[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 5

posted on 22 Jun 2013 12:48 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
ประกาศบล็อกสำรองอีกครั้งค่ะ  ถ้า Exteen เดี้ยง  เข้าลิงก์นี้ได้   อัพฟิคในนี้เหมือนกัน และต่อไปคงต้องย้ายถาวรเพราะมันเน่ามาก เข้าไม่ได้เลย....  ต่อไปคงไม่ใช่แค่บล็อกสำรอง แต่จะกลายเป็นบล็อกหลัก...
 
 
ส่วนอันนี้ Fanpage ค่ะ  ไว้อัพอับเดทงานค่ะ  เผื่อว่าบางคนไม่ได้สังเกตที่แปะไว้ข้างๆ ฮา  เอ็กทีนมันล่มบ่อย กับwordpress ยังไม่ค่อยลงตัว  ถ้ามีอับเดทแล้วหลายๆคนไม่ทราบ  ก็เข้าดูที่แฟนเพจอันนี้ได้ค่ะ  ไม่ก็ทวิตเตอร์  (แต่ทวิตเตอร์เวิ่นเว้อขั้นร้ายแรงเลยตามยาก....)
 
 
ตอนก่อน
 
1  l  2  l  3  l 4 l  
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Rivaille x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 การลงมือทำอะไรสักอย่างต้องมีแผนการและขั้นตอน

สำหรับนักเรียนต้องได้เจอแผนการเรียนการสอนของอาจารย์ผู้สอน  สำหรับพนักงานบริษัทต้องเจอแผนการนโยบายงานของบริษัท การยกระดับความสัมพันธ์ก็ใกล้เคียงกับการเลื่อนชั้นเพิ่มคะแนนสอบ หรือการเลื่อนระดับเงินเดือน ตามผลงานที่ออกมาได้...

สำหรับคนที่เริ่มพบกันได้เพียงแค่ครั้งที่สอง
ถ้าไม่มีการสานต่อความสัมพันธ์ก็คงหยุดลงและไปเริ่มกับคนอื่น

ตอนที่ 5 : ฟิคเรื่องนี้เลิกเล่นบาสแล้ว?  

รถไฟฟ้า BTS เคลื่อนที่มาเทียบชานลาชาสถานีสะพานควาย  ในยามเช้าของเวลาราชการ  จะมีผู้โดยสารก็เพียงประปราย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนในชุดเครื่องแบบจะยิ่งเจอตัวได้ยาก  เมื่อเวลานี้ทุกคนควรจะนั่งอยู่ในโรงเรียนของตัวเองไม่ใช่กลับบ้าน

ตอนแรกอลินคิดจะแวะที่สยามเพื่อไปเล่นเกมส์ก่อนกลับบ้าน  หากแต่มันผิดแผนไปหมดแล้วก็เลยเปลี่ยนใจ  ครั้นจะไปตามเพื่อนที่กลับบ้านไปแล้วให้ออกมาด้วยกันก็ขี้เกียจนัก  ในเมื่อเป็นงั้นก็กลับบ้านไปเปิดคอมพิวเตอร์ตัวเองแล้วเล่นเกมส์ออนไลน์ดีกว่า  

“ว่าไงอลิน  ทำไมวันนี้กลับบ้านเร็ว  โรงเรียนไม่เรียนเรอะ”   คุณลุงร้านขายข้าวมันไก่เจ้าประจำเอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินผ่าน  

“ใช่ครับ  วันนี้โรงเรียนหยุด เค้าจะทำความสะอาด ท่อเกิดแตกขึ้นมา แมลงสาบเต็มเลยครับ”   เพียงแค่ได้ยินลุงขายข้าวมันไก่ก็ขนลุก   

แมลงสาบเป็นชื่อที่พูดให้เด็กฟัง เด็กก็ต้องร้องไห้  เป็นประโยคที่นำไปใช้กับคำคมนิยายกำลังภายในได้ดี   “จะซื้อข้าวมันไก่ไปฝากมะขามรึเปล่าล่ะวันนี้   ลุงจะได้ทำพิเศษให้”   เจ้าของใบหน้ามีตีนกาและหนวดนั้นแสนใจดี   

“ไม่ต้องครับลุง  มะขามคงยังไม่กลับมาบ้านหรอก  โรงเรียนไม่ได้หยุด”  ข้าวมันไก่เป็นของปิดปาก  วันไหนไม่ต้องปิดปากก็ไม่ต้องซื้อ(?)  

