XDS part 3

posted on 19 Jul 2008 12:27 by ayafee  in Fiction

Title : Dente di leone
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Drama , Romance
Rate : ??
Pairing : XDS
Summary : แดนดิไลออน ปลิวหายไป ไม่หวนคืนกลับสู่ที่เดิม..

------------------------------------------------------------------------


ปุยนุ่นสีขาวล่องลอยไปไกลแสนไกล

ตามกระแสของสายลมไม่หวนกลับ...ห่างไกลไป

ไม่แลเห็นต้นกล้าเก่า...อันเป็นจุดกำเนิด

ไม่แลเห็นเบื้องหลัง...ว่าพัดพาไกลเพียงใด

.
.




เวลาพ้นผ่าน..ช่วงเวลาล่วงเลยหมุนเวียนไป จากสามคนที่เคยเป็นเพื่อนสนิท.. จากสามคนที่เคยเรียกขานนามได้อย่างเต็มปาก... ขัดแย้ง... ในความสนิทสนมนั้น.. มีความสนิทสนมที่แท้จริงอยู่หรือไม่.. ความลับ.. ความลับบางอย่างของคนแต่ละคนไม่เคยเอ่ยให้ผู้ใดสดับฟัง... ไม่เคยเอ่ยออกมา... ไม่ให้ใครรับรู้...


“อะไรนะ... สคอลโล่กับแซนซัสน่ะเหรอ....” ข่าวการก่อกบฏ... ของสองสหายในอดีต.. เปล่งประกาศไปทั่ว.. และเหล่าพันธมิตรได้ล่วงรู้.. การกระทำอันผิดร้ายแรงนัก...

“ครับ ทางวองโกเล่กำลังทำการควบคุมต้องโทษกลุ่มวาเรียครับบอส” ร่างหนาไว้หนวดผู้เป็นคนสนิทรายงานไปตามข่าวที่ได้รับมา... บอสใหญ่แห่งคาบัคโรเน่นั่งลงบนเก้าอี้หนังประจำตน.. ตั้งแต่เรียนจบมา.. ต่างคนต่างแยกย้าย.. ได้พบกันเพียงนับครั้งได้...

“ทำไมกันนะ....” ร่างโปร่งเรือนผมสีทองสดใสพร่ำบ่นพร่ำถามตนเอง... ใยสองคนนั้น..จึงได้กระทำแบบนั้นลงไป... ห่วงใยเหล่าคนใกล้...ที่เหมือนคนไกลสองคนนั้น...




แดนดิไลอ้อนสีต่างๆ..กระจายออกไปเติบใหญ่

ห่างออกไป..เอื้อมไม่ถึง...

.
.




หวนนึกย้อนกลับไปยังวันเวลาของการเป็นนักเรียน... หวนนึกย้อนกลับไป... หัวใจนั้นเจ็บแปลบ... ถึงความห่างเหิน.. ถึงรอยแยก...ที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ... เพื่อนสองคนเดินไปตามเส้นทางของตนเอง.. มีตนยืนมองจากอีกฟากหนึ่งเพียงลำพัง....


“มือของนาย....” นัยน์ตาสีอำพันมองดูผ้าพันแผลที่พันรอบปิดปกคลุมบางอย่างไว้... บาดแผล..รวดร้าวถึงจิตใจ...

“แค่นี้กระจอกน่า!!” เห็นใบหน้านั้นแสดงถึงความเป็นห่วง ร่างโปร่งสูงเรือนผมสีเงินตวัดนัยน์ตาสีน้ำทะเลมองอย่างหน่ายๆในความขี้ กังวล ดีโน่มองบาดแผลนั้นอย่างเจ็บปวดแทน...




บาดแผลที่แลกมาเพื่อการติดตามนภาสีดำ

แดนดิไลอ้อน.. ปุยนุ่นนั้น... หรือเขามิอาจคว้าจับ

.
.





