★Euphoric Field★

With Love and Happiness

Pages

  • Home
  • About Me
  • SFic/RQFic
  • Complete Fic
  • On going Fic
  • Post Status
  • Dolls
  • Offline

Creative Commons License

[AyaFee] ♥ [Byanism] View my profile

Recommend

  • Xmas ขอคอมเมนต์เกมส์
  • [Y alert] Rate Fanservice
  • ayapedia : Byanism
  • เปิดรับคอมเมนต์ฟิคชั่น
  • Hunepedia.....

Previous

  • [สาระ] ทำไมไม่ควรช่วยเหลือ Art thief
  • because of you......
  • Xmas ขอคอมเมนต์เกมส์
  • [KHRShare] ของขวัญล่วงหน้าคริสมาสต์
  • อัพเลว!!! เสร็จแล้วววว
  • หายตัวไปทำสิ่งนี้
  • [มุขเดิม] จบรูทแล้วสินะ?


Links

  • -*My Link*-

  • My Multiply
  • My Id Dek-d
  • MY LJ
  • -*Otome Game*-

  • Otomate
  • Gamecity
  • Idea Factory
  • d3p
  • quinrose
  • Sugar Bean
  • 5pb
  • La Primavera
  • รวมบทสรุปOtome
  • Emland
  • Corda Fc รวมเว็บคนรักคอด้า
  • Haruka FC แฟนคลับของHarukanaru
  • Neoromance FC รวมเว็บของเกมส์ตระกูลนี้
  • Otome FC รวมเว็บแฟนเกมส์จีบหนุ่ม
  • otomedream
  • My neoromance
  • บอร์ด aarin
  • -*Webboard*-

  • Photobucket
  • บอร์ดนิชิคิ
  • เกาะIE
  • บอร์ดรีบอร์น
  • บอร์ดพ่อบ้านดำ
  • บอร์ดPK
  • SuikoFriend รวมพลคนรักซุย
  • Dollhunter
  • -*Doujin*-

  • 【略奪マーチ】

[SFic HBD to Dearchan] Signal [(x)S27] ปั่นไฟลุก TTvTT

posted on 12 Sep 2009 23:16 by ayafee  in Fiction

HBD เดียร์ TT[]TT  แอบเลยไปแล้ว 1 ชม. เพราะว่าปั่นไม่ทัน  กลางวันไปทำภารกิจกับคุณแม่จนไม่ได้อยู่หน้าคอมเลย  ขอโต้ดดดดด

ไม่รู้ถูกใจมั้ยนะ แบบว่าสติปั่นป่วนได้โล่ OTL  (ไม่ได้ตรวจอีกตะหาก กำแล้ว....)

 

Title:  Signal
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Travia : Happy Birthday To Dearchan
Genre :  Drama , Romance
Rate : NC15?
Pairing : (X) S27

Summary :   เสียงสัญญาณของความรัก...  ที่นำไปสู่การเสื่อมสลาย?

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


การได้เจอกับนายครั้งแรก........


เนตรสีน้ำตาลไหม้  ร่างกายที่สั่นเทา...
และแปรเปลี่ยนเป็นสีทอง... และเปลวเพลิง.....
ความแข็งแกร่งที่ประกอบไปด้วยความอ่อนโยน



รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง... ไปจากสีนภาสีเดิม...



    ห่างไกลนั้น... ท้องทะเลนั้นเป็นสีแดงสด...   ท้องฟ้าเป็นสีดำทมิฬ...  โลกที่เต็มได้ด้วยสิ่งชั่วร้าย.. โลกแห่งการเข่นฆ่า...   เสียงร้องคำรามของฉลามตัวยักษ์ที่ใช้คมเขี้ยวของมันกัดฉีกร่างของคู่ต่อสู้ตัวแล้วต่อเล่า....  สุดท้ายแล้วศพนั่น.. เลือดที่หลั่งรินออกมาก็เพิ่มพูนให้ทะเลนั่นลึกขึ้นกว่าเดิม....

เสียงใส... ที่เปล่งมาจากที่ห่างไกล....



    ในทะเลนั้นเมื่อเสร็จภารกิจล่าเหยื่อ.... เจ้าฉลามที่ดุร้ายกลับถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยโซ่เก่าๆ... หากแต่แข็งแกร่งกว่าโซ่อื่นใดบนโลกใบนี้....  ทำไมสัตว์ร้ายจึงต้องยอมอยู่อย่างไร้อิสระแบบนั้น.....

ฉันมีอิสระในการฆ่า.....



    ใต้ท้องนภาสีหมองหม่น...   นานวันยิ่งมองเห็นมันหมองหม่นเป็นสีดำจากความแค้น...   หนทางที่เจ้าฉลามนั้นได้เลือกเอง.... สัตว์ร้ายที่รู้จักแต่การฆ่าและการภักดีกับจ่าฝูงของมัน....   มันใช้สมองในการสั่งการและมีความรู้สึก....

    แต่ไร้อิสระในการมีความรู้สึกนอกเหนือจากความภักดี

แต่ว่าวันหนึ่ง.......


    ชายร่างเล็กในชุดสีขาว...  ใบหน้าที่ดูจริงจังไปกว่าทุกครั้งเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชนสมาชิกของแฟมิลี่...   แม้จะดูจริงจังกลับมองเห็นถึงความลังเล....  เจ้าเด็กที่เคยประมือกันเมื่อหลายปีก่อน  เจ้าเด็กที่สร้างความเกลียดชังและความริษยาให้กับผู้ไม่มีสิทธิ์รับตำแหน่ง....

ซาวาดะ สึนะโยชิ


    ในวันนั้นเขามาในฐานะของผู้สังเกตการณ์  ตัวแทนของกลุ่มวาเรียที่ผู้นำไม่คิดจะมาเหยียบย่ำในพิธีการสืบทอดตำแหน่งอันศักดิ์สิทธิ์....  เนตรสีน้ำทะเลของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำขลับรวบผมสีเงินยาวยวงเรียบร้อยต่างจากทุกวันทอดมองพิธีการนั่นตั้งแต่ต้นจนจบ....  จนกระทั่งก้าวเดินออกมา...

นั่นคือสีขาว....  ที่ทอดกระจายแผ่กว้างไปทั่ววองโกเล่แฟมิลี่
ทั้งที่ดูไม่น่าเชื่อถือ.. แต่เหล่าสมาชิกกลับยอมรับในฐานะนั่น....



