ไขข้อข้องใจ

posted on 05 Nov 2009 02:21 by ayafee

 จบเอนทรี่นี้แล้ว เราจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกแล้ว..... 

จากอันก่อนๆ  > 1  2  3 4

 

 

ถึงคุณ Hiyono

 

 

จากข้อความนี้ ในเอนทรี่นี้ 

 

 

ขอโทษทีที่เขียนในshoutboxไม่ได้เพราะจะเขียนยาว คือว่าเราได้อ่านเรื่องของkir-beep-แล้ว เราอยากจะบอกว่าเราเป็นเพื่อนของเค้า รู้จักกันตั้งแต่ม.ต้นแล้ว เค้าก็เป็นคนนิสัยดี ไม่มีอะไร เราไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงต้องไปว่าเค้าแบบนั้นด้วย คิดว่าเค้าไม่มีคอมแล้วเค้าจะไม่รู้ถึงสิ่งที่พี่ว่าเค้าไว้เสียๆหายๆเหรอ ไอเรื่องที่เค้าอยากได้ฟิคของพี่ก็เพราะเค้าชอบอ่านจริงๆไม่ได้ซื้อไปดอง เก็บไว้อย่างที่พี่เข้าใจ แล้วโทรรังควาญหรอก? เราเพิ่งคุยกับเพื่อนเรา เค้าบอกว่าเคยโทรหาพี่แค่2-3ครั้งเท่านั้น ครั้งนึงก็ไม่เกิน2นาที คุยแค่เรื่องจองฟิคและโอนตังค์เท่านั้น ไปหาไปคุยที่บูธ บางครั้งก็ไปช่วยพี่ขาย แบ่งขนมให้ พี่ก็เคยขอบคุณเค้าไม่ใช่เหรอ? ถ้าพี่ไม่ชอบเค้าหรือรำคาญเค้าทำไมพี่ไม่พูดตรงๆไปเลยล่ะ? มาพูดลับหลังเค้าแบบนี้พี่นี่ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เอาซะเลย ถ้าพูดกับเค้าไม่รู้เรื่องก็บอกน้าเค้าไปก็ได้

จริงๆตอนแรกที่ฟังเรื่องนี้จากkir-beep-จะบอกว่าเราปรี๊ดแตกมาก คนอะไรทำไมร้ายกาจแบบนี้ แต่ว่าพอเราได้อ่านที่พี่ระบายถมขาวเอาไว้ อาจจะมีบางเรื่องที่มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด แต่เค้าก็ขอโทษแล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าพี่อยากให้เค้าเลิกยุ่งกับพี่และเพื่อนของพี่ พี่ก็บอกเค้าไปตรงๆเลยสิ ไม่ต้องคุยกันอีกเลยก็ได้ เค้าก็แค่ชอบผลงานของพี่ก็แค่นั้น แต่ถ้าพี่ยังใจแคบกล้ามาต่อว่าเค้าอีกละก้อ เราจะไม่ยอมแน่

ปล. สำหรับคนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดก็อย่าฟังความข้างเดียว เพราะพี่เค้าใส่สีตีไข่ซะเพื่อนเราเสียหายหมด ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ก็หวังว่าเจ้าตัวจะรู้ดีแก่ใจที่สุด

 

 

 

ถ้าเราเงียบหาย ก็เท่ากับเรายอมรับ หรือหนี.... เราจะไม่หนีนะคะ

เอนทรี่นี้พี่จะมาไขข้อข้องใจของน้องนะคะ  เพราะน้องเองก็พูดให้พี่ดูไม่ดีไปเลยเหมือนกัน    พี่จะไม่พูดถึงตัวเพื่อนน้องแล้วกันค่ะ

 

เอาส่วนของพี่คนเดียวก่อนนะคะ  ของซาเรน หรือของฮินะ หรือว่าใครๆคนอื่น  พี่คงพูดแทนเขาไม่ได้  

 

เรื่องเขาไม่มีคอม  เพราะว่าตอนนี้รู้แ้ล้วถึงเขียนไงคะ   เพราะดูเหมือนเขาจะรู้ทุกอย่างแล้ว  และพี่เองก็คุยกับเขาทางโทรศัพท์แล้วไม่อาจจะเข้าใจกันได้เลย   พี่ไม่เคยเอะใจเรื่องเขาไม่มีคอมเลย เพราะเขารู้แม้กระั่ทั่งวันเกิดของพี่  ที่พี่เองก็ไม่เคยบอกใครที่ไหนนอกจากในบล็อก

เอาฟิคไปดองไม่ดอง เรื่องนั้นพี่ได้คุยกับเพื่อนน้องเมื่อวานนี้แล้วค่ะ  ว่ามันคือความเข้าใจผิดที่พี่คุยกับเค้าทีไรก็ได้คำตอบแบบนั้น  

เรื่องที่พี่มาว่าเค้าลับหลังพี่ผิดจริงๆ   แต่เพราะพี่ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงต้องเป็นแบบนี้    อันนี้พี่ผิดจริงๆที่ระบายลงในบล็อก  

 

 

ส่วนใหญ่พี่จะเจอเค้าในงาน  งานที่จำได้ว่าเจอกันแบบจำได้จริงๆ คืองานเมื่อเดือนธันวาปีที่แล้ว  จากนั้นมาเราแทบไม่ไปงาน  แล้วได้คุยเข้ามาในบูธ งานรีบอร์นโอนลี่อีเวนท์สอง เดือนพฤษภาคมปีนี้   ระยะเวลาสั้นมากค่ะ  เรื่องบางเรื่องคงทำเหมือนเพื่อนที่รู้จักกันมานานเป็นปีไม่ได้  เจอแต่ในงานแบบนับครั้งไ้ด้เลย  

 

Jump days  10.25
Capsule 6  08.30   <<  ไม่ได้ออกบูธ 
Capsule 5.5 06.20
Reborn Only Event2   05.09
Capsule 5   03.09 <<  ไม่ได้ออกบูธ

 

Capsule 3  12.13  (วันเสาร์)  <<  พี่จี้ใ้ห้เข้ามาช่วยเพราะที่บูธคนไม่พอ (จำไม่ค่อยได้ เพราะทิ้งบูธให้พี่จี้อยู่)

 

 

เรื่องโทรมา   เพื่อนน้องโทรมา 5 ครั้งค่ะ  ไม่ใช่ 2 นาที

ครั้งแรกเขาโทรมา  วันที่ 28/09/2009  18:43  เวลา 9นาที 19 วินาที  วันนั้นพี่อยู่บ้านที่ต่างจังหวัด   ตอนคุยกันเค้าโทรมาคุยเล่นค่ะ  เวลาตามที่บอกเอาไว้  รับสายหลังจากโทรมา 2 - 3 ครั้งแล้วไม่ได้รับ เลยได้เบอร์ที่ 2 หลังจากที่เค้ายิงมาครั้งแรกตอนงานไหนซักงานที่เค้าไปคุยๆกับซาเรนที่เพิ่งขอเบอร์โทรศัพท์เบอร์ใหม่ของเราไป

 

และพี่บอกเขาว่า พี่เป็นคนไม่ชอบคุยโทรศัพท์  ปกติชอบคุยเอ็มมากกว่า  เพราะคนที่คุยบ่อยๆอยู่ในเอ็มทั้งนั้น หวังว่าจะจำได้....

 

ครั้งที่สอง  วันที่ 31/10/2009  13:26  เวลา 1 นาที 59 วินาที  ตอนที่คุยกันพี่อยู่ในไปรษณีย์กับแม่ค่ะ ออกไปส่งของ  ตอนนั้นยุ่งอยู่ก็เลยต้องบอกวางสายไป  เพราะว่าพี่ส่งของเยอะจริงๆ  คุยเรื่องฟิคที่เขาฝากซาเรนมาจองไม่ทัน

อันนี้ใบบอกว่าพี่อยู่ที่ไปรษณีย์จริงๆ 

แล้วก็ครั้งที่สามวันเดียวกัน  31/10/2009  เวลา 16:41  เวลา 1 นาที 54 วินาที  ตอนนี้เดินซื้อของอยู่ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวค่ะ  ไม่เหลือใบสร็จอะไรให้เห็นแล้วว่าตอนคุยพี่ยุ่งจริงๆ   ตอนนั้นพี่ได้คุยกับเค้าเรื่องฟิคที่เค้าถามรีปรินท์ แล้วได้คุยกับน้าของเขาค่ะ

 

ครั้งที่สี่  วันที่ 02/11/2009  18:44 เวลา  4 นาที  31 วินาที    อันนี้เรื่องกาชาปองชุดมุคุโร่กับฮิบาริที่เป็นตำรวจกับคุณหมอค่ะ ไม่ใช่เรื่องฟิคแต่อย่างใด  

 

ครั้งที่ห้า 04/11/2009   01:07  เวลา 19 นาที 19 วินาที  อันนี้ที่เราคุยกับอี๊ของเขาแล้วก็เขาค่ะ   

 

สายที่ไม่ได้รับที่ขึ้นโชว์ว่ากี่เบอร์อันนั้นคงเอามาตั้งแต่สมัยโน้นไม่ได้  เพราะว่าพี่จะลบเบอร์ไม่ได้รับสายทิ้งจะไม่ได้สับสนในแต่ละวัน   วันนี้ที่ไม่ได้รับก็ 5 รอบค่ะ  แต่เป็นเบอร์เดียวกันที่ไม่ได้ลบเหลืออยู่สาม

 

ถึงจะดูเลขนาทีไม่เยอะ  แต่ปกติคนที่พี่คุยโทรศัพท์เป็นชม.ก็มีแต่แม่กับพี่ชายล่ะค่ะ  กับเพื่อนซี้สมัยม.ปลาย  นอกนั้นพี่ก็คุยประมาณนี้หมด เพราะคุยในเอ็มกันทั้งนั้น

 

ลิสเบอร์เพื่อนของน้องที่อยู่ในเครื่องพี่   (เอาที่มั่นใจ เพราะมีอีกเบอร์เป็น 02 ไม่ได้เมมไว้ แต่เมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน)  นอกจากเบอร์แรกที่เหลือเพิ่งจะเมมเมื่อ 2 3 วันก่อน ที่ซาเรนลิสมาให้ว่าเบอร์ไหนบ้าง เพราะเราไม่ได้เมมไว้ทั้งหมด  ส่วนใหญ่เราจะรับสายเบอร์ที่ไม่ใช่ของเขาโดนตรงตลอดเลย เพราะอะไรคงไม่ต้องบอก.... 

ความรู้สึกของคนที่ไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ใครไปเอง แล้วโดนโทรหา... คงเข้าใจนะคะ.... 

 

 

ทำไมไม่บอกน้า

ถึงพี่จะเป็นผู้ใหญ่  แต่จะให้พี่เถียงฉอดๆกับผู้ปกครองของคนอื่น พี่ทำไม่ได้ได้หรอกค่ะ  ตัวพี่เองก็เกิดมาในบ้านที่พ่อแม่บอกให้เคารพคนอื่นเสมอ  เคารพให้มากกว่าอารมณ์ร้อนในใจของตัวเอง   คงไม่มีใครกล้าพูดใส่ว่าไม่อยากยุ่งกับลูกหลานของใครหรอกนะคะ พี่เองอยากด่าเจ้านายตอนฝึกงานแทบตาย พี่ยังต้องเงียบอย่างเดียวเลย

หรือการพูดออกไปว่า อย่ามาอีกนะ อย่ามายุ่งกันเลย อะไรแบบนั้น  มันพูดยากนะคะ ไม่ใช่เรื่องพูดง่ายๆ ในสภาพแวดล้อมคนรอบตัวคิดว่าสนิทกันน่ะ

 

 

เรื่องรับของ คุย มาหา เฝ้าบูธ 

ไม่มีใครออกปากไล่คนที่เอาขนมมาให้ หรือว่าเฝ้าบูธได้หรอกค่ะ   มันพูดยากนะ  ถ้าเขาพาผู้ใหญ่มาด้วย จะให้ไล่ต่อหน้าผู้ใหญ่ของเขา?  แล้วการรับของจากใครเนี่ย..  ขอบคุณมันเป็นเรื่องแปลกเหรอคะ....  

