟังอยู่ตรงนั้น...


หากความสัมพันธ์ของพวกเราเป็นสามเหลี่ยม

มันคงไม่สมดุล หรือสร้างภาพ..ว่ามันสมดุลกัน....





“แน่นอนสิ พวกเราเป็นเพื่อนกัน สคอลโล่เองก็เป็นดาบของนาย ฉันก็เป็นพันธมิตรของนาย ไม่ใช่เหรอ?” คำตอบที่ตอบให้คนตรงหน้ารับรู้ และอีกคนที่มิอาจแลเห็นบังเอิญได้ฟัง... ตรงหน้าเขา...


คือนภาสีดำ.. ที่เจ้าฉลามเลือกแหวกว่าย..




เจ้าของนัยน์ตาสีเพลิงลอบยิ้มที่มุมปาก “เป็นสวะที่ซื่อซะจริง” ก้าวเดินตรงผ่านร่างโปร่งเรือนผมสีทองไป นัยน์ตาสีอำพันของเจ้าม้าซื่อ คงมิอาจปกปิด.... เจ้าคนที่เดินผ่าน......


คืออาชาสีอำพัน....ที่จ้องตรงไปยังทะเลสีชาด....





ร่างโปร่งเรือนผมสีเงินยืนพิงพนังเช่นนั้นก่อนก้าวเดินไปอีกทางหนึ่ง... หนึ่งคนคือราชาที่ตนต้องติดตาม หนึ่งคนคือสหายสนิท... แม้นยืนตรงนี้... ก็รับรู้ได้... เกียรติของนักดาบ... คือความซื่อสัตย์และภักดีต่อผู้เป็นนาย.. นั่นคือเส้นทางของเขา....



คือนภาสีดำ... ที่ตนเป็นศาสตราให้

คืออาชาสีอำพัน...ที่ตนห่วงใยนัก





คนสามคน เส้นทางเพียงสองสาย.... ที่ได้เลือกแล้ว... ปล่อยกระแสเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ....


สามเหลี่ยมสามสี ดอกไม้สามสี สั่นคลอน





คงไม่ต้องการคำตอบใด เพราะความคิดคำนึงของแต่ละคน.. คงไม่มีคนใดได้ล่วงรู้... ไม่อาจบังคับประแสลม.. ไม่อาจบังคับการปลิวของแดนดิไลอ้อน... ไม่อาจบังคับกระแสกาลเวลา....


แดนดิไลอ้อนนั้นมิอาจเกาะกลุ่มกันปลิวไป

ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแยกกัน
.
.





คนสามคนบนเส้นทางแตกต่างกัน... ไร้คำตอบใดให้กัน.. ในวงสามเหลี่ยมนี้ ดอกแดนดิไลอ้อนยังคงปลิวไหวไปในกระแสอากาศ... หากไม่เอื้อมมือคว้าไว้... คงล่องลอยผ่านไป... หากเพียงยืนมองมันพัดหายไป... คงมิอาจไขว่คว้า... ผ่านแล้วผ่านลับผ่านเลยไป..... เจ้าดอกแดนดิไลอ้อน...


สีเหลืองและขาว สีชมพู สีแดง

แดนดิไลอ้อนคือความรักที่พระเจ้าประทานมา

หากไม่คว้าไว้มันคงล่องลอยไป

ไกลแสนไกล มิอาจหวนคืนมา

.
.




TBC…………..