    สเพลฮี สคอลโล่คือนักดาบของกลุ่มวาเรีย  เรื่องการแสดงความยินดีกับคนที่เป็นดั่งคู่แข่ง เสี้ยนหนาม และอุปสรรคทางอำนาจของเจ้านาย... เขามิสามารถทำได้แม้มันควรทำในฐานะผู้มีตำแหน่งต่ำกว่า... 

    ขายาวพาร่างก้าวเดินไปตามทาง แต่กลับเหลือบเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ...   ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ซอกมุมนั่น... เริ่มมองเห็นชุดเครื่องแบบสีขาวที่สะดุดคุ้นตา..   “ฉันตัดสินใจผิดรึเปล่าเนี่ย~~~!!!!”  

เสียงใสโวยวายขึ้นมากะทันหันทำเอาตกใจได้ง่ายๆ.....  “แก....”

    ผู้สวมใส่เครื่องแบบสีขาวตวัดใบหน้าหันมามองด้วยความตกใจ...  เผยให้เห็นเรือนผมสีน้ำตาลไหม้พลิ้วไหวตามแรงสะบัด  ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความตกใจ  “สะ..คุณสคอลโล่เองเหรอ.... ไม่ได้ยินอะไรใช่รึเปล่าครับ....”

    “ได้ยินเต็มสองหูเลยว่ะ”  เมื่อตนบอกไปแบบนั้นร่างเล็กๆของเด็กหนุ่มชาวตะวันออกก็เริ่มรนรานขึ้นมา...  

    “แค่บ่นน่ะ..!!   แค่สับสน!  ไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะสงบแล้วล่ะ...”  ผู้นำคนใหม่ของวองโกเล่ช่างมีความเป็นเด็กที่ปิดซ่อนเอาไว้ไม่ให้คนอื่นเห็น....

    “แกทั้งที่ตอนนั้นเล่นงานพวกฉันซะขนาดนั้น  ตอนนี้จะยังลังเลอะไร  แซนซัสมันอิจฉาแกจนอยากฆ่าให้ตาย”  เอ่ยไปตามความคิดของตัวเอง  แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับหัวเราะออกมาอย่างแห้งเหี่ยว....

    “ก็มีบ้างนั่นล่ะครับ.... ก็เพราะรู้สึกผิดเหมือนกัน.......”   ใบหน้าที่เหรอหรากลับสงบลง...  สงบราวกับท้องฟ้าที่ปรวนแปรไปมา...

เป็นคนที่ไม่มีความริษยา......



    “เหมือนแย่งที่ๆหนึ่งของคนหนึ่งมา ทั้งที่ตัวผมยังไม่พร้อมด้วยซ้ำไป แหะๆ”   เสียงใสที่มากหลายความรู้สึก.. แม้คนที่ไม่ละเอียดอ่อน...ก็รับรู้ความรู้ในใจนั้นได้...

    “หมายถึงแซนซัสงั้นสินะ  มันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”   แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธาและความเกลียดชัง.... จนอยากทำลาย....

    “แต่อยากฆ่าผมให้ตายสินะครับ   ผมรู้อยู่แล้วล่ะ รู้มาตลอดเลยด้วย”   สายตานั้นกำลังทอดมองออกไปไกลแสนไกล.... ไกลสุดจะคาดเดา...

    “แต่ผม.... ก็มีเพื่อนๆอยู่เหมือนกัน......”

เป็นคนที่ไม่มีความเกลียดชังต่อพวกเดียวกัน....



    “ขอโทษนะครับ”   จู่ๆเสียงใสนั้นกลับเปล่งขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ผินกลับมาพลางหัวเราะเหี่ยวแห้ง

    “หา?”

    “ที่บ่นไร้สาระให้คุณสคอลโล่ฟัง  ยังไงก็อย่าบอกใครเลยนะครับ โดยเฉพาะรีบอร์น....”   ยังคงเป็นเด็กหนุ่ม... ที่เพิ่งจากโรงเรียนมา....

ช่างน่าขำ....



    “ไม่จำเป็นต้องเรียกคุณ  เรียกชื่อเฉยๆก็พอว่ะเจ้าเปี๊ยก”  มือแกร่งขยี้ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยไหม้ฟูฟ่องนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว   การเรียกด้วยคำสุภาพมันไม่เหมาะกับนักฆ่าเอาเสียเลย....

    “อะ..เห???... เรียกเฉยๆ?”   ทำไมต้องถูกดึงดูด....

    “เออ เรียกเฉยๆสิฟะ”   ด้วยความรู้สึก... และแรงดึงดูดที่แตกต่างจากคนรอบกาย....

    “...อ่ะ...งั้น...เรียกสคอลโล่เฉยๆ....แหะๆ...”  แล้วใบหน้านั้นก็ส่งรอยยิ้มอันเจิดจ้ามาให้...


วันนั้นฉันได้สัมผัสความรู้สึกบางอย่าง
ที่เคยสัมผัสเมื่อหลายปีก่อน.....

สิ่งที่เรียกว่าความอ่อนโยนต่อพวกเดียวกัน
สิ่งที่หาไม่ได้จากในปราสาทวาเรีย...



หลายต่อหลายครั้งที่ได้พบปะกันหลังจากนั้น
เพราะภาระหน้าที่ที่ได้รับการฝากฝังมาจากผู้เป็นนาย จึงต้องพบเจอหน้ากันบ่อยกว่าที่เคยเป็น
แทนที่จะคุยกันเพียงแค่เรื่องงานเท่านั้น...  กลับเริ่มพูดคุยกันในเรื่องอื่น...
หรือกระทั่งละเล่นเกมส์กระดานอย่างที่ไม่เคยทำ.....


ทำไมกันนะ......
ฉัน…..



    “เหม่ออะไรของแก”


    เสียงทุ้มแหบพร่าแทรกเข้ามาในห้วงความคิดเหม่อลอยของนักดาบหนุ่ม    ท่ามกลางบรรยากาศสลัวมืดมัวของห้องนอนพ่วงห้องทำงานของผู้นำกลุ่มนักฆ่าที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด...

   

นึกถึงหมอนั่นทั้งที่ไม่จำเป็น.....



