[S.Fic Request XS] Red Ruby Blue Sapphire แด่ส้มคุง
posted on 27 Sep 2008 00:39 by ayafee in Fiction
Title : Red Ruby Blue Sapphire
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Ayafee
Genre : Romance , Drama
Pairing : XS
Summary : สีแดงกับสีฟ้า...
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
เสียงของหยาดฝนจากฟากฟ้ากระทบพื้นเม็ดแล้วเม็ดเล่า.. ชโลมล้างพื้นเปรอะเปื้อนเลือดและกลบกลิ่นคาวด้วยกลิ่นของใบไม้ชื้นน้ำ... หนึ่งร่างโปร่งเรือนผมสีเงินในชุดเครื่องแบบสีดำทมิฬปกปิดรอยเลือด... ยืนเมียงมองเหยื่อซึ่งตนเป็นคนลงมือฆ่าด้วยตนเอง คมดาบยาวติดมือกลนั้นสะบัดหยดเลือดทิ้งและชะล้างมันด้วยหยาดฝน... ก็แค่หน้าที่... หน้าที่ที่ได้รับมาเพื่อกอบกู้ความภักดีที่เสียไปจากการก่อกบฏ... หน้าที่เพื่อรักษาจุดยืนและที่อยู่ของคนผู้นั้นเอาไว้....
“จากวันนั้นถึงวันนี้ ความโกรธและแค้นของแกลดลงบ้างรึยังนะ..แซนซัส..” หวนคิดถึงผู้เป็นนายซึ่งเอาแต่นั่งดื่มเหล้าในห้องทำงานมืดทึมไม่ยอมไปไหนนั้น... ช่างแตกต่างจากก่อนหน้าศึกชิงแหวนโดยสิ้นเชิง...
“เก็บกวาดเรียบร้อยเสียที” ร่างโปร่งตวัดกายเดินหันหลังให้เหล่าซากศพเรียงรายบนพื้นนั้น... เป็นเพียงศพแล้วศพเล่า... ที่สร้างทับถม... ทับถมกันเป็นพื้นให้ที่อยู่ของพวกวาเรียยังคงอยู่...
ความภักดีนั้นคงอยู่ไม่เคยจางหาย... เป็นสายฝนเลือด... เป็นสัตว์ร้ายฆ่าฟันศัตรูผู้ขวางเส้นทาง... แม้ท้องฟ้านั้นจะมืดมิดเพียงใด... ฉลามตัวนั้นยังคงเลือกที่จะอยู่ในทะเลสีเลือดล่าเหยื่อเพิ่มสายธารใต้ผืนนภาค่ำคืน...
สเพลฮี สคอลโล่ ก้าวเดินกลับเข้าไปยังปราสาทมืดครึ้มซึ่งตนจากมากว่าหนึ่งเดือน.. สภาพยังคงเงียบสงบไม่ต่างจากเดิม.. จึงไม่จำเป็นต้องคาดเดาว่าผู้คนภายในเป็นเช่นไร.. ต่างคนต่างก็ไปทำงาน.. มีเพียงคนเป็นบอสเท่านั้นที่คงอยู่ภายในนั้น.. ดั่งนักโทษที่ถูกขังเอาไว้..
ยามเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานนั้นก็จะเห็นภาพแบบเดิม... เห็นภาพของผู้เป็นนายนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานนั้น.. ในมือถือแก้วบรรจุของมึนเมาอย่างที่เคยเป็น เนตรสีชาดนั้นค่อยๆตะหวัดมองคนตรงหน้า คนผู้เป็นมือเท้า.. บางอย่างที่สะท้อนภาพอดีต...
“ยืนจ้องอะไรไอ้ฉลามสวะ” เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางจ้องมองอย่างโกรธา ร่างโปร่งถอนหายใจน้อยๆ ... ด้วยสายตาและใบหน้าที่สะท้อนภาพอดีต.. มันช่างน่าเบื่อหน่าย...
“ไม่อยู่เป็นเดือน สภาพนายก็เหมือนเดิมเลยนะบอส” เอ่ยอย่างระอา.. ห้องที่ปิดม่านไร้แสงสว่างสาดส่องผ่าน.. แลเห็นเพียงแสงสลัวๆจากม่านหนา.. เป็นนภา.. เป็นได้แค่นภาสีดำ..
“แกมีสิทธิ์สั่งสอนฉันรึไง เป็นแค่สวะแท้ๆ” ริมฝีปากนั้นเหยียดยิ้มเย็นชา... ไม่ว่าใครก็น่าขัดตาทั้งนั้น.. ยังคงติดตามกันอยู่ได้...
ติดตามนภานอกคอก
ติดตามหินสีแดงนอกคอก
เนตรสีน้ำทะเลจ้องมองสภาพของผู้ที่ตนฝากชีวิตเอาไว้อย่างไม่หวั่นเกรง.. เพราะตัดสินใจตั้งแต่วันนั้นแล้ว.. “ต่อให้แกเป็นนภาไม่ได้ ฉันก็จะติดตามแกไปอยู่ดี” ดั่งเส้นผมที่ยาวยวงนี้... ไม่มีวันตัด.. เพราะคือความจงรักภักดีที่ฉันมีต่อนาย
“ไร้สาระ ไร้ประโยชน์ ฉันไม่ได้ต้องการให้พวกสวะอย่างแกอยู่” ร่างสูงหยัดกายขึ้นขวางแก้วในมือตรงเข้าใส่ผนังข้างใบหน้าของนักฆ่าในชุดสีดำ.. เศษแก้วแหลกละเอียดกระจัดกระจาย.. ปาดผิวหน้าข้างแก้มน้อยๆให้แลเห็นหยาดโลหิตปริ่มไหล ... แกก็คือภาพสะท้อนอดีต... ที่แสนน่ารังเกียจ
เป็นภาพสะท้อนของอดีตที่ตนเคยทะเยอทะยาน
เป็นภาพสะท้อนอดีตที่ถูกแซฟไฟร์ตอกย้ำ...
