[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 17

posted on 17 Jul 2013 14:53 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
ทวิตเตอร์
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l      
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 Password อาจไม่ใช่ของส่วนตัวอีกต่อไปเมื่อมีแฟน

หลายต่อหลายคู่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยน Password อีเมล์ Social Network โปรแกรมแชท นั่นนู่นนี่ เพื่อสร้างความไว้ใจระหว่างกัน เมื่อหนทางเข้าหากิ๊กหรือจับปลาหลายมือมันช่างมีเยอะแยะประหนึ่งดาวบนท้องฟ้า  ของส่วนตัวจึงไม่ใช่ของส่วนตัวอีกต่อไปเมื่อต้องแลกเปลี่ยนกับใครอีกคน   แต่ถึงแม้จะไม่ได้แลกเปลี่ยน Password หลายคนก็มีวิธีการดูพฤติกรรมในแบบของตัวเอง

การเสพย์ติด Social Network เป็นเหมือนดาบสองคม
บางครั้งก็เหมือนมีกล้องถ่ายทอดสดตลอด 24 ชั่วโมง

ตอนที่ 17 : เบอร์โทรศัพท์ไม่จำเป็นเท่า Social Network

ณ บ้านจัดสรรโครงการหนึ่งในซอยใกล้ BTS สะพานควาย  เวลา 13.00 น.  หลังจากที่ลูกชายเจ้าของบ้านบอกว่าจะออกไปกับเพื่อนตั้งแต่เช้า   ภายในห้องนั่งเล่น  เด็กสาวในชุดลำลองกระโปรงยาวนั่งกินทาโร่พลางมองดูจอโทรทัศน์  รายการมวยรอบเที่ยงวันที่แสนสนุกสนาน(?) 

ดวงตาสีดำขลับจดจ้องกับภาพนักมวยต่อยและเตะภายในจอ  แม้สีหน้าเธอจะนิ่งไร้อารมณ์   แต่จังหวะการปลาเส้นเข้าปากที่เชื่องช้าจากปกติก็พอจะบ่งบอกว่าสนใจดูได้บ้าง  ตรงหน้าโต๊ะวางโทรศัพท์เอาไว้ หน้าจอเป็นรูปลูกชายเจ้าของบ้านและเธอเมื่อสมัยเข้าม.1 ใหม่ๆ  

ตั้งแต่เช้านี่ก็ปาไปหลายชั่วโมงแล้วที่อลินบอกว่าออกไปติวหนังสือกับเพื่อนที่ชื่อจัน สะกิจใจ  เพื่อนร่วมชั้นที่เธอรู้ดีว่ากำลังแอบจีบอลินแบบไม่ได้เรื่องอยู่   มือเรียวยื่นไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถือ  เปิดหน้าจอแสดงรายชื่อผู้ติดต่อ  ในนั้นมีเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนร่วมชั้นห้อง 104 ทุกคน... 

....อย่าสงสัยเลยว่าเธอได้มาอย่างไร...

เพราะต่อให้ไม่สงสัยก็จะอธิบายต่อ  ครั้งหนึ่งอลิน แย้มเก้อเคยลืมโทรศัพท์เอาไว้  และโทรศัพท์ก็ไม่ได้ใส่รหัส  เธอจึงคัดลอกเบอร์โทรศัพท์ออกมาได้ทั้งหมด... อาจจะเป็นเรื่องที่ผิดกับเด็กหนุ่ม  แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องทำ  เพื่อสวัสดิภาพที่ดีของเจ้าตัวเอง  จะยอมให้ใครมาเกาะแกะไม่ได้ โดยเฉพาะพวกผู้ชาย!! 

เวลาที่ล่วงเลย นั้นทำให้คนเปลี่ยนไป...
ยิ่งโตอลิน แย้มเก้อ ก็ยิ่งไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีเสน่ห์กับทั้งสองเพศ

เธอเคยอ่านนิยาย Boy Love ที่ยุพินกับขนิษฐานชอบเอามานั่งอ่านด้วยกัน  การที่ผู้ชายคนหนึ่งเป็นได้ทั้งรุกและรับนั้น  มันช่างน่าสะพรึงมาก...  ไม่ว่าอย่างไรเธอจะต้องรักษาคนสำคัญของเธอให้อยู่ในโลกฝั่งรุกให้จนได้...  เพราะโลกใบนี้คนที่ทำให้ข้าวมันไก่มีคุณค่าขึ้นมา ก็คือ...อลิน....

