[Fanfic 6927] Love Like Noodle!? Epilogue

posted on 04 Sep 2008 01:42 by ayafee  in LoveLikeNoodle

ก่อนจะเริ่มฟิค  ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรและของขวัญในเอนทรี่ที่แล้วนะคะ   อัพของขวัญลงไปครบหมดแล้ว ฮา =w=  ขอบคุณมากๆค่ะ   แม้อากาศจะไม่ดี   ก็เป็นวันเกิดที่ดีค่ะ!!!

 

มาต่อบะหมี่ตอนจบ  ของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง ด้วยการปั่นฟิคจนจบอีกเรื่อง ฮาาาาา

 

Title : LOVE Like Noodle!?
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance , Comedy , Action(?)
Rate : PG , NC-17
Pairing : 6927
Warning : - มุคุไม่รั่วแล้ว!!!! สับปะรด oppa ไม่รั่ว และไม่ K-pop!!! บอกแล้วว่ามุไม่ใช่ลูกเมียน้อยในสายตาเรา!!
- เหตุการณ์หลังภาคอนาคต ที่เพิ่มเสริมแต่งตามจิ้น =[]=”
- ไหหม้อกะละมังไม่มีขายแถวนี้....
- ทางคนเขียนไม่ออกค่าตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดให้นะคะ (ขำ)
Summary :   นภากับสายหมอก....   

------------------------------------------------------------------------


สายหมอกของฉัน
ไม่ว่าเมื่อใดฉันจะโอบอุ้มหัวใจของนายไว้เสมอ


ผืนฟ้าของผม
ไม่ว่าเมื่อใดผมจะคอยเฝ้ามองดูแลคุณเสมอ


นภาและสายหมอก
ต่างอยู่เคียงคู่แม้เพียงบางเวลา


ความนิยามของความรักหลายแบบนั้น
ไม่จำเป็นต้องมีความสุขชั่วนิรันดร์...


เพราะความสุขชั่วนิรันดร์นั้นมองไม่เห็น
ดั่งเช่นความรักของเราสองคน


ขอแค่ “พรุ่งนี้” เป็น “อนาคต”ที่ดำเนินไปของเรา
ขอแค่ “พรุ่งนี้” “มะรืนนี้” นภาสายหมอกใต้ฟ้าเดียวกัน




Epilogue
Same Sky



    วันเวลาล่วงเลยผ่าน.. จากหนึ่งปี..เป็นสองปี.. เป็นสามปี...   จากวันแรกที่ได้พบกันนั้น.. จากวันนั้นถึงวันนี้..เป็นเก้าปี...  เกือบสิบปีที่พ้นผ่านผู้คนต่างเดินก้าวไปตามเส้นทางของตนเช่นนั้น    เฉกเช่นเดียวกับคฤหาสน์วองโกเล่แฟมิลี่  มาเฟียอันมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี    400ปีจากรุ่นแรกตราบจนรุ่นที่สิบ...  ผืนฟ้าแต่ละผืนล้วนสง่างามแข็งแกร่ง..   โอบอุ้มแฟมิลี่มาจนถึงถึงปัจจุบัน...


เขียนสร้างประวัติศาสตร์ยาวไกลไป....


    “รุ่นที่สิบครับ”   ร่างสูงเรือนผมสีเทาและนัยน์ตาสีมรกตก้าวเข้ามาในห้องทำงานของบอสใหญ่แห่งวองโกเล่พร้อมกับผู้พิทักษ์แห่งวรุณ


    ร่างบางปอยผมยาวสีน้ำตาลไหม้ยืนทอดมองออกไปนอกหน้าต่างแลมองสวนภายนอก   แสงอาทิตย์สาดส่องลอดผ่านกระจกใสขับให้เรือนผมสีน้ำตาลไหม้นั้นเปล่งประกาย..    เจ้าตัวสดับฟังเสียงเรียกพลันผินมองผู้พิทักษ์ทั้งสอง   แม้ภายนอกจะไม่เปลี่ยนไปจากหลายปีก่อนนัก..   บางอย่างนั้นก็บ่งบอกว่าเจ้าตัวเปลี่ยนแปลงไป  ไหล่เล็กนั้นดูแข็งแกร่งขึ้น สีหน้าและรอยยิ้มสดใส


    “ทางนั้นติดต่อมาเหรอ?  โกคุเดระคุง ยามาโมโตะ”   เนตรสีน้ำตาลไหม้นั้นสบมอง..   ชุดสูทสีดำและเครื่องแบบเต็มยศนั้นบ่งบอกความเติบโตของเจ้าตัวเป็นอย่างดี

    “ใช่แล้วล่ะ  ช่วงนี้นายก็วุ่นวายอยู่กับเรื่องนี้เรื่องเดียวล่ะนะ”   ร่างสูงเรือนผมสีรัตติกาลนึกเหนื่อยล้าแทนเพื่อนสนิท    มาเฟียฝ่ายนั้นช่างมีลูกตื้อที่ดีเหลือเกิน  ประชุมซักกี่ครั้งก็ไม่พอซะที..  

    “สงสัย.. คงต้องนัดหาเวลามาเจอกันตรงๆซักครั้งแล้วสินะ”    มือขวาคนสนิทนึกกังวลกับภาระหน้าที่บนไหล่บอบบางนั่น.. และเรื่องของมาเฟียกลุ่มนั้น..   

    “จะดีเหรอครับรุ่นที่สิบ  ผมไม่ไว้ใจเจ้าพวกมิลฟิโอเร่นั่นเลย”   วายุนึกกังวลในอันตรายบางอย่างแอบแฝงในเจตนาและถ้อยคำดีๆหากแต่เจ้าเล่ห์ของฝ่ายนั้น..    หลายอย่างที่เกิดขึ้น.. ทั้งการรวมแฟมิลี่ของเจสโซ่และจิสโรเนโรเป็นมิลฟิโอเร่...  เขาไม่ไว้ใจแฟมิลี่นั้นเลยแม้แต่น้อย

    “หากไม่พูดกันตรงๆ  ทางนั้นคงไม่ยอมละมือไปง่ายๆหรอก”    ดวงตากลมโตก้มลงแหวนนภาบนเรียวนิ้วของตนเอง.. มีทางเลือกไม่กี่ทางให้เลือกทำ...