“ฉันไม่ได้ต้องการพวกแกแม้แต่คนเดียว” ประกาศกร้าวด้วยความชิงชังจากเบื้องลึกภายในหัวใจ.. จงเป็นแค่มือเท้าให้ใช้แล้วทิ้ง... เมื่อไร้ประโยชน์จงหายไป.... อย่าได้คิดลุกขึ้นมาสั่งสอนและฟื้นอดีตที่น่าเกลียดของตัวฉัน.. มันไร้ประโยชน์
สคอลโล่ยกมือขึ้นปาดเลือดปริ่มบาดแผลบนใบหน้าตน ชินชาเสียแล้วกับอารมณ์แปรปรวนของอีกฝ่ายนั้น เพราะชินชาแล้วจึงยังคงยืนอยู่ตรงนี้ได้ “ฉันหลงใหลในความโกรธของแก..จนตอนนี้ก็ยังไม่แปรเปลี่ยน” มือสวมถุงมือดำนั้นหยิบเศษแก้วขึ้นชิ้นหนึ่ง และก้าวตรงไปตรงหน้าผู้เป็นเจ้าชีวิต
“เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะติดตามแก จึงยังอยู่ที่นี่” แม้ตายก็จะกลับมาที่นี่... ไม่ว่าผ่านศึกใดก็จะกลับมาที่นี่...
จะเป็นความภักดี หรือมากกว่านั้น.. มิอาจคิด...
รู้เพียงแค่แม้ตายจะตามไป....
มือนั้นยื่นเศษแก้วส่งให้ชายตรงหน้า.. เนตรสีเพลิงมองการกระทำของคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจความหมาย “ฉันไม่ถนัดพูดอะไรที่มันสวยงามเหมือนเจ้าพวกนั้น...” เหมือนพวกพ้องของนภาสีขาว... แต่ความภักดีและมั่นคงในเส้นทางนั้นไม่ต่างกัน...
“แต่ฉันจะตามแก แกจะไล่ฉันก็ไม่ไป” แซนซัสคว้าเอาเศษแก้วในมือสวมถุงมือนั้นตวัดเข้าใส่ต้นคอของคนตรงหน้า เรียกหยาดโลหิตปริ่มไหล... เนตรสีเพลิงจ้องมองปฏิกิริยาที่สะดุ้งน้อยๆแต่ก็ยังคงสงบของอีกฝ่ายพลางเหยียดยิ้ม..
ใบหน้าประดับบาดแผลนั้นช่างเย็นชาและจ้องมองตรงมายังนัยน์ตาสีน้ำทะเลนั้น “มิน่า.. โดนฉลามคาบไปแล้วก็ยังไม่ยอมไป” น่าขำชะมัด... พวกแกทุกคนมันช่างน่าขำ...
“นักดาบพูดคำไหนคำนั้น.. ไม่เคยทรยศคนเป็นนาย” ร่างโปร่งยืนนิ่งไม่ขยับไหว.. โลหิตจะไหลหยดลงจากแรงมือที่จับกระจกกดลงมากขึ้น... หยาดเลือดทุกหยดของฉัน.. เป็นของนาย...
หากนายเป็นทับทิมสีแดงแล้วนั้น....
หยาดโลหิตนั้นก็เป็นสีชาด..สีแดงไม่ต่างกัน...
“เหอะ แกพูดเองเออเองนี่หว่า” เจ้าของเนตรสีเพลิงโยนเศษกระจกในมือทิ้งไป ขัดหูขัดตา... แต่ความปิติยินดีน้อยๆที่ก่อเกิดภายในนั้น.. มันคืออะไร.. ความรู้สึกที่เหมือนกับวันนั้นย้อนคืนมา... วันนั้นริมทะเลสาบที่มีสวะตัวหนึ่งเอ่ยคำสาบาน...
“ฉันจะไม่ตัดผมจนกว่าแกจะได้เป็นรุ่นที่สิบ” คำสาบานพูดเองเออเองของมันนั้น... ไม่ได้คิดจะจดจำ... แต่กลับจำได้..
“แล้วซักวันแกจะต้องดีใจที่มีฉันเป็นพวก” ไม่เคยคิดดีใจเลยซักนิด... ก็แค่สวะ... เป็นสวะโง่เง่า... ที่มีสีเงินเด่นท่ามกลางความมืด
มือใหญ่ขยุ้มเรือนผมด้านหลังของร่างโปร่งเรือนผมสีเงินซึ่งจ้องมองตรงมายังตนไม่ไหวติง เป็นแค่สวะแท้ๆ กลับมีหน้ามาสั่งสอนเขา... “เป็นแค่สวะ ฉลามสวะที่มีหน้าที่แค่ฟังคำสั่ง ยังคิดมาสั่งสอนฉัน” ออกแรงดึงให้ใบหน้านั้นเลื่อนเข้ามาใกล้ตน..
“ไม่ต้องมาเห็นใจฉัน” เห็นใจทับทิม.. ที่ไม่มีทางเป็นแซฟไฟร์... สีแดงที่ไม่ใช่สีฟ้า เป็นนภาที่ไม่ใช่นภา...