แล้วตอนนี้เด็กหนุ่มดันมีผู้ชายตัวกระเปี๊ยกมาติดพันเสียนี่   เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี...  ครุ่นคิดมานานในที่สุดมะขาม เอกมันต์ก็ตัดสินใจหาเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นทันที   หน้าจอแสดงรายชื่อของจัน สะกิดใจ  เพียงกดโทรออกไป  เธอก็จะรู้ได้ทันทีว่าอลินอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่  

“ถ้าอลินไม่ได้ไปกับเจ้าผู้ชายตัวกระเปี๊ยกนั่นก็ดีไป”   ในที่สุดเด็กสาวก็ต่อสายออกไป  เค้าลางแห่งหายนะกำลังเริ่มขึ้น.....

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังครั้งที่หนึ่ง  ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่   จนกระทั่ง...   [....ใครน่ะ.....โทรมาทำไมแต่เช้า.....]  ไม่เช้าแล้ว  บ่ายแล้วตะหาก 

“จัน สะกิดใจสินะ  ฉันเป็นเจ้า.....เอ๊ย...พี่สาวของอลิน”   สิ้นประโยคนั้นก็มีเสียงดังโครมครามในโทรศัพท์  คล้ายกับปลายสายตกเตียงหรืออะไรแบบนั้น 

[พะ...พะ...พี่สาวของอลิน!  มีธุระอะไรน่ะ!]   มะขามฟังเสียงนั้นแล้วจิตใต้สำนึกหงุดหงิดและขุ่นเคือง   เพราะอีกฝ่ายนั้นตามจีบ(ว่าที่)เจ้าบ่าวของเธออยู่

“อลินบอกว่าไปติวหนังสือกับนาย  ตอนนี้อลินอยู่ที่นั่นมั้ย?”    คำถามที่ทำให้คนนอกจอ(?)หน้าเสีย  เสียงจากอีกฝั่งหนึ่งเงียบไปในทันที  

[..... ติวหนังสือกับฉัน?......]  จันย้อนถามกลับมาด้วยน้ำเสียงสงสัยและง่วงงันสุดฤทธิ์   คิ้วสีดำเข้มเริ่มกระตุกสังหรณ์ใจไม่ดี   

“อลินอยู่ที่นั่นรึเปล่า?”   มะขามเริ่มเสียงแข็งขึ้นกว่าเดิม  ขับให้ปลายสายนั้นสะดุ้งแม้เธอจะมองไม่เห็น  เพราะมีเสียงโครมครามดังแว่วมาอีกครั้ง

[ไม่อยู่นะ!  อลินไม่ได้มาที่นี่  ถ้ามาฉันคงตื่นรอตั้งแต่เช้าแล้ว!!]   เพื่อนร่วมชั้นขุดหลุมใส่โลงศพของอลิน แย้มเก้อในทันที   

ทำไมคนเราถึงต้องโกหก  นั่นก็เพราะคนเรามีกระบวนการป้องกันตัวเองจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้น  แล้วทำไมต้องโกหกว่าไปกับเพื่อน  ประหนึ่งมุขในละครหลังข่าว ที่เสี่ยๆมักจะไปคลุกอยู่กับอีหนูในร้านคาเฟ่หรือผับบาร์   ผู้ชายซึนเดเระคนนี้ให้ข้อมูลว่าอลินไม่ได้ไปที่นั่นแสดงว่า.....

[ฝ่ายน้ำเงินฮุคซ้ายแล้วครับ!!  เข้าหน้าฝ่ายแดงเข้าเต็มๆ  ฝ่ายแดงจะลุกไหวมั้ย ลุกไหวมั้ย!!]  เสียงพากษ์มวยในโทรทัศน์ดังครอ... 

[ฮัลโหล? โหล? โหล?   อะไรยังไงทำไม อลินไปไหน  นี่!]  เสียงของคู่สนทนาไม่ได้ดังเข้าหูของเธอเลย   เจ้าฝ่ายน้ำเงินนั่น.... แอบแทงเข่าข้างหลังเธอเหรอ! 