    “ถ้ารุ่นที่สิบตั้งใจแบบนั้น  พวกเราก็ไม่ขัดหรอกครับ”   ริมฝีปากบางพลางคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้ผู้พิทักษ์ทั้งสอง  เขาเข้าใจดีว่าทุกคนต่างก็กังวล...


ครั้งแรก.. ครั้งที่แรกที่มีมาเฟียกลุ่มอื่นเข้าหา...
เพื่อวองโกเล่ริง.. เจตนาที่น่าสงสัยนัก...


    “พวกนายไม่ต้องกังวลหรอก  ไปทำงานเถอะ”   สองหนุ่มแลเห็นใบหน้ายิ้มแย้มต้องการให้พวกเขาผ่อนคลายนั้นมิอาจขัดใจ...   ความเป็นมาเฟียของพวกเขายิ่งเติบโตไปตามกาลเวลา..  เกือบ10ปีแล้วกับการเดินบนเส้นทางสายนี้..

    “เอาไว้เย็นนี้ฉันจะโชว์ฝีมือทำซูชิให้กินกัน!!!  พวกเราไม่ได้พักผ่อนกันนานแล้วนะ”  ยามาโมโตะสร้างบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางความอึดอัด.. พูดถึงมาเฟียกลุ่มนั้นทีไรเป็นต้องครึ้มแบบนี้ทุกที

    “แกมันไม่จริงจังอะไรเล้ย เจ้าบ้าเบสบอล!!”   โกคุเดระหันไปโวยวายใส่มือซ้ายประจำกายของบอสใหญ่วองโกเล่..   ในสายตาของผู้มองแล้ว..  ทั้งคู่ไม่เปลี่ยนไปเลย..  เขาชอบเห็นภาพครอบครัวที่สดใสแบบนี้..


และอีกไม่นาน....
“ครอบครัว” จะได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง


จิ๊กซอร์จะได้เป็นภาพที่สมบูรณ์เสียที


    “ก็ดีนะเปลี่ยนบรรยากาศ   ไม่ได้เกินอาหารญี่ปุ่นมาพักใหญ่แล้วด้วย”   ร่างบางตอบรับคำชวนของเพื่อนสนิท   ประกาศิตส่งตรงมาแบบนั้นหมาน้อยโกคุเดระที่เปลี่ยนเป็นหมาเฝ้าบ้านก็เห็นดีเห็นงามตามนายไปด้วย..  

    “ผมเกือบลืม   มีจดหมายมาด้วยครับ”  เริงร่ากับเจ้านายมานานเกือบลืมของสำคัญของอีกฝ่ายซะนั่น   คนแอบลืมรีบยื่นจดหมายสองฉบับส่งให้

    “ฉบับหนึ่งส่งมาจากลูกน้องเจ้าหน้าบึ้งที่ไม่ยอมเขียนรายงานส่งเอง  อีกฉบับมาจากฮ่องกงครับ”   มือบางรีบยื่นรับจดหมายทั้งสองจากผู้พิทักษ์แห่งวายุ    จดหมายจากเหล่าเมฆาผู้ห่างไกล..   แม้ฉบับหนึ่งจะเป็นคนอื่นเขียนก็เถอะ..

    “งั้นพวกเราไปเคลียร์งานของวันนี้ล่ะ  จะติดต่อพวกวาเรียไปเลี้ยงด้วยกันป่าว?”   หนุ่มนักดาบแย้มยิ้มแต่คนถูกถามหัวเราะแหะๆไม่รู้จะตอบไงดี...    จากพักผ่อนจะกลายเป็นตีกันไหมนั่น..

    “ยังไงแซนซัสก็บอกปัดนั่นล่ะ  แล้วคงโผล่มาแค่คุณสคอลโล่ เบลเฟกอน มามอน แล้วก็คุณลุซซูเรีย”    เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงวันเกิดของเขา   เขาก็เติบโตขึ้นมาแล้ว.. ก็ยังสร้างสัมพันธ์อันดีกับคุณนภาสีดำนั่นไม่ได้ซะที?  จะเหม็นหน้ากันไปถึงไหนนะ  


อย่างน้อยๆมันก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากล่ะนะ


    นัยน์ตาสีมรกตเหลือบเห็นกองเอกสารกองใหญ่บนโต๊ะของร่างบางพลันนึกได้    “พวกผมไม่รบกวนเวลาพักของรุ่นที่สิบแล้วครับ   ถ้ามีงานด่วนอะไรที่จำเป็น ผมจะมาบอกอีกทีนะครับ”     มีงานอีกมาหมายที่ต้องทำ..  เอาไว้สนทนากันในช่วงเวลาอาหารเย็น..

    ยามเมื่อสองหนุ่มออกไปจากห้องทำงานแล้ว  ซาวาดะ สึนะโยชินั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งและมองจดหมายทั้งสองฉบับในมือนั่น     “คุณคุซาคาเบะก็คงเขียนมารายงานเรื่องที่คุณฮิบาริไปฟาดใครอยู่ที่ไหนเหมือนเดิม”   ตั้งแต่หนึ่งปีก่อนที่มีข้อมูลเรื่องของ “กล่อง” รั่วไหลออกมาในกลุ่มมาเฟีย   เมฆาชโลมเลือดเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง...  

    “กลับมาคราวนี้ต้องเริ่มคิดท่าใหม่บ้างรึเปล่านะ..”    มือเล็กหยิบถุงมือไหมพรมซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไรขึ้นมาเมียงมอง    แค่ X.glove ver.VR อย่างเดียว.. คงไม่เพียงพอแล้วกระมัง..  


ต้องขอบคุณลำแข้ง(?)ของพี่เลี้ยงคนใหม่
ที่ทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนได้ฝึกวิชาอรหันต์


ได้สั่งสมประสบการณ์ต่อสู้มากมาย
และเริ่มได้แผลน้อยลง(?)  


