[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 9

posted on 30 Jun 2013 14:42 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
น้องอลินกับหัวหน้ารีวัลย์กลับมาแล้ว
 
 
ตอนก่อน
 
1  l  2  l  3  l  4  l  5  l  6  l  7  l  8  l   
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ร้อยละ 80% ของพระเอกมักจะมีบุคลิกเย็นชา
 
และร้อยละ 80% ของพระรองมักจะเป็นผู้ชายที่แสนดีเกินกว่าจะเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้  แล้วถ้าเป็นบุคลิกปากไม่ตรงกับใจ แอบรักเขาข้างเดียวแต่ไม่ยอมบอกซักทีล่ะ?  นับว่าเป็นพระเอกหรือพระรอง?   องค์กรวิจัยความรักแห่งหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่าคาแร็กเตอร์แบบนี้มักจะตกม้าตายเพราะมัวแต่หาเรื่องทะเลาะ  จึงถูกจับไว้ในนิยามของคำว่า พระร๊องรอง(?)
 
แม้พระเอกจะไม่เคยรักใคร เย็นชากับคนทั้งโลก แต่กลับรักนางเอกเพียงคนเดียว
แล้วพระร๊องรองล่ะ  ทำไมถึงต้องถูกขโมยซีนเข้าทุกที
 
ตอนที่ 9 : หล่อ โสด สูง เก่ง แต่อยู่ผิดเรื่อง
 
ยามเช้าของวันใหม่มาถึง พร้อมกับ SMS จากโรงเรียนไทยทันวิทยาลัยที่ส่งมาบอกนักเรียนให้มาเรียนตามปกติ   ขณะนี้โรงเรียนนั้นได้ล้างทำความสะอาด รวมถึงซ่อมแซมท่อน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เด็กหนุ่มในชุดนอนงัดตัวเองจากผ้าห่มช้าๆ  มือควานหานาฬิกาปลุกตรงหัวเตียง   
 
ขณะนี้เวลา  06.30 น.  เป็นเวลาปกติของนักเรียนที่บ้านไกลต้องตื่นไปอาบน้ำ    อลิน แย้มเกอร์นั่งบิดไปบิดมาหาวหวอด   แม้จะยังเมาขี้ตาก็ควานหาโทรศัพท์มือถือจากข้างหมอนขึ้นมาเช็คโปรแกรมแชทในยามเช้า   ทว่าวันนี้มันผิดปกติ...  
 
“เจ้าจัน...ไม่ยักส่งข้อความมาด่า....”   ดวงตาตวัดไปทางหน้าต่างทันที  แดดยังจ้าไม่ได้มีเมฆครึ้มกระจายตัว  วันนี้พายุคงไม่เข้า  แล้วใยเจ้าจันไม่ส่งข้อความมา   
 
หากแต่สายตากลับหยุดลงที่หน้าจอข้อความของพนักงานบริษัทหนุ่ม   เมื่อคืนนี้เขาไม่ได้ส่งข้อความอะไรกลับไปเพราะนึกไม่ออก... แน่นอนว่าเจ้าตัวก็ส่งข้อความมาบอกว่าถึงบ้านแล้วอยากที่เขาได้บอกเอาไว้  แต่เพราะข้อความนั้นล่ะ.... ทำให้เขาเกิดอาการอึ้งจนไม่กล้าตอบไป
 
[รีวัลย์  Salaryman160]
21.11  : [ฉันถึงบ้านแล้ว  นอนซะ  ราตรีสวัสดิ์]
 
การส่งข้อความคุยเล่นกับคนอื่นนอกจากเพื่อนๆ  แน่นอนว่าจะไม่มีข้อความในทำนองนี้อย่างแน่นอน... อย่างน้อยก็อาจจะเป็นข้อความที่คุยดีกันหน่อยกับอานัติซึ่งเป็นเพื่อนรัก   เกิดมาเพิ่งจะเคยได้ข้อความแบบนี้....  เด็กน้อยอายุ 15 ปี ทำอะไรไม่ถูก....
 
