[Fanfic 6927] Love Like Noodle!? Epilogue
posted on 04 Sep 2008 01:42 by ayafee in LoveLikeNoodleก่อนจะเริ่มฟิค ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรและของขวัญในเอนทรี่ที่แล้วนะคะ อัพของขวัญลงไปครบหมดแล้ว ฮา =w= ขอบคุณมากๆค่ะ แม้อากาศจะไม่ดี ก็เป็นวันเกิดที่ดีค่ะ!!!
มาต่อบะหมี่ตอนจบ ของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง ด้วยการปั่นฟิคจนจบอีกเรื่อง ฮาาาาา
Title : LOVE Like Noodle!?
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy , Action(?)
Rate : PG , NC-17
Pairing : 6927
Warning : - มุคุไม่รั่วแล้ว!!!! สับปะรด oppa ไม่รั่ว และไม่ K-pop!!! บอกแล้วว่ามุไม่ใช่ลูกเมียน้อยในสายตาเรา!!
- เหตุการณ์หลังภาคอนาคต ที่เพิ่มเสริมแต่งตามจิ้น =[]=”
- ไหหม้อกะละมังไม่มีขายแถวนี้....
- ทางคนเขียนไม่ออกค่าตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดให้นะคะ (ขำ)
Summary : นภากับสายหมอก....
------------------------------------------------------------------------
สายหมอกของฉัน
ไม่ว่าเมื่อใดฉันจะโอบอุ้มหัวใจของนายไว้เสมอ
ไม่ว่าเมื่อใดผมจะคอยเฝ้ามองดูแลคุณเสมอ
ต่างอยู่เคียงคู่แม้เพียงบางเวลา
ความนิยามของความรักหลายแบบนั้น
ไม่จำเป็นต้องมีความสุขชั่วนิรันดร์...
ดั่งเช่นความรักของเราสองคน
ขอแค่ “พรุ่งนี้” “มะรืนนี้” นภาสายหมอกใต้ฟ้าเดียวกัน
Same Sky
วันเวลาล่วงเลยผ่าน.. จากหนึ่งปี..เป็นสองปี.. เป็นสามปี... จากวันแรกที่ได้พบกันนั้น.. จากวันนั้นถึงวันนี้..เป็นเก้าปี... เกือบสิบปีที่พ้นผ่านผู้คนต่างเดินก้าวไปตามเส้นทางของตนเช่นนั้น เฉกเช่นเดียวกับคฤหาสน์วองโกเล่แฟมิลี่ มาเฟียอันมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี 400ปีจากรุ่นแรกตราบจนรุ่นที่สิบ... ผืนฟ้าแต่ละผืนล้วนสง่างามแข็งแกร่ง.. โอบอุ้มแฟมิลี่มาจนถึงถึงปัจจุบัน...
“รุ่นที่สิบครับ” ร่างสูงเรือนผมสีเทาและนัยน์ตาสีมรกตก้าวเข้ามาในห้องทำงานของบอสใหญ่แห่งวองโกเล่พร้อมกับผู้พิทักษ์แห่งวรุณ
ร่างบางปอยผมยาวสีน้ำตาลไหม้ยืนทอดมองออกไปนอกหน้าต่างแลมองสวนภายนอก แสงอาทิตย์สาดส่องลอดผ่านกระจกใสขับให้เรือนผมสีน้ำตาลไหม้นั้นเปล่งประกาย.. เจ้าตัวสดับฟังเสียงเรียกพลันผินมองผู้พิทักษ์ทั้งสอง แม้ภายนอกจะไม่เปลี่ยนไปจากหลายปีก่อนนัก.. บางอย่างนั้นก็บ่งบอกว่าเจ้าตัวเปลี่ยนแปลงไป ไหล่เล็กนั้นดูแข็งแกร่งขึ้น สีหน้าและรอยยิ้มสดใส
“ทางนั้นติดต่อมาเหรอ? โกคุเดระคุง ยามาโมโตะ” เนตรสีน้ำตาลไหม้นั้นสบมอง.. ชุดสูทสีดำและเครื่องแบบเต็มยศนั้นบ่งบอกความเติบโตของเจ้าตัวเป็นอย่างดี
“ใช่แล้วล่ะ ช่วงนี้นายก็วุ่นวายอยู่กับเรื่องนี้เรื่องเดียวล่ะนะ” ร่างสูงเรือนผมสีรัตติกาลนึกเหนื่อยล้าแทนเพื่อนสนิท มาเฟียฝ่ายนั้นช่างมีลูกตื้อที่ดีเหลือเกิน ประชุมซักกี่ครั้งก็ไม่พอซะที..
“สงสัย.. คงต้องนัดหาเวลามาเจอกันตรงๆซักครั้งแล้วสินะ” มือขวาคนสนิทนึกกังวลกับภาระหน้าที่บนไหล่บอบบางนั่น.. และเรื่องของมาเฟียกลุ่มนั้น..