    สมองของคนเติบโตแล้วเลิกจินตนาการภาพสนามต่อสู้หันไปสนใจจดหมายจากพันธมิตรห่างไกล ณ เกาะฮ่องกงเสียแทน   แม้จะไม่ได้พบกัน อีกฝ่ายก็หมั่นโทรศัพท์ไม่ก็ส่งจดหมายมาเสมอ..    อย่าถามเลยว่าทำไมไม่ส่งอีเมล์   เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน..  ช่างมันเหอะ..


    “คุณหยุนก็คงสบายดีล่ะนะ”   มือเล็กแกะจดหมายในซองสีขาวออกมาอ่าน   ถ้อยคำเขียนมาเป็นภาษาญี่ปุ่นอ่านง่ายเหมือนทุกครั้ง  แลเห็นแล้วแอบอมยิ้มไม่ได้  


สวัสดีสึนะโยชิ  คงจะสบายดีสินะ?   ช่วงนี้เธอคงมีเรื่องวุ่นวายหลายอย่าง  พยายามเข้าล่ะ


    “รู้ดีแฮะ วุ่นจริงๆนั่นแหละ”   สึนะอ่านไปพลางจัดการนำของอย่างอื่นออกจากซองจดหมายสีขาวนวล  คราวนี้น่าแปลก  จดหมายมันสั้นแต่ของภายในกลับเยอะซะแบบนั้น  

“เห?”   ภายในมีรูปถ่าย จดหมายสั้นๆ  และตั๋วเครื่องบินอีกจำนวนหนึ่ง..


เดือนกันยาจะมีงานเทศกาลที่ฮ่องกง  คาดว่าเธอคงจะว่าง ฉันแนบตั๋วเครื่องบินมาให้แล้ว  มาให้ได้ล่ะ


    “เห????   ยังไม่รู้เลยว่าจะว่างรึเปล่า มัดมือชก...”   สึนะถอนหายใจเฮือกใหญ่  นิสัยชอบมัดมือชกของเจ้าตัวยังคงทำงานได้ดีอย่างที่คาดไว้    ตั๋วเครื่องบินจำนวนเท่ากับพรรคพวกของเขา..   และรูปถ่าย.. รูปถ่ายทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงซึ่งถ่ายจากจุดชมวิววิคตอเรียพีค  


คุณสายหมอกของเธอคงใกล้กลับมาแล้วสินะ ยินดีด้วย
แต่ฉันก็ยืนยัน “คำเดิม”   หวังว่าจะจำได้ดีนะ  แล้วพบกันสึนะโยชิ
Ps. คาดหวังว่าจะมาหลังจากที่ไม่ได้เจอกันสามปีนะ   จาก หยุนเหว่ย


    “คุณหยุนนี่ไม่เปลี่ยนเลยแฮะ”   มือเล็กพับจดหมายใส่ในซองเช่นเดิมก่อนจะหยิบรูปถ่ายขึ้นมาเมียงมองภาพนั้น   ภาพที่แสนคิดถึง..  ภาพ ณ สถานที่แห่งคำสัญญานั้น

    “จะไปอย่างแน่นอนครับ...”    ใบหน้าหวานประดับยิ้มอ่อนโยน...   จะไปเพราะนั่นคือสัญญา...   หากแต่สิ่งแรกที่ต้องทำนั้นคือการติดต่อไปหามิลฟิโอเร่   การจะติดต่อพบเจอกับทางนั้นคงต้องปรึกษากับคนอื่นให้รู้โดยทั่วกัน...    เขาเคยผ่านเรื่องการเคลื่อนไหวเพียงลำพังมาแล้ว.. ครั้งนี้เขาจะไม่พลาดอีก..


มิอาจล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นมิตรหรือศัตรู
ได้เพียงหวังลึกๆในใจว่าจะเป็นมิตร


หากมิพบเจอหน้ากันตรงๆสักครั้งคงมิอาจคาดเดา
คนๆนั้นที่มีนามว่า “กล้วยไม้ขาว”


    “รีบจัดการธุระ  จะได้ไปฮ่องกงกันทุกคน”    ร่างบางหยิบสมุดบันทึกของตนจัดการเขียนหมายกำหนดการณ์ของตัวเองลงไป ทั้งของเดือนหน้า เดือนที่นัดและเดือนต่อๆไป   หากแต่สายตาก็หยุดลง ณ ปฏิทินซึ่งเขาวงกลมด้วยปากกาสีแดงเอาไว้  

    “ก็อีกไม่นานแล้วนี่นะ...”    ไม่กี่เดือน...   วันเกิดของชายคนนั้น.... อาจจะได้.. ไปฉลองกันที่เมืองนามิโมริซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้พบกันเป็นครั้งแรก   แผนการสร้างฐานใต้ดิน ณ บ้านเกิดเมืองนอนนั้นดำเนินไปใกล้เสร็จสิ้น  อีกไม่นานก็จะหวนคืนกลับบ้านเกิดกันเสียที  


บ้านที่แสนเป็นห่วง.. และเหล่าผู้คนที่ห่วงใย


    ว่าแล้วสายตาไปหยุดลง ณ กองเอกสารบนโต๊ะกองใหญ่...   รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก    ร่างบางเมียงมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง..  วันนี้อากาศสดใสเหมาะแก่การออกไปเดินเล่น   บรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยแมกไม้สีเขียวขจีและดอกไม้   


“เจ้ารีบอร์นออกไปข้างนอก จะรออู้ซักนิดก็ไม่เป็นไรมั้ง”     บอสใหญ่แห่งวองโกเล่ตัดสินใจหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ประจำตัวและพาตัวเองเดินออกไปรับลมบริสุทธิ์ภายนอก   พักนิดพักหน่อยนานๆทีไม่โดนเจ้าอดีตอาจารย์โหดตบหัวเอาหรอก


คนเราแม้เติบโตมากขึ้นเพียงใด
ย่อมมีความเหนื่อยล้าติดตัวอยู่ดี


คนที่ได้นามเรียกว่า “นภา” อย่างไรก็คือมนุษย์ธรรมดา
เหนื่อยล้าจากภาระหน้าที่ได้เหมือนกัน



