[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 25

posted on 05 Aug 2013 15:26 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
ระเบิดเวลา
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l       
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : NC-15
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 เมื่อนำตัว N มาอยู่ใกล้กับตัว C มีความหมายเท่ากับ NC

NC เป็นคำย่อของคำเต็มที่ว่า Not Suitable for Children  และมีตัวเลขอายุกำกับที่ด้านหลัง  เป็นการจัดเรทของสื่อชนิดหนึ่ง  ที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองเยาวชนจากการรับสื่อ  และเป็นตัวหนังสือที่ทำให้ตาลุกวาวขึ้นในบางครั้งสำหรับการอ่านแฟนฟิคชั่น  

ทั้งนี้ทั้งนั้น NC กับเรื่องราวรักต่างวัยนั้น
มันเท่ากับการพรากผู้เยาว์ มีโทษตามกฏหมายคุ้มครองเยาวชน

ตอนที่ 25 : การฝ่าฝืนกฏหมายเยาวชนนั้นมีโทษทั้งจำและปรับ

เส้นทางขนส่งสาธารณะอีกเส้นหนึ่งของจังหวัดนั้นอยู่ใต้ดิน    หาก BTS  ยังคงเคลื่อนที่ไปจนกว่าจะถึงเวลาหยุดทำงาน MRT ก็ยังคงรับส่งผู้โดยสารตามเส้นทางหัวลำโพงถึงบางซื่อต่อไป  ฉากเปลี่ยนมายังบ้านหลังหนึ่งในย่านรัชดาภิเษก  สถานที่ซึ่งเคยเข้าฉากเพียงแค่ครั้งเดียว 

เสียงสะอื้นดังลอดประตูห้องนอนชวนให้นึกถึงฉากสยองขวัญสั่นประสาท  เคล้าไปด้วยเสียงสูดน้ำมูกกลบความน่ากลัวนั้นให้ลดลงเหลือเพียงแค่ 0  เจ้าของห้องนอนนี้ไม่ใช่สาวน้อยในการ์ตูนคนไหน  หากแต่เป็นพระร๊องรองที่ตัวตนเริ่มเลือนลางและสีตกจากเรื่องสะเทือนใจ  

จัน สะกิดใจ นักเรียนมัธยมต้นที่ได้รู้ความจริงอันน่าเศร้านั่งร้องไห้อยู่บนเตียง   น้ำตาลูกผู้ชายมันรินไหลจนต้องเซ็นเซอร์ใบหน้าเป็นโมเสคไม่ให้ดูเวทนามากจนเกิดไป  ถึงกระนั้นคนอ่านก็คงนึกสภาพของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลอ่อนคนนี้ได้อยู่ดี   

“....มันไม่ใช่เรื่องจริง...โกหก.... นี่เป็นความฝัน....”  แต่หยิกหน้าตัวเองมาตั้งแต่บ่ายจนเป็นรอยช้ำแดงมันก็ยังไม่ตื่น  ความเจ็บยิ่งย้ำเตือนว่านี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

อลินมีแฟนแล้วโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าไปรักกันตอนไหน

คิดแล้วนักบาสเก็ตบอลผู้หน้าตาดีที่สุดในทีม แต่กลับอาภัพเกือบจะที่สุดในทีมก็ร้องไห้ออกมาอีก   ก่อนที่สภาพจิตใจจะเลวร้ายไปกว่านี้  มือแกร่งรีบหยิบโทรศัพท์มือถือมากดหารายชื่อเพื่อนที่จะโทรไประบายได้   หมาก อานัติ ไร่นา เบญจรูญถูกตัดทิ้งไป.. 