 

แรกๆพี่ก็ไม่คิดอะไรจนงานรีบอร์นโอนลี่ครั้งที่สองนั่นล่ะค่ะ  อันนี้ต้องให้คนที่ไปด้วยกันทุกคนเล่า ถามความรู้สึกของคนที่อยู่รอบตัว สังเกตด้วยเถอะค่ะ  เรื่องนี้ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว...    งานนั้นพี่อยากอยู่กับเพื่อนพี่ งานนั้นพี่กับพี่หยกได้เจอเพื่อนที่ปีนึงอาจจะได้เจอกันแค่ไม่กี่ครั้งที่มาจากเชียงใหม่  ไปทานข้าวกันหลังเลิกงาน  พื้นที่นั้นควรมีแต่พวกพี่....  มีแค่ ตัวพี่  ซานา พี่หยก  ริส มุกจัง ซาเรน มีแค่นั้น

 

ที่สำคัญ ตัวพี่กับเพื่อนพี่หรือซาเรนน่ะ  ไม่ได้มองว่าเค้าเป็นเพื่อนสนิทนะคะ    และพวกพี่ก็เคยคิดว่าเพื่อนน้องจะเข้าใจแบบนั้นด้วย   เห็นกันว่าเป็นคนรู้จักในงาน เจอกันในงานก็ทักทาย เป็นคนอ่านพี่ก็ยิ้มแย้มคุยด้วย ไม่ว่าใครพี่ก็ทำแบบนั้นทุกคน  ถึงแม้ตัวพี่จะดูไร้มนุษยสัมพันธ์สุดๆก็เถอะ  แต่เพื่อนน้องไม่ได้เข้าใจตรงกับพวกพี่เลย

 

 

 

บางเรื่องเดี๋ยวน้องหาว่าพี่ใส่ไฟอีก    อันนี้เอามาจากฮินะนะคะ    บูธที่เพื่อนของน้องเคยอยู่ก่อนหน้านี้  ว่าความรู้สึกเดียวกันค่ะ

 

เรื่องที่ซานาพี่ในเอนทรี่นั้น พี่ก็ฟังมาจากซานาตรงๆค่ะ ไม่ได้ปั้นขึ้นมา

 

 

น้องเองก็อย่าฟังแต่สิ่งที่เพื่อนของน้องพูดนะคะ     เรื่องที่พี่พูดกับผู้ปกครองของเค้าทั้งสองครั้ง  พี่จำได้ดี และผู้ปกครองของทางนั้นก็ยังจำได้  เรื่องมั้นเพิ่งผ่านมาแค่สองวันเท่านั้น   และช่วงที่พี่คุยกับอี๊ของเพื่อนน้อง   อี๊ของเพื่อนน้องเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดีด้วย    น้องเองก็ฟังจากผู้ใหญ่ทางนั้นเถอะค่ะ  ว่าพี่ไม่ได้โกหก 

พี่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่ต้องไปใส่ไข่ ใส่ไฟเพื่อนของน้อง  เพราะพี่ไม่ได้อะไร และมีแต่เสีย  ความจริงเป็นอย่างไร  ก็ขอให้น้องฟังจากผู้ปกครองเค้า ถามคนอื่นที่เคยเจอแบบนี้  ถามเพื่อนน้อง  ในเมื่อน้องไม่เชื่อทางนี้

 

 

เรื่องนี้ใครจะเชื่ออย่างไรก็แล้วแต่นะคะ   ที่เราพูดมาทั้งหมดคือเรื่องจริงที่เราประสบ  เรื่องที่ซาเรน น้องที่พี่สนิทด้วยประสบ

เราอาจจะไม่มีความเป็นผู้ใหญ่จริงๆ   แต่บอกเลยว่า เราอายุ 23  เพื่อนของน้องอายุ 21  ห่างกันสองปีเองค่ะ 

 

 

คุณจะคิดอย่างไรถ้าจู่ๆคนที่คุณไม่ได้สนิทด้วยเลยเข้ามาอย่างคนสนิท

คุณจะทำอย่างไรถ้าต้องคุยโทรศัพท์กับคนที่ไม่สนิท และเอาเบอร์ตัวคุณไปจากคนอื่น

คุณจะทำอย่างไรเมื่อเขาเข้ามา  และมีผู้ปกครองของเขาคอยตามด้วย

คุณจะทำอย่างไรเมื่อต้องใช้เวลาอยู่กับคนไม่สนิท ที่ทำตัวอย่างสนิทกับคุณตลอดงานทั้งวัน

ไม่ใช่เพื่อนที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย ที่ทำงาน  กลุ่มเพื่อนที่พบปะกันภายนอกงานการ์ตูน   เจอกันแค่ในกรอบนั้นเท่านั้น

 

มันคือ.... ความรู้สึกนั้นค่ะ

 

 

ที่เหลือให้ซาเรนอับเอนทรี่เล่าให้น้องฟังก็แล้วกัน   พี่ยังรู้สึกผิดกับซาเรนจนถึงบัดนี้ ที่ทำให้ซาเรนต้องลำบากเพราะพี่ >> Sarren Blog <<  ฝั่งซาเรนก็คือความรู้สึกของซาเรนที่โดนแบบนี้

 

 

แต่เพราะว่าพี่ได้ยินแบบนี้จากน้อง  ขอบอกเลยว่า  พี่เข้าใจสิ่งที่อี๊ของเค้าต้องการสื่อทุกอย่างแล้วค่ะ     

พี่คงบอกได้อย่างเดียว และตัดสินใจแล้วว่า  พี่คงห่างกับเค้าเป็นเพียงแ่ค่คนรู้จักที่เจอในงานจากคนรู้จักแล้ว   ในเมื่อน้องอยากให้พี่พูด พี่ก็จะพูด  "พี่จะไม่ยุ่งกับเขาอีก"    และเหตุผลว่าทำไม  ก็ตามนั้น 

พี่ดีใจที่มีแฟนงานคนหนึ่ง  แต่พี่ไม่ดีใจ ที่เจอแฟนงานทำแบบนั้น   พี่จะโทรไปบอกเค้าแน่   แต่ตอนนี้ตี 4  ตี 3 แล้ว  ถ้าพี่โทร  มันไม่ใช่เวลา

 

 

 

แล้วแต่คนอ่านจะเข้าใจนะคะ   เพราะเราก็พูดได้แค่นี้  ว่าเราเจออะไร ทำอะไร ประสบอะไร  รู้สึกอย่างไร   ไม่อยากให้ใครสงสาร เราแค่ต้องการระบายเท่านั้นและยอมรับว่าเห็นแก่ตัว

อ่านแล้วอาจจะเสียความรู้สึกกับตัวเราก็ได้  คนดี เทพธิดา นางฟ้า คนอ่อนโยน  อะไรแบบนั้นไม่มีจริงหรอกค่ะ......

 

 

พี่อธิบายให้น้อง Hiyono ได้ฟังแล้วนะคะ.......

 

เอนทรี่นี้เปิดคอมเมนต์ให้คนอื่นเห็นค่ะ   อยากด่าอะไรเราด่าได้เลย  เรารับทุกอย่าง 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ก็จริงนั่นล่ะเจ้าค่ะ
ต้องฟังเรื่องจากทั้งสองฝ่าย

เเต่เป็นธรรมดาน่ะเจ้าค่ะที่เขาจะเชื่อเพื่อนของเขาน่ะ

ที่เเน่ๆคือเขาเซลฟ์มากมายเลย
ถึงได้กล้ามาว่าคุณเเบบนี้
ถ้าจะเเรงนะเจ้าคะ

ถ้าเขาได้รู้ความจริง
อีเเบบนี้มีเสียฟอร์มเเหงsad smile

ปล.สู้ต่อไปน่ออาทอสัน(ชื่อนักมวย)!!!

#1 By Wicked Tinkle on 2009-11-05 05:19

เราอยู่ในบางเหตุกาณร์
และประสบปัญหาแบบไม่รู้ตัวเรื่องบูธมาสองครั้ง
ถึงขนาดเข้าใจผิดว่าน้องKเป็นน้องที่ สนิทมาก กับอายะเหมือนคนอื่นๆ
ขนาดเราเป้นเพื่อนคุยเอ็มบ่อยๆกับคนอื่นๆที่คุยกันหลายครั้ง ยังไม่เคยทำอย่างที่น้องK ทำเลยด้วยซ้ำ

เราอยุ่ในเหตุการณ์กาชาปองตอนคุยกันว่าจะไปซื้อ และตอนไปซื้อ ซึ่งเราไม่เคยพูดหรือรับปากไว้เลย น้องเขาแค่นั่งคั้นระหว่างเรากับอายะระหว่างคุย พอนักแนะเสร็จน้องเขาก็เป็นฝ่ายถามว่าจะซื้อที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ของไม่มีทำไง เราตอบไม่รู้เดี๋ยวอายะอาจพาเราไปซื้อ และพอน้องถามมากๆเราก็บอกว่าให้น้องพา เพื่อน ไปซื้อด้วยกันสิ เราจะไปซื้อกับอายะแล้ว(ซึ่งเขาชวนเราซื้อด้วยกันหลายครั้งทั้งที่รู้ว่าเราตกลงกับอายะแล้ว เราย้ำให้น้องฟังหลายครั้งด้่วย) เราไม่มีเบอร์น้องเขานะคะ เรารับปากติดต่อน้องเขาไม่ได้แน่ๆ ส่วนอายะก็ไม่ได้พูดกับน้องเขาเลย

แล้วมันก็เกิดเหตุการณ์ที่โทรมาเรื่องกาชาปองนั่นแหล่ะค่ะ

ที่เราเจอยังน้อยนะคะ แต่กลับทำเราอึ้งได้หลายครั้งในทุกๆครั้งที่เจอกับน้องเขา
ช่วยเข้าใจและวางตัวอย่างเหมาะสมด้วยนะคะ

#2 By YokeK.N. on 2009-11-05 07:33

คุณ Hiyono บอกท่านอายะว่าอย่าฟังความข้างเดียว คุณเองก้อย่าฟังความข้างเดียวเหมือนกัน เรารู้ว่าคุณรักเพื่อนคุณ ยังไงก็ต้องเข้าข้างเพื่อนคุณ แต่อยากให้ฟังคู่กรณีบ้าง ยิ่งอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่กว่า การจะกล่าวหาใครหรือการอับบลอคระบาย ถ้าไม่ถึงที่สุดเขาก็ไม่ทำหรอกนะ

ถ้าน้องรักเพื่อนน้องจริง กรุณาฟังหลายๆหู มองมุมกว้างๆ และช่วยตักเตือนการกระทำของเพื่อนค่ะ ไม่ใช่เชื่อมันซะหมด

ท่านอายะน่าสงสารมากนะคะ คุณกำลังทำลายชีวิตคนคนหนึ่งนะ

#3 By kuwa[R]i... on 2009-11-05 09:00

คุณเพื่อนไม่ให้ฟังความข้างเดียว แต่ตัวเองกลับฟังความข้างเดียว -_-" ถ้าอ่านเรื่องนี้จริงๆน่าจะเห็นว่ามีหลายๆคนหลายๆข้างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกัน คนอ่านก็ไม่ได้ตาบอดหูหนวกหรอกค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะอายะซัง เหนื่อยก็พัก เที่ยวเล่น หาอะไรอร่อยกินให้อารมณ์ดีก่อนดีกว่า

#4 By talalan on 2009-11-05 09:07

เหอ ๆ การจะกล่าวหาใครซักคนมันต้องมีหลักฐานยืนยันให้แน่ชัดสิค่ะ
ถึงเชื่อได้ เห็นหลักฐานที่ท่านอายะโพสไว้ชัดหรือยังค่ะคุณ Hiyono ถ้า
ยังไงจะยืนยันว่ายังจะเชื่อเพื่อนอยู่ก็ไม่ว่ากันค่ะ แต่ช่วยกลับไปถามเพื่อน
กลับด้วยนะ ว่าได้ทำอย่างที่ท่านอายะว่ามาไหม ก็ดูด้วยล่ะกันมาเขาจะแถ
เนียนแก้ตัวมายังไง หึหึ

บางทีนะค่ะ คนที่เราคบมานานเห็นหน้าทุกวัน ยังสามารถจะโกหกแอ๋บเนียน
มาตลอดผิดกับคนที่เขาอยู่ห่างไกลจากตัวเราแต่เขาไม่เคยต้องมาทำตัวโกหก
แอ๋บเนียนใส่เรา กลับมีความจริงใจให้เรามากกว่าซะอีก ของอย่างงี้ ไม่ใช่แค่
เพียง หูฟัง ตาเห็น แล้วจะเข้าใจความรู้สึกของคนได้ มันก็ต้องใช้ความรู้สึกของ
ตัวเองไปสัมผัสดูให้ลึกถึงในใจ ว่าที่จริงแล้วเขาเป็นคนยังไง กับท่านอายะพูก้า
บอกแล้วว่า ไม่สนิทเป็นการส่วนตัว ไปงานก็เจอหน้าท่านอายะแค่ไม่กี่ครั้ง ก็
ส่วนมากคุยทาง M ท่านอายะ ก็เป็นแค่ผู้อ่านที่ตามผลงาน มันก็ต้องเข้าใจถึง
ตัวตนของคนแต่งที่ตัวเองชอบบ้าง ไม่ใช่ว่าจะหลับหูหลับตา เชื่อเลย ก่อนจะ
เชื่อเขาก็ต้องคิดพิจารณามาอย่างดีแล้วสิว่าเชื่อได้ถึงเชื่อ หลักฐาน ท่านอายะ
ก็เอามาให้เห็นชัด ๆ แล้วยังข้องใจอะไรอีกไหมล่ะค่ะ คุณ Hiyono

และที่พูก้าเคืองจริงๆนะกับการที่คุณกล่าวหาไปว่า ท่านอายะไปใส่สีตีไข่เพื่อน
คุณให้เสียหาย ถามจริงเหอะ !! เพื่อนคุณเสียหายตรงไหนมิทราบ คนที่เสียหาย
นะคือท่านอายะนั้น ดูสิว่าไอ้ที่เพื่อนคุณพูดนะเป็นความจริงแค่ไหน แล้วที่ท่าน
อายะพูดบวกกับหลักฐานที่ยืนยันมาอันไหนมันจริงกว่ากันล่ะ เหอะ ๆ และ
ยังช่างกล้ามาบอกอีกนะว่า ท่านอายะไม่เป็นผู้ใหญ่ เหอ อย่าเอาความคิดและ
อารมณ์ของเด็กไร้สติ ที่ไม่คิดอะไรให้รอบคอบมาตัดสินใจว่าคนคนนั้นดูไม่
เป็นผู้ใหญ่โดยที่ไม่ดูความจริงที่เห็นอยู่ตรงหน้าเลย เพราะมันจะทำให้ดูเป็น
เด็กที่ไม่มีสัมมาคาระ ก้าวร้าวกับคนที่อายุมากกว่า เดี๋ยวจะโดนถูกว่าบุพการี
ไม่สั่งสอน เหอ ๆ ถ้ารู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริงแล้วนั้น ช่วยกลับมาขอโทษท่าน
อายะ กับไอ้ข้อกล่าวหาที่คุณ Hiyono ได้ว่าไว้ด้วยนะค่ะ เพราะมันทำให้ท่าน
อายะเขาเสียหาย ช่วยมารับผิดชอบกับคำที่ได้กล่าวหาใครไว้ลอย ๆ ด้วย ค่ะ
หัดรู้เสียบ้างนะค่ะว่ามารยาทของเด็กอย่างพวกคุณที่ควรผึ่งปฏิบัติต่อคนที่อายุ
มากกว่าเนี่ย ควรจะต้องทำยังไง อย่าทำอะไรแล้วโดยไม่รับผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
ค่ะเพราะมันทำให้ดูเป็นคนที่ ไร้ความรับผิดชอบอย่างสูง ดูแย่ในสายตาคนอื่น = ='

Ps. เหมือน comment พูก้าจะเม้มยาวเลยนั้น แฮ่ ๆ ก็นะค่ะ เห็นเม้มของเขาแล้วแบบ
กล่าวหาโดยไร้สามัญสำนึกของเด็กที่ควรจะเป็น กล่าวหาคนที่อายุมากกว่าตัวเอง
แบบลอย ๆ เพราะเชื่อเพื่อนตัวเองมากกว่าโดยไม่มองความจริง มันทำให้พูก้าโมโห
แทนเลย ก็อย่างที่ท่าน Yoke บอกมาค่ะ ว่ายังไงท่านอายะก็ไม่ใช่คนโกหกนิ สู้ ๆ
เข้าไว้ ค่ะ ยังไงก็ยังมีเพื่อน ๆ ท่านอายะและแฟนฟิคของท่านอายะอีกค่ะที่ยังเชื่อ
ในตัวท่านอายะ confused smile

#5 By Pukapukajun on 2009-11-05 10:37

เอ่อ อันนี้แทบจะเรียกได้ว่า "ตีสองหน้า" เลยนะเนี่ย


เจอแบบนี้ทำให้รู้ว่าคนเราถูกเลี้ยงมาไม่เหมือนกันจริงๆ


ถึงจะไม่เคยเจอกับพี่อายะในการคุยเรื่องทั่วไปหรือเรื่องส่วนตัว


ก็พอจะเดานิสัยออกค่ะ ว่าพี่เค้าคงไม่ใส่ไฟใครเสียๆ หายๆ


แต่นี่พี่เค้าออกมาระบายเพื่อความสบายใจของตัวเอง


และเป็นเหมือนอุทาหรณ์ให้คนอื่น


พี่อายะผิดเหรอคะ?........