ผู้ใหญ่นี่ทำอะไรก็ดูมาดดีไปเสียหมด  เพราะฉะนั้นจึงเป็นผู้ใหญ่สินะ เขาควรจะเอามาเป็นแบบอย่าง?  ครั้นจะส่งตอบตอนเช้าก็คงไม่เป็นไรหรอกใช่ไหม?    “ไม่ได้ส่งเรื่องงานคงไม่เป็นไรมั้ง...”   ในเมื่ออีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดเรื่องงานก่อน

[อลิน Wanna be a Hero]
06.48 : [ผมกำลังจะไปโรงเรียนแล้วครับ]
 
กดพิมพ์ส่งไป  ยืนมองระยะหนึ่งก็ไม่มีข้อความตอบกลับ  บางทีคงจะอาบน้ำไม่ก็อยู่ในระหว่างเดินทาง  เด็กหนุ่มคิดอย่างนั้น   แต่เมื่อเขาหันหน้าไปทางราวตากผ้าขนหนู  สายตาก็สบจ้องเข้ากับเด็กสาวผมดำในชุดนอนที่บุกรุกเข้ามาอย่างเงียบๆเสียก่อน  
 
“มะขาม!  เธอเข้ามาเงียบๆ ฉันตกใจนะ!!”    ยิ่งนานวันนักเรียนหญิงโรงเรียนคอนแวนด์คนนี้ก็ทำตัวลึกลับขึ้นทุกที....
 
“ยิ้มกับโทรศัพท์ตั้งแต่เช้า  นายกำลังแอบมีความรักเหรอ?”  สิ้นคำพูดของหญิงใบหน้าเรียบเฉย  คนถูกทักสำลักน้ำลายตัวเองทันที  
 
“บ้าเรอะ!  ฉันส่งข้อความตอบคุณน้าเมื่อวานนี้เฉยๆ  ผู้ชายจะมางุ๊งงิ๊งกันได้ไง”    คุณน้าเมื่อวานนี้เป็นเหมือนคำต้องห้าม   คิ้วเรียวสีดำกระตุก   
 
“ผู้ชายนั่นล่ะอันตราย”   มะขามจ้องหน้าคนในครอบครัว   ญาณ(?)รับรู้ของเธอมันร้องเตือนว่าคนๆนั้นไม่ธรรมดา  ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ....
 
“อย่าพูดเหมือนการ์ตูน Boylove หน่อยเลยน่ะ  เธอก็ไม่ได้อ่านแนวนั้นไม่ใช่เหรอ   ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว”  อลินรีบหยิบผ้าขนหนูเดินตรงไปห้องน้ำ  โดยไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย  เผื่อจะแอบดูข้อความ....
 
เด็กสาวซึ่งตี๊ต่างว่าตัวเองคือเจ้าสาวที่ฟ้ากำหนดมาให้ครองคู่กับอลิน แย้มเก้อยืนมองเจ้าของห้องเดินออกไป  อลินกำลังเปลี่ยนไป  แต่เดิมจะยิ้มกับโทรศัพท์แค่ตอนที่ขาย item ในเกมส์ hey day ได้  หรือไม่ก็ผ่านด่านในเกมส์ candy crush  ผู้ชายคนนั้นอันตรายมาก...  อายุน่าจะเยอะแล้ว มาเข้าใกล้ใกล้ชิดกับอลินที่แค่อายุ 15 มีเป้าหมายอะไรกันแน่......
 
โลกใบนี้มันมีเรื่องโหดร้ายอีกมากมาย....
เพราะผู้ชายเดี๋ยวนี้น่ะ...  ไม่ค่อยชอบผู้หญิงกันแล้ว เหลือแต่พระเอกในนิยาย...
 
*****************************************************************************************
 
“กริ๊ดๆๆๆ  พี่จันชู้ตบาสแล้ว!!”
 