ที่พึ่งสุดท้ายคือกุนซือที่คอยแนะนำมาตลอด แต่มันไม่เห็นได้เรื่องเลย   จันต่อสายไปหาโขนในทันที   “รับสิเว้ย..รับ.... ฉันต้องการเพื่อนคุย!”  ครั้นจะลงไปคุยกับพ่อแม่แล้วบอกว่าอกหักจากผู้ชายก็คงไม่ใช่เรื่อง 

เสียงสัญญานโทรศัพท์ดังต่อเนื่อง  ดังยาวนานจนคนโทรเริ่มใจเสีย..  แต่ในที่สุดก็มีเสียงตอบรับ  “จันเหรอ.....มีอะไรวะ....”  น้ำเสียงของปลายสายแลดูอ่อนแรง

“โขนเหรอ  ฉันมีเรื่องจะระบาย!   ว่าแต่ทำไมเสียงนายดูหอบๆเหนื่อยๆจัง”   จันหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดน้ำตาและสั่งน้ำมูก  สภาพตอนนี้สาวๆมาเห็นเข้าคงเลิกเป็นแฟนคลับเป็นแน่แท้...  

“.....มะ....ไม่มีอะไร....นายมีอะไรก็ว่ามาเว้ย.....”  คิ้วสีน้ำตาลอ่อนเลิกขึ้น  น้ำเสียงของอดีตสามเณรภาคฤดูร้อนช่างเหมือนคนที่กำลังวิ่งลู่เอาตอน 1 ทุ่มเสียจริง  

“อลินมันมีแฟนแล้วว่ะ!!”    พูดแล้วต่อมน้ำตาแทบจะแตกพ่ายอีกรอบ  ความปราชัยที่เกิดขึ้นมันเกิดยอมรับได้  เมื่อคู่แข่งที่เป็นใครก็ไม่รู้นั้นทั้งเตี้ย ทั้งแก่....

หากแต่อีกฝั่งหนึ่งกลับไม่มีการตอบรับอย่างตื่นเต้นเหมือนเคย   “เฮ้ยโขน?  เงียบทำไมวะ ฉันกำลังกลุ้มใจนะเว้ย!?”  รีบทวงถามที่พึ่ง  หรือสัญญาณโทรศัพท์มันจะไม่ดี

จันเร่งเสียงลำโพงของโทรศัพท์ให้ดังขึ้นกว่าเดิม  คิดในแง่ดีว่าสัญญาณมันคงจะไม่ชัด   “....อ....ฮ......ตรงนั้นไม่ได้ครับ....พี่คีตะ.....  ผมท่องขันติไม่ไหว......”  มือที่กดปุ่มเร่งเสียงกำลังแข็งเป็นหิน...   

เสียงที่เหมือนกับหนังโป๊แต่เปลี่ยนเพศเปลี่ยนชื่อ
นี่มันคืออะไร!??

นายจัน สะกิดใจ  เด็กหนุ่มที่ไม่ได้ใสซื่อเหมือนอายุนั่งนิ่งเป็นก้อนหิน  มือที่พยายามกดลดเสียงดันไปกดให้มันดังขึ้นไปอีก   เสียงหอบหายใจยิ่งดังมากขึ้น  เคล้าผสานไปกับเสียงของครูพละที่ไม่มีทางพูดประโยคเดียวกับในคาบเรียน  พลังจินตนาการที่ไม่อยากให้เกิด มันเริ่มคิดตาม! 

“..พี่คีตะ.....อย่ากัดตรงนั้นครับ....  อย่ากัดหู”   มือหยาบสากและเหี่ยวย่นลูบไล้ศีรษะไร้เส้นผม ริมฝีปากแห้งกร้านขบงับใบหูเด็กหนุ่มในวงแขนราวกับจะลงโทษนักเรียนนิสัยไม่ดี

ตาดำชายหนุ่มที่โดนทำร้ายจิตใจเริ่มหาย    “..อ๊ะ..!!” ร่างผอมบางบิดเร้าจากการจู่โจมอันร้อนแรงของครู  สายตาที่จ้องมาแผดเผาทั้งขอบตาตัวเองและเด็กหนุ่ม  ปลายเคราแพะที่สัมผัสผ่านข้างแก้มทำให้โขนสั่น

