[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 14

posted on 10 Jul 2013 10:14 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
ความลับของเพื่อน
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l     
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 พระเจ้าสร้างให้มนุษย์มีปากและใจอยู่คนละตำแหน่งกัน
 
ถ้ามนุษย์มีปากและหัวใจอยู่ตรงที่เดียวกัน  ก็คงเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาด  เพราะฉะนั้นอาการปากไม่ตรงกับใจนั้นถือเป็นเรื่องปกติ  ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่    แต่การปากไม่ตรงกับใจไปซะทุกเรื่องนั้นทำให้เกิดการเสียโอกาสในชีวิต  ซึนเดเระจึงเป็นเหมือนคำสาป  หากมิได้เกิดเป็นพระเอกละครไทยและเกาหลี  อย่าได้คิดเป็นซึนเดเระ เพราะท่านอาจจะเป็นได้แค่พระร๊องรอง...
 
ปากไม่ตรงกับใจจะต้องทำยังไงให้มันตรงกัน
ถ้ามันแน่นอกนักก็ต้องยกออก.....
 
ตอนที่ 14 : บุรุษใดที่เป็นซึนเดเระ บุรุษนั้นคือผู้ที่มีกรรม
 
ยามเช้า 06.00 น.  เวลาธรรมดาที่คนในเมืองหลวงจะเริ่มออกจากบ้านเพื่อมาผจญภัยบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถแทบทุกยี่ห้อปานเป็นแคทวอร์คเดินแบบ  ห่างไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS  ณ สถานีขนส่งสาธารณะแห่งหนึ่งอย่างรถไฟใต้ดินที่เรียกว่า MRT  เด็กหนุ่มสะพายเป้คนหนึ่งกำลังวิ่งจากหน้าบ้านตรงไปยังสถานีใกล้บ้าน
 
สถานีรถไฟใต้ดินรัชดาภิเษกมองจากทางขึ้นแล้วไม่เห็นผู้คนมากนัก  แต่เมื่อลงบันไดลงมาพลันพบคนทำงานและนักเรียน นักศึกษามากมายรอรถกันอยู่   จันสะกิดใจรีบวิ่งมาต่อแถวด้วยท่าทีเร่งรีบ  เขามองนาฬิการอบแล้วรอบเล่าจนแทบมันทะลุเพราะกลัวไม่ทันเวลา 
 
“อลินจะออกจากบ้านรึยังเนี่ย!”   เริ่มบ่นพึมพำถ้าไม่ทันเวลา   จากสถานีรัชดาภิเษกไปยังจตุจักร  เปลี่ยนสายเป็นหมอชิตและต่อไปสะพานควาย...  
 
แผนการเด็กหนุ่มที่ถูกปฏิเสธมาเมื่อตอนก่อน คือ  เขาจะไปดักรออลิน แย้มเก้อที่สถานทีรถไฟฟ้าสะพานควาย  จากนั้นก็ทำเป็นว่าบังเอิญมาถึงสถานีพอดีแล้วได้เจอกัน  หลังจากนั้นก็ไปโรงเรียน ณ สถานีราชดำริด้วยกันเลย  เป็นแผนการที่สมบูรณ์แบบ
 
แต่เกือบผิดแผนก็เพราะมัวแต่วางแผนจนดึกจึงตื่นสายกว่าปกติ...   จันเริ่มร้อนรนเสียจนต้องหาน้ำแข็งมาลูบจะได้เลิกใจร้อน  เมื่อรถไฟใต้ดินเคลื่อนตัวมา เขาก็เร่งเบียดพวกผู้ใหญ่เพื่อให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในขบวนรถให้เร็วที่สุด   ภารกิจนี้ยิ่งใหญ่กว่าการกู้โลกของหนังฮีโร่ฮอลลีวูด!
 
‘รอก่อนนะอลิน!’  ใครเขารอนาย...   เสียงจากสวรรค์ดังไล่ตามมาข้างหลัง....  
 
ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก เคยมีคนบอกเอาไว้...
แต่ใยเขาตื้อมาสามปีแล้วจึงไม่เกิดผลอะไรเลย...
 