“จะดีเหรอครับรุ่นที่สิบ ผมไม่ไว้ใจเจ้าพวกมิลฟิโอเร่นั่นเลย” วายุนึกกังวลในอันตรายบางอย่างแอบแฝงในเจตนาและถ้อยคำดีๆหากแต่เจ้าเล่ห์ของฝ่ายนั้น.. หลายอย่างที่เกิดขึ้น.. ทั้งการรวมแฟมิลี่ของเจสโซ่และจิสโรเนโรเป็นมิลฟิโอเร่... เขาไม่ไว้ใจแฟมิลี่นั้นเลยแม้แต่น้อย
“หากไม่พูดกันตรงๆ ทางนั้นคงไม่ยอมละมือไปง่ายๆหรอก” ดวงตากลมโตก้มลงแหวนนภาบนเรียวนิ้วของตนเอง.. มีทางเลือกไม่กี่ทางให้เลือกทำ...
“ถ้ารุ่นที่สิบตั้งใจแบบนั้น พวกเราก็ไม่ขัดหรอกครับ” ริมฝีปากบางพลางคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้ผู้พิทักษ์ทั้งสอง เขาเข้าใจดีว่าทุกคนต่างก็กังวล...
เพื่อวองโกเล่ริง.. เจตนาที่น่าสงสัยนัก...
“พวกนายไม่ต้องกังวลหรอก ไปทำงานเถอะ” สองหนุ่มแลเห็นใบหน้ายิ้มแย้มต้องการให้พวกเขาผ่อนคลายนั้นมิอาจขัดใจ... ความเป็นมาเฟียของพวกเขายิ่งเติบโตไปตามกาลเวลา.. เกือบ10ปีแล้วกับการเดินบนเส้นทางสายนี้..
“เอาไว้เย็นนี้ฉันจะโชว์ฝีมือทำซูชิให้กินกัน!!! พวกเราไม่ได้พักผ่อนกันนานแล้วนะ” ยามาโมโตะสร้างบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางความอึดอัด.. พูดถึงมาเฟียกลุ่มนั้นทีไรเป็นต้องครึ้มแบบนี้ทุกที
“แกมันไม่จริงจังอะไรเล้ย เจ้าบ้าเบสบอล!!” โกคุเดระหันไปโวยวายใส่มือซ้ายประจำกายของบอสใหญ่วองโกเล่.. ในสายตาของผู้มองแล้ว.. ทั้งคู่ไม่เปลี่ยนไปเลย.. เขาชอบเห็นภาพครอบครัวที่สดใสแบบนี้..
และอีกไม่นาน....
“ครอบครัว” จะได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง
“ก็ดีนะเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ได้เกินอาหารญี่ปุ่นมาพักใหญ่แล้วด้วย” ร่างบางตอบรับคำชวนของเพื่อนสนิท ประกาศิตส่งตรงมาแบบนั้นหมาน้อยโกคุเดระที่เปลี่ยนเป็นหมาเฝ้าบ้านก็เห็นดีเห็นงามตามนายไปด้วย..
“ผมเกือบลืม มีจดหมายมาด้วยครับ” เริงร่ากับเจ้านายมานานเกือบลืมของสำคัญของอีกฝ่ายซะนั่น คนแอบลืมรีบยื่นจดหมายสองฉบับส่งให้
“ฉบับหนึ่งส่งมาจากลูกน้องเจ้าหน้าบึ้งที่ไม่ยอมเขียนรายงานส่งเอง อีกฉบับมาจากฮ่องกงครับ” มือบางรีบยื่นรับจดหมายทั้งสองจากผู้พิทักษ์แห่งวายุ จดหมายจากเหล่าเมฆาผู้ห่างไกล.. แม้ฉบับหนึ่งจะเป็นคนอื่นเขียนก็เถอะ..
“งั้นพวกเราไปเคลียร์งานของวันนี้ล่ะ จะติดต่อพวกวาเรียไปเลี้ยงด้วยกันป่าว?” หนุ่มนักดาบแย้มยิ้มแต่คนถูกถามหัวเราะแหะๆไม่รู้จะตอบไงดี... จากพักผ่อนจะกลายเป็นตีกันไหมนั่น..
“ยังไงแซนซัสก็บอกปัดนั่นล่ะ แล้วคงโผล่มาแค่คุณสคอลโล่ เบลเฟกอน มามอน แล้วก็คุณลุซซูเรีย” เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงวันเกิดของเขา เขาก็เติบโตขึ้นมาแล้ว.. ก็ยังสร้างสัมพันธ์อันดีกับคุณนภาสีดำนั่นไม่ได้ซะที? จะเหม็นหน้ากันไปถึงไหนนะ
นัยน์ตาสีมรกตเหลือบเห็นกองเอกสารกองใหญ่บนโต๊ะของร่างบางพลันนึกได้ “พวกผมไม่รบกวนเวลาพักของรุ่นที่สิบแล้วครับ ถ้ามีงานด่วนอะไรที่จำเป็น ผมจะมาบอกอีกทีนะครับ” มีงานอีกมาหมายที่ต้องทำ.. เอาไว้สนทนากันในช่วงเวลาอาหารเย็น..