“เปล่าเว้ย   อ่านเอกสารของแกนี่ไง”   มือชี้ยังแผ่นกระดาษสีขาวบริสุทธิ์ปั๊มตราของวองโกเล่และตรากลุ่มวาเรีย   เจ้าเอกสารที่สร้างความขุ่นเคืองในยามเช้าให้ผู้เป็นนาย...

“ฉีกมันทิ้งซะ”  แซนซัสผู้กราดเกรี้ยวบอกด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาไม่ต้องการแม้แต่จะเห็นเจ้าสิ่งนั้น....

“แกไม่คิดจะอ่านบ้างรึไงวะ”  สิ้นคำสิ่งที่มาเป็นคำตอบคือขวดแก้วที่หากเอี้ยวศีรษะหลบไม่ทันก็คงได้เลือดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น....  

“แค่ต้องการยืมกำลังไปใช้งานของพวกมัน  ฉันไม่ใช่ขี้ข้าของเจ้าสวะนั่น!!”   ทิฐิที่รุนแรง... ความปรารถนาอันแรงกล้าแม้มิอาจจะได้ครอบครองตำแหน่งนั่นยังคงเต็มเปี่ยม.... 

“เข้าใจล่ะๆ”   ผู้เป็นดั่งดาบและมือเท้าจำต้องทำตามคำสั่งของนายเหนือหัว...   กระดาษเอกสารถูกฉีกเป็นชิ้นๆกระจายอยู่บนพื้น... บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันแตกร้าวของสองกลุ่ม...

“แกก็อย่าคิดไปสุงสิงกับพวกมันให้มากนัก”    คำถาม... ที่เขามิอาจเปล่งตอบออกไปได้ ทั้งที่เป็นแค่เรื่องง่ายๆ....

“เออ เข้าใจล่ะ”   แต่จำต้องตอบออกไป.....

เสียงที่ดังก้องอยู่ในจิตใจ.....
เสียงที่มิอาจเอ่ยบอกออกมาได้......


ส่วนลึกของฉันกำลังยอมรับในวิถีทางของสีขาว.....

ฉันกำลังทรยศสิ่งที่นายอยากให้เป็น




ช่วงเวลาที่เข้าหาเพราะปฏิบัติตามหน้าที่
พฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อกันเดิมๆ....  มันเริ่มต่างออกไปเรื่อยๆ.....


    ฉลามตัวนั้นยังคงอยู่ในท้องทะเลเหม็นกลิ่นคาวเลือด  มันยังคงที่เดิม..  หากแต่แตกต่างไป.. มันลืมตาขึ้นมาแล้วกลับมองเห็นท้องฟ้าในสีแปรเปลี่ยนไปจากเดิม... ทำไมเป็นแบบนั้น... 

มันเลือกแหวกว่ายออกนอกเส้นทางล่าเหยื่อ
มันว่ายออกไปอย่างที่มันไม่เคยมีอิสระ  แม้ธารที่มันอาศัยยังคงเป็นสีแดงชาด  แต่ช่วงเวลาหนึ่งนั้น
ท้องฟ้า.... เป็นสีฟ้า....
ไล่ตามเสียงใสๆที่ดังก้องกังวาน.....



    “ขอบคุณสำหรับเอกสารนะครับ”    มือเรียวยื่นรับเอกสารตรงหน้า...   ทั้งที่มันเป็นงานติดต่อกับอีกคนหนึ่งแท้ๆ...

    ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างบทสนทนาของคนสองคน พร้อมๆกับคิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ  “วันนี้สคอลโล่ดูโวยวายน้อยกว่าปกติ?” 

    “หมายความว่าไงวะนั่น!?”   ไม่ทันไรก็ปฏิบัติตัวออกไปอย่างเดิม เรียกเสียงหัวเราะเริงร่าได้ไม่ยาก...

    “เปล่านี่ครับ....” 

    “ก็แค่.. ชอบแบบนั้นมากกว่า”   คงยากที่ใครซักคนที่อยู่กับวิถีแห่งการฆ่ามาเกินครึ่งชีวิต...   จะสามารถเจอรอยยิ้มสดใสแบบนั้นได้...

ตัวฉันที่หยาบกระด้าง...  ไม่เคยสัมผัสสิ่งเหล่านั้น...



    “แกอยากให้ฉันภักดีกับแกอย่างที่เป็นกับแซนซัสรึเปล่า”   คำถามหนึ่งคำถาม... เนตรสองคู่อันแตกต่างจ้องมองกัน....

    “คำถามตอบยากนะครับนั่น....”   ริมฝีปากของง่ายนั้นยิ้มพลางหัวเราะเหี่ยวแห้งราวกับเข้าใจ....

    “เออ ตอบมาตามตรง” 

    “ก็........  ไม่อยากให้เป็นสิ่งที่เรียกว่าภักดีหรอก....”  คำพูดเดียวก็สั่นคลอนบางอย่างในจิตใจลงไปได้....

    “ถ้าภักดีก็เหมือนแค่ฟังคำสั่ง  สคอลโล่น่ะ  ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งของผมหรอก   แค่มาหาผมบ้างก็พอแล้ว”    การกระทำที่ไม่คาดคิด...  คือร่างที่เล็กกว่าคนที่พ้นเลยช่วงคำว่าเด็กหนุ่ม...  ก้าวเข้ามาโอบกอดตนด้วยวงแขนทั้งสองที่ผอมแลดูไร้กล้ามเนื้อ...    แต่ทำไมช่างดูแข็งแกร่งนักนะ....

    “แกนี่มัน.....”   คำพูดนั้นก็ทำให้สัตว์ร้าย.... ยอมทำบางอย่างที่ต่างออกไปได้...


เขาไม่ได้ทรยศต่อสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอดช่วงชีวิต

เขาไม่ได้ทำแบบนั้น....


อาจจะแค่เรียนรู้สิ่งที่จับดาบรักษามันไว้มากกว่าหนึ่ง....

นอกจากตัวเอง  นอกจากความภักดี.....


หนึ่งวัน  หนึ่งสัปดาห์  หนึ่งเดือน หนึ่งปี
ผ่านพ้นไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็วนักช่างน่าตกใจ

ไม่ได้ปิดบัง ไม่ได้สร้างความลับ แต่คือสิ่งที่มิอาจเผยออกไป
ต่อนายเหนือหัวที่ยึดมั่นใจเส้นทางของตัวเอง  ไม่อยากตราหน้าว่าเป็น.....