“นายบ้าบิ่นสุดๆไปเลยนะ...” มือของผู้รับฉายาม้าพยศยื่นไปแตะสัมผัสผ้าพันแผลนั่น... สัมผัสแผ่วเบา.. ไม่อยากให้กระทบกระเทือน... นัยน์ตาสีน้ำทะเลเมียงมองภาพการกระทำของร่างโปร่งที่เอาแต่ก้มหน้า... ความคิดหลากหลายประดังอยู่ข้างในอก..

“เลิกทำตัวอ่อนแอได้แล้ว แกมีฉายาว่าม้าพยศ” จงทำตัวให้ชิน... ยามเห็นเพื่อนพ้องบาดเจ็บ.. จงทำตัวให้ชิน.. ยามเห็นคนสำคัญต้องรวดร้าว... จงทำตัวให้ชิน... ยามคนเหล่านั้นเดินจากไป...

“ขอแค่วันนี้เท่านั้นเอง...” หลังจากนี้จะเข้มแข็งให้สมกับการเป็นบอสใหญ่... และหลังจากนี้ไป... คงจะไม่ได้.. ใกล้ชิดผู้เป็นดั่งเพื่อนคนแรก.. เพื่อนสนิทคนแรก... อีกต่อไป....



แดนดิไลอ้อนสีชมพูนั้น... คือ... ความรักอันเปี่ยมสุข

ในสีขาวและสีเหลือง.. มีส่วนประกอบนั้นอยู่

หากแต่.. บางคนคงมองไม่เห็น.. รวมทั้งตัวเขาเอง

.
.

มองไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่... ต่างเก็บงำไว้ภายใน

.
.





“ฉันจะไปหาอะไรกิน!” มือใหญ่ที่มักจับดาบเสมอดึงออกห่างจากสัมผัสอบอุ่นของมือเด็กหนุ่มเรือนผมสี ทอง ร่างโปร่งสูงหันหลังก้าวเดินไปตามทางตรงไปยังโรงอาหาร นัยน์ตาสีอำพันอันเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยมองตามแผ่นหลังนั้นไป...จนกระทั่ง ลับตา...

“นายกับแซนซัส... มีบางอย่างที่ฉันมองไม่เห็นสินะ...” ร่างโปร่งล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้าสีเขียวขจี คิดมากไปเอง? มองโลกในแง่ร้าย? หรือน้อยใจ... เพื่อนสองคน... ผู้เดินไปบนเส้นทางเส้นเดียวกัน...

“ฉันก็อยาก.....” อยากอยู่บนเส้นทางเดียวกับพวกนาย... แม้นเป็นพันธมิตร.. ระยะห่างนั้นยังคงมีอยู่... มีอยู่.. และเพิ่มขึ้นตามภาระหน้าที่...

“และฉัน.....” นัยน์ตาสีอำพันปรือหลับลง... เก็บงำความคิดเอาไว้ภายใน... ความรู้สึกบางอย่างเก็บงำไว้ภายใน.. ไม่เอ่ยออกมา... อย่าได้เอ่ยออกมา... ก็ในเมื่อ... มันสวนทาง..

“เข้าใจคำพูดของแซนซัสแล้ว....” บ่นพึมพำกับตนเอง... คำพูดที่เสียดแทงลึกเข้าไปในจิตใจ... ตัวเขาน่ะ... ตัวเขา......




แดนดิไลอ้อนสามสี... ปุยนุ่นทั้งสาม..

ลอยไปพร้อมกัน..ได้เพียงช่วงหนึ่ง

ไม่ใช่ตลอดไป... มิอาจฝืนกระแสลม
.
.




ร่างสูงเรือนผมสีดำเดินมาหยุดเบื้องหลังของร่างโปร่งที่นอนหลับลมหายใจสม่ำ เสมอ... นัยน์ตาสีแดงเพลิงนั้นเห็นทุกอย่าง..เป็นอย่างดี... การกระทำทุกอย่างอันอยู่ในสายตา... ชวนให้หงุดหงิด... ชวนให้เกิดช่องว่างบางอย่างภายใน... เจ้าคนสองคนที่ชอบเหมาว่าเป็นเพื่อน... เข้ามา.. และสร้างบางอย่าง... แต่ไม่ได้ตอบกลับมา..