ยามเมื่อสองหนุ่มออกไปจากห้องทำงานแล้ว ซาวาดะ สึนะโยชินั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งและมองจดหมายทั้งสองฉบับในมือนั่น “คุณคุซาคาเบะก็คงเขียนมารายงานเรื่องที่คุณฮิบาริไปฟาดใครอยู่ที่ไหนเหมือนเดิม” ตั้งแต่หนึ่งปีก่อนที่มีข้อมูลเรื่องของ “กล่อง” รั่วไหลออกมาในกลุ่มมาเฟีย เมฆาชโลมเลือดเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง...
“กลับมาคราวนี้ต้องเริ่มคิดท่าใหม่บ้างรึเปล่านะ..” มือเล็กหยิบถุงมือไหมพรมซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไรขึ้นมาเมียงมอง แค่ X.glove ver.VR อย่างเดียว.. คงไม่เพียงพอแล้วกระมัง..
ต้องขอบคุณลำแข้ง(?)ของพี่เลี้ยงคนใหม่
ที่ทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนได้ฝึกวิชาอรหันต์
และเริ่มได้แผลน้อยลง(?)
สมองของคนเติบโตแล้วเลิกจินตนาการภาพสนามต่อสู้หันไปสนใจจดหมายจากพันธมิตรห่างไกล ณ เกาะฮ่องกงเสียแทน แม้จะไม่ได้พบกัน อีกฝ่ายก็หมั่นโทรศัพท์ไม่ก็ส่งจดหมายมาเสมอ.. อย่าถามเลยว่าทำไมไม่ส่งอีเมล์ เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน.. ช่างมันเหอะ..
“คุณหยุนก็คงสบายดีล่ะนะ” มือเล็กแกะจดหมายในซองสีขาวออกมาอ่าน ถ้อยคำเขียนมาเป็นภาษาญี่ปุ่นอ่านง่ายเหมือนทุกครั้ง แลเห็นแล้วแอบอมยิ้มไม่ได้
“รู้ดีแฮะ วุ่นจริงๆนั่นแหละ” สึนะอ่านไปพลางจัดการนำของอย่างอื่นออกจากซองจดหมายสีขาวนวล คราวนี้น่าแปลก จดหมายมันสั้นแต่ของภายในกลับเยอะซะแบบนั้น
“เห?” ภายในมีรูปถ่าย จดหมายสั้นๆ และตั๋วเครื่องบินอีกจำนวนหนึ่ง..
“เห???? ยังไม่รู้เลยว่าจะว่างรึเปล่า มัดมือชก...” สึนะถอนหายใจเฮือกใหญ่ นิสัยชอบมัดมือชกของเจ้าตัวยังคงทำงานได้ดีอย่างที่คาดไว้ ตั๋วเครื่องบินจำนวนเท่ากับพรรคพวกของเขา.. และรูปถ่าย.. รูปถ่ายทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงซึ่งถ่ายจากจุดชมวิววิคตอเรียพีค
แต่ฉันก็ยืนยัน “คำเดิม” หวังว่าจะจำได้ดีนะ แล้วพบกันสึนะโยชิ
Ps. คาดหวังว่าจะมาหลังจากที่ไม่ได้เจอกันสามปีนะ จาก หยุนเหว่ย
“คุณหยุนนี่ไม่เปลี่ยนเลยแฮะ” มือเล็กพับจดหมายใส่ในซองเช่นเดิมก่อนจะหยิบรูปถ่ายขึ้นมาเมียงมองภาพนั้น ภาพที่แสนคิดถึง.. ภาพ ณ สถานที่แห่งคำสัญญานั้น
“จะไปอย่างแน่นอนครับ...” ใบหน้าหวานประดับยิ้มอ่อนโยน... จะไปเพราะนั่นคือสัญญา... หากแต่สิ่งแรกที่ต้องทำนั้นคือการติดต่อไปหามิลฟิโอเร่ การจะติดต่อพบเจอกับทางนั้นคงต้องปรึกษากับคนอื่นให้รู้โดยทั่วกัน... เขาเคยผ่านเรื่องการเคลื่อนไหวเพียงลำพังมาแล้ว.. ครั้งนี้เขาจะไม่พลาดอีก..
