[SFic HBD to Dearchan] Signal [(x)S27] ปั่นไฟลุก TTvTT
posted on 12 Sep 2009 23:16 by ayafee in FictionHBD เดียร์ TT[]TT แอบเลยไปแล้ว 1 ชม. เพราะว่าปั่นไม่ทัน กลางวันไปทำภารกิจกับคุณแม่จนไม่ได้อยู่หน้าคอมเลย ขอโต้ดดดดด
ไม่รู้ถูกใจมั้ยนะ แบบว่าสติปั่นป่วนได้โล่ OTL (ไม่ได้ตรวจอีกตะหาก กำแล้ว....)
Title: Signal
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Travia : Happy Birthday To Dearchan
Genre : Drama , Romance
Rate : NC15?
Pairing : (X) S27
Summary : เสียงสัญญาณของความรัก... ที่นำไปสู่การเสื่อมสลาย?
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การได้เจอกับนายครั้งแรก........
และแปรเปลี่ยนเป็นสีทอง... และเปลวเพลิง.....
ความแข็งแกร่งที่ประกอบไปด้วยความอ่อนโยน
ห่างไกลนั้น... ท้องทะเลนั้นเป็นสีแดงสด... ท้องฟ้าเป็นสีดำทมิฬ... โลกที่เต็มได้ด้วยสิ่งชั่วร้าย.. โลกแห่งการเข่นฆ่า... เสียงร้องคำรามของฉลามตัวยักษ์ที่ใช้คมเขี้ยวของมันกัดฉีกร่างของคู่ต่อสู้ตัวแล้วต่อเล่า.... สุดท้ายแล้วศพนั่น.. เลือดที่หลั่งรินออกมาก็เพิ่มพูนให้ทะเลนั่นลึกขึ้นกว่าเดิม....
ในทะเลนั้นเมื่อเสร็จภารกิจล่าเหยื่อ.... เจ้าฉลามที่ดุร้ายกลับถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยโซ่เก่าๆ... หากแต่แข็งแกร่งกว่าโซ่อื่นใดบนโลกใบนี้.... ทำไมสัตว์ร้ายจึงต้องยอมอยู่อย่างไร้อิสระแบบนั้น.....
ใต้ท้องนภาสีหมองหม่น... นานวันยิ่งมองเห็นมันหมองหม่นเป็นสีดำจากความแค้น... หนทางที่เจ้าฉลามนั้นได้เลือกเอง.... สัตว์ร้ายที่รู้จักแต่การฆ่าและการภักดีกับจ่าฝูงของมัน.... มันใช้สมองในการสั่งการและมีความรู้สึก....
แต่ว่าวันหนึ่ง.......
ชายร่างเล็กในชุดสีขาว... ใบหน้าที่ดูจริงจังไปกว่าทุกครั้งเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชนสมาชิกของแฟมิลี่... แม้จะดูจริงจังกลับมองเห็นถึงความลังเล.... เจ้าเด็กที่เคยประมือกันเมื่อหลายปีก่อน เจ้าเด็กที่สร้างความเกลียดชังและความริษยาให้กับผู้ไม่มีสิทธิ์รับตำแหน่ง....
ในวันนั้นเขามาในฐานะของผู้สังเกตการณ์ ตัวแทนของกลุ่มวาเรียที่ผู้นำไม่คิดจะมาเหยียบย่ำในพิธีการสืบทอดตำแหน่งอันศักดิ์สิทธิ์.... เนตรสีน้ำทะเลของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำขลับรวบผมสีเงินยาวยวงเรียบร้อยต่างจากทุกวันทอดมองพิธีการนั่นตั้งแต่ต้นจนจบ.... จนกระทั่งก้าวเดินออกมา...
ทั้งที่ดูไม่น่าเชื่อถือ.. แต่เหล่าสมาชิกกลับยอมรับในฐานะนั่น....
สเพลฮี สคอลโล่คือนักดาบของกลุ่มวาเรีย เรื่องการแสดงความยินดีกับคนที่เป็นดั่งคู่แข่ง เสี้ยนหนาม และอุปสรรคทางอำนาจของเจ้านาย... เขามิสามารถทำได้แม้มันควรทำในฐานะผู้มีตำแหน่งต่ำกว่า...
ขายาวพาร่างก้าวเดินไปตามทาง แต่กลับเหลือบเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ... ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ซอกมุมนั่น... เริ่มมองเห็นชุดเครื่องแบบสีขาวที่สะดุดคุ้นตา.. “ฉันตัดสินใจผิดรึเปล่าเนี่ย~~~!!!!”
เสียงใสโวยวายขึ้นมากะทันหันทำเอาตกใจได้ง่ายๆ..... “แก....”