คนที่ล่วงล้ำเข้าสู่โลกของคนอื่นโดยที่เค้าไม่เต็มใจน่ะ มันเสียมารยาทมากๆ .....


ฟังคนอื่นบ้าง ฟังแน่ค่ะ แต่คนที่เค้ารับผลการกระทำของเพื่อนคุณไปแล้ว


เค้าเครียดนะคะ คุณแก้ไขอะไรได้หรือเปล่า


นอกจากพี่อายะจะเครียดแล้ว คุณแม่ของพี่อายะก็เป็นห่วงพี่เค้าอีกด้วย


การกระทำของเพื่อนคุณทำให้ใครหลายๆ คนลงความเห็นว่าเดือดร้อน


คงไม่มีใครมารวมหัวกันเพื่อแกล้งคนที่ไม่สนิทหรอกค่ะ


ขอให้ทำความเข้าใจด้วยนะคะ...

#6 By KuLt_LuCiFeR on 2009-11-05 10:39

แีร๊งแรงถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันไปเลยทีเดียวเชียว

ถึงน้อง Hiyono

เห็นชื่อน้อง Hiyono แถมไม่ได้ล็อคอิน เล่นเอานึกว่าน้อง Ki*ตรู๊ด* ปลอมตัวมาไขข้อข้องใจซะอีกopen-mounthed smile แต่ถ้าน้อง Hiyono มีตัวตนอยู่จริงๆ ก็อยากบอกว่าเป็นเพื่อนที่ดีมากคนนึงเลยนะคะ อย่างน้อยๆน้องก็เสี่ยงตายเข้ามาแก้ไขแทนเพื่อน (ฮา) อันนี้พี่ยอมรับในความรักเพื่อนของน้องมากๆเลยง้าาาาsurprised smile

แต่เพื่อนของน้องนั้นดีพอที่จะให้น้องปกป้องหรือเปล่า อันนี้คงต้องให้น้อง Hiyono ลองดูหลายๆอย่างประกอบกันเน่อ พี่เชื่อว่าถ้าน้องอยู่ในวัย 21 เท่ากับน้อง Ki*ตรู๊ด* แล้วล่ะก็ น้องคงได้เห็นอะไรหลายๆอย่างจากที่แห่งนี้

บางครั้งกระจกเงาที่สะท้อนตัวเราก็คือคนอื่นนะคะsurprised smile

มันอาจจะสู้ความสัมพันธ์ที่น้องมีกับน้อง Ki*ตรู๊ด* มาหลายปีไม่ได้ แต่พี่ก็อยากให้น้อง
มองอายะของพี่คนนี้ด้วยสายตาที่เป็นกลาง อยากให้น้องฟัง จากนั้นพิจารณาอะไรหลายๆอย่างของคนที่ได้มาคอมเม้นต์ในเอนทรี่ที่ผ่านๆมาประกอบกัน

จากนั้น น้องจะเืลือกทางไหน ไม่ว่าจะเป็นปกป้องเพื่อนต่อไปด้วยการเข้ามาคอมเม้นต์อย่างที่ผ่านมา หรือว่าปกป้องเืพื่อนต่อ แต่น้องเอาทุกๆอย่างมาประกอบกัน คิด พิจารณา อย่างเป็นกลาง แล้วคราวนี้น้องไปพูดคุยบอกในสิ่งที่มิตรที่ปรารถนาดีคนหนึ่งพึงกระทำ

นั่นก็จะขึ้นอยู่กับตัวน้อง Hiyono แล้วล่ะจ้ะsurprised smile

ส่วนน้อง Ki*ตรู๊ด* นี่พี่ขอไม่มีความเห็นอะไรดีกว่าเนอะ open-mounthed smile ก็เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยopen-mounthed smile open-mounthed smile <<<ลักลั่นย้อนแย้งมะ? เคะๆ

ปล.ผู้ใหญ่ที่นี่ใจดีนะ อิอิ

********

ถึง อายะ โดเรกวิ้นของกรูopen-mounthed smile

งานเข้าอยู่เรื่อยเลยนะเมิง หมู่นี้open-mounthed smile open-mounthed smile ไปอ่านในบล็อคน้อง sarren มา เห็นว่าวันนี้เมิงมีสอบสัมภาษณ์ด้วย โอแม่เจ้า...ง่วงป่าววะน่ะ?? เล่นอัพซะดึกดื่นขนาดนี้ ถึกซะไม่มีอ่ะเมิงเอ๋ยsad smile

เห็นเปิดคอมเม้นต์ รับได้ทุกอย่าง อยากด่าอะไรก็ด่าได้ เวงกำ ถ้าอยู่ต่อหน้ากุจะตบจูบให้ 555555555555+ บ้าน่า! อย่าบอกว่ารับได้ทุกอย่างสิฟะ กุเหงแล้วอดห่วงไม่ได้ เมิงไม่จำเป็นต้องรับคนเดียวก็ได้ ยังมีอีกหลายๆคน(รวมกุด้วย)อยู่ข้างๆเมิงนะsurprised smile

ไม่ขนาดทุกข์เท่าเมิง แต่ก็พร้อมจะรับฟังและเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของเมิงนะ เข้าใจที่เมิงเป็นแค่คนธรรมดา เป็นโดเรกวิ้นธรรมดา ไม่ใช่พระโพธิสัตว์จากไหนที่สามารถเก็บความอึดอัดคับข้องใจ แล้วสามารถระบายออกให้หายไปพร้อมกับลมตดได้

ส่วนเรื่องที่เมิงเอามาลงบล็อค เอามาระบาย เอามาเตือนใครต่อใครลงในสถานที่เปิดแห่งนี้ ยังไงซะ กุก็เห็นว่าไม่ดีเลย มันมีประโยชน์กับคนอื่น แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวเมิงสักนิดเลย เมิงเอาเรื่องส่วนตัวของเมิงมาลงบล็อคมากเกินไป

แล้วดูสิ...ผลมันน่าเจ็บช้ำน้ำใจมั้ย??

กุรักและเป็นห่วงเมิงมากนะ เพราะงั้นเวลาเห็นเมิงเป็นแบบนี้ มันก็ทำให้กุพาลทุกข์ไปด้วยไม่ได้

กุอยากเห็นเมิงร่าเริง ยิ้ม บ้าคลั่งลิ้นจี่ไม่ก็ป๋าเบีย เสพดราม่าไปวันๆ มากกว่าที่จะเห็นเมิงต้องอยู่ดึกๆดื่นๆ มานั่งอัพเรื่องราวที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ในคืนก่อนที่จะต้องเดินทางไปสัมภาษณ์แบบนี้

กุบอกไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะไปจบลงตรงไหน พอๆกับที่ไม่รู้ว่าน้องคนนั้นจะทำให้เมิงเป็นทุกข์ไปอีกนานเท่าไหร่ หรือผู้ปกครองน้องเค้าจะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่

แต่ตอนนี้กุก็ยังรักและพร้อมจะรับฟังเรื่องทุกข์ๆของเมิงอยู่ดีนั่นแหละ

ที่เหลือ...เมิงก็ลองเอาไปตีคุณค่าของตัวเองดูแล้วกัน ว่าเมิงเป็นคนยังไง ทำไมกุถึงได้ยังอยากจะคบเมิงต่อไป ทำไมถึงมีหลายๆคอมเม้นต์เข้ามาให้กำลังใจ เพราะเท่าที่กุจำได้ ถึงเมิงจะไม่ใช่นางงามรักเด็กจากไหน แต่เมิงก็เป็นเด็กดีน่ารักคนนึงในสายตากุ

เลิกเครียดซะ ชีวิตเมิงยังอีกยาวไกลมากกว่าที่จะต้องมานั่งท้อใจกับเด็กคนนึงที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ปล.แม่เจ้ายาวโคตรopen-mounthed smile
= = +

ถึงน้อง Hiyono เราไม่รู้จักกันขอแนะนำตัวสั้นๆ ว่าชื่อ ฮินะ อายุ 25 แล้วค่ะ เดินงานการตูนมาก็นาน ออกบูธทุกงาน พาสที่พี่ใช้อยู่นี่เป็นพาสสามีในเนต เพื่อนสนิทที่อยู่บูธเดียวกัน
วีรกรรมของคนKir* นั้นพี่เป็นคนเขียน อ่านอีกรอบถ้าให้ไล่วีรกรรมของkir* พี่ก็ยังจะเขียนเหมือนเดิมค่ะ หลักฐานไม่มีค่ะ แต่ถ้าพยานนะเยอะ เพียงแต่พี่ไม่อยากพาดพิงใครจะพยายามไม่พูดเลยขอบเขตตัวเอง

เรื่องที่ไม่มีคอมรู้ไหม ?
เห็นเหมือนอายะเลยค่ะ คือพี่เข้าใจว่าคอมมันปัจจัยที่5 หาคนไม่มีนี่ยากแล้ว แถมkir*เนี่ยรู้ทุกเรื่อง รู้ได้ทุกเรื่องจริงๆที่น่าจะรู้แค่ในบล็อก แบบบูธพี่ออกโดอะไรมีของแถมยังไงรู้หมด รู้ถึงวันเกิดคนนั้นคนนี้ มันทำให้พี่หลงเข้าใจว่าkir*มีคอมแน่ๆ ถึงตอนนี้จะรู้ว่าไม่มีจริงๆแล้วก็เถอะ ที่พี่เขียนไว้ที่นี่กล้าเขียนแล้วกล้ารับค่ะ บอกตรงๆว่าไม่ใช่รู้ว่าเค้าไม่มีคอมถึงกล้าเขียน ตรงข้ามเลยค่ะกลับคิดทุกวัน "ช่วยมาเห็นๆที่ฉันเขียน อยากให้เห็นจริงๆ"

ไม่พอใจทำไมไม่บอกตรงๆ ? ให้ขนมมาก็ยังขอบคุณ ??
เจอประเด็นนี้สะอึกไปนิดหนึ่ง มารยาทขั้นพื้นฐานของสังคมไทยสอนว่า "ใครให้อะไรมาควรขอบคุณน้ำใจ" ถูกไหม ....พี่ยอมรับว่าเคย "รับ"จริงของที่kir*เอามาให้ และพี่พูดขอบคุณจริง ถ้าน้องว่าผิด ต่อไปพี่ไม่รับอีกแล้วกันค่ะ = =

ส่วนที่ว่าทำไมไม่บอกตรงๆ โอเคข้อนี้ยอมรับว่าผิดจริงที่ไม่บอกตรงๆ แต่อยากให้น้องมองมุมกลับนิดนึง มันพูดยากค่ะ พี่เป็นคนใจอ่อน วิธีพูดตรงๆนีพี่คืดนะแต่คิดว่าจะเป็นอย่างทุกท้ายที่จะทำ แต่พี่ไม่ใช่ว่าไม่เคยส่งสัญญาณอะไรเลยหาเค้า

งานสองงานยังอดทนอยู่ จนมีอยู่งานหนึ่งความอดทนเริ่มหมดเมื่อ kir*เอากระเป๋ามาวางมานั่งแบบไม่ลุกไปไหน งานนั้นพอดีบูธพี่หลังชนกับอีกบูธ ไม่ขอเอ่ยนามแต่ถ้าใครไปงานประจำน่าจะรู้ว่าบูธใคร บูธนั้นขายของเยอะ+เทพเยอะ ของน่าซื้อมากมายค่ะ kir* แทรกเข้ามาพื้นที่ตรงกลางเลย มาช่วยพี่พี่ก็ยังทน แต่แล้วสักพัก kir*หันกลับหลังไปช่วยบูธข้างหลังบ้าง ซึงคนๆหนึ่งในบูธนั้นเค้าดูตกใจนะว่าใครเนี่ยมาได้ไง เค้าถามพี่เสียงค่อนข้างดังนะ "คนนี้คนบูธใคร ใช่บูธฮินะหรือเปล่า" พี่หันไปแล้วบอกว่า "ไม่ใช่ค่ะ" หันกลับ ......