    ซาวาดะ สึนะโยชิเดินตรงไปยังสวนด้านหลังคฤหาสน์    แมกไม้สีเขียวขจีและโต๊ะสีขาวนวลกลางสวน..  สถานที่พักผ่อนหลบผู้คนของเขา..  ไม่ห่างไปนั้นประดับด้วยต้นกุหลาบสีน้ำเงินหลายต้น    สึนะถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดกับเก้าอี้สีขาวพลางพับแขนเสื้อขึ้นตรงไปตรวจดูเจ้าต้นไม้ต้นสำคัญเสียหน่อย


    “แดดแรง ดูเฉาๆแฮะ”    เจ้าตัวหันไปหยิบบัวรดน้ำใกล้ๆรดเหล่ากุหลาบสีแปลกให้ชุ่มชื่น   แม้จะเป็นกุหลาบพันธุ์พิเศษซึ่งให้พวกจางนีนี่สร้างขึ้น.. มันก็มีจุดเหมือนต้นไม้ปกติทั่วไปอยู่ดี

    มือเรียวเล็กแตะกลีบกุหลาบ.. เมื่อย้ายกลับนามิโมริคงต้องย้ายไปปลูกในเรือนกระจกแทนแล้วล่ะมั้งนี่..  ฐานใต้ดินไม่มีสวนสวยๆ.. ทำไงได้ล่ะ..

    “น่าดีใจแฮะ ที่ไม่ทำมันตายตั้งแต่วันแรกที่ปลูก”    นึกย้อนกลับไปในวันแรกซึ่งได้ต้นไม้มา  เจ้าห่วยสึนะก็แผลงฤทธิ์ปลูกต้นไม้เกือบทำให้มันตายเพราะใส่ปุ๋ยมากเกินไป...     หากไม่ได้คู่สัญญาอีกคนมาช่วยดูแลในบางครั้ง  มันคงตายไปแล้วล่ะมั้ง?    

“ช่วงนี้หายไปพักใหญ่ หายไปไหนอีกล่ะ...”  นัยน์ตากลมโตจ้องมองสีของกลีบกุหลาบ.. สีไพลินคล้ายคลึงกับสีผมของเจ้าสายหมอกจอมหลอกลวง...


คำสัญญาของพวกเรานั้น
เป็นจริงน้อยเสียกว่าเรื่องที่รับปาก...

สายหมอกก็ยังคงเป็นสายหมอกเช่นนั้น
สายหมอกที่เขารักยิ่ง


    นานๆครั้งจะปรากฏตัวในความฝัน  นานๆครั้งจะยืมร่างของโคลม โดคุโดมาดูแลดอกไม้   แต่ทุกครั้งที่หายไป.. น้อยครั้งที่จะบอกว่าหายไปไหน   บางครั้งคิดในแง่ดีชายหนุ่มคนนั้นก็คงจะอยู่ในคุกแห่งนั้นรักษาพลังงานไป?    หากคิดในอีกมุมก็อดคิดไม่ได้ว่าแอบไปทำอะไรรึเปล่า?   


    “นายคิดจะรักษาสัญญาอะไรจริงจังซักเรื่องมั้ยเนี่ย”    ปากเรียวบ่นมุบมิบๆไปพลางรดน้ำต้นไม้ไปพลาง  โมโห.. แต่ทำไงได้ล่ะ..   อีกไม่นานก็จะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกคราหนึ่ง...  


และหวนคืนวันเวลาและความทรงจำ
ที่อยู่เคียงข้างกันกลับมาอีกครั้ง


    “บ่นถึงผมอีกแล้วเหรอครับ?”   เสียงทุ้มแว่วมาตามกระแสของสายลม   บอสใหญ่แห่งวองโกเล่วางบัวรดน้ำลงใกล้ๆนั่น  และผินกายเหลือบกลับไปมอง ณ โต๊ะสีขาวนวล..  โต๊ะว่างเปล่าซึ่งตอนนี้กลับมีชุดน้ำชาและร่างสูงเนตรสองสีนั่งไขว่ห้างจิบชาอยู่ตรงนั้น...

    “นายนี่...  จะมาก็ให้สุ้มให้เสียงกันบ้างสิ...”   นี่ถ้าเขาเป็นพวกกลัวผีจะทำไง?  แล้วขนของพวกนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร??   ปลง...

    “คุณน่าจะชินนิสัยผมได้แล้วนะครับ” เนตรสองสีสบมองและส่งรอยยิ้มจริงใจแสนเจ้าเล่ห์ให้    ชินอะไรล่ะ.. เฮ้อ...

    ร่างบางก้าวกลับไปนั่งเก้าอี้สีขาวตรงข้ามกับชายหนุ่ม  เจ้าของเรือนผมสีไพลินยื่นชาให้อย่างรู้งาน  “ช่วงนี้ยังคงกลุ้มใจเรื่องของมาเฟียพวกนั้นอีกเหรอครับ?”    บ่อยครั้งที่มาปลูกต้นไม้ดูแลต้นไม้ด้วยกัน มักจะมานั่งดื่มชาด้วยกันแบบนี้เสมอ    บอกเล่าเรื่องราวในแต่ละวัน ระบายเรื่องกลุ้มใจ และพูดคุย...

    “ก็นะ...”    มือเรียวหยิบจับแก้วชาขึ้นจรดริมฝีปาก   อากัปกิริยาทุกอย่างอยู่ในสายตาของสายหมอก..  เฝ้ามองนภานั้นเติบโตขึ้นเรื่อยๆ...

    “ทุกอย่างก็ต้องผ่านไปด้วยดีเหมือนที่คุณทำมาล่ะครับ   ถ้าคุณไม่เผลอสติแตกทำตัวเป็นเด็กเสียก่อน”    เหมือนจะให้กำลังใจในท่อนแรก  เจอท่อนหลังเจ้าบอสหัวฟูเริ่มเส้นกระตุก..