มิอาจล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นมิตรหรือศัตรู
ได้เพียงหวังลึกๆในใจว่าจะเป็นมิตร
คนๆนั้นที่มีนามว่า “กล้วยไม้ขาว”
“รีบจัดการธุระ จะได้ไปฮ่องกงกันทุกคน” ร่างบางหยิบสมุดบันทึกของตนจัดการเขียนหมายกำหนดการณ์ของตัวเองลงไป ทั้งของเดือนหน้า เดือนที่นัดและเดือนต่อๆไป หากแต่สายตาก็หยุดลง ณ ปฏิทินซึ่งเขาวงกลมด้วยปากกาสีแดงเอาไว้
“ก็อีกไม่นานแล้วนี่นะ...” ไม่กี่เดือน... วันเกิดของชายคนนั้น.... อาจจะได้.. ไปฉลองกันที่เมืองนามิโมริซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้พบกันเป็นครั้งแรก แผนการสร้างฐานใต้ดิน ณ บ้านเกิดเมืองนอนนั้นดำเนินไปใกล้เสร็จสิ้น อีกไม่นานก็จะหวนคืนกลับบ้านเกิดกันเสียที
ว่าแล้วสายตาไปหยุดลง ณ กองเอกสารบนโต๊ะกองใหญ่... รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ร่างบางเมียงมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง.. วันนี้อากาศสดใสเหมาะแก่การออกไปเดินเล่น บรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยแมกไม้สีเขียวขจีและดอกไม้
“เจ้ารีบอร์นออกไปข้างนอก จะรออู้ซักนิดก็ไม่เป็นไรมั้ง” บอสใหญ่แห่งวองโกเล่ตัดสินใจหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ประจำตัวและพาตัวเองเดินออกไปรับลมบริสุทธิ์ภายนอก พักนิดพักหน่อยนานๆทีไม่โดนเจ้าอดีตอาจารย์โหดตบหัวเอาหรอก
คนเราแม้เติบโตมากขึ้นเพียงใด
ย่อมมีความเหนื่อยล้าติดตัวอยู่ดี
เหนื่อยล้าจากภาระหน้าที่ได้เหมือนกัน
ซาวาดะ สึนะโยชิเดินตรงไปยังสวนด้านหลังคฤหาสน์ แมกไม้สีเขียวขจีและโต๊ะสีขาวนวลกลางสวน.. สถานที่พักผ่อนหลบผู้คนของเขา.. ไม่ห่างไปนั้นประดับด้วยต้นกุหลาบสีน้ำเงินหลายต้น สึนะถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดกับเก้าอี้สีขาวพลางพับแขนเสื้อขึ้นตรงไปตรวจดูเจ้าต้นไม้ต้นสำคัญเสียหน่อย
“แดดแรง ดูเฉาๆแฮะ” เจ้าตัวหันไปหยิบบัวรดน้ำใกล้ๆรดเหล่ากุหลาบสีแปลกให้ชุ่มชื่น แม้จะเป็นกุหลาบพันธุ์พิเศษซึ่งให้พวกจางนีนี่สร้างขึ้น.. มันก็มีจุดเหมือนต้นไม้ปกติทั่วไปอยู่ดี
มือเรียวเล็กแตะกลีบกุหลาบ.. เมื่อย้ายกลับนามิโมริคงต้องย้ายไปปลูกในเรือนกระจกแทนแล้วล่ะมั้งนี่.. ฐานใต้ดินไม่มีสวนสวยๆ.. ทำไงได้ล่ะ..
“น่าดีใจแฮะ ที่ไม่ทำมันตายตั้งแต่วันแรกที่ปลูก” นึกย้อนกลับไปในวันแรกซึ่งได้ต้นไม้มา เจ้าห่วยสึนะก็แผลงฤทธิ์ปลูกต้นไม้เกือบทำให้มันตายเพราะใส่ปุ๋ยมากเกินไป... หากไม่ได้คู่สัญญาอีกคนมาช่วยดูแลในบางครั้ง มันคงตายไปแล้วล่ะมั้ง?
“ช่วงนี้หายไปพักใหญ่ หายไปไหนอีกล่ะ...” นัยน์ตากลมโตจ้องมองสีของกลีบกุหลาบ.. สีไพลินคล้ายคลึงกับสีผมของเจ้าสายหมอกจอมหลอกลวง...
คำสัญญาของพวกเรานั้น
เป็นจริงน้อยเสียกว่าเรื่องที่รับปาก...
สายหมอกที่เขารักยิ่ง
นานๆครั้งจะปรากฏตัวในความฝัน นานๆครั้งจะยืมร่างของโคลม โดคุโดมาดูแลดอกไม้ แต่ทุกครั้งที่หายไป.. น้อยครั้งที่จะบอกว่าหายไปไหน บางครั้งคิดในแง่ดีชายหนุ่มคนนั้นก็คงจะอยู่ในคุกแห่งนั้นรักษาพลังงานไป? หากคิดในอีกมุมก็อดคิดไม่ได้ว่าแอบไปทำอะไรรึเปล่า?
“นายคิดจะรักษาสัญญาอะไรจริงจังซักเรื่องมั้ยเนี่ย” ปากเรียวบ่นมุบมิบๆไปพลางรดน้ำต้นไม้ไปพลาง โมโห.. แต่ทำไงได้ล่ะ.. อีกไม่นานก็จะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกคราหนึ่ง...
ที่อยู่เคียงข้างกันกลับมาอีกครั้ง
“บ่นถึงผมอีกแล้วเหรอครับ?” เสียงทุ้มแว่วมาตามกระแสของสายลม บอสใหญ่แห่งวองโกเล่วางบัวรดน้ำลงใกล้ๆนั่น และผินกายเหลือบกลับไปมอง ณ โต๊ะสีขาวนวล.. โต๊ะว่างเปล่าซึ่งตอนนี้กลับมีชุดน้ำชาและร่างสูงเนตรสองสีนั่งไขว่ห้างจิบชาอยู่ตรงนั้น...