คนทรยศ......



    ร่างที่เล็กกว่าแลดูอ่อนแอ.. ร่างกายที่ผอมบางไม่สมชายชาตรีในช่วงอายุเท่ากันสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเพียงตัวเดียวหยัดกายขึ้นจากผืนเตียงนอนสีขาวนอน....  เนตรสีน้ำตาลเป็นประกายทอดมองไปยังคนข้างกาย.. ริมฝีปากค่อยๆคลี่ยิ้มจางๆ..


    “ตื่นได้แล้วสคอลโล่ เช้าแล้วนะ... แดดแรงออกขนาดนี้...”   เอื้อมมือไปสัมผัสปัดป่ายผมยาวยวงบางเส้นที่เข้ามาปรกใบหน้าคมนั้น...

    เนตรสีน้ำทะเลเผยให้เห็น   “แกจะไปแล้วสิ”   เช้าวันใหม่ที่ต้องแยกไปตามหน้าที่

    “ครับ... สคอลโล่ก็อยู่ที่นี่นานแล้ว”   แย้มยิ้มและโน้มกรอบใบหน้าใสเข้ามาเคียงใกล้... แนบรอยสัมผัสจากริมฝีปากแผ่วเบาที่ข้างแก้ม.....

    “รู้แล้วๆ”  เฉกเช่นวงแขนแกร่งที่ยกขึ้นโอบศีรษะอันปกคลุมด้วยไหม้อ่อนนุ่มสัมผัสปอยผมนั้น...   สัมผัสที่แสนอ่อนโยน... ที่แตกต่างจากใครบางคน....

ฉันหลงใหลให้ความโกรธนั่น.... จึงติดตาม....



    “ขอโทษนะ... เพราะว่าไม่อยากมีปัญหา....”   รอยยิ้มเหือดแห้งที่ตัวเขานั้นเข้าใจดี............

ฉันหลงใหลในความอ่อนโยน... จึงต้องการ...... ปกป้อง...



    “รู้แล้วน่า  จะคิดมากทำไมเล่า”   ความรู้สึกตื้นลึกที่ได้รับมาจากการสัมผัสและเคียงใกล้....  ได้รับความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเดิม....

สิ่งนั้น.... คือความรัก.....
ที่ไม่ใช่ความภักดี..อย่างนักดาบ....



    เหนือทะเลเลือดที่อาบไปด้วยสีแดงชาดเหม็นกลิ่นคาวคละคลุ้ง...  มองเห็นท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกล...   นภาที่แลเห็นเพียงแค่ช่วงเวลากลางคืน  วันหนึ่งกลับมองเห็นเป็นสีขาวนวล...   ค่อยๆกร่อนทำลายโซ่รวนพันธนาการแห่งความภักดีกับท้องฟ้าช่วงกลางคืนออก... แต่......

“แกเป็นดาบของใครกัน”


ฉันคือดาบของกลุ่มนักฆ่าวาเรีย คือดาบของแซนซัส....


“ความภักดีที่แกพล่ามพูด จะได้ซักกี่น้ำ”


ฆ่าฉันด้วยคำพูดง่ายๆแบบนั้น



    “ผมน่ะ รักสคอลโล่นะครับ....”   เช่นเดียวกับคำพูดของนภาสีขาว....  ที่ราวกับเยียวยา ชุบชีวิตเขาขึ้นมาได้ง่ายๆแบบนั้น.....

ราวกับตายและเกิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่บนโลกใบนี้...



    “รู้แล้วน่า เจ้าเปี๊ยกเอ๊ย”   ขยี้ปอยผมนั่นปานหยอกล้อกับเด็ก....   แค่คำพูดนั้นก็เพียงพอแล้ว.....


ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดตามมา... ก็จักยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น....
ตัวเขาอยู่ที่ไหน ทำอะไร  ก็คือตัวเขาในแบบเดิม....


อิสระที่ได้มา...  ด้วยการแหกกฎเกณฑ์....



++++++++++++++++++++++++


    ท้องฟ้าสีดำขลับเบื้องบนนั้นล่วงรู้ดีว่าวันใดเมื่อมองลงมายังทะเลเลือดเบื้องล่าง  จะมองไม่เห็นร่างของสัตว์น้ำที่ถูกคุมขังพันธนาการไว้...  เวลาแห่งการล่าเหยื่อของเจ้าสัตว์กระหายโลหิตนั่น..ยาวนานกว่าเดิมถึงเพียงนั้น...  ไม่ใช่ซะหรอก... ก็แค่การสร้างเหตุผล... และคอยมองดูมันว่ายกลับมาในโซ่ตรวนด้วยตัวเอง...

เฉกเช่นการวางคำสาป.....



    “หายไปไหนมาล่ะ ไอ้สวะ”   บรั่นดีสีเข้มรินเทลงภายในแก้วใส   ท่ามกลางความหมองมัวของห้องสีเดิม  บรรยากาศที่อยู่ภายใต้สิ่งที่เรียกว่าความโกรธ ความเกลียดชัง และความแค้น...

    “ก็ไปทำงานที่แกให้มาน่ะสิวะ”   ร่างโปร่งปิดประตูพลางก้าวเดินตรงมาหาชายผู้เป็นนาย  กระดาษเอกสารสีขาวเดิมๆได้วางลงบนโต๊ะนั่น...


    แซนซัสมองเอกสารที่น่าชังเหล่านั้นด้วยสายตาอันแสนเย็นชา  ตัวเขาในยามนี้นั้นช่างเหมือนผู้คุมที่มีนักโทษเอ่ยหลอกลวงปิดบังความลับในเรื่องการพยายามแหกคุกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ...  ผู้คุมคนนั้นไม่ได้โง่.... แต่มิได้ใจดีทำเป็นมองผ่าน.... ก็แค่รอ...


    “มืออาชีพระดับวาเรีย ทำงานช้ากว่าลูกน้องธรรมดาซะ  สวะจริงๆ”   มันจะเอ่ยปากออกมาเอง... หรือจะต้องลงทัณฑ์ให้เปิดปากพูดออกมา... 

สิ่งที่มันหยามคนที่เป็นนายของมัน....