เพื่อนร่วมชั้นยังเป็นแค่เด็กอายุ 15 ปีเองนะ!  นี่มันเป็นการพรากผู้เยาว์ใช่มั้ย!?   สมองของคนเคราะห์ร้ายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดยย้ำแผล  ให้เจ็บหนักกว่าแผลเดิมเสียอีก...   อานุภาพของเสียงที่ดังมาจากโทรศัพท์ในตอนนี้  ร้ายแรงยิ่งกว่าระเบิดปรมาณูของอลินมีแฟนแล้ว  

นี่มันระเบิดนิวเคลียร์ชัดๆ!    “....โขน  ฉันสั่งให้อ้าปาก  ฉันจะขย้ำละลายแกให้ถึงสวรรค์”   คุณครูครับ!  ผมมีเรื่องจะถามคุณครูครับว่ามันสวรรค์อะไร!  ที่รู้ๆคือผมนี่แหละจะไปสวรรค์ก่อนแล้ว...

/\__/\____/\____/\_
สัญญาณชีวิตของนายจัน สะกิดใจ ณ เวลา 1 ทุ่ม 15 นาที

“...ลิ้น...ลิ้นมัน...อ่ะ...”  แม้มันจะมาแต่เสียง  สมองของคนฟังมันมองเห็นเป็นภาพ  นิ้วยาวที่มีร่องรอยประสบการณ์ของอายุเป็นริ้วๆแทรกผ่านเรียวปากเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นอุ่นๆของเด็กหนุ่มผู้ชอบเอ่ยธรรมะ   ละลายเอาคำสอนเหล่านั้นให้หายไป  

โขนจอมพูดมากไม่สามารถเอ่ยคำพูดใดๆออกมาได้อีก  นอกจากส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ   ตกเป็นลูกบาสเก็ตบอลให้ครูสอนพละเติมเต็มลมข้างใน  ให้มันตึงแน่น...   ศีรษะที่เรียบลื่นของทั้งคู่มีเหงื่อปริ่มไหล...  เพียงนิดเดียวก็หยดลงซึมลงกับผ้าปูที่นอน 

/\_______/\____/\____
สัญญาณชีวิตของนายจันสะกิดใจ ณ เวลา 1 ทุ่ม 17 นาที

มันคือสัมผัสของผู้ใหญ่  การก้าวผ่านเขตแดนต้องห้ามของคำว่ากฏหมายคุ้มครองเยาวชน   จัน สะกิดใจนั่งหน้าซีดตาดำหาย... กลายร่างเป็นเส้นการ์ตูนผู้หญิงนิ้วก้อยกระดก  อีกด้านหนึ่งของความรักต่างวัยแบบนี้เขาไม่ต้องการรับรู้  เขาต้องรีบกดปิดเสียง...

มือไขว่คว้าไปหาโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงอย่างสั่นกลัว   หัวใจมันเต้นช้าลงทุกขณะ   “....แกอย่าหักคามือไปก็แล้วกัน  น้องโขนที่รักของฉัน.....” คล้ายกับมองเห็นภาพ สองสายตาที่สบมองผสานกัน  ดวงตาของเพื่อนร่วมชั้นเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำตาใส  และดวงตาของอาจารย์หนุ่มก็ถลึงตาอย่างจริงจังพร้อมบดขยี้อีกคนให้แหลกคามือ... 

“......เบามือหน่อยนะครับพี่คีตะ.....ครั้งแรกของผม.....”   แค่คำพูดเขาก็มองเห็นภาพโขนช้อนมองตาคนรักอย่างหวานซึ้ง  หลังจากนั้นมือที่มีริ้วรอยต่างวัยกันมากก็คงจะผสานกัน  จากนั้นก็....แล้วแต่บรรยากาศจะพัดพาไป  เส้นด้ายบางๆในใจของคนมีแผลขาดผึ่ง...

__________________________
สัญญาณชีวิตของนายจัน สะกิดใจ ณ เวลา 1 ทุ่ม 20 นาที

จันล้มตัวลงไปสลบไสลคาที่ที่ข้างเตียงนอนของตัวเอง   กลิ้งลงไปเป็นซากอยู่บนพื้นด้วยร่างกายที่ซีดเผือก..   ยากจะรู้ได้ว่าโขนรับรู้สิ่งที่เขาต้องการสื่อออกไปหรือเปล่า  แต่ที่แน่ๆคือเขาได้รับรู้ในสิ่งที่ไม่อยากรับรู้เลยซักนิดมาเต็มที่  ลาก่อนโลกใบนี้... ฉันขอลาก่อน.....