สีแดง...ของแดนดิไลอ้อน..คือความปรารถนา




“บ้ากันทั้งนั้น...” แซนซัสหย่อนกายลงบนพื้นเยื้องศีรษะของดีโน่ เสียงลมหายใจผ่อนอย่างสม่ำเสมอ... หลับฝันเห็นสิ่งใด... คงเป็นความฝัน... ที่เจ้าตัวปรารถนา

“โง่” เสียงทุ้มสบถในลำคอ ร่างโน้มลงให้ใบหน้าเลื่อนเข้าใกล้เชื่องช้า สัมผัสแผ่วเบาแตะสัมผัสกลีบปากได้รูปนั้น... ไม่ให้เจ้าตัวได้รู้สึกตัว...



แดนดิไลอ้อนนั้น..ยากจะคว้าจับเอาไว้..

วิ่งตามสายลม..เอื้อมมือคว้ามันมาช่างยากเย็น

หรือไม่อาจคว้าได้ตลอดไป

.
.




“แกไม่ได้มีความเท่าเทียมแม้แต่น้อย” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ... คงไม่ใช่เพียงมัน... ไม่ใช่เพียงใคร... อาจจะเป้นทุกคน...



ทุกคนที่อยู่ในสามเหลี่ยมนี้
.
.
ล้วนหลอกตัวเอง ล้วนมีความลับ

.
.




คนสามคน... บนเส้นทางแตกต่าง... เก็บซ่อนความรู้สึกของตนไว้ .. ไม่ให้อีกฝ่ายล่วงรู้... ไม่ให้อีกฝ่ายคาดเดา.. ความรัก... ไม่ใช่สิ่งสวยงามอย่างที่คิด... ความรักเป็นดั่งมีดกรีดลงไปในสายสัมพันธ์ ... แยกปริความสัมพันธ์ให้ห่างออก...



“เพราะงั้นต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้.....” สคอลโล่ยืนอยู่ห่างไกลพอจะเห็นคนสองคน แกล้งทำเป็นไม่รู้... เรื่องความรู้สึกเบื้องลึกของใครบางคน... เพราะตนนั้นอยู่ใต้นภาสีดำ...




เกียรติของนักดาบ.. คือความซื่อสัตย์..และภักดี...

จึงไม่อาจคว้า... เจ้าปุยนุ่นสีขาว... ปล่อยให้ลอยไป

แม้รู้ดี... แม้เป็นการเข้าข้างตัวเอง

.
.

ล่วงรู้ดี

.
.




ในวันที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตน... รอยแยกกลับฉีกห่าง... แม้ต่างฝ่ายต่างไม่รู้... แม้คนกลางจะไม่สามารถล่วงรู้... มีดคมอันเรียกว่าความรักกรีดลึกในความสัมพันธ์... สีขาว..สีเหลือง..ของแดนดิไลอ้อน.. เปรอะเปื้อนสีแดง... สีชมพู..ผสานสีแดง... คงไม่ใช่ความเปี่ยมสุข.. คงมองไม่ได้ว่าเปี่ยมสุข... ในเมื่อมีความปรารถนาอยู่ในนั้น




สัตว์ร้ายในทะเล... แหวกว่ายฉีกกระชากเหยื่อใต้นภานิล

แหวกว่ายห่างจากฝั่งผืนหญ้า

นภาสีดำ... หมายปกคลุมผืนฟ้าเบื้องบนของอาชา

วิ่งแล่นผ่านหญ้าเขียวขจี

อาชาวิ่งผ่านสายลม... หยุดยืนมองลึกลงไปในทะเลสีชาด

มองหาเจ้าสัตว์ร้ายแต่อ่อนโยน

.
.

สวนทาง
.
.