“ดีๆ งั้นกลับบ้านได้แล้ว เป็นเด็กเป็นเล็กกลับบ้านเร็วก็ไปอ่านหนังสือซะ”    อลินยกมือไหว้คุณลุงขายข้าวมันไก่  และจากนั้นก็เดินไปหาวินมอเตอร์ไซด์   นี่คือเส้นทางเดิมๆของการกลับบ้าน 

ฉากหมู่บ้านจัดสรรแห่งเดิม  บ้านหลังเดิม  ประตูบ้านที่ไม่เหมือนเดิมเมื่อไม่มีเด็กสาวหน้านิ่งในชุดนักเรียนมายืนรอ   อลินรีบเข้าบ้านหมายจะรีบไปเล่นเกมส์ระหว่างที่ไม่มีคนมาคอยกวน  ในห้องนั่งเล่น มารดาที่กำลังดูดฝุ่นหันมามองอย่างแปลกใจ

“อ่าวอลิน  ทำไมไม่ไปเรียนล่ะลูก กลับมาเร็วจัง ยังไม่เที่ยงเลย”  ผู้ให้กำเนิดแสนสวยจ้องมองเจ้าลูกชายตัวแสบในชุดนักเรียน  

“วันนี้โรงเรียนท่อแตกครับ แมลงสาบเต็มโรงเรียนเลย”   ได้ยินชื่อของสัตว์ประหลาด  รวมถึงได้ยินว่ามันมามากกว่าหนึ่งตัวในโรงเรียนใหญ่อย่างนั้น  คุณแม่แทบลมจับ...

“งั้นรีบไปอาบน้ำเลยนะ  สกปรกๆๆ   เดี๋ยวติดชงติดเชื้อขึ้นมาจะป่วยเอา ไปๆ”    มือเรียวข้างที่ไม่ได้ถิไม้ถูกพื้นรีบปัดไล่   

“ครับๆๆๆ ผมจะไปอาบน้ำแล้ว”   ร่างสูงโปร่งรีบขึ้นบันไดไปชั้นสอง   มีหรือที่เขาจะไปอาบน้ำตามคำสั่ง  มันเสียเวลาเล่นเกมส์หรอกนะ....

เด็กหนุ่มตรงเข้าห้องนอนที่ประดับตกแต่งด้วยการ์ตูนที่ตัวเองแสนชอบอย่างบาสจืดจาง ที่จะมีการพูดถึงน้อยลงเพราะไม่ได้ค่าโฆษณา(?)    โยนกระเป๋าเป้ขึ้นไปบนเตียง  ตรงดิ่งเข้าไปเปิดคอมพิวเตอร์  ระหว่างนั้นก็ไปเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงวอร์มเพื่อให้แม่เชื่อว่าอาบน้ำแล้ว

….Wallpaper เป็นรูปคู่นักกีฬาบาสเก็ตบอลผมสีฟ้าและเหลือง…..
.....มันช่างน่าสงสัยจริงๆว่าทำไมชอบแค่สองคน....

ธรรมชาติของเด็กหนุ่มวัย 15 ปี คงไม่ใช้รูปแฟนอาร์ตคู่ของตัวการ์ตูนบาสเก็ตบอลขึ้นจอ   นอกเสียจากจะเป็นรูปครบทีมแบบเท่ๆสักหน่อย   ตัดประเด็นนั้นไปเมื่อเสียงเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้น   อลินหันไปสนใจก่อนที่จะเริ่มเปิดเกมส์ไลน์เล่น

“เจ้าจันอีกแน่....  มันจะส่งไลน์มาด่าได้ทำไมทุกวัน”   ส่งมาทุกวันจริงๆไม่มีขาด  วันไหนไม่ยาวยืด อย่างน้อยๆก็จะมีคำด่าสั้นๆส่งมา

หน้าจอโปรแกรมสนทนาสีเขียวเปิดขึ้น  มีบอกเตือนข้อความขึ้นมาสองอัน   ชื่อคนส่งทำให้ดวงตาสีเขียวเบิกกว้าง  ข้อความนั้นมาจากคนที่แม้แต่รูปโปรไฟล์ก็ยังไม่มี   “คุณน้ารีวัลย์!?” 