“นายนี่... จะมาก็ให้สุ้มให้เสียงกันบ้างสิ...” นี่ถ้าเขาเป็นพวกกลัวผีจะทำไง? แล้วขนของพวกนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร?? ปลง...
“คุณน่าจะชินนิสัยผมได้แล้วนะครับ” เนตรสองสีสบมองและส่งรอยยิ้มจริงใจแสนเจ้าเล่ห์ให้ ชินอะไรล่ะ.. เฮ้อ...
ร่างบางก้าวกลับไปนั่งเก้าอี้สีขาวตรงข้ามกับชายหนุ่ม เจ้าของเรือนผมสีไพลินยื่นชาให้อย่างรู้งาน “ช่วงนี้ยังคงกลุ้มใจเรื่องของมาเฟียพวกนั้นอีกเหรอครับ?” บ่อยครั้งที่มาปลูกต้นไม้ดูแลต้นไม้ด้วยกัน มักจะมานั่งดื่มชาด้วยกันแบบนี้เสมอ บอกเล่าเรื่องราวในแต่ละวัน ระบายเรื่องกลุ้มใจ และพูดคุย...
“ก็นะ...” มือเรียวหยิบจับแก้วชาขึ้นจรดริมฝีปาก อากัปกิริยาทุกอย่างอยู่ในสายตาของสายหมอก.. เฝ้ามองนภานั้นเติบโตขึ้นเรื่อยๆ...
“ทุกอย่างก็ต้องผ่านไปด้วยดีเหมือนที่คุณทำมาล่ะครับ ถ้าคุณไม่เผลอสติแตกทำตัวเป็นเด็กเสียก่อน” เหมือนจะให้กำลังใจในท่อนแรก เจอท่อนหลังเจ้าบอสหัวฟูเริ่มเส้นกระตุก..
“นายยืมร่างโคลมมากัดฉันอย่างเดียวรึไงน่ะ?” เนตรสีน้ำตาลไหม้เหล่มองตาขวาง เสียงหัวเราะคึหึหึดังนำมาในทันใด
“เปล่าครับ ก็มาดูหน้าดูสภาพคุณอย่างเคย” สายลมโบกพัดนำพากลิ่นดอกไม้และใบหญ้าชวนให้ผ่อนคลายใจชุ่มชื้น ใบหน้าหวานอมยิ้มน้อยๆ.. ความห่วงใยใต้คำพูดที่เข้าใจกันเพียงสองคนเท่านั้น...
“ปกติดีอย่างที่เห็นนั่นแหละ” ได้ยินดังนั้นริมฝีปากคมได้รูปนั้นคลี่ยิ้มตอบกลับรอยยิ้มอ่อนโยนของนภา...
สายหมอกแลมองนภาจากที่ห่างไกล
ความห่วงใยนั้นส่งผ่านมาใต้คำลวงเสมอ
คือพื้นที่ให้พวกเราได้แลกเปลี่ยนความห่วงใย
“อีกไม่นานคุณก็จะกลับไปอาศัยในนามิโมริแล้วสินะครับ” เนตรสองสีสบมองและถามไถ่ทุกข์สุข ใบหน้าหวานผงกน้อยๆพลางจิบชาในมือไปด้วย นึกเสียดาย...
“ถ้านายได้กลับไปพร้อมกันก็ดีสินะ” กลับไปยังสถานที่แรกที่ได้พบกัน... เปลือกตาบางปรือหลับหวนนึกถึงความหลัง...ความหลังที่พ้นผ่านมานาน..
ภาพของวันแรกที่ได้พบกัน แรกพบเป็นศัตรู... คราสองคือผู้พิทักษ์... แม้ยามนั้นจะรู้ว่าชายหนุ่มมาด้วยประสงค์ไม่ดี.. ก็ยังห่วงใยเมื่อได้เห็นอดีต และได้เห็นถูกนำตัวไปต่อหน้า.. ยามได้กลับออกมาใต้ผืนฟ้านี้.. เขาก็เป็นคนส่งผู้พิทักษ์ของตนเองกลับไปอีก.. เวลา.. ที่ล่วงเลยผ่านจนถึงวันนี้.. การรอคอยนั้น.. คงจะอีกไม่นานใช่ไหม?
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ เหมือนคนขาดน้ำตาล” จะบ้าตาย... จะให้ฉันซึ้งเศร้าซักวินาทีไม่ได้เรอะนายน่ะ..
“จริงสิ วันนี้มีจดหมายจากคุณฮิบาริกับคุณหยุนมาล่ะ” ร่างบางกลับมายิ้มแย้มและเล่าเรื่องราวอย่างสดใสเบิกบานอีกครั้ง เป็นนภาที่เปลี่ยนสีไปมาง่ายเสียจริง...