 

--------------------------------------------------------------------------

Free Talk :  มาเฟียแบร์  จะมาต่อพรุ่งนี้ไม่ก็ หลังจากไปทำรีเควส 9P ก่อน   เจ้าของส่วยเค้าทวงแล้ว TwT...   รับส่วยเค้ามาแล้ว มันค้ำคอ ฮาาาา

สำหรับ XDS  เขียนเองยังคิดว่ามันกลายพันธุ์ไปนิดหน่อย  เพราะว่าไปตามอารมณ์เพ้อ มันก็เลยไปเรื่อยๆ ฮา =w="  (น่าจะเลิกนิสัยเพ้อฟิคได้แล้วมั้งนี่)

 ไม่ได้เป็นคนชอบแยกคู่ =[]="  แต่เขียนไปเรื่อยๆ  ถ้ามีคนขอแล้วจิ้นได้ก็อะเช จะเพ้อออกมา ฮา  หลักๆก็  allx27 นั่นแหละ ฮา    ฮาเร็มมันสุดยอด!!  

นิดๆหน่อยคือ บางคู่ไม่กล้าเขียน  เพราะเรากลัว FC ค่ะ   =w=" เห็นงี้ เราเขียนฟิคฉ่อยทำลายฝัน FC ยังไม่กลัวเท่าดราม่าทำลายฝัน FC เลยนะเนี่ย  

----------------------------------------------------------------------------------

ฟิคมันมีธีมเรื่องดอกไม้  ก็เขียนเรื่องดอกไม้  (จะได้มีสาระ?)

 

 

แดนดิไลอ้อน ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยตอนมันเป็นปุยๆแบบนี้มากกว่า  ตอนมันมีกลีบดอกสวยๆมันก็น่ารักนะคะ  มีสีเหลือง สีชมพู สีแดง  แก่ๆไปก็จะเป็นปุยแบบนี้

 แอบสงสัยเหมือนกันว่า  ดอกทัมโปโปะกับแดนดิไลอ้อนนี่  ใช่ดอกเดียวกันรึเปล่านะ =w=?    ลักษณะเหมือนกันเป๊ะเลย  หรือว่ามันคือดอกเดียวกัน แต่คนญี่ปุ่นเรียกว่าทันโปโปะกันนะ

 

พูดถึงดอกไม้ก็ นึกถึง Clematis  ที่ไปเจอมาแบบบังเอิญ ระหว่างหาเกี่ยวกับกล้วยไม้ขาว

 

 

อันนี้เป็น Clematis สีขาว ชื่อพันธุ์เบียคุรันค่ะ   ตอนนั่งหาๆก็งงว่าดอกนี้มาได้ยังไงหว่า แล้วเข้าไปอ่านในบล็อกของภาพนี้ เค้าบอกว่ามันมีชื่อพันธุ์ว่าเบียคุรัน *[]*    สีขาวด้วย แอบนึกถึงป๋าเบียขึ้นมาตะหงิดๆเลย ฮา 

ดอก Clematis  ชื่อภาษาไทยมันมีรึเปล่านะ แบบว่าหาไม่เจอ =w="  

 

ถ้าเป็นดอกไม้ที่ชอบมากที่สุด  ก็ต้องดอกทานตะวันค่ะ  (อย่านึกถึง Sunflower Addiction เลยนะ = =")

 

 

ชอบเพราะว่าสีสัน  แล้วถ้าอยู่เป็นทุ่งนี้สวยมากๆ   ตอนนี้ก็ต่อจิ๊กซอร์รุปทุ่งทานตะวันอยู่ พาเอามึนตึบ.. มันเหมือนกันหมดเลยวุ้ย   ถ้าว่าง อยากจะไปยลทุ่งทานตะวันซะที *[]*!!!  ออกเที่ยวที่ไหน ก็ไปเอาตอนหน้าหนาว ไม่เจอดอกไม้ซักกะดอก OTL...  

เลี้ยงทานตะวันก็ตายอ่ะ!!  สุดยอดจริงๆ  ขนาดช่วยเลี้ยงของเพื่อนนะเนี่ย =[]=!!!  (ไปปลูกตะบองเพชรเหอะ..)

และนี่คงเป็นสาเหตุให้ป๋ามุเขียนเพลง Sunflower Addiction ในโดกิ  (รู้สึกว่าป๋ามุในฟิคฉ่อยๆจะได้อิทธิพลสิ่งที่เราชอบเยอะ  เช่นk-pop แต่เดธเมตัลไม่เกี่ยวนะ...)