ภายในโรงยิมของเช้าวันใหม่   เหล่านักเรียนหญิงในชุดกระโปรงสีกรมท่ายืนเกาะกลุ่มกันข้างสนามบาสเก็ตบอล  เสียงวิ๊ดว๊ายของพวกเธอนับเป็นสีสันของชมรมกีฬา   ขณะนี้เวลา 07.00 น. ช่างน่าตกใจที่พวกเธอมากันตั้งแต่เช้าเพื่อดูรุ่นพี่ซ้อมกีฬากัน  เขาถึงได้บอกกันว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ทุ่มเทได้อย่างน่ากลัว  
 
จัน สะกิดใจขับบรรยากาศของฟิคชั่นให้กลับเป็นเรื่องแนวบาสเก็ตบอล  ร่างสูงยื้อแย่งลูกบอลกับเด็กหนุ่มหัวซอยเกรียน และวิ่งตรงไปหาแป้น   ใบหน้าหล่อคมเข้มนั้นจริงจังเสียจนพวกสาวๆไม่อาจเก็บเสียงของตัวเองกันไว้ได้  ช่างน่าสงสัยว่าฉากซ้อมยามเช้าแบบนี้มันมาผิดเรื่องรึเปล่า 
 
“กริ๊ด!!!  พี่จันหล่อจังเลย  พี่โขนก็น่ารัก!!!”   เริ่มจะน่าสงสัยว่าพวกเธอมากริ๊ดจันหรือต้องมีคนเป็นแพ็คคู่.....
 
“เฮ้ย!  จัน โขน!   มาซ้อมอะไรกันแต่เช้าวะนั่น ขยันเกินไปมั้ย!”   ร่างสูงใหญ่และบึกบึนเกินนักเรียนมัธยมต้นเดินเข้ามาในโรงยิมพร้อมกับเพื่อนหนุ่มที่ทำตัวเป็นวอลเปเปอร์อยู่ด้านหลัง...   
 
“....เจ้าจันน่ะสิ  ไม่รู้นึกครึ้มอะไร เจอกันหน้าโรงเรียน  ฉันก็โดนลากมาสนามบาสเฉยเลย....”   โขนผู้มีส่วนสูงน้อยที่สุดในทีมนั่งแหมะลงกับพื้น   
 
ฝั่งคนชวนยังคงไม่หยุดเล่น  โยนลูกบาสเก็ตบอลลงห่วงซ้ำแล้วซ้ำอีก  การประทำประหนึ่งมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ   “ท่าทางจันจะมีเรื่องอะไรในใจนะ”  ร่างผอมจ้องมอง  ไร่นาและเบญจรูญซึ่งยืนเหงื่อตกพากันจ้องตาม  
 
ภาพติดตามักจะทำให้นอนไม่หลับเสมอ
 
ร่างสูงโปร่งหน้าตาดีขว้างสิ่งระบายอารมณ์ออกไป   หลังจากนั่งรถไฟฟ้ากลับถึงบ้าน  เขาก็นอนไม่หลับเลยซักงีบ  ตั้งใจจะส่งข้อความหาคู่ปรับก็ไม่ได้ทำ  สุดท้ายก็ต้องมาลงเอยด้วยการระบายอารมณ์แบบนี้   ภาพของอลินและผู้ชายลึกลับคนนั้นติดตรึงในดวงตาทั้งสองอย่างกับใช้กาวตราช้าง  
 
เหล่าเพื่อนทั้งสามพากันจ้องมอง  พร้อมกับฟันธงว่าอาการอย่างกับคนผิดหวังอะไรซักอย่าง   “เฮ้ยโขน  ตอนใกล้ๆเคารพธงชาติก็ลากมันไปด้วยล่ะ  ท่าทางอาการหนัก”  
 
“โอเคๆ แล้วเจอกันเพื่อน”  ร่างเพรียวไร้ผมโบกมือลาเพื่อนร่วมทีมและวอลเปเปอร์(?)   จนป่านนี้นักเรียนมัธยมต้นที่ติดระดับท็อปผู้ชายหน้าตาดีของโรงเรียนก็ยังไม่เลิกบ้า.....
 