ต้องเกี่ยวข้องกับผู้ชายตัวกระเปี๊ยกนั่นอย่างแน่นอน
เพราะเส้นผมเธอเริ่มกระตุกขึ้นมา 10 เซนติเมตรแล้ว

มือเรียวกำโทรศัพท์มือเอาไว้แน่นทั้งที่ยังไม่ได้กดวางสาย   ใบหน้าที่เรียบเฉยจ้องไปยังนักมวยในโทรทัศน์ประหนึ่งฉากเมียหลวง(?)ในละครหลังข่าวจับคลิปลับของสามีได้   ที่แท้บอกว่าจะซื้อของมาฝาก ก็เพราะต้องการปิดปากเธองั้นเหรอเนี่ย   อลินกลายเป็นเด็กผู้ชายแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อใดกัน!

อย่าพาอลินเบนเข็มไปทางฝ่ายรับเด็ดขาดเลยนะ
เธอไม่ต้องการทฤษฎีผู้ชายคนหนึ่งเป็นทั้งรุกและรับ!

ณ Promenade เวลา 14.00 น.   เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มยืนจามขณะเดินอยู่ในร้านขายของกิฟช้อป   อลินยกมือขึ้นมาถูจมูก  จะว่าที่นี่มีฝุ่นเยอะก็คงไม่ใช่  หรือจะเป็นเพราะมีคนนินทาถึงเขา?   โทรศัพท์ก็ไม่ได้ดัง แสดงว่าเพื่อนร่วมชั้นไม่ได้ส่งข้อความมาด่า...

ถึงกระนั้นใครจะโทรเข้าหาก็คงไม่ได้หรอกเพราะตอนนี้เด็กหนุ่มปิดเครื่องชาร์ตโทรศัพท์กับแบตสำรองอยู่    “เป็นอะไรไป  เริ่มจะเป็นหวัด?   เป็นนักกีฬาแล้วอ่อนแอขนาดนั้น?”  (ว่าที่)แฟนหนุ่มเหลือบมองคนข้างกาย  

“เปล่าครับ  น่าจะมีคนบ่นถึงผมมากกว่า เพราะผมปิดโทรศัพท์อยู่ด้วย”  อลินมองโลกในแง่กลางๆ  พลางเดินหาของต่อไป  

“แค่มาเดินเที่ยว  นายก็ต้องซื้อของฝากให้พี่สาวล่ะมั้งของนายด้วย เป็นพี่น้องที่สนิทกันจังนะ”   เพราะเด็กหนุ่มต้องเลือกของจึงไม่ได้เดินจูงมือกันต่อ...  

“ผมรับปากไว้แล้วว่าจะซื้อของฝากกลับไปให้ครับ ตอนแรกจะซื้อของกิน  แต่คิดอีกทีซื้อของเป็นชิ้นเป็นอันให้ดีกว่า”  เด็กหนุ่มมองหาตุ๊กตาที่เหมาะกับเด็กผู้หญิง  แม้ปกติมะขามจะไม่สมหญิงซักเท่าไหร...  แต่เธอก็มักจะหิ้วตุ๊กตากลับมาบ่อยๆ  ของขวัญที่ได้จากพวกรุ่นน้องที่โรงเรียนคอนแวนด์   

“อีกอย่าง.... ผมสังหรณ์ใจว่า... ความจะแตกด้วยครับ”   ไม่อยากจะนึกไปในทางที่เลวร้ายที่สุด  กระนั้นก็กันไว้ดีกว่าแก้....

หัวหน้ากองบัญชีมองดูเด็กมัธยมต้นผู้ชายเดินเลือกตุ๊กตาด้วยสายตาจริงจัง   หากเป็นฉากเลือกของให้แฟนสาวก็ดูเข้ากันดีใช้ได้  แต่น่าเสียดายที่พี่สาวล่ะมั้งของเด็กหนุ่มในความคิดเขานั้น... ไม่เหมาะกับตุ๊กตาซักเท่าไหร  ถ้าเป็นนวมหรืออะไรแบบนั้นอาจจะเข้าเสียมากกว่า  