[รีวัลย์  Salaryman160]
11.10 : [ประเมินการให้บริการของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน]
11.10 : [ 1 ต้องปรับปรุง 2 พอใช้ 3 ปานกลาง 4 ดี 5 ดีที่สุด]
11.10 : [ตอบกลับมาด้วย ต้องเก็บข้อมูล feedback ไปใช้]

ใบหน้าอ่อนวัยกำลังมีสีหน้าที่งุนงง  ประเมินอะไรในเมื่อเขายังไม่เห็นการทำงานอะไรเลย  นอกจากฉากกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งแถวโรงเรียน  แต่อย่างน้อยวูบหนึ่งในใจที่เขาสงสัยว่าการขอเบอร์โทรศัพท์จะเอาไปทำไม  มันก็ได้คำตอบว่านำไปใช้กับเรื่องงานจริงๆด้วย   

เด็กมัธยมต้นซื่อๆพิมพ์ข้อความส่งกลับไปว่า [4 ดี]   ส่งไปทันทีก็ขึ้นว่า read อ่านแล้วทันที   นี่เปิดหน้าจอโปรแกรมทิ้งไว้เลยงั้นเหรอ... หรือว่าเล่นในคอมพิวเตอร์  แต่คงไม่ใช่คอมพิวเตอร์หรอกมั้ง  ก็พนักงานหนุ่มคนนี้ไม่เล่นไลน์ตั้งแต่แรก    

[รีวัลย์  Salaryman160]
11.12 : [ทำไมไม่ใช่ 5 ดีที่สุด   ตอบเหตุผลประกอบมาด้วยว่าอีก 1 คะแนนหายไปไหน]

พิมพ์เร็วชะมัดยาด!!  แทบยังพิมพ์กลับมาได้เร็วและยาวอีกด้วย  นี่คือคนที่ไม่เล่น Application สื่อสารแบบนี้จริงๆเหรอเนี่ย...  อลินซึ่งไม่เคยตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของพวกบริษัทรู้สึกแปลกใจที่งานบริษัทต้องการ Feedback ละเอียดเสียขนาดนี้  

“...เพราะผมไม่ได้เห็นว่าตอนทำเสร็จแล้วเป็นยังไง....”  เอ่ยพลางพิมพ์ข้อความของตัวเองลงไป  แน่นอนว่ามันขึ้นว่า read อย่างไวอีกตามเคย   แต่ก็ไม่ได้มีข้อความตอบกลับมาในหลังจากนั้น  

“พนักงานบริษัทนี่จริงจังแฮะ   ขนาดเป็นหัวหน้ากองบัญชีแล้วยังต้องมาเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง”  อลินเริ่มไม่อยากเป็นผู้ใหญ่   แลดูภาระหนักในการรับผิดชอบ   เขาแค่เรียนวันละ 8 ชั่วโมง เกินวันละ 4 วิชาก็จะบ้าตายอยู่แล้ว  

การเป็นผู้ใหญ่มันดูลำบาก  เขาเห็นพ่อของตัวเองซึ่งเป็นหมอ ทำงานหนักแทบไม่ได้กลับบ้าน ใช้เวลาอยู่กับการอยู่ที่โรงพยาบาล แต่มันก็คงเกี่ยวกับเรื่องบ้างานและเห็นคนไข้สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดของบิดา  และเพราะพ่อทำงานหนัก แม่จึงเป็นแม่บ้านคอยดูแลเขาและมะขามเป็นอย่างดี  

คิดภาพตัวเองในช่วงอายุ 30 ไม่ออกเลย  
แม้แต่อายุ 20 ยังนึกไม่ออกเลยว่าเป็นนักศึกษาจะเป็นยังไง

“อลิน!  ลงมากินข้าวมาลูก  อาบน้ำเสร็จรึยัง!”   เสียงเรียกของมารดาจากชั้นหนึ่งดังผ่านประตูเข้ามา   ร่างสูงนักกีฬาบาสเก็ตบอลเด้งตัว    ยังไม่ทันจะได้เปิดเกมส์เลยให้ตายเถอะ!  