รอยร้าว...ดั่งกระจกปริแตก... บนสายสัมพันธ์นั้น... ถึงเวลาเดินบนเส้นทางของตัวเอง.. จากกัน... กายนั้นไม่ไกล.. ห่างแต่หัวใจ... กลับไกลห่างจากกัน.. พร้อมแบกรับความรู้สึกนั้นเอาไว้... ให้เวลาผ่านไป... เพื่อลบเลือน... ให้หายไปกับกาลเวลา...


“ฉันไม่ได้ล่วงรู้เรื่องของพวกนายเลยสินะ...” ดีโน่เอ่ยกับตัวเองอย่างทุกข์ใจ... ใยแซนซัสผู้เป็นบุตรชายของรุ่นที่เก้าจึงทำแบบนั้น... ใยสคอลโล่.. จึงติดตามและโดนลงโทษแบบนั้น... มีสิ่งใดงั้นเหรอ... ที่เขาไม่รู้...


และกว่าจะได้ล่วงรู้... และยามได้ล่วงรู้

จะเรียกความสัมพันธ์ในครั้งก่อน

กลับคืนมาได้ไหม

.
.

การชิงแหวนผู้พิทักษ์ทั้งเจ็ดนั้น.. คือความผิด... ความผิดใหญ่หลวงอีกครั้ง.. ของสองคนนั้น..และหน่วยวาเรีย... และในที่สุดความลับ.. ความลับที่เคยเก็บงำไว้เรื่องหนึ่ง..จึงได้เปิดเผย... ในความใคร่รู้และความห่วงใย... จึงอดไม่ได้... ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ.. แม้เป็นศัตรู....


มองเห็นต้นกล้าที่งอกเงยของแดนดิไลอ้อนอีกครั้ง

คือสีอะไร... สีแดง.. สีชมพู... สีขาว..สีเหลือง..

.
.



การควบคุมความประพฤติและการลงโทษความผิดครั้งที่สอง... ดำเนินไป... ร่างโปร่งเรือนสีทองหยุดยืนหน้าปราสาทสีดำ.. สถานที่อันเป็นที่พักและที่ทำงานของกลุ่มวาเรีย... มันคงไม่บ่อยที่มาที่นี่... นี่อาจจะเป็นครั้งแรกเสียมากกว่า... เพราะตนไม่มีหน้าที่และภาระต้องมาที่นี่นัก...


“แกยืนทำอะไรของแก..เจ้าม้าพยศ.!!!” เสียงตวาดอันคุ้นเคยดังมาจากเบื้องหลัง ดีโน่หันกลับไปมองแลเห็นร่างโปร่งเรือนผมสีเงินยืนอยู่ตรงนั้น... แม้ร่างกายจะประดับด้วยผ้าพันแผล... หากแต่เห็นเดินได้โดยไม่ต้องพึ่งรถเข็น.. ก็สบายใจ...

“จะมาดูว่าพวกนายเป็นยังไงกันบ้าง” ห่วงใยเหล่าเพื่อน... ข้อดีของบอสใหญ่แห่งคาบัคโรเน่ นัยน์ตาสีน้ำทะเลตวัดมองแลเห็นโรมาริโอ้ยืนอยู่ไกลๆจึงลอบถอนหายใจ

“มิน่าแกไม่มีแผล เพราะเจ้านั่นตามมาด้วย” ได้ยินดังนั้นเจ้าของเรือนผมสีทองหลุดขำ นั่นสินะ... หากไม่มีลูกน้อง.. เขาก็จะเหมือนเจ้าห่วย.. แสนซุ่มซ่าม.. ให้ชายตรงหน้าต้องคอยไล่พวกที่มารังแก.. แล้วก็ตวาดต่อว่ายามพวกอันตพาลโรงเรียนจากไป...

“นายกับแซนซัสสบายดีนะ?” 2 เดือนหลังศึกชิงแหวน... 2 เดือนจากการกักบริเวณ... และต้องทำงานอย่างซื่อสัตย์..เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจขององค์กรกลับ คืนมา..