    “นายยืมร่างโคลมมากัดฉันอย่างเดียวรึไงน่ะ?”  เนตรสีน้ำตาลไหม้เหล่มองตาขวาง    เสียงหัวเราะคึหึหึดังนำมาในทันใด  

    “เปล่าครับ  ก็มาดูหน้าดูสภาพคุณอย่างเคย”   สายลมโบกพัดนำพากลิ่นดอกไม้และใบหญ้าชวนให้ผ่อนคลายใจชุ่มชื้น   ใบหน้าหวานอมยิ้มน้อยๆ..  ความห่วงใยใต้คำพูดที่เข้าใจกันเพียงสองคนเท่านั้น...  

    “ปกติดีอย่างที่เห็นนั่นแหละ”   ได้ยินดังนั้นริมฝีปากคมได้รูปนั้นคลี่ยิ้มตอบกลับรอยยิ้มอ่อนโยนของนภา...   


สายหมอกแลมองนภาจากที่ห่างไกล
ความห่วงใยนั้นส่งผ่านมาใต้คำลวงเสมอ

พื้นที่นี้ของเราสองคนที่ไม่ใช่มาเฟีย
คือพื้นที่ให้พวกเราได้แลกเปลี่ยนความห่วงใย



    “อีกไม่นานคุณก็จะกลับไปอาศัยในนามิโมริแล้วสินะครับ”   เนตรสองสีสบมองและถามไถ่ทุกข์สุข    ใบหน้าหวานผงกน้อยๆพลางจิบชาในมือไปด้วย   นึกเสียดาย...

    “ถ้านายได้กลับไปพร้อมกันก็ดีสินะ”   กลับไปยังสถานที่แรกที่ได้พบกัน...    เปลือกตาบางปรือหลับหวนนึกถึงความหลัง...ความหลังที่พ้นผ่านมานาน..   


    ภาพของวันแรกที่ได้พบกัน  แรกพบเป็นศัตรู...  คราสองคือผู้พิทักษ์...  แม้ยามนั้นจะรู้ว่าชายหนุ่มมาด้วยประสงค์ไม่ดี.. ก็ยังห่วงใยเมื่อได้เห็นอดีต และได้เห็นถูกนำตัวไปต่อหน้า..  ยามได้กลับออกมาใต้ผืนฟ้านี้.. เขาก็เป็นคนส่งผู้พิทักษ์ของตนเองกลับไปอีก..  เวลา.. ที่ล่วงเลยผ่านจนถึงวันนี้..   การรอคอยนั้น.. คงจะอีกไม่นานใช่ไหม?


    “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ   เหมือนคนขาดน้ำตาล”   จะบ้าตาย... จะให้ฉันซึ้งเศร้าซักวินาทีไม่ได้เรอะนายน่ะ..  

    “จริงสิ  วันนี้มีจดหมายจากคุณฮิบาริกับคุณหยุนมาล่ะ”    ร่างบางกลับมายิ้มแย้มและเล่าเรื่องราวอย่างสดใสเบิกบานอีกครั้ง   เป็นนภาที่เปลี่ยนสีไปมาง่ายเสียจริง...


นภาแสนสดใสมีสีขาวและสีฟ้า
สีขาวและฟ้าอันอ่อนโยนบริสุทธิ์สดใส

 นภาแสนรักของผมมีทั้งสีส้มและสีม่วง
สีม่วงทรงอำนาจ สีส้มเข้มแข็งสง่างาม


จากเจ้าหญิงน้อยตัวเล็กๆเห็นแก่กิน
เติบใหญ่เป็นราชินีที่สามารถดูแลตัวเองได้


    “คุณหยุนส่งตั๋วเครื่องบินมาชวนไปฮ่องกงด้วยนะ”   นามอริเก่าถูกเอ่ยขึ้นให้มุคุโร่ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับคุณเมฆาคนนั้น...  

    “ตื้อไม่เลิกจริงๆนะครับ..”   ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกท้าวคางมองจ้องใบหน้าหวานเขม็ง   ดวงตากลมโตหรี่มองอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตัวหึงไม่เลิกแบบนั้น  จนป่านนี้แล้ว...  

    “ถ้าฉันเบื่อนายเมื่อไหร ก็คงไม่ต้องตื้อแล้ว”  ถ้อยคำยียวนจากปากวองโกเล่จิ๋วสร้างบรรยากาศมาคุโดยไม่รู้ตัว   จากเจ้าหญิงอ่อนแอกลายเป็นราชินีหันสู้พ่อมดไปแล้วสินะ...

    “เหรอครับ  งั้นผมจะไม่มาบ่อยๆให้คุณเบื่อเล่นแล้วล่ะครับ”   ร่างสูงหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้สีขาวนั้น   ใบหน้าคมดูไร้อารมณ์สุดๆเลียนแบบผู้พิทักษ์เมฆาไปแล้ว    เจ้าบอสหัวฟูจ้องตามอย่างมึนๆ

    “เอ๋?  นี่นายหึงคุณหยุนเหรอ?”    เนตรสองสีเหล่มองด้วยสายตาเหยียดๆ  บรรยากาศมาคุมากขึ้นทุกขณะ...

    “เปล่าเลยครับ”  ร่างสูงตวัดกายเตรียมเดินออกไปจากพื้นที่สวนนี้   ร่างบางเริ่มใจเสียนึกรู้สึกผิดในคำพูดของตัวเองเสียแบบนั้น   งอน? งอนเหรอนั้นน่ะ???

    “มุคุโร่  นายก็น่าจะรู้ว่าฉันล้อเล่นนี่!”    สึนะจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มเขม็ง   

    “รู้ครับ  แต่ผมคิดว่าอีกไม่นานผมคงได้ออกมา ผมคงไม่ต้องโผล่มาให้คุณเบื่อเล่นแล้วก็ได้มั้งครับ”  ร่างสูงผินกายหันมองและเสียงทุ้มเอ่ยตอบมาอย่างเรียบเฉยสุดๆ   หัวใจปลาน้อยเริ่มตกไปอยู่ที่ปลายหาง..