 พูดถึงดอกไม้  ก็กล้วยไม้ขาว  ป๋าเบีย ฮาาาาาา  ที่บ้านเมื่อก่อนเลี้ยงกล้วยไม้เยอะมาก  แต่ก็โดนมือดีที่ไหนก็ไม่รู้หิ้วไปหมด!!!  มันจะเอาไปทำมายยยยย   ไอ้ที่กะลังชูช่อสวยงาม มันก็หิ้วไปหมดเกลี้ยง กริ๊ดดดดด

 

 

 กล้วยไม้ก็นึกถึง หัวใจทัศสิการ์ในดั่งดวงหฤทัย    แล้วมันก็ไปฉ่อยในบ้านหอยกาบ (ที่แอบดองไป เพราะพลังมุพระเอกเสื่อม แป่ว...)    เป็นเบียสิมันต์กับทัศสึนะ  เสื่อมสิ้นดี = ="    ป๋าเบียนี่ขาวไปทั้งตัว เมื่อไหรที่ไม่ขาวนี่ คงเรียกเบียคุรันไม่ได้แล้วสินะ = ="   จะว่าไปแล้ว..   ป๋าแกเป็นงี้มาตั้งแต่เกิดรึเปล่า...  (แล้วเฮียอายุเท่าไหรนี่)

 

จะไม่พูดถึงกุหลาบก็กระไรอยู่   กุหลาบนี่  ในชีวิตเคยซื้อแค่สีชมพูกับสีขาว  แต่อยากได้ยลกุหลาบสีม่วงกับสีน้ำเงิน สีฟ้า!!!

 

 

 

 กุหลาบสีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกแบบว่า  โรมานซ์ดีนะ กลางความมืดด้วยสีน้ำเงินนี่   แอบนึกถึงเรื่อง paradise kiss ตอนที่นางเอกสวมชุดประกวดแฮะ  งามมากกกกก   แสงไฟส่องในความมืดกับกุหลาบสีน้ำเงิน วิ้ววว  เอาฉากนี้ไปเขียนใน G27 ดีกว่า (?)

 

เขียนแบบนี้แล้ว คิดว่าเราเป็นโรแมนติคมั้ย (?)  คำตอบคือ... ไม่....   เป็นคนที่เขียนฟิคหวานได้  แต่ถ้าเจออะไรหวานๆในชีวิตจริง จะออกอาการแอนตี้สุดขีด แบบว่า.. ให้มันมีแต่ในนิยายเหอะนะ =[]=!!! กลัว!!!    เป็นคนหวานติดลบ โรแมนติคตกต่ำทะลุดิน  

ตอนเขียน  Midnight Liar มีคนถามว่า  พี่เคยมีความรักมั้ย  ไม่เอารักพ่อรักแม่  =[]=... ถามได้เจ็บถึงทรวง ว่ามันหมายความว่า เราแต่งเรื่องรักๆได้บัดซบ หรือว่าอะไรนี่...  ทำเอาเง็กเขียนฟิคไม่ออกไปพักนึง =[]=....  

 

ปล. วันนี้ดอกไม้บานสะพรั่งเต็มบล็อกเลยแฮะ  ฮาาาาาา

ปล2. สร้างแท็กดอกไม้ที่เลิฟดีมะเนี่ย กร๊ากกกก   

ปล3.  เปิดลิ้นชักแล้วเจองานฝีมือค้างคา... ครอสติส!!!  ยังทำไม่เสร็จเลย!!  ใหญ่ด้วย  ขนาดเท่าหมอนหนึ่งใบ รูปปลาคาร์ฟ!!  แว๊กกกกกกกกกก   เสร็จปีหน้าเหอะ!!   

