[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 31

posted on 22 Aug 2013 00:11 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l
26 l 27 l 28 l 29 l 30 l     
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ความเป็นพ่อแม่มักเป็นกำแพงใหญ่ในความรักเสมอ

ด่านสุดท้ายท้ายสุดยิ่งกว่าเพื่อนฝูงหรือสังคมรอบตัว นั่นคือบิดามารดาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง   มีลูกสาวว่าหวงแล้ว ลูกชายมีผู้ชายมาจีบยิ่งน่ากังวลใจมากกว่า  ความรักไม่ใช่เรื่องความเข้าใจของคนสองคนเท่านั้น เป็นความเข้าใจของคนในครอบครัวด้วย มันคือด่านอรหันต์ที่ผ่านยากเย็น 

ต่อให้ปราบบอสลับได้แล้วก็ใช่ว่าเกมส์จะจบลงได้
เพราะบอสจริงๆยังไม่โดนปราบ..จะจบเกมส์ได้อย่างไร

ตอนที่ 31 : พ่อตากับลูกเขยเป็นความสัมพันธ์แบบเส้นขนาน

โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนแปรสภาพเป็นสนามรบชั่วคราวในยามบ่าย   บรรยากาศมาคุแผ่ออกจากห้องพักชั่วคราว  หมอ พยาบาลและคนไข้ผ่านไปมารู้สึกถึงบรรยากาศหนาวเย็นเหมือนทุ่งน้ำแข็งขั้วโลกแผ่ออกมา  เย็นยะเยือกแบบไร้สาเหตุว่ามันมาจากไหน...

หญิงสาวสองคนสองสไตล์เดินกลับมาจากแผนกการเงินของโรงพยาบาล  หลังจากจัดการค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเสร็จเรียบร้อย  อย่างน้อยๆทั้งคู่ก็ไม่นอกลู่นอกทางเอาบัตรเครดิตของหัวหน้ากองบัญชีไปใช้อย่างอื่น  เฉพาะค่ารักษาพยาบาลก็มากพอแล้ว...

“หัวหน้าจะไปเรียกเก็บจากพ่อแม่น้องอลินรึเปล่านะ”  เลขานุการสาวที่คอยแซะแทะเล็มหัวหน้านึกสงสัยเมื่ออ่านบิล  หากเป็นหัวหน้าคนเดิมที่เธอรู้จักคงไม่มีทางจ่ายไปเปล่าๆ  

หาญจิตหัวเราะขำขัน   “ลองจ่ายค่ารักษาให้ขนาดนี้ ต่อไปคงจ่ายค่าเทอมให้น้องอลินหนอนชาเขียวด้วยล่ะมั้ง อิๆๆ”  สองสาว Office Lady เริ่มเปิดเผยเม้าส์คนที่ไม่อยู่

“คำนวนค่าใช้จ่ายกว่าน้องอลินจะเรียนจบก็คงเยอะไม่น้อยนะคะเนี่ย”  งบประมาณที่ตั้งเอาไว้ในโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แค่ 1 แสนบาทจะไปพอรับผิดชอบชีวิตลูกชายคนอื่นได้อย่างไร  ชายหนุ่มช่างเค็มเหมือนทะเลสาบ(?)  

“ก่อนจะถึงขั้นนั้น  รักจริงหวังแต่งก็ต้องเจอพ่อแม่เขาก่อนล่ะนะเพชรา”  เพื่อนร่วมงานนึกอยากเห็นภาพหัวหน้ากองบัญชีหน้าตายไร้อารมณ์ปะทะกับพ่อตา(?)   มันคงน่าดูเหมือนละครหลังข่าวไม่ใช่น้อย..  หรืออาจจะไม่มีวันนั้นกันแน่นะ?  

เพียงแค่ส้นสูงของหญิงทั้งสองเหยียบผ่านประตูห้อง  เสียงแหบของชายวัยกลางคนคนหนึ่งพลันดังขึ้น  “พ่อไม่ยอมรับ!!!”  สองสาวพากันจ้องไปยังม่านสีเขียวอันเป็นที่มาของเสียงทันที  พร้อมๆกับเหล่าไทยมุงที่พยายามสอดส่องอยากรู้อยากเห็น  

“เสียงนั่น?  มาจากเตียงน้องอลินใช่รึเปล่าคะ?”  เพชราหันถามหญิงสวมแว่นตา  เธอผงกศีรษะตอบ  มันไม่ผิดแน่ๆ  มันมาจากหลังม่านสีเขียวใกล้ๆนี้....

