[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 30

posted on 19 Aug 2013 15:14 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l
26 l 27 l 28 l 29 l     
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 ภูมิคุ้มกันหัวใจของคนเราอ่อนแอที่สุดในช่วงเวลาไหน

กรณีแรกคือตอนที่อกหัก  หากไม่โกรธจนกลายร่างเป็นปีศาจ  ก็จะมีหลุมโหว่วว่างเกิดขึ้นในหัวใจ ง่ายต่อการที่คนอื่นจะเข้ามาแทรกแซงได้ในตอนนั้น แต่มักจะไม่เกิดผลกับคนที่มาหักอกซักเท่าไหร  กรณีที่สองคือตอนที่เจ็บป่วยไม่สบาย  มีคนใจดีด้วยก็ใจอ่อนง่ายขึ้นไปอีก 

ที่พูดมาทั้งหมดช่างเหมาะแก่การเข้าไป NTR
แต่ในกรณีนี้จะพูดถึงคนรักที่ทะเลาะกันอยู่..

ตอนที่ 30 : ยามป่วยเชื้อโรคก็ทำลายทิฐิไปได้ด้วย

ท้องฟ้าปลอดโปร่งเป็นสีฟ้าขาวของเมฆและผืนฟ้าแสนสดใส   เป็นสัญญาณอันดีว่าเรื่องราวจะดำเนินไปอย่างสงบสุข   เครื่องบินสายการบินทั้งในและต่างประเทศสัญจรไปมาทางอากาศ ลงจอดและออกบินไปจากลานสนามบินนานาชาติของประเทศแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งหนึ่ง

 ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ  เหล่าผู้คนทั้งนักท่องเที่ยว คนทำงาน ในหลากหลายสัญชาติยืนต่อคิวด่านตรวจคนเข้าเมืองอย่างเป็นระเบียบ  เจ้าหน้าที่ตรวจพาสปอร์ตผ่านไปทีละคนสองคน  ไม่นานตัวละครหนึ่งก็ได้เดินผ่านออกไป 

ชายวัยกลางคนไว้ผมยาวและสวมแว่นตาเดินลากกระเป๋าเดินทาง พลางหอบถุงใส่ขนมปังที่ซื้อติดตัวมาจากต่างประเทศ  เดาแทบไม่ออกเลยว่าตัวละครนี้เป็นใคร...   ใบหน้านั้นมีริ้วรอยจากอายุและความเครียดที่เกิดขึ้นจากงานที่ทำอยู่   

มือหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมขึ้นมาเปิดหน้าจอ  เผยให้เห็นรูปครอบครัว 4 คน พ่อแม่ลูกแสนสุขสันต์  ยิ้มกันอยู่แค่สองคน ขณะที่ลูกชายและลูกสาวคนหนึ่งหน้านิ่ง ส่วนอีกคนก็เบือนมองไปทางอื่นคล้ายกับเซ็งอะไรบางอย่าง...  

เด็กหนุ่มสาวในชุดนักเรียนมัธยมต้น
เงื่อนงำที่ชี้ชัดว่าเจ้าตัวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตัวละครหลัก

เขากดเรียกรายชื่อที่บันทึกเอาไว้และโทรออกไป  ชื่อที่บันทึกเอาไว้ว่า [My sweet home]   “เครื่องมาถึงแล้วนะ กำลังจะกลับบ้าน”  น้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่ให้คนรับ

ผู้คนมากมายเดินทางสัญจรเข้าออกสนามบินนานาชาติอันใหญ่โต  บ้างเข้ามาท่องเที่ยว บ้างเข้ามาทำงาน บ้างเข้ามาทำอะไรบางอย่าง(?)  มาหาคนรัก มาตามหาคน กลับมาบ้านเกิด เหตุผลเป็นร้อยเป็นพันอย่างมีไว้สำหรับการเข้ามาประเทศหนึ่งๆ  ที่แน่ๆผู้ชายคนนี้กลับมาพร้อมกับกลิ่นไอของดราม่า....

อินเตอร์เน็ตนั้นแสนช้า 
แต่ไฉนดราม่าจึงก่อเร็วกว่าอับโหลดรูปขึ้นSocial Network

ดราม่าที่ 1 เกิดขึ้นที่บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน  หญิงสาวในชุดกาวน์คล้ายนักวิจัยกระวนกระวายรอความช่วยเหลือจากคนที่พึ่งพาได้  ข้างกายของเธอมีร่างของนักเรียนมัธยมต้นคนหนึ่งนอนขดตัวเป็นหนอนชาเขียวบนโซฟา  มือกุมท้องเอาไว้แน่นด้วยสีหน้าเจ็บปวด....

ฉากช่องเหมือนละครหลังข่าวที่ตัวเองมีปัญหาในการตั้งครรภ์...  แต่นี่มันฟิคชั่น Boy Love…    “น้องอลินหนอนชาเขียว อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวรีวัลย์มาแล้วเราจะไปโรงพยาบาลกัน!”   อยู่ในอารมณ์ร้อนรนตกใจ  ก็ยังมิวายจะเล่นมุขหนอนชาเขียว..