ผู้สวมใส่เครื่องแบบสีขาวตวัดใบหน้าหันมามองด้วยความตกใจ... เผยให้เห็นเรือนผมสีน้ำตาลไหม้พลิ้วไหวตามแรงสะบัด ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความตกใจ “สะ..คุณสคอลโล่เองเหรอ.... ไม่ได้ยินอะไรใช่รึเปล่าครับ....”
“ได้ยินเต็มสองหูเลยว่ะ” เมื่อตนบอกไปแบบนั้นร่างเล็กๆของเด็กหนุ่มชาวตะวันออกก็เริ่มรนรานขึ้นมา...
“แค่บ่นน่ะ..!! แค่สับสน! ไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะสงบแล้วล่ะ...” ผู้นำคนใหม่ของวองโกเล่ช่างมีความเป็นเด็กที่ปิดซ่อนเอาไว้ไม่ให้คนอื่นเห็น....
“แกทั้งที่ตอนนั้นเล่นงานพวกฉันซะขนาดนั้น ตอนนี้จะยังลังเลอะไร แซนซัสมันอิจฉาแกจนอยากฆ่าให้ตาย” เอ่ยไปตามความคิดของตัวเอง แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับหัวเราะออกมาอย่างแห้งเหี่ยว....
“ก็มีบ้างนั่นล่ะครับ.... ก็เพราะรู้สึกผิดเหมือนกัน.......” ใบหน้าที่เหรอหรากลับสงบลง... สงบราวกับท้องฟ้าที่ปรวนแปรไปมา...
“เหมือนแย่งที่ๆหนึ่งของคนหนึ่งมา ทั้งที่ตัวผมยังไม่พร้อมด้วยซ้ำไป แหะๆ” เสียงใสที่มากหลายความรู้สึก.. แม้คนที่ไม่ละเอียดอ่อน...ก็รับรู้ความรู้ในใจนั้นได้...
“หมายถึงแซนซัสงั้นสินะ มันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธาและความเกลียดชัง.... จนอยากทำลาย....
“แต่อยากฆ่าผมให้ตายสินะครับ ผมรู้อยู่แล้วล่ะ รู้มาตลอดเลยด้วย” สายตานั้นกำลังทอดมองออกไปไกลแสนไกล.... ไกลสุดจะคาดเดา...
“แต่ผม.... ก็มีเพื่อนๆอยู่เหมือนกัน......”
“ขอโทษนะครับ” จู่ๆเสียงใสนั้นกลับเปล่งขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ผินกลับมาพลางหัวเราะเหี่ยวแห้ง
“หา?”
“ที่บ่นไร้สาระให้คุณสคอลโล่ฟัง ยังไงก็อย่าบอกใครเลยนะครับ โดยเฉพาะรีบอร์น....” ยังคงเป็นเด็กหนุ่ม... ที่เพิ่งจากโรงเรียนมา....
“ไม่จำเป็นต้องเรียกคุณ เรียกชื่อเฉยๆก็พอว่ะเจ้าเปี๊ยก” มือแกร่งขยี้ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยไหม้ฟูฟ่องนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว การเรียกด้วยคำสุภาพมันไม่เหมาะกับนักฆ่าเอาเสียเลย....
“อะ..เห???... เรียกเฉยๆ?” ทำไมต้องถูกดึงดูด....
“เออ เรียกเฉยๆสิฟะ” ด้วยความรู้สึก... และแรงดึงดูดที่แตกต่างจากคนรอบกาย....
“...อ่ะ...งั้น...เรียกสคอลโล่เฉยๆ....แหะๆ...” แล้วใบหน้านั้นก็ส่งรอยยิ้มอันเจิดจ้ามาให้...
วันนั้นฉันได้สัมผัสความรู้สึกบางอย่าง
ที่เคยสัมผัสเมื่อหลายปีก่อน.....
สิ่งที่เรียกว่าความอ่อนโยนต่อพวกเดียวกัน
สิ่งที่หาไม่ได้จากในปราสาทวาเรีย...
เพราะภาระหน้าที่ที่ได้รับการฝากฝังมาจากผู้เป็นนาย จึงต้องพบเจอหน้ากันบ่อยกว่าที่เคยเป็น
แทนที่จะคุยกันเพียงแค่เรื่องงานเท่านั้น... กลับเริ่มพูดคุยกันในเรื่องอื่น...
หรือกระทั่งละเล่นเกมส์กระดานอย่างที่ไม่เคยทำ.....
ฉัน…..
“เหม่ออะไรของแก”
เสียงทุ้มแหบพร่าแทรกเข้ามาในห้วงความคิดเหม่อลอยของนักดาบหนุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศสลัวมืดมัวของห้องนอนพ่วงห้องทำงานของผู้นำกลุ่มนักฆ่าที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด...
“เปล่าเว้ย อ่านเอกสารของแกนี่ไง” มือชี้ยังแผ่นกระดาษสีขาวบริสุทธิ์ปั๊มตราของวองโกเล่และตรากลุ่มวาเรีย เจ้าเอกสารที่สร้างความขุ่นเคืองในยามเช้าให้ผู้เป็นนาย...
