[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 20

posted on 23 Jul 2013 22:57 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
จูบ~
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l       
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 สถานะเพื่อนกับแฟนต่างกันอย่างไร

มีคนว่าเอาไว้ว่าคำว่าเพื่อน กับคำว่าแฟนนั้น ทำแทนกันไม่ได้  ออกจะเหมือนชื่อเพลงไปหน่อยแต่เป็นเรื่องจริง   แค่การเขียนก็เห็นแล้วว่าคำว่าเพื่อนกับคำว่าแฟนนั้นเขียนไม่เหมือนกัน   เส้นขีดขั้นความสัมพันธ์ระหว่างสองคำนี้ก็แตกต่างกันมาก  ถ้าเป็นเพื่อนแล้วเหมือนแฟน จะเป็นแฟนกันทำไม?

การเปลี่ยนสถานะนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน
แต่สำหรับอีกคนก็เปลี่ยนเร็วปานจรวดยังยอมแพ้

ตอนที่ 20 : จูบใครคิดว่าไม่สำคัญ~

พักเที่ยงโรงเรียนไทยทัยวิทยาลัย  นักเรียนแต่ละชั้นพร้อมใจกันกรูเดินไปทางโรงอาหารไม่ต่างอะไรกับกองทัพซอมบี้ในภาพยนต์ชื่อดังเรื่องหนึ่ง   ทุกๆเที่ยงคือสงครามการแย่งชิงร้านอาหารตามสั่งและที่นั่ง  เป็นปัญหาของโรงเรียนที่ยังแก้ไม่ตกว่าควรจะขยายโรงอาหารให้ใหญ่ขึ้นหรือไม่ 

ในขณะเดียวกันนั้น สมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลโรงเรียนไทยทันพากันเดินหอบขนมปังและข้าวกล่องของบางคนไปยังห้องพยาบาล   จุดนัดพบแบบไม่ได้ตั้งใจเพราะเหตุการณ์สร้างสถานการณ์ที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมของจริงที่ห้องสมุด...   บนเตียงสีขาวมีเด้กหนุ่มนอนสิ้นใจ...เอ๊ย... นอนหลับอย่างสงบอยู่

“จันยังไม่ฟื้นอีกเหรอนั่น   สมองมันเป็นอะไรรึเปล่า????”  โขนเริ่มเป็นห่วงเพื่อน  เพิ่งมาเป็นห่วงเอาตอนที่เล่นงานเขาไปตามแผนแล้ว...

อานัติยืนถอนหายใจ  แผนการของเจ้าหนุ่มหัวเกรียนคนนี้มันรุนแรงเกินไป  เขาก็ดันไม่ห้ามตั้งแต่แรก   “ถ้ายังไม่ฟื้นบอกครูให้พาจันไปโรงพยาบาลเหอะ”  

เบญจรูญยืนเหงื่อตกเป็นภาพฉากหลังไม่พูดไม่จา  ไร่นาเริ่มมีสีหน้ากังวลตามไปอีกคน  เอ๊ะ... ในกลุ่มนี้คล้ายกับจะหายไปไหนหนึ่งคนนะ    ไม่นานนักร่างสูงผมน้ำตาลอ่อนนั้นเริ่มขยับตัว   ริมฝีปากคมขมุบขมิบพยายามจะพูดชื่ออะไรซักอย่างออกมา 

พวกเพื่อนๆจอมวางแผนหันมองไปทางเดียวกัน  ในที่สุดจัน สะกิดใจก็เด้งตัวขึ้นมาจากเตียงนอน  “ฉันชอบนายนะอลิน!!!!”   แผดเสียงอันดังลั่นอย่างกับฝันค้างอยู่....

4 หนุ่มจากชมรมบาสเก็ตบอลที่ไม่ใช่ชมรมว่ายน้ำพากันมองหน้าคนที่เพิ่งได้สติ    มันสายเกินไปแล้วมั้ยที่มาตะโกนตอนนี้ หรือได้พูดไปแล้ว...  “จัน  นายได้บอกรักอลินไปรึยัง?”   ไร่นาถามขึ้น แทนที่จะถามอาการของเพื่อนก่อน

“ฮ่ะ?  ที่นี่ที่ไหน  ฉันเป็นอะไร.. เมื่อกี้ฉันอยู่ห้องสมุดนี่หว่า”   พระร๊องรองผู้น่าสงสารประจำเรื่องมองไปรอบตัว  ฉากในตำนานอย่างห้องพยาบาลที่ไม่มีนางเอกอยู่...