ดูเหมือนทั้งคู่จะได้ดูละครหลังข่าวสมใจ
ละครเรื่อง “พ่อตาเฮี๊ยบ กับลูกเขยคราวแม่”

เพชราและหาญจิตแอบแง้มม่านมองเข้าไปภายใน   ข้างเตียงนั้นชายหนุ่มในชุดสูทกำลังโดนชี้หน้า  ขณะที่คนป่วยนั่งทำหน้าตาเหวอและตกใจ   ส่วนคนที่ชี้หน้าหัวหน้ากองบัญชีนั้นมีผมยาวประบ่าเยี่ยงหมอในสมัยก่อน  ภายใต้แว่นตากลมๆนั้นมีใบหน้าที่มีส่วนคล้ายคลึงกับอลิน แย้มเก้ออยู่  

“อลิน ตอบพ่อ  ทำไมลูกโดดเรียนมาอยู่ที่นี่ ทำแบบนี้ได้ยังไงน่ะ  ผู้ชายคนนี้ทำลูกเสียคนเหรอ”  บิดาตื่นตกใจที่ต้องมาเจอลูกชายในที่แบบนี้.. และในเวลาเรียนเสียด้วย  

“แล้วนี่มันอะไรกัน จู่ๆบอกว่าเป็นแฟนอะไร  ทำไมลูกคบกับผู้ชายอายุคราวแม่ของลูก  โดนมันหลอกใช่มั้ย???”  คำพูดยิ่งตอกย้ำให้เห็นความไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าของป๊ะป๋า  

“ใจเย็นๆสิพ่อ!  คุยกับพี่รีวัลย์ดีๆ”   อลินแม้จะยังปวดท้องก็พยายามจะสงบสงครามให้ได้  แต่มือที่เอื้อมไปจับแขนเสื้อของแฟนหนุ่มมันกระตุกต่อมหวงลูกชายเข้า 

คุณหมอวัยกลางคนเดินไปกั้นกลางระหว่างคนทั้งสอง  อย่ามาทำตัวสนิทสนมกันต่อหน้าบุพการี   “พี่? ลูกเรียกผู้ชายคนนี้ว่าพี่เหรอ  ลูกควรจะเรียกว่าน้านะ”  ประโยคคำพูดคล้ายคลึงกับเคยได้ยินจากพระร๊องรองมาก่อน...  

ดวงตาสีดำจ้องมองหน้าผู้ที่เขย่าโคอาล่ามาร์ชจนเกิดเป็นเด็กหนุ่มออกมา   “คุยกันด้วยเหตุและผลดีกว่าครับ อย่าใช้อารมณ์”  เกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็นตามความเสี่ยงที่เขียนเอาไว้ในโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ความเสี่ยงที่ xx กรณีเข้าพบปะกับผู้ปกครองเด็ก  มีโอกาสมากกว่า 80% ที่พ่อแม่ของเด็กจะอารมณ์เสียและโวยวายใส่  ให้สงบสติอารมณ์และใช้สมาธิ  ทำความเข้าใจและนึกถึงบุญคุณของอีกฝ่ายที่ให้กำเนิดเด็กคนนั้นมา  พูดคุยและสนทนาอย่างมีเหตุผลและใจเย็นให้ได้มากที่สุด

มันอาจจะเร็วกว่าที่คาดเอาไว้...  แต่ก็ต้องผ่านไปให้ได้   มือหยาบจากการทำงานขยับแว่นตา  สายตามองจ้องจับผิดปานนับตีนกาบนเปลือกตาอีกคนว่ามีกี่เส้น  “คุณมาหลอกอะไรอลินรึเปล่า อลินเป็นเด็กดีไม่มีทางออกนอกลู่นอกทางแบบนี้”

“ไม่ได้หลอกครับ  พวกเราคบกันอย่างบริสุทธิ์ใจ”  ประโยคทั้งประโยคแทบจะโดนสะท้อนออกไปทางอื่น ไม่เข้าหูคนฟังแม้แต่คำเดียว  ไม่ยอมรับรู้และยอมรับฟังมัน 

คุณหมอคชา แย้มเก้อจ้องหน้าพนักงานบริษัทที่สูงเพียง 160 เซนติเมตรแบบจับผิด “ฉันไม่เชื่อ  อลินโดดเรียนมาไกลขนาดนี้มันไม่ใช่!”   