“ฉีกมันทิ้งซะ” แซนซัสผู้กราดเกรี้ยวบอกด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาไม่ต้องการแม้แต่จะเห็นเจ้าสิ่งนั้น....
“แกไม่คิดจะอ่านบ้างรึไงวะ” สิ้นคำสิ่งที่มาเป็นคำตอบคือขวดแก้วที่หากเอี้ยวศีรษะหลบไม่ทันก็คงได้เลือดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น....
“แค่ต้องการยืมกำลังไปใช้งานของพวกมัน ฉันไม่ใช่ขี้ข้าของเจ้าสวะนั่น!!” ทิฐิที่รุนแรง... ความปรารถนาอันแรงกล้าแม้มิอาจจะได้ครอบครองตำแหน่งนั่นยังคงเต็มเปี่ยม....
“เข้าใจล่ะๆ” ผู้เป็นดั่งดาบและมือเท้าจำต้องทำตามคำสั่งของนายเหนือหัว... กระดาษเอกสารถูกฉีกเป็นชิ้นๆกระจายอยู่บนพื้น... บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันแตกร้าวของสองกลุ่ม...
“แกก็อย่าคิดไปสุงสิงกับพวกมันให้มากนัก” คำถาม... ที่เขามิอาจเปล่งตอบออกไปได้ ทั้งที่เป็นแค่เรื่องง่ายๆ....
“เออ เข้าใจล่ะ” แต่จำต้องตอบออกไป.....
เสียงที่มิอาจเอ่ยบอกออกมาได้......
ฉันกำลังทรยศสิ่งที่นายอยากให้เป็น
ช่วงเวลาที่เข้าหาเพราะปฏิบัติตามหน้าที่
พฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อกันเดิมๆ.... มันเริ่มต่างออกไปเรื่อยๆ.....
ฉลามตัวนั้นยังคงอยู่ในท้องทะเลเหม็นกลิ่นคาวเลือด มันยังคงที่เดิม.. หากแต่แตกต่างไป.. มันลืมตาขึ้นมาแล้วกลับมองเห็นท้องฟ้าในสีแปรเปลี่ยนไปจากเดิม... ทำไมเป็นแบบนั้น...
มันว่ายออกไปอย่างที่มันไม่เคยมีอิสระ แม้ธารที่มันอาศัยยังคงเป็นสีแดงชาด แต่ช่วงเวลาหนึ่งนั้น
ท้องฟ้า.... เป็นสีฟ้า....
ไล่ตามเสียงใสๆที่ดังก้องกังวาน.....
“ขอบคุณสำหรับเอกสารนะครับ” มือเรียวยื่นรับเอกสารตรงหน้า... ทั้งที่มันเป็นงานติดต่อกับอีกคนหนึ่งแท้ๆ...
ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างบทสนทนาของคนสองคน พร้อมๆกับคิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ “วันนี้สคอลโล่ดูโวยวายน้อยกว่าปกติ?”
“หมายความว่าไงวะนั่น!?” ไม่ทันไรก็ปฏิบัติตัวออกไปอย่างเดิม เรียกเสียงหัวเราะเริงร่าได้ไม่ยาก...
“เปล่านี่ครับ....”
“ก็แค่.. ชอบแบบนั้นมากกว่า” คงยากที่ใครซักคนที่อยู่กับวิถีแห่งการฆ่ามาเกินครึ่งชีวิต... จะสามารถเจอรอยยิ้มสดใสแบบนั้นได้...
“แกอยากให้ฉันภักดีกับแกอย่างที่เป็นกับแซนซัสรึเปล่า” คำถามหนึ่งคำถาม... เนตรสองคู่อันแตกต่างจ้องมองกัน....
“คำถามตอบยากนะครับนั่น....” ริมฝีปากของง่ายนั้นยิ้มพลางหัวเราะเหี่ยวแห้งราวกับเข้าใจ....
“เออ ตอบมาตามตรง”
“ก็........ ไม่อยากให้เป็นสิ่งที่เรียกว่าภักดีหรอก....” คำพูดเดียวก็สั่นคลอนบางอย่างในจิตใจลงไปได้....
“ถ้าภักดีก็เหมือนแค่ฟังคำสั่ง สคอลโล่น่ะ ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งของผมหรอก แค่มาหาผมบ้างก็พอแล้ว” การกระทำที่ไม่คาดคิด... คือร่างที่เล็กกว่าคนที่พ้นเลยช่วงคำว่าเด็กหนุ่ม... ก้าวเข้ามาโอบกอดตนด้วยวงแขนทั้งสองที่ผอมแลดูไร้กล้ามเนื้อ... แต่ทำไมช่างดูแข็งแกร่งนักนะ....
“แกนี่มัน.....” คำพูดนั้นก็ทำให้สัตว์ร้าย.... ยอมทำบางอย่างที่ต่างออกไปได้...
