[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 6

posted on 24 Jun 2013 08:48 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
ประกาศบล็อกสำรองอีกครั้งค่ะ  ถ้า Exteen เดี้ยง  เข้าลิงก์นี้ได้   อัพฟิคในนี้เหมือนกัน และต่อไปคงต้องย้ายถาวรเพราะมันเน่ามาก เข้าไม่ได้เลย....  ต่อไปคงไม่ใช่แค่บล็อกสำรอง แต่จะกลายเป็นบล็อกหลัก...
 
 
ส่วนอันนี้ Fanpage ค่ะ  ไว้อัพอับเดทงานค่ะ  เผื่อว่าบางคนไม่ได้สังเกตที่แปะไว้ข้างๆ ฮา  เอ็กทีนมันล่มบ่อย กับwordpress ยังไม่ค่อยลงตัว  ถ้ามีอับเดทแล้วหลายๆคนไม่ทราบ  ก็เข้าดูที่แฟนเพจอันนี้ได้ค่ะ  ไม่ก็ทวิตเตอร์  (แต่ทวิตเตอร์เวิ่นเว้อขั้นร้ายแรงเลยตามยาก....)
 
 
ตอนก่อน
 
1  l  2  l  3  l 4 l  
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Rivaille x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 การออกเดทหมายถึงกิจกรรมการออกไปเที่ยวสองต่อสองของหนุ่มสาว

เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์เพื่อนำไปสู่ความเป็นได้ของการคบหากันในอนาคตข้างหน้า   หากมองเป็นภาพขั้นบันได  การออกเดทคือบันไดขั้นที่สองต่อจากการทำความรู้จัก  โดยต้องมีความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย และมีบรรยากาศโรแมนติกเข้ามาเกี่ยวข้อง  อย่างน้อยหนุ่มสาวก็จำเป็นต้องมีการดูใจกันมาแล้วสักระยะหนึ่งเพื่อนำมาสู่ขั้นตอนนี้

หากเป็นการบังคับขู่เข็ญจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นไม่เรียกว่าเดท
แต่สำหรับบางกรณีของคู่รักกก็อาจจะพอให้อนุโลมได้

ตอนที่  6 :  การเดทต้องพาไปดูหนังซอมบี้

ขณะนี้เวลาบ่ายสองโมงตรง  ห่างไกลจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานควายและราชดำริ   มุ่งตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง  ณ โรงเรียนคอนแวนต์อันแสนศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์  รอบรั้วของโรงเรียนปลูกประดับด้วยดอกไม้สีขาวนวลอย่างดอกลิลลี่สีขาวแสนสวย   เหล่านักเรียนหญิงในชุดนักเรียนแขนยาวกระโปรงยาวแลดูน่ารักและน่าทะนุถนอม  

เด็กสาวเรือนผมสีดำขลับตัดซอยสั้นเดินถือกระเป๋านักเรียนตรงมาตามทางเดินที่มีแมกไม้สองข้าง   ใบไม้ที่ร่วงลงมาเป็นระยะๆจากสายลมที่โบกพัด  ขับกล่อมให้ทุกอย่างเป็นเหมือนกับภาพวาด   ใบหน้าสวยของเธอตรงแสงแดดชวนให้เหล่ารุ่นน้องเคลิบเคลิ้ม  

“พี่มะขามคะ!!”   เสียงใสของนักเรียนหญิงรุ่นน้องร่างเล็กกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา   เธอผินหายหันไปมอง   นักเรียนหญิงตัวประกอบ B ยืนหอบหายใจ   ในมือถือจดหมายสีขาวไว้แนบอก   

“มีอะไรเหรอ?   ฉันกำลังจะกลับบ้าน”  กลับบ้าน?  ในเวลาบ่ายสองโมงเนี่ยนะ  นักเรียนหญิง B สงสัยอยู่ในใจแต่มิได้เอ่ยถามเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ 

“คือ.. คือว่า... คือว่าหนูชอบพี่มะขามมานานแล้วค่ะ  กรุณารับความรู้สึกของหนูไว้ด้วยนะคะ!!”   คำสารภาพรักต่อหน้าโบสถ์สีขาว   ใบไม้ที่ร่วงโรย  กลิ่นหอมของดอกลิลลี่สีขาว