หากไม่ใช่เพราะซึนเดเระ ก็คงเป็นเพราะต่อมรับรู้ความรู้สึกของอีกคนเหมือนกับเน็ต 2 Mb ที่วิ่งแค่ 56k    ณ สถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควาย เวลา 06.30 น.  เด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มเดินมาหยุดรอรถพร้อมกับเด็กสาวในชุดนักเรียนคอนแวนด์   นักเรียนชายยกมือขึ้นป้องปากหาวครั้งแล้วครั้งเล่า   ไม่มีอาการจามเพราะมีคนคิดถึงแต่อย่างใด  ในมือถือกล่องนมเล็กๆรองท้องรอเวลาไปถึงโรงอาหาร  
 
“เมื่อคืนเล่นเกมส์ดึกเหรออลิน?”   มะขามเบี่ยงสายตามองคนในครอบครัว   เจ้าหนุ่มที่ถูกถามส่ายหน้าไปมา   ไม่ได้เล่นเกมส์ก็ทำให้นอนไม่หลับได้...
 
“เปล่า   ช่วงนี้อากาศมันน่านอนหรอก”  เตียงมีคุณสมบัติพิเศษที่ดึงดูดให้ล้มตัวลงนอน  เมื่อนอนลงไปแล้วก็ยากจะดึงตัวเองขึ้นมาได้  มันคือเฟอร์นิเจอร์คร่าวิญญาณชัดๆ   
 
“เมื่อก่อนนายพยายามตื่นเช้ามากเลยนี่  ช่วงนี้ไม่ต้องซ้อมบาสแล้วเหรอ?”   ออกจากบ้านตอนเจ็ดโมงจะเอาเวลาที่ไหนไปโรงยิมซ้อมต่อ  
 
“สมาชิกไม่พร้อม...  ไม่ค่อยขยันกันแล้ว”   แน่นอนนั่นรวมถึงเขาด้วย   ช่วงแรกทุกคนในชมรมบาสเก็ตบอลก็ไฟแรง แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนใกล้ช่วงสอบเลื่อนชั้น  ก็ต้องให้เวลากับอย่างอื่นมากกว่า...  
 
ไม่เหมือนโขน ไร่นา เบญจรูญหรอกนะ ขยันซ้อมจริงๆ   “เข้าชมรมทีไรก็ทะเลาะกับเจ้าจัน  น่าเบื่อ”   อลินถอนหายใจเมื่อนึกถึงคู่อริ   เมื่อวานก็ส่งข้อความแปลกประหลาดมาอีก  
 
มะขามไม่ถามใดๆต่อ  เธอรู้ข้อมูลของเด็กหนุ่มที่ชื่อจัน สะกิดใจเป็นอย่างดี  อายุ 15 ปี เรียนห้องเดียวกับอลิน ชอบส่งไลน์มาด่า ทำตัวเหมือนคนเป็นซึนเดเระ  และเธอมั่นใจเกิน 2000% ของเจ้าชายเสียงเพลง ว่าหมอนี่จีบอลินมาสามปีแล้ว
 
โชคดีที่อลิน แย้มเก้อเป็นเหมือนกับเส้นตรง
จึงไม่สามารถเข้าใจพวกเส้นโค้งเส้นงอเส้นเลี้ยวทั้งหลายได้
 
ศัตรูของเธอมีคนเดียวเท่านั้นคือเจ้าพนักงานบริษัทตัวกระเปี๊ยกนั่น ใต้รองเท้าหนังคู่นั้นจะมีแผ่นเสริมส้นอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้  ในขณะที่พี่สาวล่ะมั้งมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องความแค้นของตัวเอง    เด็กหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาอ่าน  ข้อความในโปรแกรมที่ส่งมาเมื่อเช้านี้
 
[รีวัลย์  Salaryman160]
06.05  : [ตื่นแล้วไปโรงเรียนซะ  อย่าลืมกินมื้อเช้าซะด้วย]
 
อลินหลุดยิ้มออกมาแล้วต้องรีบหุบยิ้มตัวเองด้วยการดูดแก้ม    หลังจากเมื่อวานที่ตกลงคบหาดูใจกัน  ข้อความทางโทรศัพท์ก็ดูเหมือนจะมีบรรยากาศแปลกไปนิดหน่อย  เขาอาจจะคิดไปเองก็ได้  บางทีนี่อาจจะเป็นการสนทนาในระดับคบหาดูใจกันล่ะมั้ง... ไม่เคยทำ... 
 