    “แกมักสั่งงานยุ่งยากมานี่หว่าบอส”    น่าขำ... น่าขัน.... และน่าชิงชัง...

สัตว์ร้ายที่เลี้ยงไม่เชื่อง....



    “ที่มันยุ่งยาก เพราะแกไม่ใช่รึไงที่ทำให้มันยุ่งยาก”    เนตรสีเพลิงอันเต็มไปด้วยประกายแห่งความเกลียดชังเพ่งมองมา....   มองทะลุไปถึงตัวตนภายใน...

    “แกจะพูดมันออกมาเอง.... หรือจะให้ฉันเค้นคอแกออกมา”   การกระทำที่พยายามทำให้นายของมันเป็นคนโง่....


แก้วใสร่วงหล่นลงพื้นดั่งเช่นการสิ้นสุดของความอดทน
หยาดหยดเครื่องดื่มมึนเมากระเซ็นเปื้อนและเอ่อนองบนพื้นราบ....
ดั่งเช่น... เรื่องราวที่เอ่อล้นออกไป...ไกล....

“จะให้รายงานแกเรื่องอะไรอีกล่ะ”


ช่างน่ารำคาญนัก......



    “แกคิดว่าตัวฉันโง่ขนาดนั้นเชียว?”   ความรู้สึกที่เกลียดชัง... จากการหักหลังชวนให้บาดแผลที่เหลือเพียงแผลเป็นปาดป้ายตัวเจ็บแปลบ.....

    “คนที่โง่คือแกมากกว่า ไอ้สวะ”   ที่ปิดบังทำตัวอย่างคนโง่แบบนั้น....


    สเพลฮี สคอลโล่ยืนนิ่งงันจนในคำพูด  วันใดวันหนึ่งความลับที่จงใจปกปิดเอาไว้นั้นก็ต้องแดงออกมาในวันใดวันหนึ่ง  ไม่ใช่วันนี้ก็ต้องเป็นพรุ่งนี้...  ทั้งที่เป็นเรื่องที่ควรจะเปิดเผยออกไปตั้งแต่เนิ่นนานมาแล้ว.....


    “ใช่  ฉันมันโง่   เพราะฉันจงรักภักดีในตัวแก”  เนตรสีน้ำทะเลเมียงมองตรงมาอย่างจริงจังไม่หลบหนี...  ไม่จำเป็นต้องร้อนใจ....

    “ไม่ว่าเมื่อไหรก็เหมือนเดิมแบบนั้นล่ะวะ แซนซัส....”    เพราะมันคือเรื่องจริง.... ที่ไม่เคยสั่นคลอนไป....

ดาบของฉันยังคงฟาดฟันเพื่อนภาสีดำอย่างที่เป็น

แต่

เพิ่มสิ่งที่อยากปกป้องด้วยความรู้สึกอื่น... ก็เท่านั้น.....



    “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกแก”   เพียงเพราะนภาสีขาว....  คือทั้งคน.. ทั้งสิ่งที่คนตรงหน้านี้รังเกียจเดียดฉันท์มากที่สุดบนโลกใบนี้.... 

    เสียงหัวเราะสะอิดสะเอียนในคำแก้ตัวและคำสารภาพบาปอันน่าชังดังก้องไปทั่วห้องกว้าง    “เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ  สเพฮี สคอลโล่”   สัตว์ร้ายมักกลับมาแว้งกัดเจ้านาย...

    “แกศิโรราบให้กับเจ้าสวะปวกเปียกนั่นง่ายๆ   แกมันโง่ซะจริงๆ”   ความรู้สึกที่น่าสะอิดสะเอียดหลอกลวงตา.. นั่นมันไม่มีจริง....

    “โง่ที่ทรยศฉัน”    ก็แค่ความรู้สึกไม่จำเป็น...  ที่หลอกล่อแย่งชิงสิ่งอื่นจากคนอื่นไปก็เท่านั้น....

ฉันเกลียดมันซะจริงๆ



    มือกลซึ่งสวมทับด้วยถุงมือสีดำขลับยกขึ้นเพื่อเมียงมอง  มือที่ไร้ความรู้สึก ไร้อุณหภูมิ  แต่มีคนๆหนึ่งสัมผัสมันอย่างอ่อนโยนทั้งที่มิอาจได้รับความรู้สึกใดกลับไปเลย....  แต่... เขาเคยได้สัมผัสความรู้สึกที่ส่งผ่านสิ่งที่มันไร้ความรู้สึกมาแล้ว.....


    “ฉันไม่ได้ทรยศแก....  ฉันยังจับดาบเพื่อฆ่าคนตามที่แกสั่งเสมอ....”  แต่.....

    “ฉันรักเจ้าเปี๊ยกนั่น  ขอโทษนะแซนซัส”   สัตว์ร้ายตัวนี้.... ไม่ได้ดื้อพยศจะแว้งกัดนายของมัน....  แม้แต่เพียงครั้งเดียว....  ขอให้เชื่อเอาไว้....


ตั้งแต่วันนั้นที่มองเห็นนภาสีดำเป็นครั้งแรก...
เขาได้ยอมจองจำตัวเองเพื่อทำงานและฆ่าคนเพื่อสิ่งนั้นมาตลอดไม่เคยคิดหนี
ยอมกระทั่งตัดมือของตัวเองเพื่อฝึกวิชาดาบ....  เพื่อกวัดแกว่งดาบนั้นเพื่อสิ่งที่ภักดีมาโดยตลอด...

ตอนนี้ตัวเขาอาจจะเหมือนคนทรยศในสายตาของผู้คุมก็เป็นได้
แต่....  เขามิอาจถอยไปได้... มิอาจปล่อยให้มันหลุดลอยไปได้.....
มันคือนิสัยของนักดาบ.....



    มือหยาบกร้านตรงเข้าบีบลำคอของร่างโปร่งเรือนผมสีเงินกระแทกลงกับพื้นด้วยไฟแค้นที่ลุกโชนยากจะลดทอน.... สายตาที่เกรี้ยวกราด ไอ้สังหารที่บ่งบอกจริงจังถึงอารมณ์ที่รุนแรง...  ลูกน้องที่ปากพร่ำบอกว่าภักดี  ล่วงรู้ความลับทุกอย่างที่น่ารังเกียจของตน... แต่มัน...