“จัน... ทำบาปทำกรรมกับลูกบาสแบบนั้น  เดี๋ยวผลกรรมก็จะกระเด้งกลับใส่นายเหมือนกับที่นายทำนั่นแหละ”  โขนถอนหายใจและเริ่มนำธรรมมะเข้ามาสั่งสอน
 
จันในชุดนักเรียนหันกลับมามองเพื่อน  แล้วตนควรจะเอาความขุ่นเคืองในใจนี้ไปลงที่ไหนดี  การโดนปาดหน้าเค้กไปต่อหน้าต่อตามันช่างร้าวราน  โดนแย่งลูกในสนามยังไม่ช้ำใจมากขนาดนี้  ตอนนี้ใครเปิดเพลงจูบเย้ยจันทร์ เขาจะต่อยให้.......
 
“ฉันว่านายกำลังมีปัญหา  ฉันฟังได้นะเว้ยเฮ้ย”  แม้หน้าตาจะดูเชื่อถือไม่ได้  แต่ทรงผมก็ชวนให้ใจอ่อนอยากลองขอคำปรึกษา  
 
มือแกร่งเลี้ยงลูกบอลมาหยุดตรงหน้าของเพื่อนร่วมชั้น  และนั่งลงประหนึ่งเตรียมเข้าฟังธรรม   “ถ้าฉันปรึกษานาย  นายอย่าไปบอกใครนะเว้ยโขน”   สองมือวงลงบนลูกบาสเก็ตบอลบนหน้าตัก  
 
“การแพร่งพรายความลับของผู้อื่น  ก็เหมือนผิดศีลข้อ 4 แหละเว้ยจัน”   ตัวประกอบที่เคยมีแต่ชื่อโผล่มากำลังจะเฉิดฉาย....
 
โขน  เพิ่งสึกจากการเป็นสามเณรภาคฤดูร้อนเมื่อช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา  เพราะเหตุนั้นผมของเจ้าตัวจึงเรียบเกรียนไม่มีงอกออกซักเส้น    เพียงแค่นั่งสำรวมรัศมีความอบอุ่นและซาบซึ้งในรสพระธรรมก็แผ่ซ่านออกมา  ราวกับมีแสงเจิดจ้ามาจากด้านหลังนั้น...  
 
บางทีอาจจะเป็นแดดสะท้อนหัวที่ล้านก็เป็นได้
 
เด็กหนุ่มที่ต้องการที่พึ่งทางใจทำปากขมุบขมิบ    “ต้องสัญญานะเว้ยว่าจะปิดเป็นความลับ  เออ.... ฉันกำลังมีปัญหาอยู่....”   ดวงตาคมไม่กล้ามองหน้า  ได้แต่มองลูกบาสสีส้มในวงแขน...  
 
เสียงเพื่อนพูดแทรกในทันที    “เรื่องอลินน่ะเหรอ”   จันแทบล้มคว่ำลงไปทันที   ใบหน้ากลายเป็นสีแดงก่ำ  ออกเสียงโวยวายไม่เป็นภาษา  
 
“เขารู้กันทั้งชมรมแล้วมั้งน่ะว่านายชอบอลิน”   คำพูดดอกที่สองแทงใจเด็กหนุ่มที่ไม่ต้องการเป็นตัวประกอบเข้าอย่างจัง  
 
“ฉันไม่เคยแสดงออกเลยนะ!!!!”   รีบเถียงกลับไป ทว่าโขนนั้นมองด้วยสายตาและหน้าผากที่เขียนว่า [เหรอ]   จันรีบซบใบหน้ากับลูกบอลทันที   เขินจนตัวจะระเบิด  
 
“นายมันเดาง่ายกว่าข้อสอบอีกว่ะจัน”  คำพูดดั่งศรแทงกลางใจอีกรอบ  3 ปีที่ผ่านมามีแต่การทะเลาะกันให้คนอื่นเห็น  อาจจะกลับบ้านด้วยกัน ก็แค่เดินกลับทางเดียวกันเพื่อไป BTS  ส่งข้อความไปด่าเช้าเที่ยงเย็น คนอื่นรู้ได้ยังไงว่าเขาชอบ  มันไม่ได้แสดงออกอะไรเลยนะ....
 