    “ถ้านายยังแกล้งฉันไม่เลิก  ฉันคงจะเบื่อจริงๆนั่นแหละ”   บอสใหญ่แห่งวองโกเล่กอดอกค้อนหันไปอีกทางหนึ่ง  เชื่อมั่นในใจว่าร้อยล้านเปอร์เซ็นเขากำลังโกนแกล้ง!  แน่นอน!!


แต่ดูเหมือนจะคิดผิด...


    “เข้าใจแล้วครับ งั้นผมขอตัว”   เสียงทุ้มและบรรยากาศเยียบเย็นของสายหมอกนั้นเรียกให้สึนะตวัดใบหน้ามองอย่างรวดเร็ว   เฮ้ย!?  โกรธจริงหรือนั่นน่ะ!!  

    “มะ..มุคุโร่!!  เดี๋ยวก่อนสิ!!”   ยิ่งแลเห็นว่าสายหมอกนั้นเริ่มรวมตัวกันเขายิ่งใจเสีย.. ปกติก็แทบจะไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว!!  

    สองขาเร่งก้าววิ่งเข้าไปหา และ...    “ขอโทษๆ!!!  ฉันไม่ได้ตั้งใจ!!”    กระโดดกอดเข้าชาร์ตปานนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล..


โครม!!!!!


    สองร่างลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นหญ้าเรียบร้อยโรงเรียนมาเฟีย    วงแขนเล็กนั้นกอดรัดกายของผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกไม่ยอมปล่อย   อย่างน้อยก็ยังรู้สึกได้ว่าไม่กลายเป็นร่างโคลมยังเป็นร่างเนื้อผู้ชายอยู่ล่ะนะ!!   ฉันขอโทษ!! ขอโทษ!!  ไม่นึกว่านายจะขี้น้อยใจขนาดนั้น!!


    “ขอโทษ!! ขอโทษนะมุคุโร่ ฉันจะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้ว ขอโทษน๊า!!”   พลันมือใหญ่นั้นจับศีรษะปกคลุมด้วยไหมสีน้ำตาลนั้นดันออกห่างตัวให้รีบๆลุกออกไป  เจ้าปลายิ่งใจเสีย...  โกรธจริงเหรอเนี่ย..  

    “แกล้งคุณนี่สนุกจริงๆนะครับ”  เห??!!!   มุคุโร่แนบริมฝีปากลงข้างแก้มเนียนใส    เลือดแดงฝาดสูบฉีดขึ้นผิวหน้าด้วยความอายและความโกรธ  เร่งตวัดมองใบหน้าของคนซึ่งตนคร่อมทับอยู่ด้วยใบหน้าบูดเบี้ยวหลายอารมณ์

    “นายแกล้งฉันเหรอ!!!”    สึนะเด้งตัวออกห่างจากจอมหลอกลวงในทันใด     โดนหลอกอีกแล้ว!!!!

    “ผมชอบสีหน้าเขินอายของคุณน่ะครับ คึหึหึ”   เจอคำหยอกล้อและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของผู้พิทักษ์พ่วงตำแหน่งคนรักซึ่งไม่ยอมลุกเสียที  เจ้านภาแทบกลายเป็นสีชมพูไปทั้งร่างแล้ว..

    “ทำไมฉันไม่เคยเก็กขรึมเวลาอยู่กับนายได้เลยเนี่ย!!!!”    ร่างบางบิดไปบิดมาสะบัดไปสะบัดมาอยากจะบ้า   สองมืออยากจะทึ้งหัวตัวเองให้เมามันส์  


เผียะ!!!


    “ยังอ่อนหัดนัก สึนะโยชิคุง”  ร่างสูงหยัดกายขึ้นและก้าวมาดีดหน้าผากเนียนเสียเกือบหงายหลังลงไปกลิ้ง  เจ็บนะเฟ้ยเฮ้ย!   ปกติเขาขรึมนะจะบอกให้!!!

    “นายมันเล่นละครเก่งนี่....”     นภาโกรธฟึดฟัดก้าวกลับไปนั่งดื่มชาระบายอารมณ์   การปิกนิกใต้ฟ้าคราม สนามหญ้าสีเขียว และต้นกุหลาบสีน้ำเงิน..  เป็นพื้นที่เฉพาะของคนสองคนซึ่งคนอื่นคงมิได้เห็น..

    “บางครั้งก็ไม่ได้เล่นนะครับ”   โรคุโด มุคุโร่อ้อมมาด้านหลังของเก้าอี้สีขาวพลางจับไหล่บางทั้งสองข้างบีบน้อยๆ  ก็รู้ดีล่ะน่า...

    “ฉันรู้ แต่มันก็อดโมโหไม่ได้ล่ะ” ผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่อย่างปลงๆ...   


เพราะพวกเรามีสองสิ่งเท่านั้นที่ไม่เปลี่ยน
แล้วคงไม่เปลี่ยนตลอดไป


    “ถ้าจัดการเรื่องวุ่นวายช่วงนี้เรียบร้อย  ไปฮ่องกงกัน”   เสียงหวานเปลี่ยนเรื่อง...   ผู้ฟังรับรู้ได้ถึงความกังวลใจน้อยๆภายใต้เสียงอันเข้มแข็งนั่น.. ภาระหน้าที่หนักหนา...

    “มั่นใจเหรอครับ? ว่าผมจะออกมาได้ก่อนเวลานั้น?”   วงแขนกระชับรอบบ่าเล็กนั่นย้ำถามความมั่นใจ...

    “ไม่ได้ ก็ต้องได้อย่างแน่นอน”   เข้มแข็งขึ้นมากนะครับ...   ผืนฟ้าของผม...

    “ไม่ใช่เด็กแล้วสินะครับ สึนะโยชิคุง”    นภานั้นจงเข้มแข็ง...  จงเติบใหญ่..  อย่างที่เขาปรารถนา...  และเมื่อคุณยืนหยัดได้.. พวกเราก็จะได้เคียงข้างกันอีกครั้ง..  เคียงข้างโดยไม่ต้องกังวลอันตรายอะไรอีก..