วันนั้นในวันที่ฉลามแหวกว่ายออกไป... วันนั้นเขาได้พบกับนภาที่น่ารังเกียจ
ปากกระบอกปืนจ่อลงไปหลังศีรษะนั่นอย่างไม่ลังเล... เรียวนิ้วนั้นเตรียมเหนี่ยวไกออกไป
แต่....  ใบหน้าที่น่าชิงชังกลับมองหันมาอย่างเชื่องช้า...  ด้วยสายตาเหมือนเจ้าแก่รุ่นที่เก้านั่น....


“ฉันไม่คิดจะปล่อยสคอลโล่กลับไปหรอก....”


ถ้อยคำที่น่าชิงชัง  สัญญาณที่น่าขยะแขยง


“คนที่จะเลือกไม่ใช่ฉัน.....”


สายตาที่มองมาอย่างมั่นคง..ชวนให้ทำลาย....



    “พูดได้เต็มปากดีนี่ ไอ้สวะ...”  การกระอันแสนเลือดเย็นที่มีต่อผู้ที่เคยเป็นดาบ... คือความโกรธแค้น....

    “คนที่คิดเข้าข้างไอ้สวะน่าชังนั่น   คือคนทรยศ....”   ออกแรงบีบรัดทางเดินของระบบหายใจ... หวังปลิดชีพคนทรยศให้ตายคามือ....น่าเกลียดชัง... น่าเกลียดชัง... น่าเกลียดชัง!!

    “...ซ..แซนซัส!!”   มือกลคว้าจับข้อแกร่งพยายามผลักดึงมือนั่นให้ปล่อยตนให้เป็นอิสระ..   โซ่ตรวนที่พันธนาการร่างของฉลามในทะเลเลือดนั้น...   มิได้คลายตัวลง....

    “ดิ้นรนเข้าไปไอ้สวะ....”   เนตรสีเพลิงทอดมองด้วยความเย็นชา....   ไม่ใส่ใจว่ามันจะไปที่แห่งไหน....  แต่...

    “ไม่ฆ่าแกให้เจ้าสวะนั่นเห็นก็ดีแล้ว”   มิใช่ที่แห่งนั้น....

มันไม่ใช่ความรัก....



    คำสาป?  ท้องทะเลสีชาด....  ฉลามคลั่งดุร้ายอยู่ใต้ผืนฟ้าสีทมิฬด้วยความจงรักภักดี...   ทั้งที่ๆไม่ได้ขอ...  แล้วมันก็คิดจะแหกพันธนาการออกไป....

มันไม่ใช่ความผูกพัน



    เจ้าความสัมพันธ์ที่ยุ่งยากที่ถูกสร้างขึ้น...  ใครเป็นคนสร้าง.... และใครเป็นคนทำลาย....   ใครกันที่มันไว้ผมยาวแสดงถึงความภักดี.......

แต่แกเป็นของฉัน!!!!



    ร่างโปร่งสลัดหลุดจากมือแกร่งที่บีบคอตนด้วยความเกรี้ยวกราด...  เพลิงแค้นนั้นลุกขึ้นมิอาจดับลงได้เขานั้นล่วงรู้ดี... ว่าใครที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น.....  สงบปรับห้วงลมหายใจตนให้เป็นปกติ.... ดวงเนตรพันเมียงมองใบหน้าคมป้ายด้วยบาดแผลเป็นด้วยความรู้สึกหลากหลาย...


    “ฉันเป็นดาบของแกเสมอ แซนซัส”   ปณิธานนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง... ไม่มีวันเปลี่ยน  เพราะคือคำสาบานของตัวฉันเอง.....

ชีวิตของฉันอยู่ภายใต้นภายามกลางคืน.....



    “ฉันไม่คิดโกหกแกเรื่องนี้เด็ดขาด”   ไม่เปลี่ยนแปลง....

หัวใจของฉันอยู่ภายใต้นภายามกลางวัน.....



    ในยามนั้นบอสแห่งวาเรียรู้สึกราวกับตนเองได้เผชิญหน้าคนที่เป็นลูกน้องที่ตนรู้จักดีที่สุด และห่างไกลที่สุดในช่วงเวลาเดียวกัน...   เป็นสัตว์ร้ายที่อยู่นอกเหนือพันธนาการ....  เจ้าฉลามตัวนั้น.... 


    “เหอะ.....”    กำลังมีความคิดของตัวเองมากเกินสิ่งที่ตัวมันเคยตั้งใจจะทำ.......

ทิฐิ ความโกรธแค้น  ความริษยา ความต้องการทำลายล้าง...
หล่อรวมกันเป็นโซ่ผูกพันธนาการผู้ติดตามทุกผู้เอาไว้ใต้สีดำทมิฬนั้น....

ความรัก... ที่น่าสะอิดสะเอียน... มีจริงงั้นหรือ....



    ร่างสูงใหญ่ตวัดกายเมียงมองออกไปภายนอกกระจกหน้าต่าง...  แสงแดดอ่อนๆที่ส่องผ่านเข้ามาชวนให้อยากเดินไปปิดม่านกั้นสิ่งที่ทำให้ในความมืดมีแสงสว่างนั่น....   เขาไม่ต้องการ... คนที่ไม่จงรักภักดีอย่างเต็มร้อย....   ไม่ต้องการผู้ที่มีความครึ่งๆกลางๆ...


    “จะไปไหนก็ไป”  

    “หา?”   สคอลโล่ฟังอย่างไม่เชื่อ.... แต่.....

    “สวะชั้นต่ำออกไปซะ”   ไม่ได้ปล่อยไป...  แต่เพียงต้องการมองดูพวกมันล่มสลายไปเอง....

จงอย่าคิดหวนกลับคืนมา.....

ด้วยความรู้สึกครึ่งๆกลางๆ......



    นักดาบหนุ่มผมเงินเมียงมองแผ่นหลังนั่นอย่างประหลาดใจ..    บางครั้งชายหนุ่มก็เข้าใจอะไรได้ยากเพราะปกติเป็นคนที่หยาบกระด้าง  แต่เมื่อเสียงทุ้มนั้นเปล่งไล่อีกครั้ง... ร่างกายจึงค่อยๆขยับหันหลังไป... และก้าวเดิน...  จงอย่าถอยหลังกลับมา....


อย่าหันเดินกลับมา...

อย่ากลับมา    อย่าคิดกลับมา    เจ้าคนที่เลือกความรักอันน่าสะอิดสะเอียน.....