พระเอกควรจะฟื้นขึ้นมาแล้วพบนางเอกคอยนั่งเฝ้า
แต่เพราะฉากนี้ไม่ใช่พระเอก... จึงมีแต่เพื่อนร่วมชั้น....

ดวงตาคมมองหาอลิน แย้มเก้อ  แต่ช่างโชคร้ายที่ไม่เห็นแม้แต่เงา  เด็กหนุ่มคอตกในทันที   ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะอับโชคได้ถึงเพียงนี้!   ได้พูดบอกรักไปครบประโยคหรือเปล่าก็ไม่รู้  แต่ถ้าครบอลินก็ควรจะอยู่ที่นี่  แต่นี่... นายไม่ห่วงฉันเลยเหรอ....

“เฮ้ยจัน อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้น  อลินไปซื้อขนมปังหมูหยองมายองเนสที่โรงอาหารเว้ย!”   โขนรีบให้กำลังใจ  ขนมปังยังมาก่อนการมาเยี่ยมเพื่อน....

“จัน แล้วนายบอกรักอลินไปรึยัง  พวกผมลุ้นแทบแย่เลยนะตอนที่หนังสือตกใส่หัวนายน่ะ”  คำพูดของผู้จัดการทีมขับให้เดือนของชมรมบาสเก็ตบอลตวัดหน้ามองทีละคน   

“นี่พวกนายเป็นคนจัดฉากเหรอ!!  ฉันเกือบตายเลยนะเว้ย!  นี่ห่วงกันบ้างมั้ย!!”    ใครจะไปนึกว่ากุนซือจะวางแผนการร้ายได้ถึงเพียงนี้  ช่างไม่ห่วงสวัสดิภาพของคนโดนเลย  

“ห่วงว่าชาตินี้นายจะไม่ได้บอกรักอลิน   พวกเพื่อนในห้องดูมาตั้งแต่ม.1 ยันจะขึ้นม.4  นายก็ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย ช้าเกินไปแล้วนะเว้ย!”   เด็กหนุ่มหน้าแก่เกินวัยไปมากตวาดใส่  โดยมีเสาไฟฟ้าจำแลงยืนเหงื่อตกอยู่ด้านหลัง... ใจคอนายจะไม่พูดอะไรบ้างเลยเหรอเบญจรูญ.....

จันทำสีหน้ากระอักกระอ่วน  พูดน่ะมันง่าย แต่การทะลวงกำแพงซึนเดเระน่ะมันยาก  ถ้าการเป็นซึนเดเระมันหายง่ายๆ  โลกใบนี้ก็คงไม่มีซึนเดเระแล้ว  พอๆกับการห้ามไม่ให้คนโหลด Bit torrent นั่นล่ะ...  ซึนเดเระหายยากฉันใด  คนก็หยุดโหลด Bit ได้ยากฉันนั้น....

มันหายยากขนาดนั้นจริงๆเหรอ....

โขนตบบ่าเพื่อนสนิท   มองผู้ชายซึนเดเระจนเสียเรื่องไม่รู้กี่ครั้งก็ได้แต่ถอนหายใจ    “จัน  กรรมของนายเนี่ย  ทำบุญเท่าไหรก็ไม่พอซักที  หรือนายจะตัดใจดีวะ...การตัดใจมันก็ดี.....”

“ไม่เว้ย!!  แกยังตัดใจจากครูคีตะไม่ได้ แล้วฉันจะตัดใจจากอลินได้ยังไง!!!”  สิ้นคำพูดของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อน  เพื่อนๆทั้งสามพร้อมใจกันมองหน้าเจ้าเกรียนที่ตัวเล็กที่สุดในชมรมเป็นทางเดียวกัน   นี่มันน่าตกตะลึงยิ่งกว่าข่าวชมรมบาสปาฏิหาริย์แยกทีม(?)เสียอีก 

“โขน!!!  คบกับครูคีตะเหรอ!!!”    ทุกคนผสานเสียงเป็นเสียงเดียวกัน     แน่นอนว่าในประโยคนี้ไม่มีเสียงของเบญจรูญรวมอยู่ด้วยหรอกนะ... เป็นเพียงฉากหลังที่คอยตะลึงเท่านั้นเอง...