แม้วันนี้กายเราจะอยู่ห่างไกลกัน
หัวใจนั้นยังคงเชื่อมต่อถึงกันได้เสมอ


แม้สายหมอกนั้นเลือนรางห่างไกล
ก็ยังมีเวลาปรากฏให้เห็นเช่นนั้น


ความคิดคะนึงหาที่มีให้กัน
คือความสัมพันธ์ของเรา ที่เรียกว่า “เคียงข้าง”
 
 
“นี่ มุคุโร่”   ยามได้ยินเสียงเรียกขานนามตน  ผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกคลายวงแขนลงน้อยๆ...  ใบหน้าหวานผินหันไปใกล้ข้างใบหน้าคมของชายหนุ่ม    กระซิบบอกถ้อยคำที่ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น..

    “Ti amo Mia nebbia”   คำบอกรักแสนหวานแผ่วเบา....   


...ฉันรักนาย สายหมอกของฉัน...


ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มบางๆ  มือใหญ่แตะสัมผัสใบหน้าสีชมพูระเรื่อนั้นให้หันรับคำตอบรักแสนหวาน...  “Anche Io Il mio cielo”    จุมพิตแผ่วเบาดั่งสัมผัสของสายหมอก....


....ผมก็เช่นกัน.. ผืนฟ้าของผม...


    “แหะๆๆ”    สึนะหัวเราะแก้เขิน....  แม้จะอายุมากขึ้นเพียงใด   การแสดงความรักสำหรับเขามันก็น่าอายอยู่ดี  จะแสดงให้เห็นเฉพาะกับสายหมอกผู้ยากจับต้องคนนี้เท่านั้น...

    “อายุ 23 แล้ว ยังทำตัวเป็นเด็กนะครับ..”   แม้คำพูดจะถากถาง   อ้อมกอดนั้นกลับโอบกระชับขึ้นซึมสัมผัสความอบอุ่น..   แม้เป็นเพียงร่างมายา...  รอสักวันจะได้กลับคืนสู่ผืนฟ้านี้อีกครั้ง...


คงไม่อาจบอกว่าจะสิ้นสุดตรงไหน
คงไม่อาจบอกว่าเนิ่นนานเพียงใด



รู้เพียงแค่การรอคอยเพื่อกันและกันนั้น
ต่างผลักดันอีกฝ่ายให้เติบโต เห็นคุณค่ารัก



ประเดี๋ยวก่อน....



    “เมื่อกี้ นายยังบอกว่าฉันไม่ใช่เด็กแล้วไม่ใช่เรอะ!?”    สึนะลุกขึ้นจากเก้าอี้เริ่มโวยวายใส่เจ้าสายหมอกจอมกลับกรอกรับมือยาก  

    “คึหึหึ   นั่นสินะครับ ผมคงพูดกระมัง”    ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอกจ้องหน้าหวานอย่างเจ้าเล่ห์ไม่ยอมรับความผิด   ให้ตายเถอะ!!!

    “นายพูดชัดๆ!!!  อย่ามาเล่นลิ้นน่า!!”   มือเล็กยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย  เนตรสองสีกลับหรี่ปรือจ้องมองเหยียดๆไม่ยอมรับ

    “ไม่ได้พูดครับ”   กรอดดดด!!!!  เจ้าสายหมอกบ้า!!!!!

    สองมือเล็กกำแน่นเลือดขึ้นหน้าด้วยความโมโห  “ถ้าฉันเป็นเด็ก  นายก็เป็นผู้ใหญ่จอมหลอกนั่นแหละ!!  พ่อมด!!  ปีศาจ!!”   เริ่มเปิดฉากตอบโต้ใส่กัน...

    “คนที่มาหลงรักปีศาจหรือพ่อมด ก็คือพวกนอกรีตล่ะครับ”  ใบหน้าหวานบูดเบี้ยวด้วยความโกรธ   นายว่าฉันเรอะ!!!!!!



แม้จะทะเลาะกัน แม้จะเถียงกันมากเพียงใด
พวกเรายิ่งใกล้กันมากขึ้น

แม้ครั้งหนึ่งจะไม่เคยเข้ากันได้เพียงใด
พวกเรานั้นปรับตัวเข้าหากัน


แม้ก้าวเดินเคยก้าวคนละจังหวะ
พวกเราลดระยะห่างเข้ากันมากขึ้น




ความรักของสายหมอกและนภา
ไม่ว่าห่างไกลแค่ไหน  คือผืนฟ้าเดียวกัน
.
.
.



    สองร่างเปิดฉากเถียงกันคล้ายภาพซ้อนของวันนั้นในสวนสาธารณะบนเกาะฮ่องกง   ภาพสีหน้าอันสดใสและเป็นธรรมชาติของทั้งคู่...  แม้คล้ายคลึง หากแต่มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป..  จากครั้งหนึ่งเป็นเพียงความรู้สึกดีๆเป็นความรู้สึกรัก..  และจากรัก.. คือการฝ่าฟันอุปสรรค...    รอคอยวันนั้น...  วันที่จะได้กลับมาอยู่ใต้ฟ้าทะเลาะกันได้ทุกเวลาอีกคราหนึ่ง...    เฝ้ารอวันนั้นกลับมาอีกครั้ง...


    



Mist and Sky
Unending Love

.
.
.







Love Like Noodle!?
“End”



    




---------------------------------------------------------------------------------------------------------

Free Talk :  ขอบคุณที่ติดตามกันมานานเกือบเดือนนะคะ   แบบว่าจบเร็วมากจนใจหายจริงๆ   แอบคิดถึงมุนะเนี่ย  นานๆจะเขียนมุแบบเต็มๆซักครั้ง  เป็นคู่ที่ชอบมากๆเลยคู่หนึ่ง  (แล้วก็เป็น  127 1827 แล้วก็ S27ฮา)  

จบแล้ว จบแบบเหมือนจะมีภาคต่อ  จริงๆแล้วแอบร่างภาคต่อไว้เหมือนกัน แต่มันออกแนว  6927(100)  และค่อนไปทางดราม่าและเศร้าแหงๆ   ตามเนื้อเรื่องพาร์ตอนาคต   คุยกันเล่นๆกับสมาคมแม่บ้านซาร่าเอาไว้ว่า เรื่องนี้ถ้าต่อจริงๆ จะมี 3 Part  อันแรกก็คืออันนี้ที่จบไป  อันที่สองก็ 6927(100)  และพาร์ตสาม 18tylx27อดีต ฮา   แต่มันก็แล้วความขยันกับงานหลวง = =” อยากเขียนทุกอันเลยนะนี่   