“...ปวด....ผมปวด...ท้อง...”  ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเด็กหนุ่มที่หน้าซีดเป็นกระดาษ A4 ยี่ห้อเอสองตัว   พนักงานร้านกาแฟสาวใสไร้ใบหน้ายืนหันซ้ายหันขวากระวนกระวายไม่ต่างกัน  

บนโต๊ะกระจกมีหลักฐานของอาชญากรรม(?)เหลืออยู่   แก้วกาแฟที่เหลือเพียงก้นแก้ว...  เหลือน้ำสีดำทิ้งเอาไว้นิดหน่อย  อาจจะเป็นยาพิษ(?)    หาญจิตลูบหัวปลอบโยนให้แฟนของเพื่อนร่วมงานอดทนรอ  ควรจะเรียกว่าแฟนมั้ย หรือจะเรียกว่าอดีตแฟนดีล่ะ....  

อลินนอนขดตัวอย่างทรมาน  สองมือกอบกุมท้องเอาไว้  บรรยากาศตึงเครียดเสียจนหญิงสาวสวมแว่นตาไม่กลายดี๊ด๊าเหมือนปกติ   ไม่กล้าคิดมุข   เธอก็ได้แต่สงสัยต่อไปว่าเกิดอะไรขึ้น  “เดี๋ยวรีวัลย์ก็มาแล้ว ให้อ้นไปตามแล้วนะ”  สายตาเหลือบมองไปทางตัวประกอบสาวที่ตกใจไม่แพ้กัน  

ความเป็นไปได้ที่ 1 : โดนวางยาพิษ เพราะพิษรักแรงหึงของพนักงานร้านกาแฟ
ความเป็นไปได้ที่ 2 : ไส้ติ่งเกิดอักเสบขึ้นมาอย่างกระทันหัน
ความเป็นไปได้ที่ 3 : ท้องในวัยเรียนแล้วเกิดอุบัติเหตุ......

ข้อสุดท้ายมันจะเป็นไปได้ยังไงเพราะนี่มันคือเรื่องแนว Boy Love  จึงเหลือความเป็นไปได้แค่สองข้อเท่านั้น  เธอก็ไม่กล้าฟันธงเพราะไม่ใช่นักสืบ...  ตัวประกอบไร้ใบหน้าคนนี้แม้จะเป็นแค่ตัวประกอบ  แต่เธอคนนี้เป็นแฟนคลับของหัวหน้าทหารในการ์ตูนเรื่อง Attack on Titan ที่หน้าตาคล้ายๆหัวหน้ากองบัญชี  

กระนั้นนี่ไม่ใช่เวลามาสงสัย   ไม่นานคนที่รอคอยก็เข้าฉากมาเสียที    “หาญจิต  อลินเป็นอะไร?”    หัวหน้ากองบัญชีและเลขานุการสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาภายในร้านกาแฟใต้บริษัท  

“อย่าเพิ่งถามเลยน่า  ฉันว่านายพาน้องอลินหนอนชาเขียวไปโรงพยาบาลก่อนเหอะ  เอากุญแจรถมาแล้วใช่เปล่า?”  ดวงตาคมมิได้จดจ้องไปทางคนที่พูดด้วยเลย   สายตาคอยมองแค่เด็กหนุ่มซึ่งกำลังทรมานเท่านั้น   

ใบหน้าที่ซีดเซียว  เหงื่อปริ่มไหลเพราะความเจ็บปวด   กาแฟที่หลงเหลืออยู่แค่น้อยนิด หรือจะโดนวางยาจริงๆ?   แม้ร้อนรนก็ต้องทำใจเย็น   “อลิน ฉันจะพาไปโรงพยาบาล ทนหน่อย ทนได้สินะ?”  มือแกร่งวางลงที่บ่านักเรียนมัธยมต้นในชุดกางเกงสีกากี   

อลินผงกศีรษะตอบเบาๆ   แค่นั้นชายหนุ่มก็วางใจได้  แต่ก็วางใจได้แค่ตอนนี้เท่านั้น   “อดทนนะ นายทนได้อยู่แล้ว”  ดวงตาสีเขียวสนามหญ้าจ้องมองหน้าคนพูดตอบ 

ในนัยน์ตาสีดำขลับทอประกายห่วงใย  เพียงเท่านั้นเขาก็ผงกศีรษะตอบเป็นครั้งที่สอง  “....ครับ....ผมทนได้.....”  แม้จะเจ็บร้าวในท้องเยี่ยงฉากอุบัติเหตุจากการตั้งครรภ์.... 

มือแกร่งล้วงหยิบเอากุญแจรถในกระเป๋าเสื้อสูทส่งให้เลขานุการข้างกายทันที   “เพชรา เอากุญแจรถไป”  ขยับเข้าไปใกล้ร่างของแฟนหนุ่มคล้ายกับจะอุ้มขึ้นมา  

เลขานุการสาวมองหน้าเจ้านายในทันที   “หัวหน้าอุ้มได้เหรอคะ?”   ไม่ได้อยากจะบอกว่าหัวหน้าเตี้ยหรอกนะ... เธอไม่ได้ตั้งใจคิดแบบนั้นจริงๆนะ!