.....คู่รักต่างวัยเกิน 20 ปีโดนเปิดโปงเข้าจนได้....

อลิน แย้มเก้อเดินมาตามทางเดินพร้อมกับขนมปังหมูหยองมายองเนสในอีกมือหนึ่ง    เขาเดินจากโรงอาหารมาโดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเพราะเพื่อนๆพากันไปเฝ้าคู่อริที่ยังสลบไสลไม่ได้สติ     มือที่ว่างเลื่อนอ่านหน้าจอทวิตเตอร์ไปด้วย  ไม่กล้าพิมพ์ไลน์ไปบอกคนที่คบหาดูใจกันอยู่ว่าไม่ได้กินข้าว

บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าพนักงานบริษัทคนนั้นทำตัวเหมือนพ่อ... ไม่สิ พ่อเขายังไม่มาเจ้ากี้เจ้าการกับเขาขนาดนี้เลย  จะว่าเหมือนแม่หรือมะขามก็ไม่ใช่  เพราะมันต่างกัน  นี่คือเรื่องปกติของการคบหาดูใจกันสินะ  หาเรื่องอะไรมาคุยกันได้ก็มาชวนคุยกัน  ค่อยๆปรับตัวเข้าหากันไป...

เพราะว่าเขาเป็นเด็กที่เกิดช้ากว่าคนๆนั้นหลายปี  อยากดูบัตรประชาชนจังว่าอายุเท่าไหรกันแน่    “พี่รีวัลย์นี่  ไม่มีคนมาตามจีบบ้างรึไงนะ”  แน่นอนว่ามีแต่เหมือนเป็นตัวประกอบ.....

หน้าตาดี ทำงานดี แต่งตัวดี นิสัยก็...เกือบดี  อายุก็ตั้งตัวได้...
ผู้หญิงตามหากันเยอะแยะใน Social Network 

บางทีคู่เขาก็อาจจะเป็นอีกคู่ที่ทำให้พวกผู้หญิงต้องบ่นว่าผู้ชายดีๆหายไปไหน... ขอโทษด้วยนะพี่ๆผู้หญิงที่อายุใกล้รถไฟขบวนสุดท้าย(?)  ที่เขาดึงทรัพยาการผู้ชายดีๆมาคบกับเด็กมัธยมต้นแบบนี้....  คิดแล้วมันเป็นบาปหรือเปล่าเนี่ย สร้างกรรมกับใครโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า

แล้วคนๆนั้นอยากคบกับเขาเพราะอะไรล่ะ?

มันต้องมีเหตุผล ที่ถามแล้วก็ไม่ได้คำตอบ  ว่ารู้สึกอะไรงั้นเหรอจึงเริ่มมาคบกัน... ถ้าเป็นคู่อื่นคงต้องเริ่มที่คำว่าชอบพอกันก่อน  ถึงเขาจะเป็นนักเรียนมัธยมต้นไม่เคยคบใคร  แต่หนังรักเขาก็ดูหลายเรื่องนะ  อย่าง สิ่งเล็กๆที่เรียกว่า-beep-  , กวนจนโฮ , รถไฟฟ้าผ่านหน้าบ้านเธอ ,  Winter ฤดูหนาวนั้นฉันตาย....  เรื่องสุดท้ายใช่หนังรักเหรอ...

“เราชอบพี่รีวัลย์รึเปล่านะ.........”  คิดพลางมีภาพของพนักงานหนุ่มสูงแค่ 160 เซนติเมตรแต่ดูยิ่งใหญ่และเท่มากคนนั้นขึ้นมา  ใบหน้าก็กลายเป็นสีแดงก่ำ....