“ไม่ได้เห็นใจว้อย!! แกนี่พูดไม่รู้เรื่องรึไง!!” สคอลโล่ตะคอกใส่อย่างเหลืออด ย้ำแล้วย้ำอีก... ก็ยังไม่เข้าใจอีกรึไง... เขาไม่ใช่คนอ้อมค้อม.. เป็นคนตรง.. ยังไม่เข้าใจรึไง..
“หึ.. หุบปากได้แล้ว ไอ้สวะสคอลโล่” ริมฝีปากหนาทาบทับปิดกักเสียงโวยวายของคนชอบสร้างเสียงโวยวายเรียกให้เนตรสีน้ำทะเลนั้นเบิกกว้าง... หากแกเลือกฝั่งที่เป็นสีนอกคอก... ก็จงตามไปให้ถึงสุดขอบนรกเถอะ..
จะขังแกเอาไว้ใต้ท้องทะเลสีเลือดแห่งนี้...
ว่ายไปที่ไหนตามใจตนไม่ได้อีก...
ฉลามนักฆ่าอึ้งและตกใจในการกระทำของผู้เป็นบอสแห่งวาเรีย... จะเรียกว่าการแสดงความภักดีก็คงไม่ได้... แกคิดอะไรของแก... บ้าชะมัด... แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองด้วย.. ร่างโปร่งสะบัดใบหน้าหนีไม่ให้เห็นสีแดงเรื่อบนใบหน้าของตนนั้น..
“ทำบ้าอะไรของแกกันแซนซัส...” พูดพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ในความคิดของคู่สนทนา... แม้ไม่เข้าใจ... ก็ปล่อยไป... แค่มันฟังเขาเสียทีก็พอแล้ว..
“ไปเอาเหล้ามาใหม่ซะ ไอ้ฉลามหัวเน่า” ขายาวฟาดเข้าใส่ร่างโปร่งเป็นคำสั่ง.. ท่าทางที่ไม่ได้เห็นเป็นเวลาเนิ่นนานมาแล้วนั้น... แม้ใบหน้าจะยังคงเย็นชา คิ้วขมวด.. บางอย่างต่างไป... สีแดงที่เขาจะติดตาม..
“อยู่ในห้องมืดๆ เหม็นอับจะตายชัก!!!” สคอลโล่ตรงไปเปิดม่านหน้าต่างให้แสงสาดว่องเข้ามาในห้องทำงานหมองหม่นนั้น..
“แกนี่มันน่ารำคาญจริง....” ร่างสูงใบหน้าประดับแผลนั้นเดินไปกระชากเรือนผมยาวให้เลิกยุ่งวุ่นวายกับเขาเสียที... หากแต่..ยามเมื่อมองออกไป... ด้านนอกหน้าต่างนั้นแลเห็น... เจ้าพวกสวะที่เป็นแค่มือเท้านั้น... กลับมาจากทำภารกิจ.. ทั้งเบล เลวี่ มาม่อน ลุซซูเรีย...
“บอสเปิดหน้าต่างได้แล้ว!!! ชิชิชิ!!” เจ้าชายนักฆ่าเมียงมองขึ้นมาเมื่อเห็นบางอย่างแปลกไป คนอื่นมองขึ้นไปยังหน้าต่างนั่นพร้อมๆกัน... ปราสาทนี้เป็นเพียงปราสาทนักฆ่า... มีเพียงพวกหมากใช้แล้วทิ้ง... แต่พวกมันก็ยังอยู่.. ทั้งๆที่คิดว่าจะทิ้งมันไปให้หมดตั้งแต่ศึกชิงแหวน...
“ภารกิจเสร็จสิ้นครับบอส!” เลวี่ตะโกนขึ้นมาจากตรงนั้น... พวกมันมีแต่พวกสวะไร้ค่า... แล้วทำไมเขาต้องเหยียดยิ้มเมื่อเห็นพวกมัน...
“ฉันสั่งแกให้ไปเอาเหล้าไม่ใช่รึไง ไอ้สวะ” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งร่างโปร่งผมเงินที่ไม่ยอมเดินไปเสียที ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่... แต่... บางอย่างได้ฟื้นคืนกลับมาในปราสาทแห่งนี้อีกครั้ง....
“เออ!!” สเพลฮี สคอลโล่ตวัดกายก้าวออกนอกห้องทำงานที่เคยหมองหม่น... แม้นายจะไม่ใช่ฟ้าคราม.. เป็นเพียงนภาสีดำ... ก็คือนภาที่ยิ่งใหญ่... ทรงอำนาจให้ผู้คนได้ติดตาม..
แม้นสีแดงจะเป็นสีนอกคอกในหมู่มวลหินสีน้ำเงิน
หากแต่มันสูงค่าในสายตาของบางอย่าง...
สัตว์ร้ายเลือกที่จะอยู่ใต้ฟ้ามืดไปตลอดกาล... ผืนฟ้าดำเลือกยอมรับเส้นทางสีแตกแปลกแยกของตนนั้น... ภายใต้และภายในปราสาทหมองหม่นนี้.. คือผู้คน... ผู้ศรัทธาในสีแดงและสีดำ.... คือตัวฉัน.. ที่จะเป็นดาบให้กับราชาสีแดงนั้น... เพราะนายคือเจ้าชีวิตของฉัน...