สิ่งที่เกือบจะดราม่าเมื่อครู่หายไปในทันใด...

รีวัลย์ยืนนิ่งเก็บอารมณ์  หาญจิตตั้งใจจะหัวเราะแต่จำต้องยกมือขึ้นมากลั้นขำ  ส่วนเพชรานั้นไซร้จ้องมองด้วยสายตาไม่เชื่อถือ  คนป่วยไม่นับอยู่รวมในเหตุการณ์   มันคงจะโรแมนติกมากหากเป็นฉากพระเอกอุ้มนางเอก... ในที่นี้คงเป็นตัวเอก ขึ้นมาไว้ในวงแขนด้วยท่าเจ้าหญิง  แต่...  เรื่องนี้คือปิ๊งรักระยะสิบเซน....อันมีที่มาจากส่วนสูงที่ต่างกัน 10 เซนติเมตรของคู่รัก 

หัวหน้ากองบัญชีโดนเหยียดหยามด้วยคำพูดธรรมดาๆของเลขานุการผู้มีโอกาสเป็นต้องทรยศเจ้านาย  บางครั้งเขานึกสงสัยจริงๆว่าเธอแค้นเคืองอะไรเขาอยู่ลึกๆหรือเปล่า    “ทำไมจะอุ้มไม่ได้”  ร่างโปร่งเดินไปใกล้โซฟา

ทุกสายตามองกันเป็นทางเดียว รวมถึงตัวประกอบหญิง A ด้วย...  มองด้วยความเป็นห่วงว่าจะอุ้มได้แน่หรือไม่   “อุ้มดีๆล่ะรีวัลย์   เดี๋ยวน้องอลินหนอนชาเขียวจะกระเทือน”   ปวดท้องเพราะอะไรก็ไม่รู้ ไม่ใช่ปวดท้องจะคลออด....  

เหมือนดั่งประเทศไทยมี 4G ยิ่งกว่าความสำเร็จของโครงการรถไฟความเร็วสูง  หัวหน้ากองบัญชีช้อนร่างของนักเรียนมัธยมต้นขึ้นมาอยู่ในวงแขน  และแน่นอนว่ามันอยู่ในท่าเจ้าหญิง!?   ดวงตาคนมองพากันเบิกกว้าง  นี่พวกเธอมั้งหลายลุ้นอะไรกัน....

อลินแม้จะทรมานก็ยังมีสติพอจะยกแขนขึ้นพาดบ่าชายหนุ่มเอาไว้   “.....ไม่หนักเหรอครับ....”   นักกีฬาบาสเก็ตบอลส่วนสูง 170 เซนติเมตร.. สูงกว่าคนอุ้มซะอีก 

“ไม่  นายคิดว่าฉันเป็นพวกนั่งโต๊ะทั้งวันจนไม่มีแรงรึไง”   ใบหน้าคมหันมองคนในวงแขนของตัวเอง  ยามถูกจ้องแม้จะรู้สึกอาย แต่ความเจ็บปวดในช่องท้องมันมีมากกว่า...

“....ขอโทษนะครับ......ที่เป็นภาระ....”  น้ำเสียงอ่อนแอลงพร้อมกับมือที่กุมท้องตัวเองเอาไว้แน่นอีก   สีหน้ายิ่งซีดเซียวเป็นกระดาษขาว  

“เพชรา  ไปที่รถได้แล้ว”  หัวหน้าหนุ่มหันไปบอกลูกน้องสาว    หญิงสาวผมสั้นสีบรอนด์ส้มยกมือขึ้นเกาแก้มประหนึ่งมีความคิดบางอย่างอยู่ในใจแล้วไม่กล้าพูดมานาน 

“......ฉันจะบอกว่า....  บริษัทเราอยู่ใกล้โรงพยาบาลมากเลยนะคะ ... ถ้าเอารถไป.. จะยิ่งช้ารึเปล่าคะ...”   เพราะมัวแต่ไปรถติดบนถนนที่แสนแน่นขนัด....

สิ้นประโยคคำพูดของเลขานุการผู้ชอบตัดมุขด่าหัวหน้า(?)   หาญจิตและรีวัลย์พลันนึกถึงแผนที่ภูมิศาสตร์ของที่นี่ทันที  แม้จะบอกว่ามันใกล้   แต่การเดินอุ้มอลินไปเข้าโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน หรือโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้น...  มันไม่ง่าย.....

เพชรา.... เธอตัดมุขให้การช่วยเหลือช้าลงไปสองรอบแล้วนะ...

คิ้วคมเริ่มกระตุกคล้ายจะขมวด  หากแต่ยังคงยั้งอารมณ์เอาไว้แม้มันจะร้อนเป็นไฟเพราะเด้กหนุ่มป่วย   “ฉันรู้ว่าที่นี่ใกล้โรงพยาบาล  แต่เธอคิดจะให้ฉันแบกอลินไปทั้งส