[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 10

posted on 02 Jul 2013 23:35 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
เผลอหลับ............
 
 
ตอนก่อน
 
1  l  2  l  3  l  4  l  5  l  6  l  7  l  8  l  9 l  
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
สินค้า Limited Edition เป็นของล้ำค่าหายากยิ่ง

สินค้าที่มีจำนวนจำกัด เป็นแผนการตลาดที่ยอดเยี่ยมของการผลิตสินค้าชิ้นหนึ่ง  อาจจะเป็นสินค้าในล็อตแรกของสต็อก  หรือผลิตขึ้นเพียงจำนวนจำกัดมากๆและมีเงื่อนไขต่างๆในการครอบครอง  อาจจะเป็นระยะเวลา  ร้านค้าที่กำหนด  สินค้า Limited Edition มักเป็นของหายาก มีบางอย่างพิเศษไม่เหมือนของธรรมดาทั่วไป  

ไม่อาจหาได้ตามท้องตลาด ไม่มีใครจะมาเหมือนได้
คนที่มีคุณสมบัติพิเศษเกินคนธรรมดาก็คงนับเป็น Limited Edition ได้เหมือนกัน

ตอนที่ 10  :  3X โสดสนิท Limited Edition 

เส้นทางรถไฟฟ้าสัญจรไปมาเป็นวัฏจักรประจำวัน  ตั้งแต่เช้าตรู่จนมืดค่ำ  ผู้คนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นลงเพื่อใช้บริการ  ขณะนี้เวลา 15.30 น.  ณ โรงเรียนไทยทันวิทยาลัย  เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกคาบเรียนดังขึ้น    เหล่านักเรียนเริ่มเก็บของใส่กระเป๋าเมื่อเสียงสวรรค์นั้นดังขึ้น  

เช่นเดียวกับนักเรียนในห้อง ม.3/104  นายอลิน แย้มเก้อเก็บหนังสือและสมุดใส่ในกระเป๋าเป้จากที่ปกติจะยัดใส่ไว้ใต้โต๊ะ   ท่าทีกระตือรือร้นรีบกลับบ้านชวนให้เพื่อนร่วมห้องแปลกใจ   “อลิน  นายจะรีบไปไหนน่ะ รีบร้อนผิดปกติ?”   อานัติเดินมาหยุดข้างโต๊ะ   

ร่างสูงโปร่งหันมองผู้จัดการชมรมบาสเก็ตบอล   “วันนี้ต้องไปอารีย์  ฉันมีธุระ”  ไม่อาจบอกเพื่อนได้ว่าเขามีธุระอะไร  ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด 

ร่างเล็กกว่ามองอย่างงงงวย  ถึงกระนั้นก็คงไม่น่างงเท่าวิญญาณทะมึนที่กำลังนั่งเกาะโต๊ะแถวหลังสุดริมประตู   “วันนี้จันดูประหลาดๆเหมือนคนกินยาผิดเลยเนอะ”  

เหตุการณ์บุกเข้าห้องเรียนแล้วตะโกนก้องปรากฏขึ้นในความคิดของทั้งคู่   “นั่นสิ ประหลาดชะมัด”  ตะโกนด่าแต่เช้า  ไม่รู้ไปทำอะไรมาแล้วมาลงที่เขา   

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเหวี่ยงเป้ขึ้นสะพายหลัง   “ฉันไปก่อนล่ะ  ไม่อยากไปถึงช้า”   ไม่อยากให้คนที่เขาเป็นคนนัดแนะเอาไว้ต้องรอ  

“อะ..อืม  กลับบ้านดีๆนะอลิน  พรุ่งนี้อย่าโดดซ้อมล่ะ เดี๋ยวจันอาละวาด”   แม้อานัติจะไม่แน่ใจว่าคนที่พาดพิงจะกลับสู่สภาพเดิมแล้วหรือยัง.... 