อย่า....  หยามศักดิ์ศรีของฉันให้มากนัก....



    “จะคอยดูแกซมซานกลับมา หึ...”   เนตรสีเพลิงเอ่ยพลางเอื้อมือปิดม่านให้ตกอยู่ในความมืดมนอีกคราหนึ่ง...  กลับมาตายในทะเลสาบสีชาดโลหิต..

“ฉันเป็นดาบของแก”

 

ก็เพียงแค่ร่างกายและหน้าที่...



“แกต้องดีใจที่มีฉันเป็นพวก”


ตัวแกได้ทิ้งจิตใจและหัวใจไว้ที่อื่นแล้ว



    “หึ.....”   โซ่ตรวนเก่าๆผุกร่อนหายไป...   สุดท้ายจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่... ขึ้นอยู่กับตัวมัน...


ฉันไม่คิดจะอวยพรให้ใครมีความสุข
ฉันมีแต่สาปแช่งให้คนพบเจอกับความพินาศ....


แม้กระทั่งแกที่เป็นดั่ง “เพื่อน”  ในอดีต





++++++++++++++++++++++


    ซาวาดะ สึนะโยชินั่งอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียวขจี....  ดั่งเช่นท้องฟ้าในยามกลางวันที่กำลังเอื้ออำนวยพรแห่งความสดใส....   ใบหน้าใสที่กำลังมองเอกสารบนโต๊ะใช้ความคิดอย่างหนักครุ่นคิดไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า...   ภาพเหตุการณ์มากมายไหลเวียนราวกับกระแสธารในห้วงความคิด.... ช่างสับสน....


    “ฉันคิดถูกรึเปล่านะ... ที่พูดแบบนั้นออกไป....”  มันช่างคล้ายการท้าทาย....  ต่อคนที่เกลียดชังเขามากที่สุด....


ขอโทษนะ....  เจ้าสัตว์ร้ายที่ฉันทำให้ทรมาน......

ฉันมัน...เห็นแก่ตัว.....



    “แย่จริงๆเลยนะเรา....”   รอยยิ้มแห้งเหี่ยว...  ลมหายใจผ่อนออกอย่างเชื่องช้า...  นั่นน่ะ...  คือลูกน้องคนสนิทของแซนซัสเชียวนะ....

แต่ฉัน... ห้ามไม่ได้.....



    เนตรกลมโตเหลือบมองเห็นใครบางคนเดินมาจากที่ไกลๆ  ชุดสูทสีดำขลับแลเห็นแล้วรู้สึกแตกต่างไปจากปกติ... มองเห็นภาพที่เหมือนกับวันแรกที่ได้เจอกันอย่างบังเอิญในวันนั้น....  ทำไมไม่ใส่เครื่องแบบ....   มาส่งเอกสารทั้งสภาพนั้น..เดี๋ยวก็มีปัญหาหรอก...


    “สคอลโล่?  ทำไมวันนี้แต่งตัวเรียบร้อยผิดปกติแบบนั้นล่ะ”   ร่างเล็กหยัดกายขึ้นพิศมองร่างสูงในชุดสูทสีดำขลับรวบรวมยาวยวงผูกไว้เบื้องหลังเรียบร้อย...   ดูแปลกตาจริงๆ...

    “ไม่ได้รึไงวะ!?”  เสียงทุ้มโวยวายลั่น...  เขามองแล้วเลิกสงสัยในทันที....

ทำไมเขาเข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบายกันนะ...
ทำไมเขา...รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาอย่างกะทันหันกันนะ...
ทำไมเขา... รู้สึกว่ามีบางอย่างที่มีอิสระกว่าเดิม....



    “ฮ่ะๆ เท่ดีออก”   ยามเมื่อเสียงแว่วเลือนหาย.... ยามนั้นมือแกร่งรวบดันท้ายศีรษะปกคลุมด้วยไม้สีน้ำตาลไหม้ถลาเข้ามาใกล้ตัว....  แม้แรงกระแทกเข้ากับอกจะไม่ใช่น้อย... แต่เขากลับไม่ตกใจ...

    “......  ขอบคุณนะ....”   ปรือหลับตาลงเพื่อรับรู้เสียงหัวใจนั่น....

ขอบคุณที่เลือกฉัน......
โดยที่ไม่ทิ้งเส้นทางของตัวเอง....ให้เขาต้องรู้สึกผิดมากไปกว่านี้...



    “เรื่องอะไรวะ ไม่เห็นจะรู้เรื่อง....”


ไม่จำเป็นต้องแสร้งทำปกปิดอะไรอีกต่อไป....
ไม่จำเป็นต้องแสร้งทำยิ้มแย้มแม้ใจจะรวดร้าว.....


“ก็ตามนั้นล่ะ”


เราทั้งสองเข้าใจอย่างดี



    อ้อมกอดคลายลง... พร้อมกับสองเนตรเมียงมองกันก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสดใส....   ทั้งที่พวกเราควรจะรู้สึกผิด....  นักดาบหนุ่มลูบศีรษะของร่างเล็กกว่าอย่างเงียบงัน...  ปล่อยให้บอสของวองโกเล่มองอย่างสงสัยกำท่าทีแบบนั้น....

ขอบใจ... ที่พาสีขาว...เข้ามาให้.....



    ทะเลสีชาดนั้น...  เป็นสีแดงอย่างที่มันเคยเป็น....   สัตว์ร้ายตัวนั้นแหวกว่ายอยู่ในเส้นทางเดิมๆ.... แต่ที่ต่างคือมันสามารถแหวกว่ายออกนอกเส้นทางไปได้อย่างอิสระ....  ไปสู่ช่วงเวลากลางวันที่แสนอบอุ่น.....


    “ไหนๆก็ไหนๆ   นี่เอกสารไปส่งให้แซนซัสนะ”  มือเล็กยื่นเอกสารสีขาวให้แก่นักดาบเรือนผมเงิน.....

    “อะไรล่ะนั่น?”   มือแกร่งรับมาอ่างสงสัย....

    “สารท้าดวลน่ะ  อย่างเป็นทางการ”    หวังว่าตัวฉัน....  จะสามารถเผชิญหน้ากับนภาสีดำ... เพื่อคลายความชิงชังนั่นไปได้เสียที....


..........................