แม้นเป็นทับทิม มิใช่แซฟไฟร์
แต่เป็นผืนฟ้าเบื้องบนทะเลสีชาดที่สัตว์ร้ายอาศัย
--------------------------------------------------------------------------------------
Free Talk : อนึ่ง... เราไม่ถนัด XS อย่างแรงกล้า OTL ไม่ค่อยได้เก็บข้อมูลฝั่งวาเรียมากซักเท่าไหร อาจจะขัดๆขออภัยค่ะ =A=” แต่เป็นรีเควสที่ส้มขอมานานแล้ว (เรอะ... เจ้าตัวว่างั้น) เร่งแซงคิว S27 มาก่อน = =” เขียนแล้วนะส้มเอ๊ยยย!!! ถ้ามันฉ่อย เค้าขอโทษ!!! เค้าจะไปฝึกวิชา XS มาอีก!!!
ทับทิมกับแซฟไฟต์ ตอนแรกเราตันสนิท มืดแปดด้าน ส้มก็บอกให้เขียน ก็รีบมองไปรอบตัว.. มองเห็นโมโมกุมิก็.. เออนั่นแหละฟะ =[]=!! ไอ้นี่แหละ.. เอามาใช้เลย.. กร๊ากกกกก ทับทิมกับแซฟไฟต์เกิดมาจากหินชนิดเดียวกันค่ะ แต่ที่เป็นสีแดงจะเรียกว่าทับทิม แต่สีอื่นๆจะเรียกว่าแซฟไฟต์ แต่เราเลือกมาเฉพาะสีน้ำเงินละกันนะ
เป็นครั้งแรกที่เขียน XS ไม่ร้าวฉาน พระเจ้าจ๊อตโต้!!! ฉันทำได้แล้ว!!!!
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Ayafee
Genre : Romance , Drama
Pairing : XS
Summary : สีแดงกับสีฟ้า...
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทับทิมมีสีแดงดั่งสีเลือด... แซฟไฟร์มีสีน้ำเงินดั่งผืนฟ้า....
ทั้งสองมาจากก้อนหินชนิดเดียวกัน... หากแต่ทำไมแปลกแยก...
.
.
ทำไมนายจึงแปลกแยกเป็นสีดำ... ทำไมจึงแปลกแยกเป็นสีแดง
เพราะนายเป็นสีแดง... จึงมิอาจเป็นแซฟไฟร์... เป็นผืนนภา..
.
.
.
มีคนภักดีเพียงใด... สำหรับนายมันคงไม่เพียงพอ
.
.
ทั้งสองมาจากก้อนหินชนิดเดียวกัน... หากแต่ทำไมแปลกแยก...
.
.
ทำไมนายจึงแปลกแยกเป็นสีดำ... ทำไมจึงแปลกแยกเป็นสีแดง
เพราะนายเป็นสีแดง... จึงมิอาจเป็นแซฟไฟร์... เป็นผืนนภา..
.
.
.
มีคนภักดีเพียงใด... สำหรับนายมันคงไม่เพียงพอ
.
.
เสียงของหยาดฝนจากฟากฟ้ากระทบพื้นเม็ดแล้วเม็ดเล่า.. ชโลมล้างพื้นเปรอะเปื้อนเลือดและกลบกลิ่นคาวด้วยกลิ่นของใบไม้ชื้นน้ำ... หนึ่งร่างโปร่งเรือนผมสีเงินในชุดเครื่องแบบสีดำทมิฬปกปิดรอยเลือด... ยืนเมียงมองเหยื่อซึ่งตนเป็นคนลงมือฆ่าด้วยตนเอง คมดาบยาวติดมือกลนั้นสะบัดหยดเลือดทิ้งและชะล้างมันด้วยหยาดฝน... ก็แค่หน้าที่... หน้าที่ที่ได้รับมาเพื่อกอบกู้ความภักดีที่เสียไปจากการก่อกบฏ... หน้าที่เพื่อรักษาจุดยืนและที่อยู่ของคนผู้นั้นเอาไว้....
“จากวันนั้นถึงวันนี้ ความโกรธและแค้นของแกลดลงบ้างรึยังนะ..แซนซัส..” หวนคิดถึงผู้เป็นนายซึ่งเอาแต่นั่งดื่มเหล้าในห้องทำงานมืดทึมไม่ยอมไปไหนนั้น... ช่างแตกต่างจากก่อนหน้าศึกชิงแหวนโดยสิ้นเชิง...
“เก็บกวาดเรียบร้อยเสียที” ร่างโปร่งตวัดกายเดินหันหลังให้เหล่าซากศพเรียงรายบนพื้นนั้น... เป็นเพียงศพแล้วศพเล่า... ที่สร้างทับถม... ทับถมกันเป็นพื้นให้ที่อยู่ของพวกวาเรียยังคงอยู่...
“ฉันหลงใหลในความโกรธของนาย”
จนถึงบัดนี้มันไม่ได้แปรเปลี่ยน...
.
.
แม้ทับทิม..จะไม่ใช่แซฟไฟร์
.
.
จนถึงบัดนี้มันไม่ได้แปรเปลี่ยน...
.
.
แม้ทับทิม..จะไม่ใช่แซฟไฟร์
.
.
ความภักดีนั้นคงอยู่ไม่เคยจางหาย... เป็นสายฝนเลือด... เป็นสัตว์ร้ายฆ่าฟันศัตรูผู้ขวางเส้นทาง... แม้ท้องฟ้านั้นจะมืดมิดเพียงใด... ฉลามตัวนั้นยังคงเลือกที่จะอยู่ในทะเลสีเลือดล่าเหยื่อเพิ่มสายธารใต้ผืนนภาค่ำคืน...
มั่นคงในเส้นทางของตนเอง..ไม่แปรเปลี่ยน..