“อย่างที่เห็น ไม่สบายเท่าเจ้าพวกที่ญี่ปุ่นแน่ๆ” สคอลโล่ประชดประชันไปถึงพวกผู้พิทักษ์รุ่นใหม่ของวองโกเล่... เจ้าพวกคลื่นลูกใหม่...

“เห็นนายยังเหมือนเดิมแบบนี้ ฉันก็ดีใจ” นัยน์ตาสีอำพันมองตรงจ้องใบหน้าของคนตรงหน้า.. เหมือนเดิม.. และฟื้นคืนบางสิ่งในอดีตกลับคืนมาอีกครั้ง...


หรือมันไม่เคยจางหายไป....



“พูดอะไรน้ำเน่าเหมือนเดิม มีไรก็พูดมา!!!” เสียงทุ้มตวาดกลับมาพลางเบี่ยงมองไปทางอื่น จะเรียกว่า... ฟื้นความสัมพันธ์กลับมาได้ไหม...

“จนถึงตอนนี้..ฉันก็ยังเห็นนายกับแซนซัสเป็นเพื่อนเสมอ” ดีโน่แย้มยิ้มกว้าง รอยร้าว..และรอยแยก... มันไม่ได้สมานหายไปกับกาลเวลา....




เพราะมันคือต้นกล้าของแดนดิไลอ้อนต้นเดิม

ที่งอกขึ้นมาใหม่...บนผืนดินนี้

.
.




“พูดเป็นละครน้ำเน่าน่ะ เจ้าดีโน่” แม้นัยน์ตาสีน้ำทะเลไม่ได้มองสบมา... เขาก็รู้สึกได้....




หากมิตรภาพนั้นไม่จางหาย.....

สิ่งอื่นนั้น..จางหายหรือไม่....

.
.




นัยน์ตาสีเพลิงมองผ่านหน้าต่างเบื้องบนชั้นสองของปราสาท... แลเห็นอย่างชัดเจน.. มองเห็นคนสองคนจากมุมนี้... ร่างสูงยืนกอดอกมองสองคนนั้น.. เพื่อน... สหาย... เจ้านาย.. ลูกน้อง...พันธมิตร... คนรู้จัก... หรือสิ่งใด... ความสัมพันธ์ใด... จนถึงตอนนี้... รอยแยก.. ยังคงอยู่...


หรือต้องปริร้าวตลอดไป



สามสิ่งโคจรกลับมาบนเส้นทางเดียวกัน... มองเห็นความสัมพันธ์ซ้อนจากอดีตหรือไม่.... ช่างลางเลือน.. หรือจะเป็นสีเข้มขึ้น..จากการจางหาย... มองไม่เห็นสีสันของแดนดิไลอ้อน...



ปุยนุ่นของแดนดิไลอ้อนยังคงลอยไป

บอบบาง... อ่อนแอ... ปลิวไป

ดั่งโอกาส... ที่ผ่านมา.. และผ่านไป

ยามไม่คว้ามัน

.
.




TBC……….


-----------------------------------------------------------------------

 

เมื่อคืนก็ลืมเอามาแปะไว้ในบล็อก =w="  (จะได้หาเรื่องอัพบล็อกแบบเนียนๆ?)     ว่าแล้ววันนี้ทำงานเสร็จ รอเพื่อนส่งส่วนของตัวเองมา จะได้เริ่มทำต่อ   ก็ปั่นคอสมิครอไปเรื่อยๆ  

ฮิบะกับโกร่าที่แอบตะล่อมถามเมื่อคราวก่อน  เป็นแนวทางหนึ่งในคู่ A กับ B ในคู่แปลกน่ะค่ะ =w=  อีกคู่นึง เราก็ต้องทำใจนานเหมือนกันในการจิ้น  แต่ริสสยองมา ก็ต้องสยองกลับ T[]T   คิดเป็นหน้าคนอื่นซะ ยามเขียนจะได้...เขียนได้.. (แต่ต้องนึกหน้าอยู่ดีไม่งั้นไม่อิน)