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้!”   อลินโบกไม้โบกมือลาเพื่อนก่อนจะวิ่งตรงดิ่งออกไปจากห้องเรียน   จันเห็นภาพนั้นตั้งแต่ต้น... แต่ร่างกายมันหมดเรี่ยวแรงจะตามไปแล้ว  

เด็กหนุ่มซึ่งเคยบวชสามเณรฤดูร้อนเดินมาหยุดข้างโต๊ะ   จ้องมองเพื่อนที่ถูกวิญญาณร้ายซึนเดเระเข้าสิงอย่างเวทนา  ผีร้ายที่อยู่ในร่างของจันช่างน่ากลัวนัก  จะเอาน้ำแข็งมาลูบก็คงไล่ไม่ไป   โขนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพื่อนคนนี้จะแย่กว่าพระเอกในละครเสียอีก....  มีอย่างที่ไหนตะโกนด่าแทนจะสารภาพรัก...

“นา ติเวลํ ปภาเสยฺย นตุณหี สพฺพทา สิยา อวิกิณฺ มิตํ วาจํ ปตฺเตกาเล อุทีริเย  ไม่ควรพูดจนเกินกาล ไม่ควรนิ่งเสมอไป เมื่อถึงเวลาก็ควรพูดพอประมาณ ไม่ฟั่นเฝือ   .....”   เริ่มเทศน์สอนคนไม่ได้ความ....

จันลุกขึ้นเหยียดหลังกับพนักพิง  “......ป่านนี้อลินจะยิ่งเกลียดขี้หน้าฉันไหมน่ะ?”    จิตใต้สำนึกของโขนอยากบอกว่าคงไม่มีอะไรเพิ่มลดเพราะอีกฝ่ายไม่สนใจเลย....

แต่ด้วยใจที่เปี่ยมธรรมะ  เขาตัดสินใจไม่พูดออกมา   “มันเป็นกรรมจัน  สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นกรรม  นายต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้นายเป็นอย่างนี้”   สองมือตะปบบ่าเพื่อนร่วมห้อง   

วิญญาณร้ายต้องกำจัด!!!

ใบหน้าคมถึงกับอึ้งในสิ่งที่ได้ยิน   ราวกับเห็นแสงจากธรรมะของนายโขนเปล่งประกายมาจากเบื้องหลัง...  แท้จริงอาจจะเป็นแสงนีออนที่สะท้อนหัวล้าน...   คำพูดนั้นราวกับฉายแสงสว่างขึ้นในใจที่มืดหม่น  เส้นทางธรรมอาจจะช่วยเขาได้ก็เป็นได้....

“แล้วฉันจะต้องทำยังไงล่ะหลวงพี่...เอ๊ย...โขน”   ลอกประโยคเดียวกับตอนที่แล้วมาใช้   เด็กหนุ่มผู้มีดีแต่กลับไม่อยู่ในสายตาเริ่มหวังพึ่งกุนซืออีกครั้ง

โขนชี้ตรงไปทางหน้าต่างของห้องเรียน   ตรงข้ามของโรงเรียนไทยทันวิทยาลัยคือวัด!!!   “ไปทำบุญ กรวดน้ำ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรของนายซะ”  วิญญาณซึนเดเระจะได้ไปสู่สุขคติ!!   

......แสงแห่งธรรมสาดส่องมาสู่ใจผู้หลงทาง....

แสงที่ส่องมาทำให้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนถึงกับแสบร้อน..   แสงธรรมในมโนภาพช่างเจิดจ้าเกินจะจ้องมอง    มือของโขนก็บีบแน่นแกมบังคับ    “วันนี้ไม่ต้องไปชมรมแล้ว ไปวัดกันจัน!”   

“เอาจริงเหรอวะเนี่ย..........”   ร่างสูงไม่อยากจะเชื่อว่าเขาที่อายุเพียงแค่ 15 ปี จะต้องไปหาเส้นทางแก้กรรมและดับทุกข์ในวัดวาอารามเข้าแล้ว.....

“นายต้องทำบุญแล้วล่ะ  กรรมของนายกับอลินจะได้เบาลง”   แสงแห่งธรรมะจากร่างโปร่งฉายเจิดจ้า  เพียงเท่านั้นเด็กหนุ่มผู้ต้องการเอาชนะความซึนเดเระก็ตัดสินใจเก็บกระเป๋า...   