สเพลฮี สคอลโล่ ก้าวเดินกลับเข้าไปยังปราสาทมืดครึ้มซึ่งตนจากมากว่าหนึ่งเดือน.. สภาพยังคงเงียบสงบไม่ต่างจากเดิม.. จึงไม่จำเป็นต้องคาดเดาว่าผู้คนภายในเป็นเช่นไร.. ต่างคนต่างก็ไปทำงาน.. มีเพียงคนเป็นบอสเท่านั้นที่คงอยู่ภายในนั้น.. ดั่งนักโทษที่ถูกขังเอาไว้..
การก่อกบฏของสีแดง... ถูกตัดสินโดยสีน้ำเงิน...
สีแดงนั้น.. ได้แต่อยู่เบื้องหลัง..เป็นเงา..เป็นสีดำ... อยู่อีกด้านของนภาสีขาวนวล
.
.
เพียงเพราะเลือดสีแดงนั้น... เป็นทับทิม.. ไม่ใช่แซฟไฟร์
.
.
สีแดงนั้น.. ได้แต่อยู่เบื้องหลัง..เป็นเงา..เป็นสีดำ... อยู่อีกด้านของนภาสีขาวนวล
.
.
เพียงเพราะเลือดสีแดงนั้น... เป็นทับทิม.. ไม่ใช่แซฟไฟร์
.
.
ยามเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานนั้นก็จะเห็นภาพแบบเดิม... เห็นภาพของผู้เป็นนายนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานนั้น.. ในมือถือแก้วบรรจุของมึนเมาอย่างที่เคยเป็น เนตรสีชาดนั้นค่อยๆตะหวัดมองคนตรงหน้า คนผู้เป็นมือเท้า.. บางอย่างที่สะท้อนภาพอดีต...
“ยืนจ้องอะไรไอ้ฉลามสวะ” เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางจ้องมองอย่างโกรธา ร่างโปร่งถอนหายใจน้อยๆ ... ด้วยสายตาและใบหน้าที่สะท้อนภาพอดีต.. มันช่างน่าเบื่อหน่าย...
“ไม่อยู่เป็นเดือน สภาพนายก็เหมือนเดิมเลยนะบอส” เอ่ยอย่างระอา.. ห้องที่ปิดม่านไร้แสงสว่างสาดส่องผ่าน.. แลเห็นเพียงแสงสลัวๆจากม่านหนา.. เป็นนภา.. เป็นได้แค่นภาสีดำ..
“แกมีสิทธิ์สั่งสอนฉันรึไง เป็นแค่สวะแท้ๆ” ริมฝีปากนั้นเหยียดยิ้มเย็นชา... ไม่ว่าใครก็น่าขัดตาทั้งนั้น.. ยังคงติดตามกันอยู่ได้...
ติดตามนภานอกคอก
ติดตามหินสีแดงนอกคอก
โดยเฉพาะเจ้าคนที่มีสีตาเหมือนสีน้ำทะเลนี่...
เป็นภาพย้ำถึงความปรารถนาที่ไม่เป็นจริง
เป็นภาพย้ำถึงความปรารถนาที่ไม่เป็นจริง
เนตรสีน้ำทะเลจ้องมองสภาพของผู้ที่ตนฝากชีวิตเอาไว้อย่างไม่หวั่นเกรง.. เพราะตัดสินใจตั้งแต่วันนั้นแล้ว.. “ต่อให้แกเป็นนภาไม่ได้ ฉันก็จะติดตามแกไปอยู่ดี” ดั่งเส้นผมที่ยาวยวงนี้... ไม่มีวันตัด.. เพราะคือความจงรักภักดีที่ฉันมีต่อนาย
เพล้ง!!!!!
“ไร้สาระ ไร้ประโยชน์ ฉันไม่ได้ต้องการให้พวกสวะอย่างแกอยู่” ร่างสูงหยัดกายขึ้นขวางแก้วในมือตรงเข้าใส่ผนังข้างใบหน้าของนักฆ่าในชุดสีดำ.. เศษแก้วแหลกละเอียดกระจัดกระจาย.. ปาดผิวหน้าข้างแก้มน้อยๆให้แลเห็นหยาดโลหิตปริ่มไหล ... แกก็คือภาพสะท้อนอดีต... ที่แสนน่ารังเกียจ
เป็นภาพสะท้อนของอดีตที่ตนเคยทะเยอทะยาน
เป็นภาพสะท้อนอดีตที่ถูกแซฟไฟร์ตอกย้ำ...
ว่าตนเป็นได้เพียงทับทิมสีแดงนอกคอก
เป็นสีแดง.. ไม่ใช่สีฟ้า
ไม่ใช่นภา... เป็นนภาสีดำ...เพราะเป็นแค่เงา..
ไม่ใช่นภา... เป็นนภาสีดำ...เพราะเป็นแค่เงา..
“ฉันไม่ได้ต้องการพวกแกแม้แต่คนเดียว” ประกาศกร้าวด้วยความชิงชังจากเบื้องลึกภายในหัวใจ.. จงเป็นแค่มือเท้าให้ใช้แล้วทิ้ง... เมื่อไร้ประโยชน์จงหายไป.... อย่าได้คิดลุกขึ้นมาสั่งสอนและฟื้นอดีตที่น่าเกลียดของตัวฉัน.. มันไร้ประโยชน์
เมื่อเปิดหน้าต่างออกไปก็จะเห็นท้องฟ้าสีคราม....
เมื่อเปิดออกไปจะแลเห็นฟ้าที่ไม่ใช่ของตน..ไม่ใช่ตน...
แม้แต่เปลวเพลิงในกายนี้.. ก็เป็นเพียงสีแดงนอกคอก...
เมื่อเปิดออกไปจะแลเห็นฟ้าที่ไม่ใช่ของตน..ไม่ใช่ตน...