นักเรียนหญิงในชุดนักเรียนแขนยาวสูง 170 เซนติเมตรจ้องมองเด็กตัวเล็กๆตรงหน้า   นี่เป็นจดหมายรักฉบับที่สามแล้วที่เธอได้รับในวันนี้  และไม่อยากนับรวมไปถึงของเมื่อวาน เมื่อวานซืน  หรือจะย้อนรวมเป็นสัปดาห์... น่าแปลกใจที่เหล่ารุ่นน้องล้วนให้ความสนใจเธอ ทั้งที่เธอไม่อยากสนใจ  

“ขอโทษด้วยนะ   ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว  คงตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้”   เอ่ยตอบออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย  เพียงเท่านั้นใบหน้าของรุ่นน้องก็สลดลง   ดวงตาทั้งสองเอ่ยคลอด้วยน้ำตา

“งะ...งั้นเหรอคะ....”   ภาพรุ่นน้องเริ่มสะอื้นขับให้คนมองลำบากใจ   เธอเดินตรงไปหยุดตรงหน้าและลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา  

“ฉันตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้  แต่ฉันจะถือว่าเธอเป็นน้องคนหนึ่งนะ”   ได้ยินดังนั้นนักเรียนหญิง B รีบเงยหน้าขึ้นมอง  ใบหน้าของรุ่นพี่สาวแม้มีรอยยิ้มเพียงบางเบา  แต่มันกลับตรึงสายตาของเธอเสียเหลือเกิน

“ค่ะพี่มะขาม!”   เจ้าชายแห่งโรงเรียนคอนเวนต์  ฉันจะคอยติดตามเงาของพี่ตลอดไป!  เจ้าชายของฉัน!!

นักเรียนหญิงทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางใบไม้บิดปลิวลงจากกิ่งก้านของต้นไม้สองข้างทาง  มะขามปฏิเสธรุ่นน้องหญิงด้วยคำพูดที่หล่อเหลาซาบซึ้งตรึงหัวใจ  นี่คือฉากหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอนับตั้งแต่เข้าเรียนโรงเรียนหญิงล้วนแห่งนี้.....

ฉากแบบนี้ควรจะเกิดขึ้นกับตัวละครชายของเรื่องใช่หรือไม่?

ตัวประกอบหญิง B รีบวิ่งกลับไปหากลุ่มเพื่อนนักเรียนทั้งหัวใจที่พองโต   ยามเมื่อรุ่นน้องสาวล่าถอยไปมะขามจึงหายใจได้คล่อง  การปฏิเสธผู้หญิงซ้ำๆซากๆอย่างนี้เหมือนกลายเป็นตราบาป  แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่สนใจหรอก   ในเมื่อเธอมีเป้าหมายและยึดมั่นถึงคนเพียงคนเดียวเท่านั้น  และเธอจะต้องไปเข้าโรงเรียนเดียวกับเขาให้จนได้....  

“......อลิน......”   เด็กหนุ่มซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน  ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้เธอสนใจ  และต้องการจะอยู่ใกล้ๆเขา  

ขณะที่เด็กสาวผมดำยืนเหม่อ  รู้สึกตัวอีกทีก็มีนักเรียนหญิงในชุดแบบเดียวกันสองคนมาหยุดยืนข้างๆของเธอเข้าแล้ว   “เจ้าชายมะขาม  วันนี้ก็ปฏิเสธรักสาวๆอีกแล้ว”   

“ยุพิน ขนิษฐา....  ฉันไม่ได้มีรสนิยมแบบเดียวกับพวกเธอหรอกนะ”    มะขามเบี่ยงมองไปยังเพื่อนร่วมห้องทั้งสอง   นักเรียนหญิงตัวสูงใหญ่และอีกคนที่มีใบหน้าน่ารักราวกับนางฟ้าตัวน้อยๆ

สาบานได้ว่านี่คือฉากในโรงเรียนหญิงล้วน...   “มะขามจะกลับบ้านแล้วเหรอ  ทำไมวันนี้กลับเร็วจัง”  ขนิษฐาผู้มีเส้นผมสีทองเข้ากับดวงตาสีฟ้าเอ่ยถาม  น้ำเสียงและท่าทางช่างน่ารักกลมกล่อมไปหมด  