“ฉันจะทำ.........”   เชื่อมั่นในสิ่งที่กุนซือแนะนำ  ตอนนี้จะทางธรรมหรือทางโลกก็คงต้องลองดู.....

สองศรีคู่ตลก(?)เก็บข้าวของใส่กระเป๋าและพากันออกจากห้องเรียนไป    อานัติยืนมองสมาชิกของชมรมซึ่งรีบวิ่งออกไปอีกสองคน   คงจะไม่ได้ไปที่ชมรมเป็นแน่เพราะวันนี้ไม่มีซ้อม....  ร่างเล็กถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆ....    อนาคตของชมรมบาสเก็ตบอลจะเป็นอย่างไรต่อไป....

“ถ้าจันเกิดเข้าทางธรรมขึ้นมา  ชมรมจะเป็นยังไงต่อนะ....”   ก็คงจะมีไร่นา  เบญจรูญรออยู่กระมัง.......

ฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบาสเก็ตบอล...เพราะฉะนั้นแล้ว...
ชมรมจะโดนยุบหรือมีกิจกรรมหรือไม่ ไม่สำคัญหรอก

เวลา 16.00 น.  ณ บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน   ตามปกติของบริษัท เวลาเลิกงานคือ 16.30 น. หากแต่หัวหน้ากองบัญชีเริ่มปิดคอมพิวเตอร์และเก็บของตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลา   พฤติกรรมแบบนั้นชวนให้เลขานุการสาวหน้าห้องแอบยืนเกาะประตูมอง...

ตลอดช่วงเวลาที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่  เธอไม่เคยเห็นหัวหน้ากลับบ้านเร็ว  หรือแม้แต่จะรีบเก็บของเพื่อกลับบ้านก่อนเวลา  สองวันมานี้หัวหน้ารีวัลย์เริ่มทำตัวแปลกๆ   เมื่อวานยิ่งเข้าขั้นประหลาด....  แต่ด้วยความที่เธอเป็นลูกน้องจึงไม่อาจถามได้ว่าหัวหน้าเป็นอะไรมากมั้ย...

และได้ยินมาว่าวันนี้ปฏิเสธนัดไม่ยอมไปสังสรรค์กับบริษัทอีกตะหาก   “หัวหน้าไปพัวพันกับอะไรแปลกๆรึเปล่านะ....”  เพชราเริ่มเป็นห่วงอนาคตของกองบัญชี(?)  

รีวัลย์เดินถือกระเป๋าสีดำออกมาจากห้อง  เขาเหลือบมองเลขาสาวซึ่งทำตัวลับๆล่อๆ   “เพชรา  มีงานอะไรอีก?”   เขาแน่ใจว่ามันไม่มีเหลืออะไรแล้ว 

“วันนี้ไม่มีแล้วค่ะหัวหน้า  หัวหน้าจะกลับก่อนเวลาเหรอคะ มันยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย”   เธอชี้ตรงไปที่นาฬิกาบนผนัง  ทุกคนในกองก็ยังคงเล่นระเบิดลูกอมรอเวลากลับบ้าน...

“ใช่ ฉันมีธุระ  ไม่จำเป็นไม่ต้องติดต่อมา  ถ้าไม่ใช่ธุระด่วนจริงๆ”  คำพูดชวนให้คนฟังสะอึก  แปลกมาก!  หัวหน้ารีวัลย์ผู้บ้างานไม่อยากรับรู้เรื่องงานหลังเลิกงาน...  หรือจังหวัดกำแพงกุหลาบจะโดนพายุเข้า  

“ค่ะ หัวหน้า  พรุ่งนี้เจอกันค่ะ  โชคดีนะคะ”  เธอยกมือไหว้ร่ำลาหัวหน้ากอง  ชายหนุ่มในชุดสูทเดินจากไปพร้อมกับกดปิดโทรศัพท์สำหรับใช้ติดต่อในงาน...   จะไปไหนของเขากันเนี่ย.... 