แม้แต่เปลวเพลิงในกายนี้.. ก็เป็นเพียงสีแดงนอกคอก...
สคอลโล่ยกมือขึ้นปาดเลือดปริ่มบาดแผลบนใบหน้าตน ชินชาเสียแล้วกับอารมณ์แปรปรวนของอีกฝ่ายนั้น เพราะชินชาแล้วจึงยังคงยืนอยู่ตรงนี้ได้ “ฉันหลงใหลในความโกรธของแก..จนตอนนี้ก็ยังไม่แปรเปลี่ยน” มือสวมถุงมือดำนั้นหยิบเศษแก้วขึ้นชิ้นหนึ่ง และก้าวตรงไปตรงหน้าผู้เป็นเจ้าชีวิต
“เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะติดตามแก จึงยังอยู่ที่นี่” แม้ตายก็จะกลับมาที่นี่... ไม่ว่าผ่านศึกใดก็จะกลับมาที่นี่...
จะเป็นความภักดี หรือมากกว่านั้น.. มิอาจคิด...
รู้เพียงแค่แม้ตายจะตามไป....
เลือดทุกหยาดหยด.. เศษเนื้อทุกอณูชิ้น
เป็นของแกทั้งนั้น
เป็นของแกทั้งนั้น
มือนั้นยื่นเศษแก้วส่งให้ชายตรงหน้า.. เนตรสีเพลิงมองการกระทำของคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจความหมาย “ฉันไม่ถนัดพูดอะไรที่มันสวยงามเหมือนเจ้าพวกนั้น...” เหมือนพวกพ้องของนภาสีขาว... แต่ความภักดีและมั่นคงในเส้นทางนั้นไม่ต่างกัน...
“แต่ฉันจะตามแก แกจะไล่ฉันก็ไม่ไป” แซนซัสคว้าเอาเศษแก้วในมือสวมถุงมือนั้นตวัดเข้าใส่ต้นคอของคนตรงหน้า เรียกหยาดโลหิตปริ่มไหล... เนตรสีเพลิงจ้องมองปฏิกิริยาที่สะดุ้งน้อยๆแต่ก็ยังคงสงบของอีกฝ่ายพลางเหยียดยิ้ม..
ใบหน้าประดับบาดแผลนั้นช่างเย็นชาและจ้องมองตรงมายังนัยน์ตาสีน้ำทะเลนั้น “มิน่า.. โดนฉลามคาบไปแล้วก็ยังไม่ยอมไป” น่าขำชะมัด... พวกแกทุกคนมันช่างน่าขำ...
“นักดาบพูดคำไหนคำนั้น.. ไม่เคยทรยศคนเป็นนาย” ร่างโปร่งยืนนิ่งไม่ขยับไหว.. โลหิตจะไหลหยดลงจากแรงมือที่จับกระจกกดลงมากขึ้น... หยาดเลือดทุกหยดของฉัน.. เป็นของนาย...
หากนายเป็นทับทิมสีแดงแล้วนั้น....
หยาดโลหิตนั้นก็เป็นสีชาด..สีแดงไม่ต่างกัน...
สำหรับพวกเราซึ่งอยู่กับสีนั้น...
สีแดง.. ไม่ใช่สีแปลกแยก... พวกเราไม่ได้ต้องการสีน้ำเงิน..
.
.
ไม่ได้ต้องการแซฟไฟร์
สีแดง.. ไม่ใช่สีแปลกแยก... พวกเราไม่ได้ต้องการสีน้ำเงิน..
.
.
ไม่ได้ต้องการแซฟไฟร์
“เหอะ แกพูดเองเออเองนี่หว่า” เจ้าของเนตรสีเพลิงโยนเศษกระจกในมือทิ้งไป ขัดหูขัดตา... แต่ความปิติยินดีน้อยๆที่ก่อเกิดภายในนั้น.. มันคืออะไร.. ความรู้สึกที่เหมือนกับวันนั้นย้อนคืนมา... วันนั้นริมทะเลสาบที่มีสวะตัวหนึ่งเอ่ยคำสาบาน...
ทะเลนั้นเป็นสีฟ้า... สีดวงตาของมัน...
นัยน์ตาของมันเป็นสีฟ้า... ที่ไม่ใช่แซฟไฟร์
แต่เป็นอควอมารีน..
นัยน์ตาของมันเป็นสีฟ้า... ที่ไม่ใช่แซฟไฟร์
แต่เป็นอควอมารีน..
“ฉันจะไม่ตัดผมจนกว่าแกจะได้เป็นรุ่นที่สิบ” คำสาบานพูดเองเออเองของมันนั้น... ไม่ได้คิดจะจดจำ... แต่กลับจำได้..
“แล้วซักวันแกจะต้องดีใจที่มีฉันเป็นพวก” ไม่เคยคิดดีใจเลยซักนิด... ก็แค่สวะ... เป็นสวะโง่เง่า... ที่มีสีเงินเด่นท่ามกลางความมืด
ทั้งๆที่คิดว่ามันตายไป..จะได้ลบเลือนภาพอดีตไปได้เสียที
ยังยืนอยู่ฝั่งนี้ทำไม
ยังยืนอยู่ฝั่งนี้ทำไม
มือใหญ่ขยุ้มเรือนผมด้านหลังของร่างโปร่งเรือนผมสีเงินซึ่งจ้องมองตรงมายังตนไม่ไหวติง เป็นแค่สวะแท้ๆ กลับมีหน้ามาสั่งสอนเขา... “เป็นแค่สวะ ฉลามสวะที่มีหน้าที่แค่ฟังคำสั่ง ยังคิดมาสั่งสอนฉัน” ออกแรงดึงให้ใบหน้านั้นเลื่อนเข้ามาใกล้ตน..