จากนั้นพี่จำไม่ได้ว่าคนบูธข้างหลังพูดไร kir*ก็กลับมาอยู่กับพี่อีกแล้ว ไอ้สัญญาณแรกที่ส่งไปไม่ถึง วันนั้นทั้งวันพี่แทบไม่พูดกับเค้าเลย แม้เค้าจะนั่งอยู่ที่บูธ เค้าพูดอะไรไม่รู้พี่ก็ทำปิดหู+ตา ข้าง เหนื่อยใจเหลือทน สาเหตุที่ยังไม่วีนแตกออกมาอาจเป็นเพราะมีช่วงที่เค้าลุกออกไปเหมือนกัน เพื่อพี่ที่รอเสียบอยู่ก็รีบวิ่งกลับมานั่งให้เต็ม เพราะกลัวพี่จะประสาทกินก่อนเลิกงานแน่ๆ จบงานนั้นเค้าหิ้วกระเป๋าออกทิ้งข้อความไว้ "วันนี้ทำไมพี่ๆไม่สนใจkir*เลย" แล้วก็ไป.....

ที่เล่านี่ไม่ใช่จะประจาร kir* นะค่ะ พี่ประจารตัวเองในความใจอ่อน+ทำไรไม่เด็ดขาด ยอมรับว่าผิดและขอโทษที่ไม่ได้พูดตรงๆ มัวแต่อ้อมไปอ้อมมา ขอบโทษอีกครั้ง ตอนนั้นพี่พูดไม่ออกจริงๆ TwT

พี่ไม่รู้ว่าน้องเป็นคนในวงการนี้หรือเปล่า แต่ขอให้เข้าใจไว้อย่างคนวงการนี้ยิ่งอยู่นาน มีบูธ จะจับกลุ่มกันได้เองตามความชอบส่วนตัว นิสัยต้องเข้ากันได้ เกิดเป็นครอบครัวสมมุติขึ้นมา สำหรับพี่พื่นที่บูธคืออาณาเขตของครอบครัว การที่มีใครก็ไม่รู้อยู่ๆเปิดประตูบ้านเข้ามาโดยไม่เคาะ เดินเข้ามานั่งคุยเล่น สำหรับkir*อาจคิดว่าไม่ได้ผิดอะไร ไม่ได้ทำร้ายใคร แต่นั้นคือการทำลายความเป็นส่วนตัว คุกคามครอบครัวนะค่ะ น้องต้องเข้าใจตรงนี้ เพื่อนของน้อง kir* เป็นคนนอก ถ้าจะให้เหมาสมเค้าควรทำได้แค่ยื่นคุยหน้าบ้าน

พี่ไม่ได้กีดกันใครคนนอกใครคนใน ความผูกผันมันพัฒนากันได้ คนนอกสักวันจะเป็นคนในได้ ถ้าค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์ แต่สิงที่kir*ทำไม่เรียกพัฒนาความสัมพันธ์ แต่เรียกพังประตูบ้านเข้ามาเลย เป็นใครใครจะยอมรับ ??

ยังมีอีกเรื่องที่แสนจะรับไม่ได้แต่เคยบอกเตือนไปแล้ว เรื่องยัดเยียดของให้ลูกค้า ที่อายะก็อปแปะไว้ข้างบนนั้น ที่ว่าถือถุงเปิดรออยู่ข้างหลังลูกค้า เชื่อหรือไม่ว่านั้นเป็นพฤติกรรมที่แก้ไขแล้ว ก่อนหน้านี้หนักกว่านี้อีกนะ เช่นไปเดินจูงใครก็ไม่รู้มาที่บูธแล้วบอกว่าพาลูกค้ามาให้ แล้วก็ให้เค้าซื้อ ซึ่งพี่ก็ไม่รู้ว่าเลยว่าเต็มใจซื้อไหม หรือเอาของยัดใส่มือลูกค้าเลยก็มี ซึ่งเรื่องนี้พี่ได้เตือนแล้วค่ะ ก่อนที่บูธพี่จะไม่มีคนกล้าเข้า -*- สุดท้ายก็เหลือแค่พฤติกรรมเปิดถุงรอนั้นแหละ เรียกว่าพอทน จริงๆคือไม่อยากพูดแล้ว เหนื่อยมาก

หมดเรื่องของตัวเอง
น้องHiyono ไม่ได้ว่าอะไรถึงพี่ก็จริง แต่เห็นที่ว่าอายะแล้ว พี่ทนไม่ได้ค่ะ น้องไม่ควรฟังความข้างเดียวเหมือนกัน น้องรู้จักอายะดีแค่ไหน ทำไมไปว่าเค้าโกหก ใสสีตีไข่ ใส่ร้ายเพื่อนน้องเพื่ออะไร อายะจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร โกหกรังแกใครแล้วได้อะไร หรือน้องคิดว่านี่คือการเรียกร้องความสนใจหรืออยากดัง ?? พี่ก็ไม่รู้ว่าน้องคิดยังไงถ้าคิดแบบนี้เปลี่ยนความคิดเถอะค่ะ แม้รู้จักกันไม่นานแต่พี่สัมผัสได้จริงๆว่าอายะเป็นคนดีที่หาได้ยาก ถ้าน้องไม่เชื่อลองตั้งสติจิ้มกลับไปในเอนทรี่ไหนก็ได้ ลองอ่านคอมเมนต์หลายๆคนดู
อายะไม่ได้มีดีแค่แต่งฟิคได้ แต่ทุกคนรักอายะเพราะอายะเป็นคนดี จริงใจด้วย พี่อ่านคอมเมนต์บล็อกนี้แล้วแอบระลึกในใจทุกที อายะคนรักเยอะจริงๆ พี่ก็แค่หนึ่งในนั้นเท่านั้นเอง

ท่ามกลางไฟสุ่มกลับรู้สึกดีใจอย่างประหลาดอย่างน้อยที่สุดสิ่งที่พี่เคยสงสัยพี่ได้คำตอบวันนี้เอง
เคยสงสัยนะว่าkir* มีเพื่อนสนิทจริงๆหรือเปล่า แต่ตอนนี้พี่เห็นน้องHiyono ออกมาปกป้องเค้าแบบนี้แล้ว พี่ดีใจที่kir*มีเพื่อนดีๆอย่างน้อง และพี่คิดว่าเพื่อนสนิทอย่างน้องต้องพูดกับเค้ารู้เรื่อง ถามไปบอกทีเถอะค่ะ "อย่ามายุ่งกับพี่กับเพื่อนของพี่อีกเลย" big smile

ป.ล. เป็นคนชอบเขียนยาวน้ำท่วมทุ่งอยู่แล้ว ถ้าน้องHiyono สงสัยไม่เข้าใจ มีอะไรอยากพูด อยากบอกอะไรพี่ตอบที่นี่ได้ พี่แวะมาบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ยิ่งบ่อย

ป.ล.2 พี่เคยได้ยินกับหูตัวเองว่าเค้าบอกเค้าอยู่ได้ 8 บูธ เชื่อเถอะค่ะพี่กับอายะแค่เป็น 1ใน8 อาจจะมีบูธอีกเยอะที่เค้าเป็นทุกข์กับkir*เหมือนกัน แค่ยังไม่ออกมาพูดเท่านั้น
ฝากไอ้พี่รองมันเมนท์แล้ว *-*/ (แม่งเมนท์ซะยาว 555)

พี่ไม่พูดอะไรแล้วกันนะอายะ เพราะยังไงเราก็เข้ามาคุยเอ็มกับพี่บ่อย ๆ ให้มันจบลงที่ต่างคนต่างอยู่แหละดีแล้ว

งวดนี้มาอื้อเลยเว้ย 555

#9 By derick on 2009-11-05 13:07

เอนทรีนี้แข่งกันคอมเม้นท์ยาวรึ sad smile

ถึงคุณ hiyono
เรารู้สึกดีนะคะที่ ki* ยังมีเพื่อนดีๆแบบนี้ แต่บางทีการจะปกป้องเพื่อนเราก็ต้องดูด้วยว่า"ความจริง"มันเป็นยังไง ไม่ใช่จะเืชื่อแต่เรื่องที่เพื่อนตัวเองพูดอย่างเดียว อย่างน้อยก็อยากให้ฟังความจากทางอายะบ้าง แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าคุณจะทำอย่างไร จะปกป้องเพื่อนคุณอย่างไรต่อไป เช่น ไปพูดให้เค้าเข้าใจว่าที่อายะต้องทำแบบนี้เพราะอะไร หรือไม่คุณจะไปบอกเพื่อนคุณว่าอายะออกมาด่าอีกรอบแล้วก็ได้ ซึ่งนั่นก็คงแล้วแต่คุณค่ะ

ถึงอายะ
อายะดวงซวยจริงๆนะที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทางที่ดีที่สุดคือบอกเค้าให้ชัดเจนไปเลยว่าคิดยังไงรู้สึกยังไง คงต้องยอมใจร้ายกันบ้าง เห็นอายะเครียดก็สงสารแต่ไม่รู้จะช่วยยังไงจริงๆ ขอโทษด้วยที่ทำได้แค่นี้ OTL

ปล.ไม่อยากคอมเม้นท์ยาว เพราะกลัวจะยาวสู้คนอื่นไม่ได้ ฮาาาopen-mounthed smile << จบด้วยความรั่ว

#10 By freyachan on 2009-11-05 14:27

อะแฮ่...
สวัสดีฟีจัง และทุกท่านที่เป๋นเพื่อนของอายะฟี
รวมถึงคุณ Hiyono ที่เป็นเพื่อนของคุณ Kir*

อันที่จริง เราก็ลังเลอยุ่เหมือนกันว่าจะมาตอบดีไหม
เพราะเนื่องจากเห็นว่ามีหลาย ๆคนที่เข้าใจสถานะการณ์ดีแล้ว
และรู้และเห็นด้วยตัวเองว่าสิ่งต่าง ๆที่เกิดขึ้นนั้นเป้นอย่างไรกันแน่

แต่เนื่องจากเราเห็นที่คุณกล่าวว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัย ม.ต้น
อันนี้เราเองก็อยากจะบอกเช่นกันว่า เป็นเพื่อนกับฟีมาตั้งแต่ ม.ต้นเช่นกัน(จนตอนนี้คุณท่านเรียนจบแล้วเนี่ย)
และเพราะความที่รู้จักกันมานานขนาดนั้น
ทำให้เรารู้เหมือนที่คุณ Hiyono รู้ว่าเพื่อนของคุณเป็นอย่างไร
เราก็รู้ว่าเพื่อนของเราเป็นเช่นไรเหมือนกัน
และที่เรารู้แน่ ๆก็คือ เพื่อนของเราไม่ได้เข้มแข็งเช่นที่เธอดูเหมือนจะเป็น

เรารู้ว่าอายะฟีหนักใจแค่ไหน แต่เราไม่รู้ว่าเขารุ้สึกโดนรบกวนมากแค่ไหน
เพราะเราไม่ใช่เขา จะให้ไปรู้สึกเหมือนกันก็เป็นไปไม่ได้
แต่ที่แน่ ๆ ถ้ามีปัญหาอะไรที่ทำให้เขาต้องเขียนลงบล็อกเนี่ย
แปลว่ามันเป็นปัญหาที่หนักมาก

คุณ Hiyono อาจจะมองว่ามันเป็นการนินทาลับหลังก็ได้
แต่สำหรับคนที่เป็นเพื่อนอายะฟีย่อมรู้ดีว่านั่นเรียกว่าการ"ระบาย"
ซึ่งคนเราจะ"ระบาย"ต่างกันไป
ในกรณีเพื่อนของคุณ Hiyono ก็คือไปบอกกับคุณนั่นแหละ หรืออาจจะที่มากกว่านั้นก็คือบอกผู้ปกครอง ที่ถ้าอ่านจากบล็อกของอายะฟีจนครบแล้วจะเห็นว่า
ผู้ปกครองเขาก็รู้กำพืดของตัวKir*ดีกว่าใคร

แล้วอยากจะบอกว่าเพื่อนของคุณนี่แหละ ที่เป็นคนแรกเลย ที่สร้างวีรกรรมได้ยาวนานขนาด 4 -5 บล็อกนี้

คุณรู้ไหมว่าการที่คุณออกมาปกป้องเพื่อนเพราะสงสารเพื่อนหรือรักเพื่อนก็ไม่ต่างอะไรกับเราที่กำลังสงสารอายะฟีที่ต้องพยายามปกป้องตัวเองอยู่ในตอนนี้
และการที่คุณมาว่าเพื่อนของเราว่า "ใส่สีตีไข่"
มันทำให้เราขำมาก... เนื่องจากเมื่อลองอ่านดูดี ๆ เราจะเห็นชัดเจนมากว่าคนที่"ใส่สีตีไข่"น่ะมันคือเพื่อนรักของคุณ
คนที่คุณฟังความเขาข้างเดียวนั่นแหละ

คุณบอกว่าเพื่อนเราทำตัวเหมือนเด็ก
ขอโทษนะ แล้วเพื่อนคุณที่ต้องให้ผู้ปกครองมาสนทนากับคุ่กรณีไม่หนักกว่าหรือ ไม่ทำตัวเป็นเด็กเล้ก ๆกระจองอแงที่กระทืบพื้นเวลาอยากได้ขนมหรือของเล่นอย่างไร?