“ครับ!!  กำลังจะลงไปแล้วครับ!!”   ทั้งที่ไม่ได้อาบน้ำแบบนี้นั่นล่ะ  แล้วอลินก็รีบออกจากห้องนอนลงไปชั้นล่าง  โดยที่ทิ้งโทรศัพท์มือถือของตัวเองเอาไว้ในห้องนอน  

อลินไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองก้าวขาไปในโลกของผู้ใหญ่เข้าซะแล้ว

ณ บริษัทใหญ่แห่งหนึ่งใกล้สถานีรถไฟฟ้าสีลม  อัศวิน  หัวหน้าฝ่ายวางแผนและพัฒนากำลังวิ่งวุ่นหลังจากที่ท่านประธานพิสิษฐ์ขอลาไปเฝ้าแมวท้องที่บ้าน...  ชายผู้อาวุโสรองมาเป็นอันดับสองจึงแบกรับชะตากรรมของบริษัทเอาไว้ทั้งที่ไม่ใช่งานของตัวเอง  

ตัดข้ามไปยังชั้น 8 ของตึกบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน   เลขานุการสาวในชุดสูทเดินถือเอกสารมาวางลงบนโต๊ะทำงานของหัวหน้ากองบัญชี  ร่างโปร่งสวมแว่นตานั้นนั่งนิ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค   สีหน้าเคร่งเครียดและมือก็ขยับพิมพ์คีย์บอร์ดอยู่ตลอดเวลา

“ช่วงเช้าหัวหน้ากลับมาช้านะคะ  พวกเราหากันแทบแย่.... หัวหน้าอัศวินครียดจัดเลยนะคะ”   ลำพังงานในแผนกของตัวเองก็เยอะอยู่แล้ว  ยังต้องรีบผิดชอบงานส่วนใหญ่เพิ่มอีก  ไม่นานก็คงเริ่มผมร่วง....  

“แต่งานก็เรียบร้อยดีแล้วไม่ใช่เหรอ  ฉันก็จัดการส่วนของฉันเสร็จแล้ว”    ชี้ตรงไปยังกองแฟ้มด้านข้างโต๊ะ  เครื่องจักรมนุษย์เงินเดือนที่เก่งกาจที่สุด... คงต้องเรียกชื่อแบบนี้แล้ว  

เพชราถอนหายใจ   “จริงๆมันก็ไม่มีอะไรด่วนหรอกค่ะ   แต่หัวหน้าที่ปกติไม่เคยแว่บหายไป  จู่ๆเงียบหายไปแบบนี้  พวกเราก็ตกใจสิคะ.......”  กระหน่ำโทรตามชนิดไม่กลัวว่าสายจะพันกัน  

รีวัลย์เบี่ยงสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มองไปทางใบหน้าของเลขาสาว   “พวกเธอตื่นตูมกันเกินไป  ฉันบอกแล้วว่าออกไปโรงเรียนไทยทันวิทยาลัย”   นิ่งและใจเย็นได้อีก....  

ยิ่งทำให้คนฟังถอนใจต่ออีกหนึ่งรอบ  “ค่ะ....  แต่คราวหน้าถ้ากลับช้า  ยังไงก็แจ้งกลับมาหน่อยนะคะ...”    เธอวางงานลงบนโต๊ะและเดินออกจากห้องไป   

หัวหน้ากองผู้ไม่เคยเหลวไหลหยิบมามองและจัดการในเวลาเพียงไม่นาน   ชะตากรรมของบริษัทนี้เริ่มจะไม่อยู่ในหัว....   ก่อนจะเบี่ยงความสนใจกลับไปยังสิ่งที่กำลังทำในหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ   หน้าจอโปรแกรม Microsoft word  เต็มไปด้วยตัวหนังสือ   

ชื่อโครงการ : โครงการพัฒนาทรัพยาการมนุษย์ (อายุต่ำกว่า 16 ปี)
งบประมาณที่ใช้ : คาดว่าไม่เกิน 1 แสนบาท
ระยะเวลาในการดำเนินโครงก