“ฉันมีธุระ  วันนี้รู้สึกอยากกลับบ้านเร็ว....”    สีหน้าของเธอนิ่ง  พูดจาเข้าใจยาก  ขับให้เพื่อนทั้งสองต้องมองหน้ากันอย่างสงสัย   

นักเรียนหญิงร่างสูงใหญ่อีกคนถอนหายใจ   “ได้ยินมาว่าเธอจะไม่เรียนต่อที่นี่แต่จะไปเข้าไทยทันวิทยาลัย  ที่นั่นมีอะไรน่าไปกันน่ะ”   

มะขามนิ่งเงียบ  ครั้นจะตอบว่ามีอลินก็คงไม่ใช่คำตอบที่ควรพูดออกไป   “ฉันอยากลองไปที่ใหม่ๆ  ตามใจพ่อแม่มานานแล้ว”  ด้วยการเรียนโรงเรียนหญิงล้วนทั้งที่ไม่ได้ชอบ  

ยุพินกับขนิษฐานมองหน้ากันและกัน  โรงเรียนไทยทันวิทยาลัยเป็นโรงเรียนสหศึกษาที่มีชื่อเสียง  และมีการแข่งขันสูง  ถ้าเป็นมะขาม เอกมันต์  สาวแกร่งซึ่งเป็นเจ้าชาย(?)ของโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนี้คงเอาตัวรอดในโรงเรียนนั้นได้ไม่ยาก...  

“ฉันกลับล่ะ”   มะขามเดินผ่านประตูโรงเรียนออกไป  ด้วยท่าทางที่สง่างามเยี่ยงเช้าชายในนิทานและร่างกายที่สูงใหญ่เกินหญิง(?)   

เธอมีลางสังหรณ์ว่าอลินจะต้องกลับบ้านช้า
เพราะข่าวในอินเตอร์เน็ตบอกว่าโรงเรียนไทยทันวิทยาลัยปิด

ด้วยพลังแห่งการติดตามการเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวของเพื่อนร่วมบ้าน    มะขาม  เอกมันต์รีบพาตัวเองกลับบ้านให้เร็วที่สุด   เธอตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งเพื่อมุ่งตรงกลับบ้าน  โรงเรียนเลิกเร็วเท่ากับการหนีเที่ยว  เธอต้องรีบไปดักรอเด็กหนุ่มไว้ก่อน....

สิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำก็คือ...การติด GPS ในกระเป๋าของเด็กหนุ่ม
 
 
 

หากแต่ยามนี้อลิน แย้มเก้อคงไม่ได้อยู่รอเด็กสาวที่บ้าน   ณ สถานีรถไฟฟ้าสยาม  เวลา  14.30 น.  เปิดฉากด้วยภาพของคนที่ไม่ใช่ตัวประกอบ(?)  เด็กหนุ่มวัย 15 ปีสูง 175 เซนติเมตรแต่งตัวด้วยชุดลำลองมีสไตล์ตามแฟชั่น หากไม่ได้แต่งชุดนักเรียนก็คงไม่มีใครรู้ว่านักบาสเก็ตบอลมัธยมต้นคนนี้อายุแค่ 15 ปี  

จัน สะกิดใจยืนกวาดสายตามองหาคนอยู่หน้าร้านชาไข่มุกบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม  ฝั่งห้างสยามพาราก้อน วัยรุ่นมากมายในช่วงวัยนักศึกษาเดินผ่านไปผ่านมา  ยังคงไร้แววของคนที่นัดตนออกมาที่นี่    “เจ้าอลินยังไม่มาอีก....”    

บ้านของนักเรียนหนุ่มอยู่ในย่านรัชดาภิเษก  การเดินทางมาสยามจึงต้องเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าถึงสองต่อจากใต้ดินและบนฟ้า   ทั้งๆที่ตนเดินทางลำบากกว่าแต่กลับมาถึงก่อนคนที่น่าจะมาถึงเร็ว  สุดท้ายก็ต้องยืนรอ... ไม่สิ  ต้องโทษตัวเองว่าทำไมถึงบ้าจี้ออกมาด้วย  

[อลิน Wanna be a Hero]
13.30 : [จะไปเล่นเกมส์กับซื้อการ์ตูนแถวสยาม  จะออกมาด้วยเปล่าวะ?]
13.30 : [สติกเกอร์ทำหน้าตาสงสัย 1 ตัว]

นั่นคือข้อความที่ส่งมาจากเพื่อนคู่กัดเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน  ทันทีที่ได้รับข้อความก็รีบตอบกลับและไปอาบน้ำแต่งตัว...  รู้สึกอยากกร่นด่าตัวเองที่ทำเหมือนออกมาเที่ยวเล่นกับสาวน้อยอย่างนี้  จะไปตื่นเต้นทำไมกันแค่การออกมาเล่นเกมส์กับเจ้าอลิน แย้มเก้อ!!