เขาไม่ได้ทรยศต่อสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอดช่วงชีวิต
เขาไม่ได้ทำแบบนั้น....
นอกจากตัวเอง นอกจากความภักดี.....
ผ่านพ้นไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็วนักช่างน่าตกใจ
ไม่ได้ปิดบัง ไม่ได้สร้างความลับ แต่คือสิ่งที่มิอาจเผยออกไป
ต่อนายเหนือหัวที่ยึดมั่นใจเส้นทางของตัวเอง ไม่อยากตราหน้าว่าเป็น.....
คนทรยศ......
ร่างที่เล็กกว่าแลดูอ่อนแอ.. ร่างกายที่ผอมบางไม่สมชายชาตรีในช่วงอายุเท่ากันสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเพียงตัวเดียวหยัดกายขึ้นจากผืนเตียงนอนสีขาวนอน.... เนตรสีน้ำตาลเป็นประกายทอดมองไปยังคนข้างกาย.. ริมฝีปากค่อยๆคลี่ยิ้มจางๆ..
“ตื่นได้แล้วสคอลโล่ เช้าแล้วนะ... แดดแรงออกขนาดนี้...” เอื้อมมือไปสัมผัสปัดป่ายผมยาวยวงบางเส้นที่เข้ามาปรกใบหน้าคมนั้น...
เนตรสีน้ำทะเลเผยให้เห็น “แกจะไปแล้วสิ” เช้าวันใหม่ที่ต้องแยกไปตามหน้าที่
“ครับ... สคอลโล่ก็อยู่ที่นี่นานแล้ว” แย้มยิ้มและโน้มกรอบใบหน้าใสเข้ามาเคียงใกล้... แนบรอยสัมผัสจากริมฝีปากแผ่วเบาที่ข้างแก้ม.....
“รู้แล้วๆ” เฉกเช่นวงแขนแกร่งที่ยกขึ้นโอบศีรษะอันปกคลุมด้วยไหม้อ่อนนุ่มสัมผัสปอยผมนั้น... สัมผัสที่แสนอ่อนโยน... ที่แตกต่างจากใครบางคน....
“ขอโทษนะ... เพราะว่าไม่อยากมีปัญหา....” รอยยิ้มเหือดแห้งที่ตัวเขานั้นเข้าใจดี............
“รู้แล้วน่า จะคิดมากทำไมเล่า” ความรู้สึกตื้นลึกที่ได้รับมาจากการสัมผัสและเคียงใกล้.... ได้รับความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเดิม....
ที่ไม่ใช่ความภักดี..อย่างนักดาบ....
เหนือทะเลเลือดที่อาบไปด้วยสีแดงชาดเหม็นกลิ่นคาวคละคลุ้ง... มองเห็นท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกล... นภาที่แลเห็นเพียงแค่ช่วงเวลากลางคืน วันหนึ่งกลับมองเห็นเป็นสีขาวนวล... ค่อยๆกร่อนทำลายโซ่รวนพันธนาการแห่งความภักดีกับท้องฟ้าช่วงกลางคืนออก... แต่......
“ผมน่ะ รักสคอลโล่นะครับ....” เช่นเดียวกับคำพูดของนภาสีขาว.... ที่ราวกับเยียวยา ชุบชีวิตเขาขึ้นมาได้ง่ายๆแบบนั้น.....
“รู้แล้วน่า เจ้าเปี๊ยกเอ๊ย” ขยี้ปอยผมนั่นปานหยอกล้อกับเด็ก.... แค่คำพูดนั้นก็เพียงพอแล้ว.....
ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดตามมา... ก็จักยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น....
ตัวเขาอยู่ที่ไหน ทำอะไร ก็คือตัวเขาในแบบเดิม....
++++++++++++++++++++++++
ท้องฟ้าสีดำขลับเบื้องบนนั้นล่วงรู้ดีว่าวันใดเมื่อมองลงมายังทะเลเลือดเบื้องล่าง จะมองไม่เห็นร่างของสัตว์น้ำที่ถูกคุมขังพันธนาการไว้... เวลาแห่งการล่าเหยื่อของเจ้าสัตว์กระหายโลหิตนั่น..ยาวนานกว่าเดิมถึงเพียงนั้น... ไม่ใช่ซะหรอก... ก็แค่การสร้างเหตุผล... และคอยมองดูมันว่ายกลับมาในโซ่ตรวนด้วยตัวเอง...
“หายไปไหนมาล่ะ ไอ้สวะ” บรั่นดีสีเข้มรินเทลงภายในแก้วใส ท่ามกลางความหมองมัวของห้องสีเดิม บรรยากาศที่อยู่ภายใต้สิ่งที่เรียกว่าความโกรธ ความเกลียดชัง และความแค้น...