ทีนี้...
จะขอ quote ข้อความหน่อย

จริงๆตอนแรกที่ฟังเรื่องนี้จากkir-beep-จะบอกว่าเราปรี๊ดแตกมาก คนอะไรทำไมร้ายกาจแบบนี้

ตรงนี้ เราเองก็คิดเหมือนกันตอนฟังจาก อายะฟีว่าโดนเด็กรังควาน... คิดเหมือนกันเดี๊ยะ ๆเลยว่า เด็กอะไรฟะทำไมเกรียนขนาดนี้
แต่ว่าพอเราได้อ่านที่พี่ระบายถมขาวเอาไว้ อาจจะมีบางเรื่องที่มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด
อ่านตรงนี้แล้วเหมือนน้องจะเข้าใจ.. จนไปถึง ที่บอกว่าฟังความข้างเดยวกับใส่สีตีไข่เนี่ย.. ไม่ทราบว่าได้ดูหลักฐานที่อายะฟีเอามาให้ดูบ้างหรือยัง? ไหนจะยังของ ซาเรนจังอีก?
คุณแค่คิดว่ามันไม่ตรงที่เพื่อนเล่า แต่ก็ไม่มากหรืออย่างไร ยังไงเพื่อนคุณก็ถูกสินะ?

แต่เค้าก็ขอโทษแล้วไม่ใช่เหรอ?

แหม่... เขาขอโทษแล้วจริง ๆด้วยแหละ...
และเพื่อนพี่ก็แค่มาระบายอารมณ์ที่อัดอั้นของเขา.. เพราะความกดดันที่เพื่อนคุณอุตส่าห์ก่อตัวมาเป็นเดือน ๆมาจบลงกับคำว่า ขอโทษ ในคืน ๆเดียวที่ไม่รุ้ว่าจะจบอีกไหม เพราะเผลอ ๆอาจจะมีโทรมาอีกก็ได้ แทบจะไม่มีอะไรยืนยันได้เลยไม่ใช่หรือ ขนาดเพื่อนคุณยังไม่ยอมให้มันจบไปเล่าให้คุณมาพิมพ์ลงในบล็อกของเพื่อนเราเลย
คนพูดน่ะพูดง่ายนะ... ลองเป้นคนโดนบ้างสิ

ถ้าพี่อยากให้เค้าเลิกยุ่งกับพี่และเพื่อนของพี่ พี่ก็บอกเค้าไปตรงๆเลยสิ ไม่ต้องคุยกันอีกเลยก็ได้ เค้าก็แค่ชอบผลงานของพี่ก็แค่นั้น

อย่างที่กล่าวไป อายะฟีไม่ใช่คนเข้มแข็งและเป้นคนขี้เกรงใจ จนบางครั้งเธอไม่กล้าจะปฏิเสธ และเชื่อว่าหลาย ๆคนเองก็ไม่กล้าปฏิเสธ ผู้หญิงที่มากับผู้ปกครองที่มายื่นความช่วยเหลืออย่างกดดันหรอก
การที่เราจะกล่าวกับใครว่า “อย่ามายุ่ง” ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าไม่ใช่คนที่”สนิท”จริง หรือถ้าเราไม่ใช่พวกคนที่เป็นหัวโจกและไม่มีความเกรงใจในมนุษย์อื่น ๆ

แต่ถ้าพี่ยังใจแคบกล้ามาต่อว่าเค้าอีกละก้อ เราจะไม่ยอมแน่

ประโยคนี้นี่ถูกใจเรามาก
เพราะเราขอถามหน่อยหลังจากที่คุณพิมทั้งหมดนี้มา ในใจคุณเองยังนั่งว่าเพื่อนเราอยุ่เลย.. ... ลองคิดกันตรง ๆถ้าให้ชนกัน ถ้าคุณและเพื่อนคุณยังว่าอายะฟีอีกล่ะก็ เราก็ไม่ยอมแน่ เหมือนกัน


ขอส่งท้ายด้วยประโยคสุดท้ายนิด ๆ

ปล. สำหรับคนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดก็อย่าฟังความข้างเดียว เพราะพี่เค้าใส่สีตีไข่ซะเพื่อนเราเสียหายหมด ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ก็หวังว่าเจ้าตัวจะรู้ดีแก่ใจที่สุด

คุณลองลืมตาอ่านคอมเม้นท์ของคนอื่น ๆหรือไปดูยังบูธอื่น ๆที่โดนเพื่อนคุณไซโคและเป็น”เพื่อน”ด้วยดูนะ เพื่อคุณจะเห็นว่า ไอ้ ใส่สีตีไข่ บรรเลงมั่วซั่วไร้สาระทำให้ตัวเองถูกน่ะมันเพื่อนคุณ และถ้าอยากรุ้ความจริงนักขอแนะนำให้คุณลองใช้วิขารณญาณที่มากกว่าคำว่าเพื่อน ถามน้า หรือคนอื่น ๆที่โดนดู ว่าเขาโดนแบบนี้กันจริง ๆ หรือไม่ได้โดนอะไรเลยแบบที่เพื่อนคุณแต่งกัน


ปล. ฟีจังอย่าคิดมากเลย
ไง ๆคนที่รุ้ว่าฟีเป้นคนดี เป็นคนวิตกกังวลคิดมาก และอ่อนแค่ไหน ก็ไม่ใช่คนที่ “เนียน” สนิทด้วยหรอก แต่เป็นคนที่ตอบเม้นท์ฟี หลาย ๆคนในนี้ และเป็นเพื่อน ๆที่ฟีกล่าวถึง หรือไม่ได้กล่าวถึงเช่นเรา(โฮ .. โดนทืง (ฮา))
ถึงแม้จะมีคนเข้าใจผิดไปบ้าง และอาจจะโอนเอียงไปกับข้อแก้ต่างที่หาความน่าเชื่อถือไม่ได้ แต่อย่างไรเสียก็อย่าลืมว่า ฟีก็มีเพื่อนดี ๆอยู่ตั้งมากมาย
เพราะงั้น
อย่าคิดมากเลยพวก


big smile

#11 By AirByFicTion on 2009-11-05 14:35

เนื่องจากอยู๋เชียงใหม่ไม่รู้อะไรมาก

ไม่ได้รู้จักคิ-เป็นการส่วนตัวหรอกนะ ตอนไปงานก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใคร (เราจำหน้าคนไม่เก่ง)

แต่เรื่องโทรนี่อายะโดนมาเมื่อไหร่ก็มาบอกเราแทบทุกครั้งน่ะนะ ถ้าไม่โดนโทรก็ไม่รู้ว่าจะมาบ่นให้มันเปลืองเวลาทำไม ถ้าคิ-โททรมาแป้บๆไม่น่ารำคาญมากก้คงไม่มีคนบ่น แต่ว่านี่มันมากไปแล้วถึงมีคนบ่นไงล่ะ ยูวซี้???

ส่วนHiyono ฟังแต่เื่อนเลยนะ คิดจะฟังคนอื่นบ้างรึเปลา่เนี่ย หรือว่าเป็นคิ-ปลอมตัวมา

เขาไม่ยุ่งด้วยแล้วก็ไม่ต้องไปร้องไห้ฟูมฟายอีกล่ะ......
(ถ้าอยู่ในเหตุการณ์จะตบเกรียนแหลกเลย)<<พอดีตอนอยู่ก็ไม่รู้ ไม่งั้นโดนสอยไปแล้ว

แล้วเมื่อไหร่ตรูจะได้ไปงานการ์ตูนกทม.อีกเนี่ย!!!!

#12 By zanael on 2009-11-05 14:37

เพ่ิมเติมอีกนิด
อยากรู้อยู่ว่า Hiyono จะกลับมาอ่านเอ็นทรี่ย์นี้หรือไม่ บางทีคนอที่เอาข่าวต่างๆไปบอกคิ-อาจจะเป็นคนๆนี้ก็ได้รึเปล่าล่ะ ฮึ ฮึ

ปล.เรื่องตอนงานรีบอร์นโอนลี่ครั้งแรกที่เราทำเบียเร็กซ์ไปแจก อายะบอกว่าจะไปเอาที่บูธเอง ตอนนั้นเรายังไม่รู็จักอายะหรอกนะ ไม่เคยเจอกันด้วย แต่ว่า มีคนเดินมาหาเราที่บูธแล้วบอกว่า อายะฝากมาจกเบียเร็กซ์ แต่ว่าพอไปหาอายะทีหลังอายะบอกว่าอายะไปเอาด้วยตัวเองนะ.....เราจำชื่อคนๆนั้นไม่ได้หรอก แต่จำได้ว่ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวบูธเราอยู่แป้บนึง(ในงานนั้นเราก็คอสนะ เลยไม่ค่อยอยู่กับบูธเท่าไหร่) แต่ว่าพออายะเอารูปให้ดูถึงรู้อ่ะว่าคนๆน้ันคือคิระ.......

#13 By zanael on 2009-11-05 14:51

ความจริงเป็นคนนอกค่ะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้โดยตรง แต่เห็นพี่อายะเครียดก็เลยเป็นห่วงค่ะ

เข้าใจว่าคุณ Hiyono เป็นห่วงเพื่อรักเพื่อน อารมณ์นี้ใครๆก็มีกันได้

อีกครั้งที่อยากจะบอกไม่ได้เข้าข้างพี่อายะจนเกินไป แต่ดูตามรูปการณ์อื่นๆประกอบกับเสียงข้างมากค่ะ

ตอนนี้คุณ Hiyono คงจะเห็นแล้วนะคะ หลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนี้ หากคุณยังเชื่อเพื่อนอยู่จนไม่ลืมตามองดูโลกภายนอก ระวังจะเป็นคนลูกหลอกซะเองนะคะที่นี่ไม่มีใครถูกพี่อายะหลอกค่ะ แม้จะรู้จักกันได้ไม่นานแต่พี่อายะไม่ใช่คนโกหกพูดใส่สีตีไข่ใคร

คุณบอกให้พวกเราอย่าฟังความข้างเดียว คุณเองก็อย่าฟังความเพื่อนคุณข้างเดียวเหมือนกัน ขอให้เข้าใจพี่อายะ ทุกคนรอบตัวพี่อายะที่ยืนอยู่แล้วประสบพบเจอกับปัญหาที่เพื่อนคุณก่อด้วยนะคะ

สุดท้าย ให้ขนมมันก็ต้องขอบคุณ มันเป็นมารยาทค่ะ หรือคุณไม่เคยทำ!!บอกตรงๆว่าเคือง มากๆเลยค่ะ!! ที่คุณมาว่าร้ายพี่อายะแบบนี้ เพราะฝ่ายที่โดนคุกคามไม่ใช่ฝ่ายคุณ!!ทุกคนไม่ใช่คนดีครบ 100 เปอร์เซ็นหรอกค่ะ กรุณาอย่ามองว่าจุดที่คุณยืนคือจุดที่ถูกที่สุด

#14 By Chura Chura Chucream (202.12.97.100) on 2009-11-05 15:09

อ่ะแหะ~ สวัสดีจ้ะ ^^" อายะซัง (ขอเรียกแบบนี้นะจ๊ะ)

ปกติเป็นเงาหลืบไม่ค่อยได้เมนต์ใครเท่าไหร่.. ชอบวงการนี้นะแต่ว่าไม่ค่อยชอบแสดงตัวตนเท่าไหร่ งานการ์ตูนอะไรเราก็ไม่เคยไปกับเค้าเพราะอยู่ต่างจังหวัด (ฮา)

แต่เพราะอ่านฟิคของอายะซังแล้วชอบสำเนียงการแต่งมากๆ เลยน่ะจ้ะ ^^" เลยเป็นห่วงกับเรื่องนี้..

ไม่ขอพูดอะไรมากละกันนะจ๊ะ.. เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยประกอบกับคนอื่นคงพูดไปหมดแล้ว..

แต่ในฐานะคนที่ชอบผลงานของอายะซังคนนึง (ที่อ่านอยู่ในหลืบ.. ฮา)

ขอเอาใจช่วยนะจ๊ะ.. เวลาที่เกิดเรื่องแย่ๆ น่ะ.. เดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้ด้วยดีจ๊ะ~ เวลามันจะช่วยได้นะ ^^"

เราก็คงพูดได้แต่ขอให้อายะซังมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะทุกวันนะจ๊ะ.. หันไปมองกระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองสักนิดนะจ๊ะ (ไม่ใช่ยิ้มแบบเป็นบ้าไปเลยอะไรแบบนี้น่อ.. ฮา.. ล้อเล่นจ๊ะ) อย่าเครียดมากเลยน่อ ในฐานะคนที่ชอบในผลงานของอายะซังก็คงบอกได้แค่นี้.. เป็นห่วงนะจ๊ะ ^^"

ปล. ช่วงนี้ดราม่าเยอะเนาะ~
ปล.2 ไม่นึกว่าอายะซังจะเจอดราม่ากับเค้าด้วย (ฮา) แต่เห็นมาหลายวันแล้วล่ะจ๊ะ = w ="

#15 By MiGaShI (117.47.31.63) on 2009-11-05 15:54

=[]=!
เห็นทุกคนแสดงความึคิดเห็นแล้วตกใจ

#16 By かつみ on 2009-11-05 16:43

เราก็เป็นคนนอกเหมือนกัน แต่เห็นมาหลายเอ็นทรี่แล้วที่อายะซังมีปัญหา ตอนนั้นยังไม่กล้าเม้นต์คิดว่าเราคงวงนอกเกิน แต่ตอนนี้ขอเขียนสักหน่อยค่ะ

เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขามีปัญหาในด้านไหน แต่เพื่อนเขาก็ฟังความด้านเดียวเหมือนกัน เพราะถ้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริงๆก็ไม่สามารถเข้าใจได้หรอกว่าคนที่โดนรู้สึกยังไง แล้วเราว่าการระบายในบล็อคก็ไม่ผิดด้วยค่ะ บล็อคก็เหมือนไดอารี่ที่เราจะสามารถเขียนอะไรลงไปก็ได้ตามที่เราต้องการ บางทีไม่สบายใจแล้วมาเขียนก็ดีกว่าการเก็บไว้คนเดียว การพาดพิงถึงบุคคลที่สามถึงแม้มันอาจจะผิด แต่เราก็ไม่ได้พูดชื่อเขาหรือประจานเขาตรงๆด้วยการด่าทอเสียๆหายๆสักหน่อย เราว่าอายะซังเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากคนหนึ่ง เราอาจจะวีนแตกไปแล้วก็ได้ตั้งแต่โทรมาครั้งแรกๆsad smile