ฝนตก น่าเบื่อ =w=...  แล้วก็คิดถึงดราม่า 4 ฤดู   มีร้อน หนาว ผลิ ตก  แล้วจะมีนอกรอบเป็นฤดูฝนมั้ยนี่ 

 

ไปนอนกลิ้งปั่นคอสมิค หาอะไรกิน แล้วค่อยมาอัพบล็อกจริงจังอีกรอบ กร๊ากกก =[]=!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนนี้ซึ้งงงงงงง (*[]* ทำประกายตาปิ๊งๆชวนขนลุก)

และแล้วสมการก็เผยออกมาจนได้ว่ามันคือ..SD => X ใช่มั้ยคะ! ป๋ารักม้า...ม้ารักหลาม...แต่หลามอยู่เพื่อป๋า วนกันไปเป็นวงกลมแบบนี้ อยู่กับคนไหนก็เศร้า เพราะไม่มีทางจะสมหวังได้ทั้งสามคน เพราะฉะนั้นจึงมีทางเลือกที่สามขึ้นมา! นั่นก็คือ 3P!!!

me / โดนตบกระเด็น

ตอนป๋าแอบขโมยจูบของดีโน่นี่ให้ความรู้สึกประ้มาณว่าทะนุถนอมเล็กๆเลยค่ะ (ถึงจริงๆมันอาจจะไม่ใช่ก็ตาม แต่มันให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆนะเออ) เพิ่งรู้ว่าป๋าก็ทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย น่าร้ากกกกกก

ปล.ตกลงว่าคุณฮิกับโกร่านี่เอาจริงเหรอคะ (ถ้าเอาจริงอย่างน้อยก็ขอให้โกร่าเป็นฝ่ายหลงคุณฮิละกันนะคะ ให้คุณฮิไปเกิดความรู้สึกดีๆกับหุ่นกระป๋องแล้วหนูรับไม่ด้ายยยยย TT[]TT)

#1 By Sarren on 2008-07-19 17:17

ชอบจังความสัมพันธ์ที่หาทางออกไม่ได้เนี่ยยยยย อิอิ
เห็นวงจรงูกินหางแล้วสุขใจ (โรคจิต)
คู่ SD ดูน่ารักเลิฟลี่มากกกก ป๋าเอาแต่มองดูห่างๆซะงั้น
บุกเซ่~ แค่จูบเบาๆเนี่ยไม่ใจเลย 55555

แดนดิไลอ้อนช่างบอบบาง...
ถ้ามีใครกล้าขยี้ทำลายก็คงทำให้ดาร์กขึ้นอีกเท่าตัว คึคึ (โรคจิตรุนแรง)


...ป๋าเป็นสโตกเกอร์ (ฮา)

#2 By dearchan on 2008-07-19 17:35

........

ฮะ...ฮิบรี้กับโกร่า!!!!!!!!!! อ๊ากกกกก ม่ายยยยยยยยยยยยยย

#3 By othila on 2008-07-19 18:23

ฟิคสุดยอดเลยฮะ=w=/

ปล.ขอร้องละฮะอย่าเอานังโกร่ากับท่านฮิเล้ยยย!!!T[]T
รัก|สาม|เศร้า

กร๊ากกกกกกกกกกก*โดนอายะซังเอากระทะฟาด*

ตอนนี้ซึ้งมากเลย...จะรักก็รักไม่ได้ จะอยู่แบบสามคนเหมือนเดิมก็ทำไม่ได้ จะเลือกใครคนใดคนหนึ่งก็ทำไม่ได้...T[]T!!

SDX(?) SD,XS,XD
และแล้วเราก็เลยเห็นด้วยกับคห.1 3P!!*หัวเราะ*

#5 By Koki on 2008-07-19 20:47

รอวันที่เธอกลับมา T^T

น้องโน่ ม้าน้อยของไอเวน

#6 By Aiwen♠Snow on 2008-09-27 17:16