“ไม่ต้องมาเห็นใจฉัน” เห็นใจทับทิม.. ที่ไม่มีทางเป็นแซฟไฟร์... สีแดงที่ไม่ใช่สีฟ้า เป็นนภาที่ไม่ใช่นภา...
“ไม่ได้เห็นใจว้อย!! แกนี่พูดไม่รู้เรื่องรึไง!!” สคอลโล่ตะคอกใส่อย่างเหลืออด ย้ำแล้วย้ำอีก... ก็ยังไม่เข้าใจอีกรึไง... เขาไม่ใช่คนอ้อมค้อม.. เป็นคนตรง.. ยังไม่เข้าใจรึไง..
“หึ.. หุบปากได้แล้ว ไอ้สวะสคอลโล่” ริมฝีปากหนาทาบทับปิดกักเสียงโวยวายของคนชอบสร้างเสียงโวยวายเรียกให้เนตรสีน้ำทะเลนั้นเบิกกว้าง... หากแกเลือกฝั่งที่เป็นสีนอกคอก... ก็จงตามไปให้ถึงสุดขอบนรกเถอะ..
จะขังแกเอาไว้ใต้ท้องทะเลสีเลือดแห่งนี้...
ว่ายไปที่ไหนตามใจตนไม่ได้อีก...
พันธนาการด้วยความภักดีทั้งหมดของแก...
และจงพิสูจน์ให้ฉันเห็น... ความภักดีของแก
และจงพิสูจน์ให้ฉันเห็น... ความภักดีของแก
เจ้าฉลามตาสีฟ้า
สีของอควอมารีน... ไม่ใช่สีของแซฟไฟร์ที่น่าเกลียด
.
.
ไม่ใช่สีของฟ้าคราม
สีของอควอมารีน... ไม่ใช่สีของแซฟไฟร์ที่น่าเกลียด
.
.
ไม่ใช่สีของฟ้าคราม
ฉลามนักฆ่าอึ้งและตกใจในการกระทำของผู้เป็นบอสแห่งวาเรีย... จะเรียกว่าการแสดงความภักดีก็คงไม่ได้... แกคิดอะไรของแก... บ้าชะมัด... แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองด้วย.. ร่างโปร่งสะบัดใบหน้าหนีไม่ให้เห็นสีแดงเรื่อบนใบหน้าของตนนั้น..
“ทำบ้าอะไรของแกกันแซนซัส...” พูดพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ในความคิดของคู่สนทนา... แม้ไม่เข้าใจ... ก็ปล่อยไป... แค่มันฟังเขาเสียทีก็พอแล้ว..
“ไปเอาเหล้ามาใหม่ซะ ไอ้ฉลามหัวเน่า” ขายาวฟาดเข้าใส่ร่างโปร่งเป็นคำสั่ง.. ท่าทางที่ไม่ได้เห็นเป็นเวลาเนิ่นนานมาแล้วนั้น... แม้ใบหน้าจะยังคงเย็นชา คิ้วขมวด.. บางอย่างต่างไป... สีแดงที่เขาจะติดตาม..
สีของทับทิมนั้นเป็นสีแดง... แม้เป็นสีแดงมันก็สวยงาม
เป็นสีแดงที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สีน้ำเงินของแซฟไฟร์
.
.
เป็นสีของแก... ที่ฉันจะตามไปจนสุดปลายทาง
.
.
เป็นสีแดงที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สีน้ำเงินของแซฟไฟร์
.
.
เป็นสีของแก... ที่ฉันจะตามไปจนสุดปลายทาง
.
.
“อยู่ในห้องมืดๆ เหม็นอับจะตายชัก!!!” สคอลโล่ตรงไปเปิดม่านหน้าต่างให้แสงสาดว่องเข้ามาในห้องทำงานหมองหม่นนั้น..
“แกนี่มันน่ารำคาญจริง....” ร่างสูงใบหน้าประดับแผลนั้นเดินไปกระชากเรือนผมยาวให้เลิกยุ่งวุ่นวายกับเขาเสียที... หากแต่..ยามเมื่อมองออกไป... ด้านนอกหน้าต่างนั้นแลเห็น... เจ้าพวกสวะที่เป็นแค่มือเท้านั้น... กลับมาจากทำภารกิจ.. ทั้งเบล เลวี่ มาม่อน ลุซซูเรีย...
“บอสเปิดหน้าต่างได้แล้ว!!! ชิชิชิ!!” เจ้าชายนักฆ่าเมียงมองขึ้นมาเมื่อเห็นบางอย่างแปลกไป คนอื่นมองขึ้นไปยังหน้าต่างนั่นพร้อมๆกัน... ปราสาทนี้เป็นเพียงปราสาทนักฆ่า... มีเพียงพวกหมากใช้แล้วทิ้ง... แต่พวกมันก็ยังอยู่.. ทั้งๆที่คิดว่าจะทิ้งมันไปให้หมดตั้งแต่ศึกชิงแหวน...
“ภารกิจเสร็จสิ้นครับบอส!” เลวี่ตะโกนขึ้นมาจากตรงนั้น... พวกมันมีแต่พวกสวะไร้ค่า... แล้วทำไมเขาต้องเหยียดยิ้มเมื่อเห็นพวกมัน...