ขอให้เรื่องนี้จบลงโดยที่อายะซังสบายใจไวๆนะคะ^^

#17 By Berzentyle~* on 2009-11-05 16:50

เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ค่ะ เราเป็นคนนอก
แต่เราก็คิดว่าในเมื่อบอกว่าให้ฟังความทั้งสองด้าน
ทางคุณก็ควรจะฟังทางอายะซังและคนอื่นที่เกี่ยวข้องบ้างเหมือนกันค่ะ

เราเข้าใจว่าเพื่อนใครๆก็รัก ใครก็อยากปกป้องคนที่เรารักทั้งนั้น
แต่อย่างน้อยก็ฟังทางนี้ให้หมด ให้เคลียร์พอๆกับที่ฟังทางโน้นมาจนจบนะคะ
ที่เราอ่านๆมา คนที่เจอเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่อายะซังคนเดียว
และทุกคนก็พูดไปในทางเดียวกันหมด ลองตามอ่านดูได้ค่ะ
เราคิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอที่จะบอกอะไรหลายๆอย่างมากแล้ว

เป็นกำลังใจให้อายะซังนะคะ
หลบไปเที่ยว ดูอนิเมะ อ่านเซร่า(อันนี้จะเครียดกว่าเดิมไหมเนี่ย 55)
ไปหาอย่างอื่นทำบ้างจะได้ไม่เครียดค่ะ =w=

#18 By *~.:KaNGaroO:.~* on 2009-11-05 17:10

อา....เป็นกำลังใจให้นะฮะ

สู้ๆ >,<!!! cry

ปล.มันนี่ฮันนี่พี่อายะสนุกมากเลยฮะ *0* โฮกกกก // ลงไปดิ้นตาย

#19 By XAN_Phantom Nightmare on 2009-11-05 17:29

ข้าพเจ้าอ่านแล้วเขียนอะไรไม่ออก sad smile
รู้แต่ว่าถ้าเจอแบบท่านอายะ...มีหวังเก็บตัวในบ้านนานเลย

#20 By ZEZT-JUNIO on 2009-11-05 18:14

รู้สึกเดี๋ยวนี้กรณีเพื่อนมาชี้แจงแทนจะมีเยอะนะ (ขำ) ไม่สิ หรือว่ารักกันมากเกินไปรึเปล่า?
(พูดก็พูด...คนใกล้ตัวเราก็มีแฮะ..OTL)

คนอื่นพูดไปหมดแล้ว เพราะงั้นไม่มีอะไรจะพูดฮะ

แต่ผมเป็นคนนึงที่ตามงานอายะซังนะฮะ เพราะงั้นถึงล้มก็ต้องลุกขึ้นมาใหม่ได้น่อ

ปล. เล่นเกมโอโตเม่ะแก้เครียดสิฮะ ฮาาา

#21 By sarail on 2009-11-05 18:15

คงจะแสดงความเห็นอะไรมากมายไม่ค่อยได้เพราะยังไงเราก็เป็น คนนอก

แต่เห็นพี่อายะเครียดๆ เราก็อดเป็นห่วงไม่ได้

(ถึงปกติจะเป็นพวก สิงสถิต ไม่ค่อยออกมาแสดงความคิดเห็นก็เหอะ)

อยากให้พี่กลับมาร่าเริงได้ไวๆนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ



#22 By lAtEsHiO on 2009-11-05 18:42

เรื่องนี้เราเป็นคนนอกค่ะ
แค่มีความเห็นว่า แต่ละคนมีขอบเขตไม่เท่ากัน
ถ้าเป็นเราเจอแบบนี้เราก็ไม่ชอบเหมือนกัน

ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้อายะซังละกันนะ


ปล. คอมเม้นต์เอนทรีนี้ย๊าว ยาวกันทั้งนั้นเลย
อ่ะแฮ่มๆ ตอนนี้หนูกำลังคิดว่าสิ่งที่หนูอยากจะเม้นพี่ๆคนอื่นคงเม้นไปหมดแล้วหล่ะค่ะ แฮ่~
แต่ไม่ว่ายังไงก็จี้ดค่ะเลยมาเม้นๆ

To คุณHiyono

อาจจะคิดว่าปีนเกลียวที่พิมพ์มาแบบนี้ไม่ว่ายังไงหนูก็อยากจะให้คุณHiyonoมองในมุมอื่นบ้าง อย่ามองแต่ในมุมของเพื่อนตัวเองอย่างเดียวนะคะ เพราะบางทีคนที่คุณคิดว่าเป็นเพื่อนอาจจะทำให้คุณรู้สึกเฟลไปเลยก็ได้ถ้าหากว่ามารู้ทีหลังว่าเรื่องที่เพื่อนตัวเองทำไม่ได้เหมือนกับที่เขาบอกตัวคุณเอง

ก็ถ้าเด็กอย่างหนูยังมองความทั้งสองด้านได้ ผู้ใหญ่อย่างคุณก็น่าจะมองความสองด้านได้เช่นกันใช่มั้ยหล่ะค่ะ?

เรื่องรักเพื่อนหน่ะไม่ผิดหรอกค่ะ หนูเองก็รัก แล้วตอนนี้ยิ่งอยู่มหาลัยแล้ว อายุจะ19แล้ว เพื่อนที่มีอยู่ตอนนี้หรือเพื่อนที่อยู่โรงเรียนเก่าหนูก็รักทั้งนั้น (มีจะครบร้อยคนแล้วมั้ง- -* รักจนไม่รู้จะพูดยังไง)

แต่ว่า...คำว่ารักที่คุณมีอยู่มันทำให้ลืมมองความจริงอะไรไปหรือเปล่าค่ะ?

อย่ารักเพื่อนจนลืมที่จะมองความจริงที่เกิดขึ้นด้วยนะค่ะ เข้าใจค่ะว่าจี้ดเรื่องนี้แต่ตอนนี้หนูก็จี้ดเหมือนกัน เพราะถึงจะไม่เคยเจอพี่อายะ ถึงจะไม่เคยคุยกันแต่หนูมั่นใจค่ะว่าความรู้สึกของหนูถูกต้อง พี่อายะหน่ะไม่ใช่คนไม่ดีขนาดจะหวังร้ายกับใครแบบนั้นหรอกนะคะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองอ่านคอนเม้นของเอนทรี่นี้หรือเอนทรี่ก่อนๆเอาก็ได้ คุณลองคิดดูนะค่ะถ้าพี่เขาเป็นคนแบบนั้นจริงๆจะมีคนให้กำลังใจพี่เขาแบบนี้เหรอ? ถ้าพี่เขาใส่ไข่จริงป่านนี้บล๊อคพี่เขาคงไม่มีคนมาตามว่าแล้วเหรอ? ในทางกลับกันลองอ่านเรื่องของเพื่อนคุณจากคนอื่นบ้างดีมั้ยค่ะ ลองถามคนอื่นๆก่อนดีมั้ยว่าก่อนที่เขาจะมาเจอคุณเขาเคยทำอะไรไว้บ้างหรือเปล่า? เวลาที่อยู่กับคนอื่นกับเวลาที่อยู่กับคุณเข่พูดเหมือนกันหรือเปล่า? อยากจะให้มองไว้หลายๆด้านหน่ะค่ะ เพราะถ้ามารู้ทีหลังว่าสิ่งที่เราปกป้องมันไม่ใช่สิ่งที่เราคิดมาตลอดคุณจะเป็นคนที่รู้สึกแย่ที่สุดค่ะ

*ถ้าถามว่าทำไมถึงพูดเหมือนรู้ดี บอกได้เลยค่ะว่าหนูก็เคยโดนแบบนี้เหมือนกัน เชื่อจนออกมาปกป้อง เจ็บตัวด้วยซ้ำ เหมือนเดจาวูเลยหล่ะคะ ฮะๆ*

เพราะงั้นขอให้มองดูสิ่งอื่นก่อนจะตัดสินใจด้วยนะคะ หลักฐานพี่เขาก็มี คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็มี เปิดใจกว้างไว้ด้วยย่อมดีนะคะ อยากจะบอกเท่านี้คะ

ป.ล. ความจริงถ้าเป็นหนู บอกตรงๆว่าหนูคงสาดเสียแล้วหล่ะค่ะ อย่าว่าแต่คุณคนนั้นเลยผู้ปกครองหนูคงไม่เว้น = =" ถึงพ่อแม่สอนมาดีขนาดไหนเวลาโกรธหนูคงห้ามปากตัวเองไม่อยู่แบบพวกพี่เขาหรอกคะ ยอมรับกันตรงๆตามนิสัยเลยไม่คิดปิดบัง แฮ่~
-------------------------------------------------------------

ส่วนนี้ถึงพี่อายะนะก๊ะ

แม้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่หนูและทุกๆคนก็ให้กำลังใจพี่เสมอนะคะ เพื่อนหนูที่ตามมาอ่านฟิคพี่ก็ฝากให้กำลังใจด้วย แม้พวกเขาจะไม่มาเม้นเองแต่หนูคิดว่าความรู้สึกของเพื่อนๆหนูต้องลอยตามอากาศไปหาพี่ได้แน่ๆ (เสี่ยวอ่าsad smile)

เพราะงั้นหนูอยากให้พี่อายะอย่าเพิ่งท้อนะคะ เห็นพี่บอกว่ารับทุกอย่างหนูอยากจะให้พี่รับไปแค่ความห่วงใยของทุกๆคนที่มีให้พี่ก็พอ เรื่องที่ไม่ดีๆรับๆแล้วก็โยนมันลงคลองไปเถอะคะ เก็บไว้รังแต่จะเครียดซะเปล่าๆ แค่พี่หม่ำมาม่าเวลาหิวก็พล่านเอาสารอาหารลอยหายไปแล้วหล่ะคะ ถ้าเก็บเรื่องแย่ๆมาคิดด้วยอาจจะทำให้จิตใจแย่ลงไปด้วย ไม่ดีค่ะไม่ดี

เหนื่อยนักพักหน่อยเหมือนที่หนูบอกดีกว่านะคะ ถ้าพักซักหน่อยเราก็จะมีแรงที่จะสู้ต่อไป เวลาท้ออ่านข้อความจากทุกคนแล้วจะยิ่งดีคะ กระชุ่มกระชวยขึ้นทันตาแน่นอน cry ทุกๆคนก็จะให้กำลังใจพี่แบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ พี่อายะสู้ๆๆๆ!!!

ป.ล.เม้นยาวทั้งๆที่เป็นคนนอกนะเนี่ย- - รู้สึกแปลกๆ แต่หนูคิดแบบนี้จริงๆนะคะ
//แอบเห็นคอมเมนท์คนอื่นค่ะ ทำเอาเรารู้สึกว่าของเรามันสั้นจุ๊ดไปเลย หะๆ sad smile

คุณเพื่อนที่ว่า "คนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดก็อย่าฟังความข้างเดียว"
เราก็ว่าคุณก็เหมือนกันหละน่อ ...
คุณก็ฟังความจากเพื่อนคุณซะส่วนใหญ่
ก็เหมือนเราที่ได้ความจากคุณอายะซะส่วนใหญ่
คุณเลือกที่จะเชื่อเพื่อนคุณ ก็เหมือนที่เราเลือกจะเชื่อคุณอายะน่ะแหละน่า ... =w=

"ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ก็หวังว่าเจ้าตัวจะรู้ดีแก่ใจที่สุด"
ก็ถูกนะคะ ...
ไม่มีใครรู้ความจริงทั้งหมดหรอกนอกจากเพื่อนคุณกับคุณอายะและผู้อยู่ในเหตุการณ์

ขัดใจอยู่อย่างนะคะ ระบายในบล็อคนี่ ลับหลังยังไงเหรอ ??
คือแบบว่า ... มันเปิดได้ทุกคนไม่ใช่เหรอคะ =w="

อา ... ไอ้เรื่องแบบนี้จะให้พูดไปตรงๆก็ยากนะคะ
ถ้าใครกล้าพูดออกไปตรงๆว่า ไม่ชอบนะ รำคาญนะ
เราขอคารวะ 27 จอกเลยน่อ~!! =w=

เรื่องเฝ้าบูธกับขนมนี่ ถ้าปฏิเสธไปคนที่โดนปฏิเสธก็จะเหมือนแบบ "เขารังเกียจเรารึเปล่า เขาไม่ชอบเรารึเปล่า"
อีกอย่าง ... ถ้าให้ขนมหรืออะไรก็ต้องขอบคุณสิคะ ... พูดแปลกๆนะคะ ... ^ ^"

อา ... อายุ 21~!!! =[]=~!!
/ตอนแรกนึกว่าเป้นเด็ก ม.ต้น อายุประมาณ 13-14 ปี อย่างมาก 16 ปี ORZ"'


สุดท้ายนี้ เข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมนักเขียนบางคนถึงปิดบัง
ไม่ให้ใครรู้ว่าตัวเองเป็นใคร อยู่ที่ไหน
(เหมือนฉลามในหนองเลือดไงคะ~! //โดนโบก ข้อหานอกเรื่อง)
เพราะเดี๋ยวจะโดนแบบนี้นี่เอง ... sad smile

#25 By ซึนเดเระ on 2009-11-05 19:44

อ่า เจอแบบนี้เป็นใครก็คงหนักใจ

ถึงเรนไม่(ค่อย)โผล่หัวมาเม้นคอยเป็นแต่ผีบลอค

แต่ก็เป็นห่วงนะฮะ เป็นกำลังใจให้นะงับพี่อายะ //กอดๆ

ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เพราะในบล็อกตัวเองได้องค์ลงไปหมดล่ะ กว่าจะตื่นมาอีกรอบไฟแอบมอดลงไปจิ๊ดนึง (จิ๊ดเดียวจริงๆนั่นแหละ เหอๆ)