ดวงตาสีเขียวมองเหลือบไปยังเด็กสาว   เมื่อแน่ใจว่าอีกคนไม่ได้มองมา  เขาก็รีบหันหลังให้ และจับโทรศัพท์ถ่ายรูปนมแลคตาซอล 5 บาท 125 มิลลิลิตรในมือตัวเองส่งไปให้   พร้อมกับพิมพ์ข้อความต่อไปด้วยว่าจะไปกินต่อที่โรงอาหาร  
 
“รถมาแล้ว  ไปกันเถอะ”  มะขามสะกิดคนข้างๆ   เด็กหนุ่มรีบเอาโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าแทบไม่ทัน  ดวงตาสีดำจ้องราวกับจับผิดแต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร
 
“ไปเหอะ”  อลินรีบดึงแขนพี่สาวล่ะมั้ง  เพียงแค่จับแขน  มะขามก็เลิกสงสัยทุกอย่าง...  
 
....ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่...
 
จันกำลังจะลงจากรถไฟฟ้าเพื่อมาดักรอ  แต่พรหมลิขิต(?)ก็บันดาลให้เขาเหลือบเห็นอลินและเด็กสาวข้างกายเสียก่อน   ร่างสูงผมน้ำตาลเข้มรีบก้าวเท้ากลับขึ้นรถไฟฟ้าไป  ขั้นตอนต่อไปก็เหลือแค่เนียนเข้าไปหา...  อยู่แค่โบกี้ข้างหน้าใกล้นิดเดียวแต่ดันไปไม่ได้
 
เพราะมีก้างอยู่แถวนั้น...  นักเรียนหญิงผมสีดำที่คอยยืนประกบเพื่อนร่วมชั้นไม่ห่าง  รอบตัวของเธอมีรังสีคุกคามแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด  อีกทั้งยังดูบึกบึนแม้ใบหน้าจะสวยใส   มองจากชุดนักเรียนแล้วเธอคงเรียนโรงเรียนคอนแวนด์แถวแบริ่ง...   อย่าถามว่าทำไมถึงรู้  เพราะเด็กหนุ่มเคยพูดถึงไงล่ะ
 
“พี่สาวของอลินจะต้องแยกกันที่สถานีสยาม... นั่นล่ะโอกาสของเรา....”  โอกาสเมื่อรถไฟฟ้าเข้าจอด ณ จุดเปลี่ยนสาย  จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด....  
 
นักบาสมัธยมต้นสูง 175 เซนติเมตรหลบซ่อนตัวหลังผู้คนใกล้ๆ  แม้ว่านั่นจะเป็นเด็กประถม  เด็กนักเรียน คุณแม่ นักศึกษา และเหล่าพนักงานบริเวณนั้นพากันจ้องมองเด็กหนุ่มที่ทำตัวลับๆล่อๆ   หลายคนที่ใส่กระโปรงเริ่มจับแตะกระโปรงตัวเองกลัวว่าหนุ่มหน้าตาดีคนนี้จะเป็นโรคจิต...
 
จู่ๆเสียงเตือนข้อความในโปรแกรมแชทก็ดังขึ้น   “ใครล่ะเนี่ยตั้งแต่เช้า”  เด็กหนุ่มหน้าตาดีแต่บทเยี่ยงตัวประกอบรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านอย่างขุ่นเคือง
 
[อลิน Fight for future]
06.45  : [ใกล้ถึงโรงเรียนรึยังวะ   ฝากซื้อขนมปังหมูหยองมายองเนสหน่อย]
 
ราวกับแสงจากสว่างส่องผ่านหลังคารถไฟฟ้าลงมา  ราวกับผลบุญที่สะสมมาในช่วงไม่กี่วันนี้เริ่มออกผล   ดวงตาคมสีน้ำตาอ่อนมองข้อความทุกตัวอักษรซ้ำไปซ้ำมา  ปลาบปลื้มเสียจนมือสั่นไหว  กรรมที่มีคงเริ่มหดน้อยลงใช่มั้ยวะโขน!    แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนตอนนี้....
 
ฉันอยู่ใกล้นายขนาดนี้  แต่นายก็ยังไม่สังเกตเห็นฉันเลย...  ระหว่างเด็กทั้งสองคนที่อยู่คนละโบกี้เต็มไปด้วยฝูงชน   มือแกร่งพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า  [ยังไม่ถึง อยู่ในระหว่างเดินทาง]   ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้ว  แต่ไม่มีคำตอบกลับมา....
 