“ก็ไปทำงานที่แกให้มาน่ะสิวะ” ร่างโปร่งปิดประตูพลางก้าวเดินตรงมาหาชายผู้เป็นนาย กระดาษเอกสารสีขาวเดิมๆได้วางลงบนโต๊ะนั่น...
แซนซัสมองเอกสารที่น่าชังเหล่านั้นด้วยสายตาอันแสนเย็นชา ตัวเขาในยามนี้นั้นช่างเหมือนผู้คุมที่มีนักโทษเอ่ยหลอกลวงปิดบังความลับในเรื่องการพยายามแหกคุกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ... ผู้คุมคนนั้นไม่ได้โง่.... แต่มิได้ใจดีทำเป็นมองผ่าน.... ก็แค่รอ...
“มืออาชีพระดับวาเรีย ทำงานช้ากว่าลูกน้องธรรมดาซะ สวะจริงๆ” มันจะเอ่ยปากออกมาเอง... หรือจะต้องลงทัณฑ์ให้เปิดปากพูดออกมา...
“แกมักสั่งงานยุ่งยากมานี่หว่าบอส” น่าขำ... น่าขัน.... และน่าชิงชัง...
“ที่มันยุ่งยาก เพราะแกไม่ใช่รึไงที่ทำให้มันยุ่งยาก” เนตรสีเพลิงอันเต็มไปด้วยประกายแห่งความเกลียดชังเพ่งมองมา.... มองทะลุไปถึงตัวตนภายใน...
“แกจะพูดมันออกมาเอง.... หรือจะให้ฉันเค้นคอแกออกมา” การกระทำที่พยายามทำให้นายของมันเป็นคนโง่....
แก้วใสร่วงหล่นลงพื้นดั่งเช่นการสิ้นสุดของความอดทน
หยาดหยดเครื่องดื่มมึนเมากระเซ็นเปื้อนและเอ่อนองบนพื้นราบ....
ดั่งเช่น... เรื่องราวที่เอ่อล้นออกไป...ไกล....
“แกคิดว่าตัวฉันโง่ขนาดนั้นเชียว?” ความรู้สึกที่เกลียดชัง... จากการหักหลังชวนให้บาดแผลที่เหลือเพียงแผลเป็นปาดป้ายตัวเจ็บแปลบ.....
“คนที่โง่คือแกมากกว่า ไอ้สวะ” ที่ปิดบังทำตัวอย่างคนโง่แบบนั้น....
สเพลฮี สคอลโล่ยืนนิ่งงันจนในคำพูด วันใดวันหนึ่งความลับที่จงใจปกปิดเอาไว้นั้นก็ต้องแดงออกมาในวันใดวันหนึ่ง ไม่ใช่วันนี้ก็ต้องเป็นพรุ่งนี้... ทั้งที่เป็นเรื่องที่ควรจะเปิดเผยออกไปตั้งแต่เนิ่นนานมาแล้ว.....
“ใช่ ฉันมันโง่ เพราะฉันจงรักภักดีในตัวแก” เนตรสีน้ำทะเลเมียงมองตรงมาอย่างจริงจังไม่หลบหนี... ไม่จำเป็นต้องร้อนใจ....
“ไม่ว่าเมื่อไหรก็เหมือนเดิมแบบนั้นล่ะวะ แซนซัส....” เพราะมันคือเรื่องจริง.... ที่ไม่เคยสั่นคลอนไป....
แต่
เพิ่มสิ่งที่อยากปกป้องด้วยความรู้สึกอื่น... ก็เท่านั้น.....
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกแก” เพียงเพราะนภาสีขาว.... คือทั้งคน.. ทั้งสิ่งที่คนตรงหน้านี้รังเกียจเดียดฉันท์มากที่สุดบนโลกใบนี้....
เสียงหัวเราะสะอิดสะเอียนในคำแก้ตัวและคำสารภาพบาปอันน่าชังดังก้องไปทั่วห้องกว้าง “เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ สเพฮี สคอลโล่” สัตว์ร้ายมักกลับมาแว้งกัดเจ้านาย...
“แกศิโรราบให้กับเจ้าสวะปวกเปียกนั่นง่ายๆ แกมันโง่ซะจริงๆ” ความรู้สึกที่น่าสะอิดสะเอียดหลอกลวงตา.. นั่นมันไม่มีจริง....
“โง่ที่ทรยศฉัน” ก็แค่ความรู้สึกไม่จำเป็น... ที่หลอกล่อแย่งชิงสิ่งอื่นจากคนอื่นไปก็เท่านั้น....
มือกลซึ่งสวมทับด้วยถุงมือสีดำขลับยกขึ้นเพื่อเมียงมอง มือที่ไร้ความรู้สึก ไร้อุณหภูมิ แต่มีคนๆหนึ่งสัมผัสมันอย่างอ่อนโยนทั้งที่มิอาจได้รับความรู้สึกใดกลับไปเลย.... แต่... เขาเคยได้สัมผัสความรู้สึกที่ส่งผ่านสิ่งที่มันไร้ความรู้สึกมาแล้ว.....