ร่างโปร่งเดินลงลิฟต์  เมื่อบานประตูลิฟต์เปิดเขาหยิบโทรศัพท์มือถือสำหรับใช้ส่วนตัวขึ้นมา   เปิดข้อความเก่าโปรแกรมแชทเพื่อยืนยันเวลาอีกครั้ง   อลินบอกว่ามีเรื่องอยากปรึกษา   เขาจึงนัดเวลาให้มาเจอกันหลังเลิกเรียนแทนที่จะเป็นเวลาเลิกงานเพื่อความสะดวกของอีกฝ่าย

ขอย้ำอีกครั้ง
เด็กมัธยมต้นไม่ควรกลับบ้านเกิน 1 ทุ่ม

แผนโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีครอบคลุมในเรื่องของการให้คำปรึกษาเด็ก   แม้จะเป็นเรื่องไร้สาระก็ต้องรับฟัง เพราะมีความต่างของอายุ  จงเข้าใจธรรมชาติของเด็กและตั้งใจฟังอย่างมีสติ...  ถึงแม้ตอนนี้เขาจะไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอะไรก็ตาม  

ลิฟต์เคลื่อนที่จอดที่ชั้น 1  ร่างโปร่งเร่งเดินตรงไปยังทางออกของตึกบริษัทเพื่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง   ที่หมายของวันนี้คือที่เดิมนั่นคือสถานีรถไฟฟ้าอารีย์  เพื่อไปยัง La villa Ari  ซึ่งอยู่ใกล้สถานีสะพานควายที่ตั้งของบ้านเด็กหนุ่ม  การนัดพบในสถานที่ใกล้บ้านจะช่วยเพิ่มระยะเวลาที่อยูด้วยกันได้อีก  ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา  

สถานีเดียวก็ถึงบ้าน...ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง
จากที่ต้องกลับเร็วประมาณ 15 – 30 นาที ให้อยู่ต่อได้

การนัดพบลูกค้าก็ใช้กฏแบบเดียวกันคือให้อีกฝ่ายนั้นสะดวก  รีวัลย์มองนาฬิกาของตัวเอง ตอนนี้เวลา 16.15 น.  กว่าจะไปถึงคงใช้เวลาอีกซักระยะ  ฉับพลันเสียงเตือนโปรแกรมสนทนาก็ดังขึ้นให้เขาหยิบขึ้นมอง...   มีเพียงคนเดียวเท่านั้นล่ะที่เล่นไลน์ด้วย  

[อลิน Wanna be a Hero]
16.15  : [ผมออกจากโรงเรียนมาขึ้นรถไฟฟ้าแล้วนะครับ   แล้วเจอกันครับคุณน้า]

[แล้วเจอกัน] ข้อความเพียงสั้นๆแค่สามพยางค์กระตุกให้พนักงานบริษัทหนุ่มนิ่งไปอีกครั้ง  การสนทนาโต้ตอบกันในลักษณะแบบนี้นั้น  ต่างจากการนัดพบในคราวก่อน  คราวก่อนเป็นเรื่องของงานเสียมากกว่า...   งานงั้นเหรอ  เหล่าเสียงสวรรค์พากันอุทาน  

“แล้วเจอกัน”  นิ้วกดข้อความส่งกลับไปเพียงสั้นๆได้ใจความ  คำว่า read ปรากฏขึ้นแสดงว่าอีกฝ่ายต้องมองหน้าจออยู่   อลินส่งสติกเกอร์โอเคกลับมาหนึ่งตัว   

เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มเผลอหยักยิ้มที่มุมปากเพียงแค่มองหน้าจอของโทรศัพท์   ผู้ชายที่ไม่ใช้โปรแกรมแชทใดๆมาตลอดอายุ 3X ปี กำลังถลำลึกลงไปในโลกของโปรแกรมสื่อสารโดยไม่รู้ตัว...  ตัวไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้แค่เพราะการคุยผ่านข้อความแบบนี้  

ไม่ได้คุยกันโดยมีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยว.. ..&nbs