ปล4. ยิ่งนานยิ่งรู้สึกแย่ลงๆกับอะไรบางอย่าง  แล้วมันก็พาลให้รู้สึกแย่กับอีกอย่าง 

ปล5. ปล.มันเยอะทุกเอนทรี่เลยวุ้ย   แอบดีใจที่งานตัวเองไม่ต้องถ่อไปห้องสมุดทั่วทุกมหาลัย >w< หาในม.ตัวเองก็เจอครบเลย  ขอบคุณค่า เช็คสเปียร์!!!  

edit @ 14 Jul 2008 00:23:09 by [AyaFee]หมีน้อยกระซวกส้ายยย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฟิคนี้ไปเม้นท์ไว้ในบอร์ดแล้วนะฮะ *-*
ชอบจังเลยความรักของเพื่อนเนี่ย!!!

ดอกไม้เต็มบล็อคจริงๆ 5555
แดนดิไลอ้อน ตอนแรกเราไม่รู้จักเลยจริงๆว่ามันคือดอกอะไร แต่ว่าอายะซังอธิบายลงฟิคก็กระจ่าง! ไอ่ดอกปุยๆที่เป่าแล้วให้ความโรแมนติกนะเอง!!!

ส่วนดอกไม้ดอกนั้นสุดยอด!! เบียคุรัน!! สวยมากจริงๆ แต่พอดูดอกไม้พร้อมกับนึกถึงหน้าป๋าเบียดอกมันก็เลยดูแอบหลอนๆ ยังไงก็ไม่รู้ซิ 55

โอ๊ว~ ดอกกุหลายสีน้ำเงิน แต่ชุดในพาราไดซ์คิสมันสวยจริงๆแหะ ถึงจะไม่เห็นสีสันก็เถอะแต่ว่าอ.เค้าวาดออกมาได้อลังการจริงๆ รักจอร์จจริงๆเล้ย~

ป.ล.ของอายะซังก็เยอะจริงๆละเนอะ 55

#1 By Koki on 2008-07-14 00:20


เห็นกุหลาบน้ำเงินแล้วแอบหลงค่ะท่านสวยโฮกกก ><!!!

XSD ความสัมพันธ์แบบงูกินหางแบบนี้สุดยอดดดดดดดดดด อ่านแล้วหลงมว้ากกกกกก
XSD บอมบาเย่!!!!

ปล. เฮียน่ารักที่สุดในโลกกกกกก

#2 By เฟียร์ . Fiar on 2008-07-14 00:38

อ่านแล้วเหมือนมันชักเริ่มออกสมการสามเศร้า SD => X หรือไม่ก็เป็นสมการแบบวงกลม แบบว่า ม้าหลงหลาม..หลามหลงป๋า...ป๋าหลงม้า วนอย่างงี้มันเข้าไป สรุปคือ...สามพีไปเลยเหอะ

me / โดนเสยออกนอกบล็อค

ของป๋าที่เป็นแดนดิไลอ้อนสีแดงเป็นเพราะหึงใช่มะ? หึงล่ะซี่ หลามกับม้าเขาสนิทกันมากกว่าเพราะเป็นสัตว์กันทั้งคู่ ตัวเองไม่ใช่เลยต้องมานั่งดูห่างๆ กร๊ากกกกก (โดนปืนตบ)

แอบสงสัยระหว่างดอกแดนดิไลอ้อนกับทัมโปโปะเหมือนกันค่ะ มันปุยๆเหมือนกันเลย ตอนอ่านในหนังสือก็รู้สึกอยู่หลายครั้งว่ามันก็ดอกเดียวกันละว้า... จะตั้งชื่อหลายๆชื่อทำไมเนี่ย? embarrassed หรือไม่ใช่??