“ฉันไม่ได้ทรยศแก.... ฉันยังจับดาบเพื่อฆ่าคนตามที่แกสั่งเสมอ....” แต่.....
“ฉันรักเจ้าเปี๊ยกนั่น ขอโทษนะแซนซัส” สัตว์ร้ายตัวนี้.... ไม่ได้ดื้อพยศจะแว้งกัดนายของมัน.... แม้แต่เพียงครั้งเดียว.... ขอให้เชื่อเอาไว้....
ตั้งแต่วันนั้นที่มองเห็นนภาสีดำเป็นครั้งแรก...
เขาได้ยอมจองจำตัวเองเพื่อทำงานและฆ่าคนเพื่อสิ่งนั้นมาตลอดไม่เคยคิดหนี
ยอมกระทั่งตัดมือของตัวเองเพื่อฝึกวิชาดาบ.... เพื่อกวัดแกว่งดาบนั้นเพื่อสิ่งที่ภักดีมาโดยตลอด...
แต่.... เขามิอาจถอยไปได้... มิอาจปล่อยให้มันหลุดลอยไปได้.....
มันคือนิสัยของนักดาบ.....
มือหยาบกร้านตรงเข้าบีบลำคอของร่างโปร่งเรือนผมสีเงินกระแทกลงกับพื้นด้วยไฟแค้นที่ลุกโชนยากจะลดทอน.... สายตาที่เกรี้ยวกราด ไอ้สังหารที่บ่งบอกจริงจังถึงอารมณ์ที่รุนแรง... ลูกน้องที่ปากพร่ำบอกว่าภักดี ล่วงรู้ความลับทุกอย่างที่น่ารังเกียจของตน... แต่มัน...
ปากกระบอกปืนจ่อลงไปหลังศีรษะนั่นอย่างไม่ลังเล... เรียวนิ้วนั้นเตรียมเหนี่ยวไกออกไป
แต่.... ใบหน้าที่น่าชิงชังกลับมองหันมาอย่างเชื่องช้า... ด้วยสายตาเหมือนเจ้าแก่รุ่นที่เก้านั่น....
“พูดได้เต็มปากดีนี่ ไอ้สวะ...” การกระอันแสนเลือดเย็นที่มีต่อผู้ที่เคยเป็นดาบ... คือความโกรธแค้น....
“คนที่คิดเข้าข้างไอ้สวะน่าชังนั่น คือคนทรยศ....” ออกแรงบีบรัดทางเดินของระบบหายใจ... หวังปลิดชีพคนทรยศให้ตายคามือ....น่าเกลียดชัง... น่าเกลียดชัง... น่าเกลียดชัง!!
“...ซ..แซนซัส!!” มือกลคว้าจับข้อแกร่งพยายามผลักดึงมือนั่นให้ปล่อยตนให้เป็นอิสระ.. โซ่ตรวนที่พันธนาการร่างของฉลามในทะเลเลือดนั้น... มิได้คลายตัวลง....
“ดิ้นรนเข้าไปไอ้สวะ....” เนตรสีเพลิงทอดมองด้วยความเย็นชา.... ไม่ใส่ใจว่ามันจะไปที่แห่งไหน.... แต่...
“ไม่ฆ่าแกให้เจ้าสวะนั่นเห็นก็ดีแล้ว” มิใช่ที่แห่งนั้น....
คำสาป? ท้องทะเลสีชาด.... ฉลามคลั่งดุร้ายอยู่ใต้ผืนฟ้าสีทมิฬด้วยความจงรักภักดี... ทั้งที่ๆไม่ได้ขอ... แล้วมันก็คิดจะแหกพันธนาการออกไป....
เจ้าความสัมพันธ์ที่ยุ่งยากที่ถูกสร้างขึ้น... ใครเป็นคนสร้าง.... และใครเป็นคนทำลาย.... ใครกันที่มันไว้ผมยาวแสดงถึงความภักดี.......
ร่างโปร่งสลัดหลุดจากมือแกร่งที่บีบคอตนด้วยความเกรี้ยวกราด... เพลิงแค้นนั้นลุกขึ้นมิอาจดับลงได้เขานั้นล่วงรู้ดี... ว่าใครที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น..... สงบปรับห้วงลมหายใจตนให้เป็นปกติ.... ดวงเนตรพันเมียงมองใบหน้าคมป้ายด้วยบาดแผลเป็นด้วยความรู้สึกหลากหลาย...
“ฉันเป็นดาบของแกเสมอ แซนซัส” ปณิธานนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง... ไม่มีวันเปลี่ยน เพราะคือคำสาบานของตัวฉันเอง.....
“ฉันไม่คิดโกหกแกเรื่องนี้เด็ดขาด” ไม่เปลี่ยนแปลง....