พระร๊องรองที่น่าสงสารได้จากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 15 ปี
ในค่ำคืนที่มีเสียงไม่พึงประสงค์ดังคลออยู่ในห้อง...

ผิดจากอีกฉากหนึ่งที่มีบรรยากาศแช่มชื่นของความสุขแผ่ออกมา  ณ คอนโดมีเนี่ยมย่านพญาไทในช่วงเวลา 1 ทุ่ม 20 นาที  จอโทรทัศน์เปิดข่าวรอบค่ำ  ที่กำลังนำเสนอเรื่องภัยธรรมชาติอย่างใหม่ของคนเมืองหลวง นั่นคือทะเลรถยนต์ที่หนาแน่นในยามเลิกงานและยามเช้าตรู่

ก่อให้เกิดปัญหาโรคภัยบางอย่างขึ้น เช่นการเป็นนิ่ว การเป็นตะคริว เพิ่มงานให้กับคลินิคและโรงพยาบาลที่ต้องรองรับโรคของคนเมือง    อลิน แย้มเก้อในชุดลูกเสือนั่งบนโซฟาพร้อมกับถือแก้วนมอุ่น  หัวใจยังคงสั่นรัวจากการสารภาพความในใจที่สถานีรถไฟฟ้า BTS เมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อน  

ดวงตาสีเขียวเหลือบมองไปทางเจ้าของห้องซึ่งกำลังล้างจาน   ถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าเขาอย่าเพิ่งกลับ  แต่ก็ไม่บอกว่าทำไม.. สิ่งแรกที่ทำคือกลับห้องมาห้องจานเพราะทนเห็นความสกปรกไม่ได้    ทิ้งช่วงแบบนี้ทำเอาเขาเดาไม่ออกเลยว่ากลับมาที่นี่ทำไม...

ที่แน่ๆคือเขาก็เผลอกอดตอบไปแบบไม่อายผู้คนด้วย

กลับมาคิดเอาตอนนี้ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ...  พูดเองว่าชอบ แล้วก็กอดตอบรับอีก  ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหัวหน้ากองบัญชีคิดกับตัวเองอย่างไร    “อลิน?  นั่งหน้าแดง  นายเป็นอะไรไปรึเปล่า?”  เสียงทุ้มดึงให้หลุดจากภวังค์เพ้อพก 

มือรีบยกแก้วนมอุ่นขึ้นซดทีเดียวหมด   จนเผลอสำลัก   เดือดร้อนให้ร่างโปร่งนั่งลงข้างๆและคอยลูบหลังให้   “มะ..ไม่มีอะไรครับ... ผมก็แค่คิดอะไรเพลินๆ....”

“คิดเรื่องที่ BTS เมื่อกี้?”  รีวัลย์ถามเยี่ยงรู้ทัน   ใบหน้าอ่อนวัยแสดงออกอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องตอบว่าใช่หรือไม่ใช่  

อลินเบือนมองไปทางรูปภาพวาด Abstract ที่ติดอยู่บนผนังด้านหลังของโซฟาตัวยาวแก้เก้อ  “.... ผมก็เขินนะครับ... เพราะผมเป็นคนพูดออกไปเอง...”  คำว่าชอบไม่ใช่เรื่องที่จะพูดออกไปได้ง่ายๆ  แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความพยายาม  หากต้องการสื่อผ่านความรู้สึกดีๆนี้ออกไปให้รับรู้  

แน่นอนว่ามันไม่ได้มีระบุเอาไว้ในโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  เขาคิดว่าเด็กในวัยนี้ตรงไปตรงมา แต่เด็กผู้ชายน่าจะเป็นซึนเดเระเสียด้วยซ้ำ  แต่มันไม่ใช่...   “ที่นายพูดมาแบบนั้น