“พี่รีวัลย์คิดว่าซื้อตุ๊กตาดีมั้ยครับ?”    เด็กหนุ่มร่างสูงหยิบตุ๊กตาลูกเจี๊ยบขึ้นมา  ลูกเจี๊ยบสีเหลืองกับเด็กชายอลิน  โฟกัสสายตาไปหยุดที่คนถือก่อน  

“ฉันไม่รู้รสนิยมของพวกนักเรียนหญิงม.ต้น  ชอบอะไรไม่ชอบอะไร ไม่ได้สนใจ”   เสียงทุ้มปฏิเสธที่จะให้คำแนะนำ  

โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อายุต่ำกว่า 16 ปี  ระบุเอาไว้เพียงเรื่องของเยาวชนเพศชายเท่านั้น  ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงเรื่องของเพศหญิง  หากมีเรื่องของเพศหญิงคงต้องมีเพิ่มอีกหลายหมวดในเรื่องความเสี่ยง  อย่างเช่นเรื่องการหงุดหงิดเมื่อมีประจำเดือน....

“ถ้านายซื้ออะไรไปพี่สาวล่ะมั้งของนายก็คงชอบทุกอย่างนั่นล่ะ  เพราะงั้นเอาตัวนี้แทนซะ”   มือแกร่งยื่นไปจิก(?)หัวตุ๊กตาแรคคูนขึ้นมาหนึ่งตัว 

แรคคูนสีเทาดำดูหม่นๆกับตุ๊กตาลูกเจี๊ยบสีเหลืองแสนสดใส
สำหรับผู้หญิงมาดมั่นแบบมะขามนั้น....

อลินยื่นมือไปรับตุ๊กตาในมือของ(ว่าที่)แฟนหนุ่มในทันที   เลือกแรคคูนโดยไม่ต้องคิดต่อ  “งั้นผมไปจ่ายเงินก่อนนะครับ”   สิ้นคำตุ๊กตาตัวนั้นก็ถูกฉุดไปจากมือ  

“นายไม่จำเป็นต้องจ่ายเอง”   ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างเมื่อหัวหน้ากองบัญชีเดินผ่านหน้าไปพร้อมกับเจ้าแรคคูน    กระทั่งของขวัญให้คนอื่นก็ยังจะจ่ายให้อีกเหรอ

อลินรีบวิ่งตามไปหยุดที่หน้าแคชเชียร์   “เดี๋ยวสิครับ!  ผมจ่ายเองดีกว่าครับ  นั่นของขวัญให้มะขามนะครับ”  ร่างโปร่งยกมือเป็นสัญญานบอกให้เงียบ 

“อลิน  ไปซื้อกาแฟให้ฉัน  เอาเงินไป”  วางธนบัตรใบละ 500 บาทลงในมือเด็กหนุ่ม  ทั้งปิดปากและไล่ออกจากร้านในเวลาเดียวกัน

คนรับรู้สึกอึกอักไม่สบายใจ    ชายหนุ่มอายุมากกว่าจึงชี้ที่ริมฝีปาก   แค่นั้นเขาก็รู้แล้วว่าต้องทำอะไร   “....มุขเดิมอีกแล้วนะครับพี่รีวัลย์...”  กระนั้นเขาก็ทำตามในเมื่อไม่มีสิทธิ์เถียง  ด้วยการฉีกยิ้มเป็นรูปตัว U….  

“ดี  ไปซื้อกาแฟมาได้แล้ว”  สิ้นคำของรีวัลย์ อลินก็เดินออกไปซื้อกาแฟให้อย่างว่าง่าย   เหลือเพียงพนักงานและคนจ่ายเงินเท่านั้น  

“ตัวนี้ 1200 บาทค่ะ  จะห่อของขวัญด้วยมั้ยคะ?”   พนักงานสาวคลี่ยิ้มกรุบกริมจากภาพเมื่อครู่  รอยยิ้มแฝงเจตนาอะไรบางอย่างที่คนรับไม่ได้รับรู้และมีปฏิกิริยาตอบกลับ  ในสมองรับคลื่นได้เพียงตัวเลข 1200 บาทเท่านั้น  ตนไม่เคยซื้อของให้เด็กหนุ่ม  แต่ต้องมาจ่ายค่าตุ๊กตา 1200 บาทเพื่อปิดปาก(?)พี่ส