ในยามนั้นบอสแห่งวาเรียรู้สึกราวกับตนเองได้เผชิญหน้าคนที่เป็นลูกน้องที่ตนรู้จักดีที่สุด และห่างไกลที่สุดในช่วงเวลาเดียวกัน... เป็นสัตว์ร้ายที่อยู่นอกเหนือพันธนาการ.... เจ้าฉลามตัวนั้น....
“เหอะ.....” กำลังมีความคิดของตัวเองมากเกินสิ่งที่ตัวมันเคยตั้งใจจะทำ.......
หล่อรวมกันเป็นโซ่ผูกพันธนาการผู้ติดตามทุกผู้เอาไว้ใต้สีดำทมิฬนั้น....
ความรัก... ที่น่าสะอิดสะเอียน... มีจริงงั้นหรือ....
ร่างสูงใหญ่ตวัดกายเมียงมองออกไปภายนอกกระจกหน้าต่าง... แสงแดดอ่อนๆที่ส่องผ่านเข้ามาชวนให้อยากเดินไปปิดม่านกั้นสิ่งที่ทำให้ในความมืดมีแสงสว่างนั่น.... เขาไม่ต้องการ... คนที่ไม่จงรักภักดีอย่างเต็มร้อย.... ไม่ต้องการผู้ที่มีความครึ่งๆกลางๆ...
“จะไปไหนก็ไป”
“หา?” สคอลโล่ฟังอย่างไม่เชื่อ.... แต่.....
“สวะชั้นต่ำออกไปซะ” ไม่ได้ปล่อยไป... แต่เพียงต้องการมองดูพวกมันล่มสลายไปเอง....
ด้วยความรู้สึกครึ่งๆกลางๆ......
นักดาบหนุ่มผมเงินเมียงมองแผ่นหลังนั่นอย่างประหลาดใจ.. บางครั้งชายหนุ่มก็เข้าใจอะไรได้ยากเพราะปกติเป็นคนที่หยาบกระด้าง แต่เมื่อเสียงทุ้มนั้นเปล่งไล่อีกครั้ง... ร่างกายจึงค่อยๆขยับหันหลังไป... และก้าวเดิน... จงอย่าถอยหลังกลับมา....
อย่าหันเดินกลับมา...
อย่ากลับมา อย่าคิดกลับมา เจ้าคนที่เลือกความรักอันน่าสะอิดสะเอียน.....
“จะคอยดูแกซมซานกลับมา หึ...” เนตรสีเพลิงเอ่ยพลางเอื้อมือปิดม่านให้ตกอยู่ในความมืดมนอีกคราหนึ่ง... กลับมาตายในทะเลสาบสีชาดโลหิต..
“หึ.....” โซ่ตรวนเก่าๆผุกร่อนหายไป... สุดท้ายจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่... ขึ้นอยู่กับตัวมัน...
ฉันไม่คิดจะอวยพรให้ใครมีความสุข
ฉันมีแต่สาปแช่งให้คนพบเจอกับความพินาศ....
++++++++++++++++++++++
ซาวาดะ สึนะโยชินั่งอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียวขจี.... ดั่งเช่นท้องฟ้าในยามกลางวันที่กำลังเอื้ออำนวยพรแห่งความสดใส.... ใบหน้าใสที่กำลังมองเอกสารบนโต๊ะใช้ความคิดอย่างหนักครุ่นคิดไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า... ภาพเหตุการณ์มากมายไหลเวียนราวกับกระแสธารในห้วงความคิด.... ช่างสับสน....
“ฉันคิดถูกรึเปล่านะ... ที่พูดแบบนั้นออกไป....” มันช่างคล้ายการท้าทาย.... ต่อคนที่เกลียดชังเขามากที่สุด....
ขอโทษนะ.... เจ้าสัตว์ร้ายที่ฉันทำให้ทรมาน......
“แย่จริงๆเลยนะเรา....” รอยยิ้มแห้งเหี่ยว... ลมหายใจผ่อนออกอย่างเชื่องช้า... นั่นน่ะ... คือลูกน้องคนสนิทของแซนซัสเชียวนะ....
เนตรกลมโตเหลือบมองเห็นใครบางคนเดินมาจากที่ไกลๆ ชุดสูทสีดำขลับแลเห็นแล้วรู้สึกแตกต่างไปจากปกติ... มองเห็นภาพที่เหมือนกับวันแรกที่ได้เจอกันอย่างบังเอิญในวันนั้น.... ทำไมไม่ใส่เครื่องแบบ.... มาส่งเอกสารทั้งสภาพนั้น..เดี๋ยวก็มีปัญหาหรอก...
“สคอลโล่? ทำไมวันนี้แต่งตัวเรียบร้อยผิดปกติแบบนั้นล่ะ” ร่างเล็กหยัดกายขึ้นพิศมองร่างสูงในชุดสูทสีดำขลับรวบรวมยาวยวงผูกไว้เบื้องหลังเรียบร้อย... ดูแปลกตาจริงๆ...