เสียงสัญญาณ...... ดังก้องอยู่ในอากาศ..............

.....................
โซ่ตรวนผุพังอยู่ใต้ธารน้ำเหม็นกลิ่นคาวโลหิต......

 

ไม่มีใครล่วงรู้หรอกว่า
..............




มันจะจบลงอย่างไร

...............




----------------------------------------------------------------------------

Free Talk :  พิเศษวันเกิดเดียร์... OTL   พยามยามจะให้มันหวาน แต่ต้องรวบเนื้อหาที่โอเคหน่อย  ทำไมมันเหมือนบทสรุปของ Pieta แบบฉบับย่อส่วนชอบกลนะนี่ =A="  แต่อันนั้นดอกเค็มไปแล้วก็เลยช่างมันเถอะ =A="   ไม่รู้ถูกใจมั้ยเพราะว่าไม่ได้เขียนแบบนี้นานแล้ว  แล้วแซนเราก็เขียนไม่เก่ง T[]T  ร่ำไห้เป็นสายธารา...

 ขอโทษแฟนๆ XSด้วย แต่ความร้าวรานมันจำเป็น TT[]TT  โอ๊ยย~~~  ตรวจอักษรก่อน!!

Tags: fanfic, hbd, khr, reborn, squallo, tsuna, xanxus, รีบอร์น8 Comments

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อุฮิ้วววววว~
ขอบใจนะจ้า > 3<

ซีนบนเตียงถูกใจซาร่ามากเลยจ็อดดดดดด โฮกกกกกก
อยากเห็นเป็นภาพพพพพพ ฮืออออ (ต้องหาทางไซโคสักคนซะแล้ว กร๊ากกก)
อ่านแล้วดูป๋าเป็นคนดีโคตรๆ ยอมด้วย! (ฮา)
ไอ้เราก็นึกว่าจะมีฉากพิศาลซะอีก 55555
(บ่งบอกความคิดลึกๆมาก)

พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ขอบคุณณณณณณณณ
เกรียมๆแบบนี้ก็โอเคนะจ้ะ ชอบ ฮ่าๆ (บนเตียงจับปอยผมเลิศๆ)
รายการต่อไปขอ Pieta แบบเต็มๆนะ 5555555
*หลบหลีกหม้อไหข้างตัวอายะ*

#1 By dearchan on 2009-09-13 02:42

"สิ่งที่เรียกว่าความอ่อนโยนต่อพวกเดียวกัน" << ตอนที่เห็นคำพูดนี้เป็นครั้งแรก

โอ้วววววว!! สัญญาณสัตว์น้ำสินะ!!!!

ฟิคนี้คงต้องบอกว่าซึ้งค่ะ รู้สึกสงสารสควอลโล่ขึ้นมาจับใจเลยแฮะ

ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรดี อีกใจก็รักไปแล้ว อีกใจก็ภักดีไม่เปลี่ยนแปลง

=[ ]=!!!!! มันโฮกกกกกกกกกกกก

แต่ไงๆก็ชอบป๋าเมียมากกว่าแฮะ ตบจูบๆ (อีนี่ซาดิส...)

#2 By Chura Chura Chucream (119.42.83.66) on 2009-09-13 02:49

edit : ไหนๆก็ไหนๆล่ะเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท Happy Brith Day ท่าน Dear เช่นกันนะเจ้าคะ

HHH HHH BBBBBBB DDDDDD
HHH HHH BBB BB DDD DD
HHHHHHHHH BBBBBBB DDD DD
HHH HHH BBB BB DDD DD
HHH HHH BBBBBBB DDDDDD 00000

เพิ่งลองทำจะได้ผลไหมนี่ - -"

#3 By Chura Chura Chucream (119.42.82.246) on 2009-09-13 03:14

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยย
ฉลามหล่อมากกกกค๊าาาาา 555(เห็นแค่ตัวอักษรเหมือนเห็นหน้า55)
แอบมาอ่านก่อนนอค่ะ แอบชอบคู่นี้อยู่เหมือนกัน
อารมณ์สองคนนี้จะเพื่อนก็ไม่ใช่จะพี่น้องก็ไม่น่า
มันดูกำ้กึ่งๆแบบมีซัมทิ่งรองดีอะค่ะopen-mounthed smile

#4 By Ame... on 2009-09-13 03:34

โอ้วววว
คู่มหาปลา * *
ใช้ภาษาสวยเหมือนเดิมอ่า >,<
สุดท้ายหลามก็เลือกปกป้องสึนะ แต่ก็ไม่ได้ออกนอกเส้นทางสิน้า
ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่า ^^

HBD ด้วยค่า ^^

#5 By princesskpp (125.25.200.163) on 2009-09-13 13:00

เห็นแพริ่งแล้วงง เอ๋อเลยค่ะ
55555555555 คู่แปลกใหม่(รึเปล่า)
ส่วนใหญ่สนใจแต่คู่ออริจินอลแบบตรงตัว= =

#6 By かつみ キリチー on 2009-09-13 13:12

สั้นๆว่า อันนี้เยี่ยมค่ะ

#7 By talalan on 2009-09-20 11:30

S27 จงเจริญ!!!!(หลบแฟนคลับ XS โดยว่อง)
ชอบจังค่ะ ขอให้ทูน่าไปสู้ชนะ แย่งหลามมาให้ได้นะ
อย่างงี้มันต้องเอาใครมากด X ปลอบใจ...รุ่นที่ 2 เป็นไง

#8 By aiwendil on 2009-10-24 20:20

Categories

  • AnimeManga  
  • Dailylife  
  • doll  
  • doujin  
  • Drama  
  • event  
  • Fiction  
  • Game  
  • music  
  • Reborn  
  • TagFag  

Archives

  • Dec 2009
  • Nov 2009
  • Oct 2009
  • Sep 2009
  • Aug 2009
  • more

Latest Comments

  • [KHRShare] ของขวัญล่วงหน้าคริสมาสต์
  • [สาระ] ทำไมไม่ควรช่วยเหลือ Art thief
  • because of you......
  • Xmas ขอคอมเมนต์เกมส์
  • [Fic 127] Marshmallow Lullaby CH1
  • [MSN FIC] Selfish Syndrome part 2 <6927>
  • อัพเลว!!! เสร็จแล้วววว

Powered by exteen blog. You may view this blog RSS or ATOM.