อยากจะบอกคุณ Hiyono (ที่ไม่รู้ว่าใช่ตัวคู่กรณีมาเนียนพูดเองหรือเปล่าน่ะนะ) ว่าเมื่อคุณอยากให้พูดตรงๆ ทีนี้เราก็พูดตรงแล้วค่ะ จากใจเลย แล้วหลังจากนี้ก็ขอให้เป็นไปตามนี้ด้วย อย่ายุ่งกันเลยไม่ว่าจะเรื่องอะไรเป็นดีที่สุดค่ะ

เราไม่ได้อยากยุ่งกับเพื่อนคุณมาตั้งแต่แรก ถ้าคุณจะเข้าใจว่ามันเป็นแบบนั้น หลังจากนี้ก็ไขข้อข้องใจแล้วหยุดการกระทำของทั้งคุณทั้งเพื่อนคุณด้วยนะคะ เรารู้ดีว่าทำอะไรอยู่ พี่เขาก็รู้ดีด้วยเช่นกัน เพราะโดนมาเองเลยมั่นใจว่าสิ่งที่พูดไม่ได้ใส่สีตีไข่เพิ่มแต่อย่างใด แล้วคุณเองล่ะคะ ที่ฟังมาจากเพื่อนคุณน่ะแน่ใจนะว่าได้ข้อมูลที่ถูกต้องมาจริงๆ

ให้กำลังใจพี่อายะ หลังจากนี้อยู่แบบตัวใครตัวมัน ไม่ต้องไปแคร์เขาหรอกค่ะ พอกันซักที เหนื่อยพูดกันมามากแล้ว

#27 By Sarren on 2009-11-05 20:00

โอ้ แต่ละเม้นต์ยาวสุดได้ใจดีแฮะ คุคุ

อืมมม...เราก็ไม่แปลกใจหรอกนะ ที่เพื่อนมักจะเชื่อเพื่อนของตัวเองน่ะ
แล้วอีกอย่าง คนๆนึงอาจมีหลายเวอร์ชั่นก็ได้นี่นา อยู่กับเพื่อนคนนึงก็ปฏิบัติอย่างนึง
อยู่กับอีกคนก็จะปฏิบัติอีกอย่าง มันเป็นธรรมดา คุณ Hiyono อาจไม่ได้เห็นอีกด้านของเพื่อนมั้งคะ?

จะว่าไปแล้วตอนเห็นจำนวนนาทีที่โทร เราก็ว่าไม่เยอะนะ...ถ้าเทียบกับที่เราคุยกับเพื่อน
แต่ถ้ามองในด้านของคนที่ไม่สนิทชิดเชื้อ แถมโทรบ่อย ตามบ่อย เราก็คงอึดอัดน่ะ
มันก็น่าดีใจหรอกที่มีคนรัก คนติดตาม แต่ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ! มันต้องเว้นช่องว่างให้หายใจกันมั่งสิ...

อย่างนั้นคงต้องฝากคุณ Hiyono เตือนเพื่อนมั่งแล้วแหละ รักเพื่อนต้องเตือนเพื่อนนะ

เอาใจช่วยให้เรื่องนี้คลี่คลายโดยไว และแฮปปี้เอนด์ (มันจะแฮปป่ะเนี่ย - -;)
สำหรับท่านอายะก็ไฟท์ติ้งต่อไปนะคะ อย่าเพิ่งท้อใจ หรือเศร้าไป
มีคนอีกมากมายคอยให้กำลังใจเสมอ ปัญหามีให้ไว้เราเอาชนะมันนะคะ ;))) !!

ปล.รู้สึกเหมือนตัวเองก็คนนอก แต่มาอ่านมาเม้นต์มันได้ทุกเอนทรี่ ๕๕๕

#28 By CrazyApple (125.24.175.51) on 2009-11-05 20:05

ขอเป็นกำลังใจให้พี่อายะสู้ชีวิตต่อครับ

เนื่องจากไม่รู้จะให้ความเห็นเช่นไรจริงๆsad smile

#29 By -:-Rin-Ray Nightray-:- on 2009-11-05 20:43

ปรกติมาเอะทำตัวเป็นผีบลอคตลอด
คราวนี้ทนไม่ได้แล้วค่ะ สงสารพี่จัง

หนูเคยอยากเข้าไปทักพี่หลายรอบแล้วอ่ะ แต่อาย >w<
ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ก็ยังมีคนไม่เกรงใจคนอื่นเป็นอยู่
ไม่รู้เลยค่ะว่าเค้าอายุ 21 แล้ว
มาเอะก็เตยเห็นที่เค้าชอบกดดันลูกค้าหลายๆท่าน
สิ่งนี้ทำให้มาเอะกับเพื่อนไม่ค่อยอยากไปหาบูทแบบนี้
มันเสียมรรยาทน่ะนะค่ะ

พีอายะ(ขอเรียกแบบนี้นะค่ะ^^)่ลำบากใจเค้าน่าจะดูออก แต่ทำไมไม่คิดจะเข้าใจเลย

คุฯhiyonoก็ด้วยนะค่ะ
ฟังความข้างเดียวแล้วมาบอกว่าเราฟังแต่พี่อายะ
ไม่รู้สินะค่ะ
ถ้าอายุ20น่าจะสามารถคิดว่าอะไรเป็นอะไรได้แล้ว
มาเอะยังไม่ถึง20(ปิดอายุๆ) ยังเชื่อคนที่ทีหลักฐานเลย
พี่อายะไม่ค่อยบ่นลงบลอคเท่าไร แค่นี้ก็เห็นแล้วว่ามันปิดปรกติ
ต้องมีเรื่องแน่นอน

หนูเป็นคนนอกไม่ได้อยุ่ในเหตุการณ์ พูดอะไรไม่ได้มาก
แต่หนูก็รู้สึกึงความสำบากใจของพี่อายะ
พี่ต้องเข้มแข็งไว้นะค่ะ
้ถ้าพี่เครียดแล้วก็จะเสียสุขภาพ ยังไงหนูก็จะเป็นกำลังใจให่ค่ะ
สู้ๆ


MAeMaE

#30 By at once on 2009-11-05 20:55

ถึง เพื่อนของคุณkir-beep-

คุณเป็น... เพื่อนของเขาจริงๆเหรอคะ คุณไม่รู้จริงๆหรือว่าคนที่คุณเรียกหาว่าเพื่อนเมื่อไหร่ที่เขากำลังปิดปังความเป็นจริงกับคุณ คุณรับรู้ถึงส่วนนั้นของเขาไม่ได้จริงๆเหรอ
คุณเป็นเพื่อนของเขาจริงๆเหรอคะ? หรือเป็นคนที่ต้องการปกป้อง ซึ่งฉันก็ไม่อยากกล่าวหาว่าเป็นตัวโจทก์เอง

ไม่รู้จะพูดอะไรมาก เพราะคนอื่นพูดไปหมด ..

คุณอยากให้พี่เขาบอกเพื่อนคุณตรงๆว่าอย่ามายุ่งจริงๆเหรอ ขนาดแค่ลักษณะอาการที่สื่อเป็นนัยได้ว่าไม่อยากข้องแวะเพื่อนคุณยังไม่ยอมรามือและเข้าใจอะไรเลย ถ้าพูดไป เพื่อนคุณจะเข้าใจจริงๆเหรอ ทำไมไม่คิดว่าบ้างล่ะ ว่าทางนี้เองก็ไม่อยากให้เสียน้ำใจกันจนต้องพูดหักหน้า คนเขาพยายามรักษาหน้าคุณแบบนี้แล้ว ทำไมคุณถึงมาฉีกหน้าแบบนี้ล่ะ

พี่สาวคนนี้ไม่ใช่คนใส่สีตีไข่ ไม่ใช่คนนินทาใครลับหลัง เรื่องที่เขาพูดระบายโดยถมขาวไว้ โดยเจตนาแล้ว ไม่ได้อยากให้ใครอ่านด้วยซ้ำ ถ้าไม่อย่างนั้นคงใส่ตัวแดงๆ เวอร์ๆ ใหญ่ๆ ทำบิลบอร์ดประจานเลยมั้ย?

ถ้าคุณยังคิดว่าเพื่อนของคุณพูดความจริงก็แหกตาดูซะ ว่าเขาโกหกอะไรให้คุณเป็นโล่ห์บังหน้าเขาบ้าง
คุณกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ
จำข้อนี้ไว้ซะ

#31 By othila on 2009-11-05 21:12

หนูเป็นคนนอกสุดๆ เพราะได้เเต่สโตรกพี่อยู่ไกลๆ (โดนตบ) เเต่ว่านะ...
ขอสักทีเถอะ!! ตอนพี่อายะบอกว่าอายุ 21...อึ้งไปสักพัก 21 ..21ปีเเล้วนะ!!! = [ ] = ไม่อยากจะว่ามากมาย เพราะเค้าเป็นผู้ใหญ่เเล้ว เเต่ทำไมชีถึงได้ทำตัวเหมือนยังเป็นเด็กอายุ 15ปี อยู่นะ พูดเข้าข้างตนเอง อารมณ์เหมือนตนเป็นนางเอกละครยังไงชอบกล ส่วนพี่อายะคือนางร้าย พูดมาได้ โทรเเค่ 2-3 ครั้ง ขอโทษเถอะนะคะ ตกเลขเหรอ?? ส่วนคุณ Hiyono ก็...สุดบรรยาย ชีบอกว่าอย่าฟังความข้างเดียว..ขอโทษเถอะ พูดให้ตัวเองฟังจะดีกว่ามั้ง?? ถามมาได้ ทำไมไม่บอกน้า ...สัมมาคาราวะอะ รู้จักปะ??
เข้าไปอ่านบล๊อคของท่านซาเรน เลื่อนอ่านลงมาเรื่อยๆ จนถึงประโยคว่า"เขาไม่ค่อยมีเพื่อน"...ถ้าทำตัวเเบบนี้อยู่ ก็สมควรเเล้วน่อ เป็นข้าพเจ้าก็เผ่นตั้งเเต่นาทีเเรกเเล้ว คบกับเพื่อนต้องใช้เวลา ต้องปรับตัวเข้าหากัน ไม่ใช่เจอหน้าไม่กี่ครั้ง ก็นับว่าเพื่อนเเล้ว สายสัมพันธ์พวกนี้น่ะ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องค่อยๆอาศัยช่วงเวลาสร้างมันขึ้นมา...
พี่อายะอย่าเครียดมากๆเลยนะคะ เครียดมากเเล้วเดี๋ยวเบียไม่รัก(โดนตบ) ถึงหนูจะไม่ขยันเม้นมากนัก เเต่ก็ขอเป็นกำลังใจนะฮะ จุ๊บจุ๊บ (เป็นครั้งเเรกที่พิมพ์เยอะขนาดนี้ เเฮ่กๆ)
**PS: หนูอาจจะพูดจาไม่เหมาะสมไปบ้าง เเต่อ่านเเล้วรู้สึกจี๊ดหัวใจจริงๆ ให้ตายเถอะซาร่า ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกอยากกระโดดหงับหัวคน ถ้าหากพี่อายะอ่านเเล้วรู้สึกเเย่ ก็ขอโทษนะคะ m - - m

#32 By ~coffee~ (112.142.80.212) on 2009-11-05 21:16

แม่เจ้า ไล่ตามอ่านมาแต่แรก น...นี่มัน ส..สโตรกเกอร์! =[]=! ที่อายะซังบ่นคือเรื่องถูกสโตกนี่เองเหรอเจ้าคะ อุ่ก ยิ่งแบบว่าเรื่องโทรศัพท์จิกขนาดนี้ ก๊อด คือ ไม่เข้าใจคนเราเลยวุ้ย ปกติคนที่เพิ่งพบกันหรือคนที่เราชื่นชม เขาจะต้องรู้สึกเกรงใจบ้าง แต่นี่แบบว่า... เค้าปกติหรือเปล่าน่ะ = ="

แล้วที่อึ้งสุดๆก็คือ คุณผู้ปกครอง = =" ฝากฝังเหมือนอายะซังแต่งงานเป็นสามีของน้องคนนั้นแล้ว มีอะไรค่อยๆพูดค่อยๆสอนน้องนะลูกนะ เราอยู่เป็นครอบครัว = =" นึกถึงนิยายย้อนยุคตอนงานแต่งนางเอกอะไรแบบนั้น แล้วเจ้าคุณย่าฝากฝังหลานสาวกับพระเอก ต่อไปต้องรับผิดชอบชีวิตสโตรก...เอ่อ ชีวิตน้องด้วยนะ ...ไปกันใหญ่แล้ว

พฤติกรรมคุณน้องเธอช่างเหลือเกินเหลือกินจริงๆถ้าเป็นอย่างที่อายะซังว่ามา แล้วเพื่อนของน้องเขา ถ้าเป็นเพื่อนสนิทขนาดออกแทนกันแบบนี้ก็น่าจะรู้นะว่านิสัยของน้องคนนี้เป็นยังไง แถมทางนี้มีพยานหลายคนแม่คุณไม่สนใจจะมองข้อเท็จจริงอะไรเลย มาระบายอารมณ์แล้วก็ไป ฮื่อ = =a ไม่รู้จะว่ายังไงดี เด็กติ่งจริงๆ

ประโยคนี้ลองเปลี่ยนดู สมมติว่าบลูเป็นเพื่อนแบบกอดคอตายด้วยกันได้กับอายะซังบ้าง
ของน้องเขา --> "จริงๆตอนแรกที่ฟังเรื่องนี้จากkir-beep-จะบอกว่าเราปรี๊ดแตกมาก คนอะไรทำไมร้ายกาจแบบนี้!"
เรามั่ง --> "จริงๆตอนแรกที่รู้เรื่องนี้จากบล็อคอายะซังจะบอกว่าเราปรี๊ดแตกมาก สโตร... เอ่อ คนอะไรทำไมน่ากลัวแบบนี้!"
จบเหตุสมมติ กลับมาเป็นคนในวงการเดียวกันต่อ
อารมณ์คล้ายๆกันเนอะ sad smile