นภาแสนสดใสมีสีขาวและสีฟ้า
สีขาวและฟ้าอันอ่อนโยนบริสุทธิ์สดใส
สีม่วงทรงอำนาจ สีส้มเข้มแข็งสง่างาม
เติบใหญ่เป็นราชินีที่สามารถดูแลตัวเองได้
“คุณหยุนส่งตั๋วเครื่องบินมาชวนไปฮ่องกงด้วยนะ” นามอริเก่าถูกเอ่ยขึ้นให้มุคุโร่ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับคุณเมฆาคนนั้น...
“ตื้อไม่เลิกจริงๆนะครับ..” ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกท้าวคางมองจ้องใบหน้าหวานเขม็ง ดวงตากลมโตหรี่มองอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตัวหึงไม่เลิกแบบนั้น จนป่านนี้แล้ว...
“ถ้าฉันเบื่อนายเมื่อไหร ก็คงไม่ต้องตื้อแล้ว” ถ้อยคำยียวนจากปากวองโกเล่จิ๋วสร้างบรรยากาศมาคุโดยไม่รู้ตัว จากเจ้าหญิงอ่อนแอกลายเป็นราชินีหันสู้พ่อมดไปแล้วสินะ...
“เหรอครับ งั้นผมจะไม่มาบ่อยๆให้คุณเบื่อเล่นแล้วล่ะครับ” ร่างสูงหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้สีขาวนั้น ใบหน้าคมดูไร้อารมณ์สุดๆเลียนแบบผู้พิทักษ์เมฆาไปแล้ว เจ้าบอสหัวฟูจ้องตามอย่างมึนๆ
“เอ๋? นี่นายหึงคุณหยุนเหรอ?” เนตรสองสีเหล่มองด้วยสายตาเหยียดๆ บรรยากาศมาคุมากขึ้นทุกขณะ...
“เปล่าเลยครับ” ร่างสูงตวัดกายเตรียมเดินออกไปจากพื้นที่สวนนี้ ร่างบางเริ่มใจเสียนึกรู้สึกผิดในคำพูดของตัวเองเสียแบบนั้น งอน? งอนเหรอนั้นน่ะ???
“มุคุโร่ นายก็น่าจะรู้ว่าฉันล้อเล่นนี่!” สึนะจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มเขม็ง
“รู้ครับ แต่ผมคิดว่าอีกไม่นานผมคงได้ออกมา ผมคงไม่ต้องโผล่มาให้คุณเบื่อเล่นแล้วก็ได้มั้งครับ” ร่างสูงผินกายหันมองและเสียงทุ้มเอ่ยตอบมาอย่างเรียบเฉยสุดๆ หัวใจปลาน้อยเริ่มตกไปอยู่ที่ปลายหาง..
“ถ้านายยังแกล้งฉันไม่เลิก ฉันคงจะเบื่อจริงๆนั่นแหละ” บอสใหญ่แห่งวองโกเล่กอดอกค้อนหันไปอีกทางหนึ่ง เชื่อมั่นในใจว่าร้อยล้านเปอร์เซ็นเขากำลังโกนแกล้ง! แน่นอน!!
“เข้าใจแล้วครับ งั้นผมขอตัว” เสียงทุ้มและบรรยากาศเยียบเย็นของสายหมอกนั้นเรียกให้สึนะตวัดใบหน้ามองอย่างรวดเร็ว เฮ้ย!? โกรธจริงหรือนั่นน่ะ!!
“มะ..มุคุโร่!! เดี๋ยวก่อนสิ!!” ยิ่งแลเห็นว่าสายหมอกนั้นเริ่มรวมตัวกันเขายิ่งใจเสีย.. ปกติก็แทบจะไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว!!
สองขาเร่งก้าววิ่งเข้าไปหา และ... “ขอโทษๆ!!! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!!” กระโดดกอดเข้าชาร์ตปานนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล..
สองร่างลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นหญ้าเรียบร้อยโรงเรียนมาเฟีย วงแขนเล็กนั้นกอดรัดกายของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกไม่ยอมปล่อย อย่างน้อยก็ยังรู้สึกได้ว่าไม่กลายเป็นร่างโคลมยังเป็นร่างเนื้อผู้ชายอยู่ล่ะนะ!! ฉันขอโทษ!! ขอโทษ!! ไม่นึกว่านายจะขี้น้อยใจขนาดนั้น!!
“ขอโทษ!! ขอโทษนะมุคุโร่ ฉันจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้ว ขอโทษน๊า!!” พลันมือใหญ่นั้นจับศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีน้ำตาลนั้นดันออกห่างตัวให้รีบๆลุกออกไป เจ้าปลายิ่งใจเสีย... โกรธจริงเหรอเนี่ย..
“แกล้งคุณนี่สนุกจริงๆนะครับ” เห??!!! มุคุโร่แนบริมฝีปากลงข้างแก้มเนียนใส เลือดแดงฝาดสูบฉีดขึ้นผิวหน้าด้วยความอายและความโกรธ เร่งตวัดมองใบหน้าของคนซึ่งตนคร่อมทับอยู่ด้วยใบหน้าบูดเบี้ยวหลายอารมณ์
“นายแกล้งฉันเหรอ!!!” สึนะเด้งตัวออกห่างจากจอมหลอกลวงในทันใด โดนหลอกอีกแล้ว!!!!