“เฮ้ยจัน!   มาแล้ว!”    เสียงคุ้นหูดึงให้เด็กหนุ่มหลุดจากภวังค์    ใบหน้าคมตวัดมองไปตามที่มาของเสียง  ภาพของเด็กหนุ่มเตี้ยกว่า 5 เซนติเมตรปรากฏตัวขึ้น  

อลินเดินตรงมาหาด้วยท่าทีเรียบเฉย  แต่งกายอย่างเด็กหนุ่มธรรมดาทั่วไปเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาว  รองเท้าOld Balance และสะพายกระเป๋าเป้   มาด้วยลุค Sport Boy ชวนให้ผู้ใหญ่โชตะค่อนอยากเข้ามาเลี้ยงต้อย(?)  เด็กชายหน้าตาดีสองคนนัดเจอกันกลางสถานีสยามตกเป็นที่สนใจของกลุ่มสาวๆซึ่งมีรัศมีสีม่วงๆ

“มาช้าเว้ย!   ทำไมช้าแบบนี้ บ้านอยู่แค่สะพานควายทำซะอย่างกับอยู่หัวลำโพง!!”   จันเปิดฉากบ่นใส่ในทันที   ดวงตาสีเขียวจ้องกลับ

“นายนั่นล่ะทำไมมาเร็ว  นี่ตรงเวลานัดเป๊ะ  บ่ายสองสี่สิบห้า....”   คู่สนทนาเป็นฝ่ายสะอึกเมื่อตนเองออกมาก่อนเวลานัด... 

“ฉะ....ฉันก็แค่เป็นคนตรงเวลาหรอกน่ะไม่อยากให้คนที่นัดต้องรอ!”    กอดอกพลางสะบัดใบหน้าไปทางอื่น  พนักงานร้านชาไข่มุกด้านหลังแอบมองพร้อมกับขำไปในตัว  

“นึกไงจะเล่นเกมส์ขึ้นมา  น่าจะบอกตั้งแต่ออกมาจากโรงเรียน”   จันรีบเปลี่ยนบทสนทนาเป็นเรื่องอื่น  เด็กหนุ่มนักบาสเก็ตบอลผมสีน้ำตาลเข้มหยักยิ้มที่มุมปาก

“ฉันมีนัดตอนห้าโมง  ถ้าไม่บอกว่าออกมากับนาย  เดี๋ยวแม่กับมะขามจะถามเยอะ”   แม่ถามก่อนออกจากบ้าน  ส่วนมะขามจะถามหลังจากโผล่หน้ากลับถึงบ้าน  ต้องวางแผนไว้อย่างดี

ชายซึ่งตกเป็นข้ออ้างของคู่ปรับทำหน้าอึ้ง   นี่เขาเป็นข้ออ้างไว้ใช้หลอกแม่ตอนออกจากบ้านงั้นเหรอ?   “นายนัดกับใครน่ะ?   อานัติ?  โขน?  ไร่นา?  เบญจรูญ?”  จะคนไหนก็ไม่น่าจะต้องโกหกแม่...  

.....แล้วทำไมถึงมีแต่ชื่อผู้ชายกันล่ะในผู้ต้องสงสัย....

เด็กหนุ่มผู้มีความลับที่ไม่กล้าบอกใครเงียบกริบ  เขาไม่อาจบอกใครได้ว่ามีพนักงานบริษัทพิลึกๆบอกให้เขาออกมารับของสมนาคุณอะไรซักอย่าง  พูดออกไปคงโดนหัวเราะเยาะและหยอกล้อ   เงียบปากไปเสียดีกว่า...  ขายาวรีบจ้ำนำทางเดิน