คนอ่านก็ยังรู้เลยนะ
 
คงจะมีเพียงเจ้าตัวที่ถูกแอบชอบนั่นแลที่ไม่รู้สึกตัว     ชายผู้มีปัญหาใจเงยหน้าขึ้น  หน้าตาแดงก่ำ  รู้สึกหน้ามันร้อนจนทอดไข่ได้    “....เออ.....ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่าจะมีคนแย่งอลินไปแล้วว่ะ.....”  ยอมรับจนได้ว่าตัวเองชอบเจ้าเพื่อนเกรียนๆคนนั้น  
 
โขนผู้ผ่านการบวชภาคฤดูร้อนทำสีหน้าสำรวม    “ลพฺภา ปิยา โอจิตฺเตน ปจฺฉา ตระเตรียมตนให้ดีเสียก่อนแล้ว ต่อไปจะได้สิ่งอันเป็นที่รัก”  
 
“ถ้านายไม่เลิกนิสัยแบบนี้ของนาย ก็ยากที่จะได้ใจของอลิน  รังแต่จะเกลียดกันขึ้นทุกวันซะเปล่าๆ”   จันนึกอยากยกมือขึ้นมาพนมเพื่อฟังเทศน์....
 
โดนสวดเพียงไม่กี่ประโยค  ใบหน้าคมก็สลดลงในทันใด    มันอาจจะจริงที่พวกเราทะเลาะกันแทบตลอด  แต่เขาก็พยายามจะเลิกแล้วนะ....     “แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะหลวงพี่....เอ๊ย โขน”  
 
“มนาปทายี ลภเต มนาปํ  ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ   ไปสารภาพรักซะสิจัน”  พูดน่ะเหมือนง่าย!!  แต่ทำมันโคตรยาก!  
 
จันลงไปดื้นกับพื้นเหมือนแฮมสเตอร์โดนน้ำร้อนลวก  ขนลุกไปทั้งร่างรู้สึกเย็นวูบเหมือนจะโดนผีหลอก   “ทำได้ทำไปนานแล้วเว้ย!!  ฉันทำไม่ได้!!!”   หากทำได้ฟิคชั่นเรื่องนี้ก็คงไม่ได้เกิด.....
 
โขนนึกอยากเอาน้ำมนต์สาดไล่วิญญาณร้ายในตัวเพื่อนร่วมทีม   “เพราะงี้นายถึงได้กินแห้วมาตลอดสามปีนี่ไง  ชอบก็แค่เดินไปบอกว่า เฮ้ย!! อลิน ฉันชอบแก  แค่เนี้ย!”   ผู้ทรงศีลเริ่มเดือดดาษ   
 
หน้าตาของนักบาสหนุ่มหล่อกลายเป็นสีมะเขือเทศใกล้ระเบิด    “ฉันทำไม่ได้!!  ฉันพูดไม่ออกหรอก!!”   ทีด่าเค้าล่ะเป็นชุด  พอจะสารภาพรักดันทำไม่ได้  คาแร็กเตอร์ซึนเดเระนี่ช่างชวนให้เอาน้ำมนต์สาดไล่ผี....  คนรับคำปรึกษาเริ่มเปลือกตากระตุก  
 
“ลองสมมติว่าฉันเป็นอลินแล้วลองซ้อมมา!!”   ร่างผอมหัวเกรียนชี้หน้า   เอาตัวเองเข้าแลก...  อยากจะนึกให้เหมือน แต่มันไม่เหมือนเลยซักนิด...  
 
“นายไม่เห็นจะเหมือนอลินซักนิด!”  ผมก็ไม่มี  ตัวก็เตี้ยกว่า...นึกถึงคำว่าเตี้ยแล้วมันหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม  เจ้าผู้ชายคนนั้นก็เตี้ยเหมือนกัน.....
 
โขนเกินจะรับความเรื่องมากของซึนเดเระบอยได้   “ใจสงบ แม้อยู่ในไฟก็ยังเย็น  ทำใจสงบๆ  แล้วนายก็จะเห็นหน้าฉันเป็นอลินเอง”   มันจริงรึ........
 
บทบาทสมมติฉากที่ 104/1  ณ สนามบาสเก็ตบอล...
หลังชมรมเลิก  จันกับอลินกำลังโดนลงโทษให้ถูพื