“ผมชอบสีหน้าเขินอายของคุณน่ะครับ คึหึหึ” เจอคำหยอกล้อและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของผู้พิทักษ์พ่วงตำแหน่งคนรักซึ่งไม่ยอมลุกเสียที เจ้านภาแทบกลายเป็นสีชมพูไปทั้งร่างแล้ว..
“ทำไมฉันไม่เคยเก็กขรึมเวลาอยู่กับนายได้เลยเนี่ย!!!!” ร่างบางบิดไปบิดมาสะบัดไปสะบัดมาอยากจะบ้า สองมืออยากจะทึ้งหัวตัวเองให้เมามันส์
“ยังอ่อนหัดนัก สึนะโยชิคุง” ร่างสูงหยัดกายขึ้นและก้าวมาดีดหน้าผากเนียนเสียเกือบหงายหลังลงไปกลิ้ง เจ็บนะเฟ้ยเฮ้ย! ปกติเขาขรึมนะจะบอกให้!!!
“นายมันเล่นละครเก่งนี่....” นภาโกรธฟึดฟัดก้าวกลับไปนั่งดื่มชาระบายอารมณ์ การปิกนิกใต้ฟ้าคราม สนามหญ้าสีเขียว และต้นกุหลาบสีน้ำเงิน.. เป็นพื้นที่เฉพาะของคนสองคนซึ่งคนอื่นคงมิได้เห็น..
“บางครั้งก็ไม่ได้เล่นนะครับ” โรคุโด มุคุโร่อ้อมมาด้านหลังของเก้าอี้สีขาวพลางจับไหล่บางทั้งสองข้างบีบน้อยๆ ก็รู้ดีล่ะน่า...
“ฉันรู้ แต่มันก็อดโมโหไม่ได้ล่ะ” ผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ...
แล้วคงไม่เปลี่ยนตลอดไป
“ถ้าจัดการเรื่องวุ่นวายช่วงนี้เรียบร้อย ไปฮ่องกงกัน” เสียงหวานเปลี่ยนเรื่อง... ผู้ฟังรับรู้ได้ถึงความกังวลใจน้อยๆภายใต้เสียงอันเข้มแข็งนั่น.. ภาระหน้าที่หนักหนา...
“มั่นใจเหรอครับ? ว่าผมจะออกมาได้ก่อนเวลานั้น?” วงแขนกระชับรอบบ่าเล็กนั่นย้ำถามความมั่นใจ...
“ไม่ได้ ก็ต้องได้อย่างแน่นอน” เข้มแข็งขึ้นมากนะครับ... ผืนฟ้าของผม...
“ไม่ใช่เด็กแล้วสินะครับ สึนะโยชิคุง” นภานั้นจงเข้มแข็ง... จงเติบใหญ่.. อย่างที่เขาปรารถนา... และเมื่อคุณยืนหยัดได้.. พวกเราก็จะได้เคียงข้างกันอีกครั้ง.. เคียงข้างโดยไม่ต้องกังวลอันตรายอะไรอีก..
แม้วันนี้กายเราจะอยู่ห่างไกลกัน
หัวใจนั้นยังคงเชื่อมต่อถึงกันได้เสมอ
ก็ยังมีเวลาปรากฏให้เห็นเช่นนั้น
คือความสัมพันธ์ของเรา ที่เรียกว่า “เคียงข้าง”
“Ti amo Mia nebbia” คำบอกรักแสนหวานแผ่วเบา....
ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มบางๆ มือใหญ่แตะสัมผัสใบหน้าสีชมพูระเรื่อนั้นให้หันรับคำตอบรักแสนหวาน... “Anche Io Il mio cielo” จุมพิตแผ่วเบาดั่งสัมผัสของสายหมอก....
“แหะๆๆ” สึนะหัวเราะแก้เขิน.... แม้จะอายุมากขึ้นเพียงใด การแสดงความรักสำหรับเขามันก็น่าอายอยู่ดี จะแสดงให้เห็นเฉพาะกับสายหมอกผู้ยากจับต้องคนนี้เท่านั้น...
“อายุ 23 แล้ว ยังทำตัวเป็นเด็กนะครับ..” แม้คำพูดจะถากถาง อ้อมกอดนั้นกลับโอบกระชับขึ้นซึมสัมผัสความอบอุ่น.. แม้เป็นเพียงร่างมายา... รอสักวันจะได้กลับคืนสู่ผืนฟ้านี้อีกครั้ง...