ทำไมเป็นเก้าปี  เพราะว่าภาคอนาคตนั้นเป็นเก้าปี 10 เดือน   เรื่องราวนี้จึงเป็น 9 ปี ฮา   และช่วงเดือนที่เหลือจากนี้ ก็จะยาวไปจนเชื่อมกับภาคอนาคต =w=”  อย่าถามเลยว่าทำไมชอบแต่งแบบนี้...    เราแอบนิยมรักคุดอยู่น้อยๆ   แต่ในความรู้สึกคือ รักนิรันดร์นั้น =w=a  คำว่านิรันดร์สำหรับมาเฟียแล้ว มันก็ออกจะยากเนอะ...

ขอบคุณที่ติดตาม Love Like Noodle!? มานานนะคะ  ไม่พอใจอะไรติติงได้ =w=” คนเขียนไม่กัด เพราะก็คิดว่าต้องมี ฮา   แล้วพบกันใหม่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งค่ะ!!!

4.9.08 Ayafee
 
 
สครีมทิ้งท้ายอีกครั้ง กับของขวัญปิดวันเกิดตอนห้าทุ่ม 55 นาที จากเบบี้เพื่อนรักที่ทำให้เรางอนมาเกือบวัน = ="   อายะขึ้นสวรรค์ไปแล้วค่า!!!!!     เบียขาาาาา ได้อยู่เคียงข้างเบียรับวันเกิดเค้าดีจาย TT[]TT!!! 
 
 
ps.  สาวผมสีม่วงตาสีม่วงเป็นมาสคอตของเราเองเน้อ
ps2.  ของขวัญทั้งหมดมี 69 กับ เบีย พอๆกันเลย  โครงการ 6927(100) ไฟเริ่มลุกพรึ่บๆๆๆๆๆ   
 
 
ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพร ทุกของขวัญนะคะ!!!

edit @ 4 Sep 2008 02:02:09 by [AyaFee]หมีน้อยกระซวกส้ายยย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้ -- ตามมาจากบอร์ดค่ะ cry
สนุกมากกกก ตอนท้ายหวานดีแท้

HBD แล้วก็ -- รอรวมเล่มนะคะ big smile

#1 By * a o M * on 2008-09-04 02:01

วู๊ววววววววว จบแล้ว~!!*เต้นรอบบล็อค*
และแล้วก็ไม่Bad END ซินะ....เย่~

ฉากตอนจบหวานเสียนี่กระไร~

มุคุโร่ก็ยังขี้แกล้งเหมือนเดิม ส่วนสึนะก็ยังง่าวให้เค้าแกล้งได้เหมือนเดิม..

แอบเห็นชื่อ100ในเรื่อง...หึหึหึ

#2 By Koki on 2008-09-04 10:54

ถึงจะไม่ได้เห็นตอนมุออกมา ก็เป้นการจบที่สวยงามมากๆเลยค่ะ ^^. น่ารักจริงๆเลยคู่นี้ เราก็ต้อง assume ว่าหลังจากนี้มันต้องดีแน่ๆ ใช่มั้ยคะ?
กลับมาอยู่เคียงกันตลอดไป

แต่ติดอยู่อย่างนะพี่คะ
ท่านี้เกิดขึ้นหลังภาคอนาคต
พวกซือคุงก็น่าจะรู้จักและระแวดระวังเบียแล้วสิคะ
แบบว่ารู้ว่าไปเจอเบียแล้วต้องโดนยิงแน่นอนwink อ๊าคคคค
แต่ท่าเขียนแบบtyl ไมมีตอนพวกซือคุงที่ไปอนาคต...
6927100 กะ 18tyl27 มันต้องเศร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ และเศร้ามากแน่ๆเลยอ่า
อ๊าคคคคคค ทำใจลำบากอ่า 18tyl27 อ่านมาหลายแล้ว... ทุกอันมันไปอะไรที่ เศร้า agony hurt และ โชตะคอนสุดๆเลยอ่ะค่า~!!!
LLN นี้ยังดีที่จบ happy ><
ถึงยังไงก็จะติดตามผลงานต่อนะคะ ^^
HBDด้วยคนนะค่ะXD!!
ฟิก6927อันนี้สุดยอดดดดดดดดดดดดด!!
อ่านเเล้ว หึๆๆ69ขี้เเกล้งกับ27จอมซื่อน่ารักไม่มีเหลือ!!
จะติดตามฟิกเรื่องอื่นๆต่อไปนะค๊า~!
เย้!จบแล้วววววว
ดูท่าว่าจะต่อด้วยยยย โอ้เยสสสส
สู้ๆ! ติดตามสุดหูรูดดดด

#5 By polarbear on 2008-09-04 19:54

จบแล้ว~ ยินดีด้วย~

#6 By [Hi-bird] Mode : InTheYaoiLanD!! on 2008-09-04 19:55

พี่บาคเข้าใจทำ 5555+
แม่ฟีไปซะแล้วwink

#7 By Zephyr on 2008-09-04 20:17

กร๊ากกกกก ในที่สุดพี่อายะก็ได้อยู่ข้างๆเบีย ได้เจอเบียจนได้ (หลังจากถูกสมาคมเบียสั่งห้ามมาหลายวัน) HBD. อีกทีนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆ ยินดีด้วยที่เขียนจบแล้ว รอรวมเล่มอีกที กรั่กๆๆ =[]=

#8 By Sarren on 2008-09-04 20:46

รักนิรันดร์ของมาเฟีย แม้จะเป็นไปได้ยากแต่ก็มีความหมายนะครับ confused smile

รู้สึกจะยังไม่ได้ HBD เลย = = สุขสันต์วันเกิดนะครับอายะซัง ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะคร้าบบบบบบ