กุหลาบสีน้ำเงินงามโฮกกกกก cry ในพาราคิสที่จอร์จทำไว้มันก็งามงดจริงๆแหละค่ะ ชุดก็อลังการงานสร้าง คนเป็นนางแบบก็สวย อ๊ากกกกก....จอร์จสุดยอดดด โจจิบันซายยยยยย (อุ๊ยตาย เผลอเรียกชื่อจริง = =)

#3 By Sarren on 2008-07-14 13:26

พี่อายะ ดอกทรรศิกาค่ะ ไม่ใช่ ทัศสิการ์

แอบอึ้ง มีดอกสายพันธุ์เบียคุรัน .. หรือนั่นจะเป็นที่มาของชื่อของถังเบีย!

#4 By othila on 2008-07-14 18:45

เคยทำกุหลาบน้ำเงินอยู่ครั้งหนึ่งคะ
เอากุหลาบขาวที่ตัดก้านแล้วมาจุ่มสีน้ำเงินเข้มจัดๆ(ไม่ใช่จุ่มทางกลีบนะ เอาก้านมันจิ้มสิให้มันดูุน้ำ ทิ้งไว้ซักพักมันจะเปลี่ยนสี)

ทำสำเร็จปลื้มมาก แต่วันต่อมา เหี่ยวซะจนไม่เหลือความงาม(กร๊าก)

#5 By [chrno,charnox] - Secret Game on 2008-07-14 21:05

วันนี้ดอกไม้บานเต็มบล็อกเลย สวยทั้งน้านนน

ดอกแดนดี้ไลอ้อนกับทัมโปโปะ สงสัยเป็นดอกเดียวกันแน่เลยนะคะ ลักษณะเหมือนกันซะขนาดนี้นี่นา

ที่บ้านของฉันเลี้ยงกล้วยไม้อยู่พอสมควรเหมือนกันค่ะ พอออกดอกทีนี่ต้องพากันเรียกมาดูกันทั้งบ้าน 55 หัวใจทรรศิกาในดั่งดวงหฤทัย ถ้ามีพันธุ์นี้จริงก็ดีสิคะ จะได้เอามาลองปลูกที่บ้าน ฮิ ฮิ เผื่อจะเจอเจ้าหลวงแห่งกาสิกเป็นของแถม

ส่วนดอกกุหลาบนี่ฉันอยากเห็นดอกกุหลาบสีม่วงค่า(ได้อิทธิพลมาจากเรื่องหน้ากากแก้ว พระเอกชอบมอบดอกกุหลาบสีม่วงเพื่อเป็นกำลังใจให้นางเอกน่ะ)แต่ถ้าเป็นสีที่ชอบ ฉันชอบดอกกุหลาบสีชมพูค่ะส่วนกุหลาบสีน้ำเงินก็สวยแปลกตาดีนะคะ ชอบเหมือนกัน cry

#6 By ยูเอะ (61.91.188.146) on 2008-07-14 22:57

เขียนแบบนี้แล้ว คิดว่าเราเป็นโรแมนติคมั้ย (?) คำตอบคือ... ไม่.... เป็นคนที่เขียนฟิคหวานได้ แต่ถ้าเจออะไรหวานๆในชีวิตจริง จะออกอาการแอนตี้สุดขีด แบบว่า.. ให้มันมีแต่ในนิยายเหอะนะ =[]=!!! กลัว!!! เป็นคนหวานติดลบ โรแมนติคตกต่ำทะลุดิน

ตอนเขียน Midnight Liar มีคนถามว่า พี่เคยมีความรักมั้ย ไม่เอารักพ่อรักแม่ =[]=... ถามได้เจ็บถึงทรวง ว่ามันหมายความว่า เราแต่งเรื่องรักๆได้บัดซบ หรือว่าอะไรนี่... ทำเอาเง็กเขียนฟิคไม่ออกไปพักนึง =[]=....



#7 By นายิกา (61.90.207.126) on 2008-08-15 21:02

แหล่มเลย มีภาพประกอบด้วย

#8 By ร้านดอกไม้ (58.9.163.218) on 2009-11-24 20:32