เพื่อความประหยัดฉากและหดบทพระร๊องรอง(?)  รถไฟฟ้าเคลื่อนที่ไปผ่านสถานีหลักมากมายไปเรื่อยๆ  จนกระทั่ง  [สถานีต่อไป สยาม  Next Station สยาม  ท่านผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปสายสีลมสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ที่สถานีนี้]   
 
โอกาสมาแล้ว!!!!
 
ดวงตาคมมองหาเป้าหมาย  อลินยืนคุยกับหญิงผมดำคนนั้นครู่หนึ่ง  ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกันในโบกี้   เพื่อนร่วมชั้นผู้นั้นเดินลงจากขวบรถไฟเพื่อเตรียมไปเปลี่ยนสาย   จันที่สังเกตการณ์มาโดยตลอดรีบฝ่าฝูงชนออกไปในทันที   ไม่ลืมเว้นระยะห่างให้แนบเนียนอย่างที่เคยทำไว้ในโรงหนัง
 
จิตวิญญาณแห่งสตอร์คเกอร์ขับให้นักเรียนหนุ่มผู้เป็นนักกีฬาผมน้ำตาลเข้มไม่สังเกตเห็น    เหตุเพราะตาและมือมัวแต่มองโทรศัพท์และมองพื้น   นิ้วนั้นกำลังขยับคล้ายพิมพ์ข้อความ  ส่งหาใครกันนะเช้าป่านนี้ หรือส่งให้เขา?  คงไม่ใช่แน่เพราะโทรศัพท์ไม่ดัง  
 
จันไล่ตามหลังของคนที่ตัวเองแอบชอบมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงจุดรอรถสำหรับเดินทางไปสถานีสายสีลม   เพียงพริบตาเด็กหนุ่มมือวางลำดับต้นๆในชมรมบาสเก็ตบอลก็เนียนมาเข้าแถวอยู่ด้านหลัง   เข้าใกล้ระยะประชิด...  ในที่สุดก็ไปโรงเรียนด้วยกันได้แล้ว!
 
มือแกร่งจับเข้าที่ไหล่ของคนตรงหน้า   “เฮ้ย! อลิน!  เพิ่งถึงสยามเหรอ บังเอิญว่ะ!”   แสดงละครขั้นเทพตีสีหน้าซื่อ    
 
ท่าทางกระตือรือร้นเกินเหตุขับให้ดวงตาสีเขียวมองกลับ    สายตาแลดูระแวดระวัง   “เออ เพิ่งถึง  นี่นายมาทางสถานีหมอชิตจริงๆเหรอเนี่ย”   นึกว่าแค่พูดเล่น... 
 
ชายจันผู้แสดงบทบาทการพบกันแสนบังเอิ๊ญบังเอิญคลี่ยิ้ม  เป็นมิตรเกินเหตุ...   “แน่สิวะ  ฉันไม่เคยพูดเล่น  นายไม่เชื่อฉันเอง”
 
อลินมองหน้า พลางครุ่นคิดถึงชื่อในไลน์ของอีกฝ่าย   “นั่นสินะ  ไม่เคยพูดเล่น ด่าจริงทำจริง”  เจ้าจันมันเป็นซึนเดเระซะที่ไหน ตั้งชื่อแบบนั้นเพื่อ.....  ดูการ์ตูนมาเหรอ....
 
ความคิดของเด็กหนุ่มวัยเดียวกันช่างสวนทางกัน  สมแล้วที่บ้านอยู่คนละทิศ  คนหนึ่งอยู่สะพานควาย อีกคนอยู่รัชดาภิเษก  ไม่ได้ไปทางเดียวกันเลย...   "รถมาแล้วไปเหอะ”  ร่างเตี้ยกว่า 5 เซนติเมตรชี้ไปยังรถไฟฟ้าที่เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบชานชาลา
 
“อะ..เอ้อ!”  จันรีบเดินเคียงกันไป  เด็กหนุ่มอาจจะกลับบ้านด้วยกันทุกวัน  แต่นานน๊านนานโคตรนานถึงจะได้ไปโรงเรียนด้วยกันอย่างนี้
 
กราบขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก
ที่ดลบันดาลพรแด่ผลบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในครั้งนี้
ข้าพเจ้าจะคิดดีทำดี หมั่นทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอย่างสม่ำเสมอ 
 
ใน