ไม่ใช่ผืนฟ้าสีคราม... ไม่ใช่นภา.. ไม่ใช่แซฟไฟร์
เป็นสีแดงของทับทิม... สีของโลหิตชาด
เป็นสีแดงของทับทิม... สีของโลหิตชาด
“ฉันสั่งแกให้ไปเอาเหล้าไม่ใช่รึไง ไอ้สวะ” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งร่างโปร่งผมเงินที่ไม่ยอมเดินไปเสียที ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่... แต่... บางอย่างได้ฟื้นคืนกลับมาในปราสาทแห่งนี้อีกครั้ง....
“เออ!!” สเพลฮี สคอลโล่ตวัดกายก้าวออกนอกห้องทำงานที่เคยหมองหม่น... แม้นายจะไม่ใช่ฟ้าคราม.. เป็นเพียงนภาสีดำ... ก็คือนภาที่ยิ่งใหญ่... ทรงอำนาจให้ผู้คนได้ติดตาม..
แม้นสีแดงจะเป็นสีนอกคอกในหมู่มวลหินสีน้ำเงิน
หากแต่มันสูงค่าในสายตาของบางอย่าง...
แม้นสีแดงจะเป็นทับทิม สีน้ำเงินจะเป็นแซฟไฟร์
มันก็คือหินชนิดเดียวกัน.....
มันก็คือหินชนิดเดียวกัน.....
แตกแยก..แตกต่าง...แต่ไม่แตกตน...
เป็นผืนฟ้า
.
.
เป็นผืนฟ้า
.
.
สัตว์ร้ายเลือกที่จะอยู่ใต้ฟ้ามืดไปตลอดกาล... ผืนฟ้าดำเลือกยอมรับเส้นทางสีแตกแปลกแยกของตนนั้น... ภายใต้และภายในปราสาทหมองหม่นนี้.. คือผู้คน... ผู้ศรัทธาในสีแดงและสีดำ.... คือตัวฉัน.. ที่จะเป็นดาบให้กับราชาสีแดงนั้น... เพราะนายคือเจ้าชีวิตของฉัน...
แม้นเป็นทับทิม มิใช่แซฟไฟร์
แต่เป็นผืนฟ้าเบื้องบนทะเลสีชาดที่สัตว์ร้ายอาศัย
จะเฝ้าติดตามสีแดงสดของทับทิมนั้น
.
.
จนสุดขอบนรก
.
.
จนสุดขอบนรก
.
--------------------------------------------------------------------------------------
Free Talk : อนึ่ง... เราไม่ถนัด XS อย่างแรงกล้า OTL ไม่ค่อยได้เก็บข้อมูลฝั่งวาเรียมากซักเท่าไหร อาจจะขัดๆขออภัยค่ะ =A=” แต่เป็นรีเควสที่ส้มขอมานานแล้ว (เรอะ... เจ้าตัวว่างั้น) เร่งแซงคิว S27 มาก่อน = =” เขียนแล้วนะส้มเอ๊ยยย!!! ถ้ามันฉ่อย เค้าขอโทษ!!! เค้าจะไปฝึกวิชา XS มาอีก!!!
ทับทิมกับแซฟไฟต์ ตอนแรกเราตันสนิท มืดแปดด้าน ส้มก็บอกให้เขียน ก็รีบมองไปรอบตัว.. มองเห็นโมโมกุมิก็.. เออนั่นแหละฟะ =[]=!! ไอ้นี่แหละ.. เอามาใช้เลย.. กร๊ากกกกก ทับทิมกับแซฟไฟต์เกิดมาจากหินชนิดเดียวกันค่ะ แต่ที่เป็นสีแดงจะเรียกว่าทับทิม แต่สีอื่นๆจะเรียกว่าแซฟไฟต์ แต่เราเลือกมาเฉพาะสีน้ำเงินละกันนะ
เป็นครั้งแรกที่เขียน XS ไม่ร้าวฉาน พระเจ้าจ๊อตโต้!!! ฉันทำได้แล้ว!!!!
edit @ 27 Sep 2008 12:01:54 by [AyaFee]หมีน้อยกระซวกส้ายยย
















อ่านแล้วแอบขัดใจป๋า ขับไล่ไสส่งหลามจัง แต่อ่านไปอ่านมารู้สึกเหมือนป๋าแอบอิจฉาซือแล้วเอาอารมณ์มาลงกับหลาม มาทำงอนๆซึนๆใส่ (ใช่เรอะ? = =") จริงๆก็คือกลัวหลามไปอยู่ฝั่งนั้นใช่มั้ยล่าป๋า...หึๆๆ (โดนเสย)
นัยน์ตาของมันเป็นสีฟ้า... ที่ไม่ใช่แซฟไฟต์
แต่เป็นอควอมารีน..
อ่านตรงนี้แล้วแอบขัดใจป๋า แค่เรื่องสีตานี่ถึงกับจะไล่หลามเรอะะะ =[]=" งั้นก็จับหลามไปใส่คอนแทคเซ่! กร๊ากกกกกกกก
สีแดง.. ไม่ใช่สีแปลกแยก... พวกเราไม่ได้ต้องการสีน้ำเงิน..
ไม่ได้ต้องการแซฟไฟต์
หลาม....หลามมมมมม =[]=!!! แบบนี้จะบอกเป็นนัยๆว่าต้องการป๋าใช่ม้ายยย โฮกกกกกก!!
ฟิคสั้น XS แบบแอบหวาน (หรือเปล่า?) ชอบใจตอนสุดท้ายที่เบลทักป๋าขึ้นมา น่ารักกก ขโมยซีนตอนสุดท้ายด้วยล่ะ ฮาาา
#1 By Sarren on 2008-09-27 01:02