“ไม่ได้รึไงวะ!?” เสียงทุ้มโวยวายลั่น... เขามองแล้วเลิกสงสัยในทันที....
ทำไมเขา...รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาอย่างกะทันหันกันนะ...
ทำไมเขา... รู้สึกว่ามีบางอย่างที่มีอิสระกว่าเดิม....
“ฮ่ะๆ เท่ดีออก” ยามเมื่อเสียงแว่วเลือนหาย.... ยามนั้นมือแกร่งรวบดันท้ายศีรษะปกคลุมด้วยไม้สีน้ำตาลไหม้ถลาเข้ามาใกล้ตัว.... แม้แรงกระแทกเข้ากับอกจะไม่ใช่น้อย... แต่เขากลับไม่ตกใจ...
“...... ขอบคุณนะ....” ปรือหลับตาลงเพื่อรับรู้เสียงหัวใจนั่น....
โดยที่ไม่ทิ้งเส้นทางของตัวเอง....ให้เขาต้องรู้สึกผิดมากไปกว่านี้...
“เรื่องอะไรวะ ไม่เห็นจะรู้เรื่อง....”
ไม่จำเป็นต้องแสร้งทำปกปิดอะไรอีกต่อไป....
ไม่จำเป็นต้องแสร้งทำยิ้มแย้มแม้ใจจะรวดร้าว.....
อ้อมกอดคลายลง... พร้อมกับสองเนตรเมียงมองกันก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสดใส.... ทั้งที่พวกเราควรจะรู้สึกผิด.... นักดาบหนุ่มลูบศีรษะของร่างเล็กกว่าอย่างเงียบงัน... ปล่อยให้บอสของวองโกเล่มองอย่างสงสัยกำท่าทีแบบนั้น....
ทะเลสีชาดนั้น... เป็นสีแดงอย่างที่มันเคยเป็น.... สัตว์ร้ายตัวนั้นแหวกว่ายอยู่ในเส้นทางเดิมๆ.... แต่ที่ต่างคือมันสามารถแหวกว่ายออกนอกเส้นทางไปได้อย่างอิสระ.... ไปสู่ช่วงเวลากลางวันที่แสนอบอุ่น.....
“ไหนๆก็ไหนๆ นี่เอกสารไปส่งให้แซนซัสนะ” มือเล็กยื่นเอกสารสีขาวให้แก่นักดาบเรือนผมเงิน.....
“อะไรล่ะนั่น?” มือแกร่งรับมาอ่างสงสัย....
“สารท้าดวลน่ะ อย่างเป็นทางการ” หวังว่าตัวฉัน.... จะสามารถเผชิญหน้ากับนภาสีดำ... เพื่อคลายความชิงชังนั่นไปได้เสียที....
..........................
เสียงสัญญาณ...... ดังก้องอยู่ในอากาศ..............
โซ่ตรวนผุพังอยู่ใต้ธารน้ำเหม็นกลิ่นคาวโลหิต......
..............
...............
----------------------------------------------------------------------------
Free Talk : พิเศษวันเกิดเดียร์... OTL พยามยามจะให้มันหวาน แต่ต้องรวบเนื้อหาที่โอเคหน่อย ทำไมมันเหมือนบทสรุปของ Pieta แบบฉบับย่อส่วนชอบกลนะนี่ =A=" แต่อันนั้นดอกเค็มไปแล้วก็เลยช่างมันเถอะ =A=" ไม่รู้ถูกใจมั้ยเพราะว่าไม่ได้เขียนแบบนี้นานแล้ว แล้วแซนเราก็เขียนไม่เก่ง T[]T ร่ำไห้เป็นสายธารา...
ขอโทษแฟนๆ XSด้วย แต่ความร้าวรานมันจำเป็น TT[]TT โอ๊ยย~~~ ตรวจอักษรก่อน!!

















ขอบใจนะจ้า > 3<
ซีนบนเตียงถูกใจซาร่ามากเลยจ็อดดดดดด โฮกกกกกก
อยากเห็นเป็นภาพพพพพพ ฮืออออ (ต้องหาทางไซโคสักคนซะแล้ว กร๊ากกก)
อ่านแล้วดูป๋าเป็นคนดีโคตรๆ ยอมด้วย! (ฮา)
ไอ้เราก็นึกว่าจะมีฉากพิศาลซะอีก 55555
(บ่งบอกความคิดลึกๆมาก)
พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ขอบคุณณณณณณณณ
เกรียมๆแบบนี้ก็โอเคนะจ้ะ ชอบ ฮ่าๆ (บนเตียงจับปอยผมเลิศๆ)
รายการต่อไปขอ Pieta แบบเต็มๆนะ 5555555
*หลบหลีกหม้อไหข้างตัวอายะ*
#1 By dearchan on 2009-09-13 02:42