คงไม่อาจบอกว่าจะสิ้นสุดตรงไหน
คงไม่อาจบอกว่าเนิ่นนานเพียงใด
ต่างผลักดันอีกฝ่ายให้เติบโต เห็นคุณค่ารัก
“เมื่อกี้ นายยังบอกว่าฉันไม่ใช่เด็กแล้วไม่ใช่เรอะ!?” สึนะลุกขึ้นจากเก้าอี้เริ่มโวยวายใส่เจ้าสายหมอกจอมกลับกรอกรับมือยาก
“คึหึหึ นั่นสินะครับ ผมคงพูดกระมัง” ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอกจ้องหน้าหวานอย่างเจ้าเล่ห์ไม่ยอมรับความผิด ให้ตายเถอะ!!!
“นายพูดชัดๆ!!! อย่ามาเล่นลิ้นน่า!!” มือเล็กยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย เนตรสองสีกลับหรี่ปรือจ้องมองเหยียดๆไม่ยอมรับ
“ไม่ได้พูดครับ” กรอดดดด!!!! เจ้าสายหมอกบ้า!!!!!
สองมือเล็กกำแน่นเลือดขึ้นหน้าด้วยความโมโห “ถ้าฉันเป็นเด็ก นายก็เป็นผู้ใหญ่จอมหลอกนั่นแหละ!! พ่อมด!! ปีศาจ!!” เริ่มเปิดฉากตอบโต้ใส่กัน...
“คนที่มาหลงรักปีศาจหรือพ่อมด ก็คือพวกนอกรีตล่ะครับ” ใบหน้าหวานบูดเบี้ยวด้วยความโกรธ นายว่าฉันเรอะ!!!!!!
แม้จะทะเลาะกัน แม้จะเถียงกันมากเพียงใด
พวกเรายิ่งใกล้กันมากขึ้น
พวกเรานั้นปรับตัวเข้าหากัน
พวกเราลดระยะห่างเข้ากันมากขึ้น
ไม่ว่าห่างไกลแค่ไหน คือผืนฟ้าเดียวกัน
.
.
.
สองร่างเปิดฉากเถียงกันคล้ายภาพซ้อนของวันนั้นในสวนสาธารณะบนเกาะฮ่องกง ภาพสีหน้าอันสดใสและเป็นธรรมชาติของทั้งคู่... แม้คล้ายคลึง หากแต่มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป.. จากครั้งหนึ่งเป็นเพียงความรู้สึกดีๆเป็นความรู้สึกรัก.. และจากรัก.. คือการฝ่าฟันอุปสรรค... รอคอยวันนั้น... วันที่จะได้กลับมาอยู่ใต้ฟ้าทะเลาะกันได้ทุกเวลาอีกคราหนึ่ง... เฝ้ารอวันนั้นกลับมาอีกครั้ง...
Unending Love
.
.
.
Love Like Noodle!?
“End”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
Free Talk : ขอบคุณที่ติดตามกันมานานเกือบเดือนนะคะ แบบว่าจบเร็วมากจนใจหายจริงๆ แอบคิดถึงมุนะเนี่ย นานๆจะเขียนมุแบบเต็มๆซักครั้ง เป็นคู่ที่ชอบมากๆเลยคู่หนึ่ง (แล้วก็เป็น 127 1827 แล้วก็ S27ฮา)
จบแล้ว จบแบบเหมือนจะมีภาคต่อ จริงๆแล้วแอบร่างภาคต่อไว้เหมือนกัน แต่มันออกแนว 6927(100) และค่อนไปทางดราม่าและเศร้าแหงๆ ตามเนื้อเรื่องพาร์ตอนาคต คุยกันเล่นๆกับสมาคมแม่บ้านซาร่าเอาไว้ว่า เรื่องนี้ถ้าต่อจริงๆ จะมี 3 Part อันแรกก็คืออันนี้ที่จบไป อันที่สองก็ 6927(100) และพาร์ตสาม 18tylx27อดีต ฮา แต่มันก็แล้วความขยันกับงานหลวง = =” อยากเขียนทุกอันเลยนะนี่
ทำไมเป็นเก้าปี เพราะว่าภาคอนาคตนั้นเป็นเก้าปี 10 เดือน เรื่องราวนี้จึงเป็น 9 ปี ฮา และช่วงเดือนที่เหลือจากนี้ ก็จะยาวไปจนเชื่อมกับภาคอนาคต =w=” อย่าถามเลยว่าทำไมชอบแต่งแบบนี้... เราแอบนิยมรักคุดอยู่น้อยๆ แต่ในความรู้สึกคือ รักนิรันดร์นั้น =w=a คำว่านิรันดร์สำหรับมาเฟียแล้ว มันก็ออกจะยากเนอะ...
ขอบคุณที่ติดตาม Love Like Noodle!? มานานนะคะ ไม่พอใจอะไรติติงได้ =w=” คนเขียนไม่กัด เพราะก็คิดว่าต้องมี ฮา แล้วพบกันใหม่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งค่ะ!!!
edit @ 4 Sep 2008 02:02:09 by [AyaFee]หมีน้อยกระซวกส้ายยย
อ๊าคคคค
สนุกมากกกก
HBD แล้วก็ -- รอรวมเล่มนะคะ
#1 By * a o M * on 2008-09-04 02:01