#33 By bluepearl on 2009-11-05 21:25

ป.ล. ลืมบอกไปว่าอย่าลืมกินทิฟฟี่ เพราะดราม่าช่วงนี้มันเย้อออออ = ="

#34 By bluepearl on 2009-11-05 21:30

ไม่ได้เปิดคอมนาน เกรดตก อยากทำตัวเป็นเด็กดี OTL

ฉะนั้นเม้นเยอะไม่ได้ ต้องรีบทำตัวเป็นเด็กดี - -" ยังไงก็ข้อบอกให้พี่อายะสู้ๆนะค่ะ ส่วน Hiyonoไรนั่น เราปรี๊ดตรงที่ว่าบอกพี่อายะว่าใส่ร้ายป้ายสีนี่แหละ พี่อายะทำไปก็ไม่เห็นจะได้อะไรเลย - - ขะใส่ความกันไปเพื่อ แล้วรู้ได้ไงง่าเพื่อนจะพูดจริงเสมอไป ขอบอกว่า อายุ 21แล้ว น่าจะคิดอะไรๆเป็นนะค่ะ ห่างกับเรา 5-6 ปี โตๆกันแล้วก็น่าจะรู้อะไรควรทำไม่ควรทำ ไม่ใช่งอแงให้เสียสถาบันเด็ก - -

จริงอยู่ที่ต้องฟังความสองฝ่าย แต่ว่ามันก็เป็นธรรมดาแหละที่เค้าจะเชื่อคนใกล้ตัวมากกว่า ก็ต้องคิดเชื่อเพื่อนเค้ามากกว่าอยู่แล้ว แต่เราก็เชื่อพี่อายะมากกว่าอยู่ดี เหมือนฝ่ายโน้นจะหาความจริงไม่ได้จริงๆ - -

ยังไงพี่อายะก็สู้ต่อไปนะค่ะ ต้องไปก่อนเดี๋ยวโดนตี TT บะบุยค่ะ อากาศเย็นแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ ^^

#35 By princesskpp (118.172.134.113) on 2009-11-05 22:28

สุดท้ายก็อดมาเม้นไม่ได้อะพี่อายะ....

คงไม่ว่าอะไรมากอะ พูดกันไปหมดแล้ว


แต่ว่าฝากไว้ตรงนี้นิดนึง

ในสายตาของน้อง พี่เป็นพี่ดีมากค่ะ (ถึงพี่จะเป็นคนที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โดนคำสาปเรียกเกรียนเข้าหาตัวบ่อยๆก็เถอะ....ชีวิตน่าเศร้า = =a....)
พี่เป็นพี่ที่เอาใจใส่คนอื่น ถึงริสจะบ่นบ่อยๆก็เหอะว่าพี่ขี้เกรงใจเกินไป ริสว่าอีกหน่อยแข็งขึ้น กระด้างขึ้นดีกว่า...... ใครเอาเปรียบมากวนมา ต้องหน้าว่าไปตรงๆเลยเนอะ...(กรณีเค้าเอาผปค.มานี่ อีกเรื่องนะ....กรณี เกรี*นพิเศษต้องแยกพิจารณา...)


ถึง ทั่วไป

รับตรงๆว่าเราไม่พอใจคุณKi**แน่ๆ พฤติกรรมของเค้าเท่าที่เรารับรู้มา มันเป็นการก่อกวน รังควาญ และน่ารำคาญอย่างเลวร้ายมากๆเลยนะ
และถ้าเค้าสำนึกจริง ทำไมถึงได้ยังทำต่อไป สำนึกจริงเค้าต้องรู้สึกผิดแล้วเลิกไปนะ ช่างเป็นคนที่แปลกจริงๆ ทำอะไรได้ไร้ความเกรงใจเหลือเกินน้อ~

แล้วเรื่องเนียนนี่ เรารับประกันได้ค่ะ เพราะตอนนั้นเราเองก็นั่งอยู่หลังบูธ เราเองยังงงเลยว่ามาได้ไง เพราะถ้าคนอื่นๆเราก็เคยเห็นหน้าและรู้ชื่อบ้าง แต่ก็นึกว่าเป็นคนที่สนิทกันกับพี่อายะ(มารู้ภายหลังว่าเป็นการเนียน) เพราะไม่ไดเจอพี่เขานาน มีเพื่อนมาเพิ่มบ้างไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่รู้ว่าเจอหน้าครั้งแรกรู้สึกจะตอนพี่เค้าไปขายกล้วยไม้นะ เพราะงานนั้นเรารีบมาก ไม่ได้อยู่นานอะไร (อยู่แค่ 20 นาที) เราเลยได้แค่โผล่หน้าไปเท่านั้น แล้วตอนนั้นเราซื้อขนมไปฝากพี่อายะกับพี่จี้ แต่ทำไมเค้าถึงได้ฉกไปนั้น เราไม่เข้าใจค่ะ เพราะงั้นเราถึงได้เข้าใจว่าเค้าเป็นเพ่อนที่อื่นที่อาจจะไม่ได้มาจากทางเน็ต(วันนั้นไม่ได้คุยด้วยกับเค้าเลยค่ะ) เพิ่งมารู้ภายหลังเนี่ยแหละค่ะว่าไม่ใช่
น่าแปลกใจจริง คนอะไรเนียนได้น่ากลัวเหลือเกิน....

ส่วนเรื่องผปค.เค้านั่นเราก็เคยเจอ แล้วเค้าก็ชอบจ้องหน้าตรงๆด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอาซะเลย บอกตรงๆว่าการพาผปค.ไปด้วยไม่ใช่เรื่องผิด แต่การพามายืนในที่ที่ไม่สะดวกต่อเจ้าของพื้นที่(ทางการกระทำ ความรู้สึก และมารยาทด้วยค่ะ) มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเท่าไหร่หรอกนะคะ


ต่อไป ถึงคุณเพื่อนรักของคุณ Ki** อืมมม ชื่อ Hiyono ใช่มั้ยคะ?

ขอบอกว่า ที่คุณมาเม้นไว้เนี่ย คุณฟังมาจากใครคะ? มาจากเพื่อนของคุณที่ชื่อ Ki** ใช่มั้ยคะ?

ขออ้างอิงเลยนะคะ ปล. สำหรับคนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดก็อย่าฟังความข้างเดียว เพราะพี่เค้าใส่สีตีไข่ซะเพื่อนเราเสียหายหมด ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ก็หวังว่าเจ้าตัวจะรู้ดีแก่ใจที่สุด นี่คือสิ่งที่คุณกว่าวไว้ใช่มั้ยคะ?
คุณบอกว่า ถ้าพี่อายะไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดก็อย่าฟังความข้างเดียว แต่คุณเองก็ไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดเช่นกันนะคะ แล้วคุณเองก็กำลังฟังความข้างเดียวอยู่ค่ะ
คุณบอกว่าพี่เค้าใส่สีตีไข่เพื่อนคุณ แต่คุณเองกำลังใส่สีตีไข่พี่เค้าค่ะ
แล้วคุณบอกว่าเจ้าตัวรู้อยู่แก่ใจดีที่สุดใช่มั้ยคะ คุณเองก็ไม่ใช่เจ้าตัว เพราะงั้นคุณเองก็ไม่ได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรหรอกค่ะ

เราเองไม่ได้โดนรังควานอะไร ไม่ใช่ผู้เสียหาย
แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่เกี่ยวข้อง เพราะคนที่เป็นผู้เสียหาย เป็นพี่ของเราค่ะ เพราะฉะนั้น คุณบอกว่าถ้าพี่ใจแคบเอาเพื่อนคุณมาว่าอีกละก็คุณไม่ยอมแน่ ก็ขอให้รู้ไว้ละกันค่ะ ว่าถ้าคุณยังว่าพี่ของเราเสียๆหายๆโดยที่ไม่ได้ประสบอะไรโดยตรง ไม่ได้พอเห็นในอีกด้านที่คุณไม่รู้ และยังว่าพี่เค้าเสียๆหายๆโดยไม่รักษามารยาทแบบนี้ เราเองก็ไม่ยอมให้คุณหรอกนะคะ

แล้วขอพูดถึงเรื่อง"ฟังความข้างเดียว"หน่อยนะคะ
ตามความคิดของเรา เราคิดว่าคุณเชื่อว่าเรื่องที่เพื่อนคุณพูดมันเป็นจริงซะ 100% เลยใช่มั้ยคะ? (ถ้าไม่ใช่ก็มาแย้งได้เลยค่ะ เพราะเราบอกแล้วว่านี่เป็นความคิดของเราคนเดียว)
ขอบอกไว้ตรงนี้นะคะ คำพูดของเพื่อนที่ระบายออกมา มันไม่ใช่ความจริง 100% หรอกนะคะ
จะบอกว่าเราเป็นเพื่อนเลวก็ได้ค่ะที่มีความคิดแบบนี้ แต่สิ่งที่เราพูด เป็นความจริงที่เราเจอมาเองกับตัวแล้ว เราจึงกล้ายืนยัน
เราเชื่อค่ะว่าคุณรักเพื่อนของคุณ ซึ่งมันก็ดีอยู่ที่คุณรักและปกป้อง เป็นเดือดเป็นร้อนแทนเพื่อนที่คุณรัก แต่การมาทำอะไรควรคำนึงถึงอีกฝ่ายด้วยนะคะ
แล้วสาเหตุที่เรากล้าบอกว่า เพื่อนของคุณอาจไม่ได้พูดจริงหมดนั้น เพราะเราเองก็เคยเจอแบบนั้น
เราเชื่อว่าคุณเองก็คงเชื่อเพื่อนของคุณ เพราะเราเองก็เชื่อเพื่อนของเรา และเราก็เชื่อว่าเพื่อนของเราจะพูดจริงกับเรา ไม่โกหก แต่คุณรู้มั้ยคะ? คุณเชื่อใจเพื่อนได้ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ
เวลาเพื่อนเรามีเรื่อง เราก็รับฟังและเชื่อเพื่อนเราค่ะ แต่ถึงตอนที่เพื่อนเราสองคนเขาทะเลาะกัน และเราไปหาทีละคน เพื่อฟังจากปากเจ้าตัวทั้งคู่ รู้มั้ยคะ..
สิ่งที่ทั้งสองคนพูดออกมามันไม่ตรงกันเลย
ต่างคนต่างพูดในมุมมองและความคิดของตนเองค่ะ พวกเขาไม่ได้โกหก แต่สิ่งที่พวกเขาสื่อออกมา มันไม่ตรงกับที่อีกฝ่ายรับไปค่ะ

เราไม่ได้ว่านะคะ ว่าเพื่อนคุณโกหก แต่เราแค่จะบอกไว้ว่าคนเรามีอารมณ์ค่ะ และมีการแสดงออกมา แน่นอนว่าอารมณ์มีผลต่อความคิดและคำพูด แต่คนที่รับฟังเขาอาจจะเข้าใจไม่ตรงกับที่เราต้องการจะสื่อได้นะคะ
และบางทีสิ่งที่เพื่อนคุณพูดซึ่งขับเคลื่อนโดยอารมณ์ มันผิดไปจากความจริงนะคะ

เพราะฉะนั้นเลิกกล่าวหาว่าใครฟังความข้างเดียว โดยที่คุณกำลังทำเถอะค่ะ มันไม่มีประโยชน์ที่จะยืนยันว่าสิ่งที่คุณฟังมาหรือเค้าพูดมามันเป็นความจริง 100% นะคะ (เราเองก็ไม่ได้ยืนยันทั้งนั้นว่าฝ่ายไหนถูกหรือผิด 100% ค่ะ)
ปล.ขอแนะนำให้คุณไปคุยกับ ผปค.เขาเลยดีกว่าค่ะ จะได้รู้ว่าเค้าพูดกับพี่ยังไง และเพื่อนของคุณเป็นยังไง เพราะงั้นก่อนมากล่าวหาใคร ไปคุ้ยความจริงดูก่อนดีกว่าค่ะ



ปล.ถึงพี่อายะ - ริสเม้นได้มึนมากมายอะ...มันพิมวกไปวนมาหมดเลยอ้า....OTL

#36 By D_Eriz (125.25.121.98) on 2009-11-05 22:59

เรื่องนี้คานะคงพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะถึงจะเคยโดนมากับตัวก็จริงแต่ไม่ได้รู้ตัวเลยค่ะ (- -")
วันนั้นพอได้ฟังที่พวกพี่ ๆ เล่า ๆ กัน ก็เพิ่งจะรู้ว่า อ๊ะ! นี่เราก็โดนรึ "OTL

จากที่ไปเจอพี่เคที่งานนั้นก็รู้สึกเอะใจนะคะ เพราะตอนแรกเห็นพี่อายะอัพไว้ในบลอคว่าจะไปกับพี่หยกแค่สองคน ก็เลยงง ๆ แต่ว่าเห็นพี่เค้ามีบัตรเซอร์เคิลเลยไม่ได้พูดอะไร
ครั้งนั้นไปกับพี่ฮินะ แล้วก็เจอพี่อายะเป็นครั้งแรกแบบว่าดีใจมากก็เลยเข้าไปทักทาย เอาโกโกครั้นซ์ไปให้ เห็นว่าคนงานนี้คนอยู่กันน้อยก็เลยนั่งอยู่ด้วยน่ะค่ะ ไม่งั้นคงไม่รบกวนเหมือนกัน
หลังจากนั้นพี่เคเค้าก็มาคุยด้วย ไอ้เราก็ยังไม่รู้เรื่องก็เลยคุยโน่นคุยนี่กับเค้าไปเรื่อยเปื่อย โดยที่ไม่รู้ว่า เราก็โดนเข้าซะแล้ว...

เป็นกำลังใจให้ค่ะพี่อายะ สู้ต่อไปนะคะ surprised smile

#37 By KatAnaChaN★NYAPPY!! on 2009-11-06 15:13