เจอกันแบบงงๆและด่วนๆบนรถไฟฟ้า BTS หลังเลิกเรียนเห็นเสาเหล็กก่อนก็เลยประทับใจเสาเหล็กเข้าก่อนเป็นอันดับแรก   ไม่รู้จักกันดีพอแต่ก็รู้เรื่องของอีกคนแบบงงๆมากเรื่องเข้าเรื่อยๆ   แถมยังตกลงจะคบกันอย่างจริงจังแล้วด้วย... การคบกันอย่างจริงจังของเด็กมัธยมต้นกับผู้ใหญ่... ต่างกันมากรึเปล่านะ    

เย็นนี้บอกว่าจะคุยเรื่องสถานะที่คบกันให้จริงจังกันมากกว่านี้ระหว่างกัน.... จินตนาการแล้วก็เห็นคำว่า [แฟน] ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม...  เจ้าหมาน้อยเริ่มเป็นสีแดงก่ำไปทั้งตัว   เกิดมา 15 ปี  นี่จะเป็นครั้งแรกที่คบกับใครเป็นแฟนอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกแล้วสิเนี่ย....

พนักงานบริษัทคนนั้นทำอะไรจริงจังเป็นขั้นเป็นตอน...
อย่างกับเขียนเป็นแผนเลยแฮะ.... 

เด็กหนุ่มตัวเอกของเรื่องก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเองกลายเป็นผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาทรัพยาการมนุษย์ไปแล้ว    อลินเดินมาเกือบถึงห้องพยาบาล  ได้ยินเสียงเอะอะเถียงกันดังลอดผ่านประตูห้อง  เสียงของจัน สะกิดใจ กำลังเถียงกับโขน สะทิงพระ  เขาได้ยินแว่วเสียงชื่อครูคีตะด้วย....

ขนลุกขึ้นมาทันทีทันใด   “ฉันจะคบกับพี่คีตะก็ช่างฉันเถอะน่า  ของฉันมันจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งไปแล้ว แต่ของนายน่ะมันจะ แบดเอนท์แล้วนะเว้ยจัน!”   คิ้วสีน้ำตาลเข้มเลิกขึ้น   เจ้าจันมันทำไม? 

“มันไม่ได้แบดเอนท์นะเว้ย!   นี่ไม่ใช่เกมส์ซะหน่อย ฉันยังมีโอกาสนี่ พวกเราเป็นเด็กมัธยมต้นเอง แล้วทางนั้นก็ไม่ได้มีใคร”   อลินเริ่มเอียงคอสงสัย   ฟังคร่าวๆแล้วน่าจะเป็นเรื่องใครสักคนที่จันตามจีบอยู่  

“ฉันจริงจังอยู่ จริงจังมาก!   เพราะฉันชอบมันจริงๆ!!”    คำพูดของเพื่อนคู่อริสะกดใจของคนที่ไม่รู้ว่าพูดถึงตัวเอง   เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนพิงกำแพง..  คำพูดนั้นมันสะกดใจของเขาจริงๆนะ  

เพราะชอบจึงจริงจัง.... ไม่ใช่จะจริงจังทั้งๆที่ไม่ได้คิดอะไรเลย

ปากกัดขนมปังหมูหยองมายองเนส  ไม่ได้รับรู้เลยว่ามันคือเรื่องของเขาเองแหละที่คนข้างในเถียงกันอยู่  พระร๊องรองได้ทำเรื่องเข้าแล้ว....  อลินหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาพิมพ์ข้อความในไลน์ส่งผ่านไปยังใครอีกคน  เย็นนี้อย่างไรก็ต้องเจอกันตอนที่ไปติวหนังสือเหมือนทุกวัน...

[อลิน Fight for future]
12.35  : [ถ้าสถานะที่พี่รีวัลย์พูดถึงตรงกับที่ผมคิด  ผมก็ยินดีนะครับ]

ข้อความไลน์เพียงประโยคเดียวก่อให้เกิดมหันตภัยที่บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านโดยไม่รู้ตัว   เพชรา เลขานุการสาวที่เพิ่งหักหลังหัวหน้าของตัวเองด้วยการขโมยข้อมูลลับในเครื่องคอมพิวเตอร์นำกาแฟมาให้เจ้านายในห้อง  ร่างสูงยังคงทำงานไม่สนใจอะไร  เธอก็ได้แต่เหลือบมองว่าคงไม่โดนจับได้...

ห้องนี้มีกล้องวงจรปิดอยู่   หัวหน้าก็คงไม่คิดจะไปดูว่ามีใครมา