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ... ลูกชายโดนยัดเยียดให้เป็น Uke!
มันไม่ใช่!  ทำไมลูกชายชอบผู้ชาย!

เกินกว่า 10 ปีที่ครอบครัวแย้มเก้อมีสมาชิกร่วมบ้านผู้หญิงอย่างมะขาม เอกมันต์   เด็กทั้งสองคนใกล้ชิดสนิทสนมกันเป็นอย่างดี  ไม่มีทางที่รสนิยมของอลินจะเปลี่ยนเบี่ยงเบนไปทางชอบเพศเดียวกันได้  การเลี้ยงดูก็ไม่เคยผิดพลาด ลูกชายไม่มีทางออกนอกลูกนอกทางขนาดนี้!  

“พ่อ ผมโดดเรียนมาเองไม่เกี่ยวกับพี่รีวัลย์ อย่าไปว่าเค้า”   เด็กหนุ่มคนกลางรีบออกตัวปกป้องด้วยความจริง   หากแต่ชายหนุ่มผมดำส่ายใบหน้าคล้ายจะบอกเป็นนัยให้เงียบไปเสีย 

“อลินเงียบซะ พ่อจะพาลูกกลับบ้าน  เราต้องคุยกันทั้งบ้าน”   คุณพ่อคชาประคองร่างลูกชายลงจากเตียงคนไข้  ไม่ยอมให้อีกคนเข้ามาช่วยและแตะต้องตัวของเด็กหนุ่มได้อีก 

ดวงตาสีเขียวมองร่างโปร่งต้องการความช่วยเหลือและเป็นห่วง   รีวัลย์เดินมาดักหน้าสองพ่อลูกแย้มเก้อ    “ผมจะไปส่งให้”  แสดงตัวรับผิดชอบทุกการกระทำ 

แต่อีกฝ่ายจ้องหน้ากลับด้วยสายตาที่แข็งกร้าว   “ไม่ต้อง   ฉันไม่รับความช่วยเหลือ”   โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ชายลึกลับที่มาหลอกลวงลูกชายตน! 

เด็กผู้ชายอายุ 15 นักเรียนมัธยมต้นที่ควรจะมี Puppy Love แบบนักเรียนมัธยมต้นทั่วไป  ชอบพอกับนักเรียนหญิงซักคนในโรงเรียนอย่างน่ารัก ช่วยกันเรียนหนังสือ  ไฉนเลยลูกชายจึงมีผู้ชายแก่คราวแม่มาบอกว่าเป็นแฟน  เป็นผู้ชายด้วยกันอีกตะหาก  พ่อรับไม่ได้!

จะต้องพาลูกชายขึ้นทางด่วนกลับบ้าน
แทนที่จะปล่อยให้มีโรคจิตใน BTS พาไป!

“พ่อ  อย่าพูดแบบนั้นกับพี่รีวัลย์สิครับ!”  อลินจ้องหน้าบิดาตัวเอง  หากแต่หัวหน้ากองบัญชีส่งเสียงไอในลำคอคล้ายกับปรามไม่ให้ทำแบบนั้น  

“อลิน อย่าพูดจาแบบนั้นกับพ่อ  ฉันไม่เป็นไร  เดี๋ยวจะเจ็บกระเพาะ”  ร่างโปร่งยกนิ้วขึ้นป้องปากเป็นสัญญาณบอกให้เด็กหนุ่มใจเย็นๆ..  ความเครียดจะกระเทือนไปถึงแผลในกระเพาะอาหารได้  

ยิ่งเห็นคนอ้างตัวเป็นแฟนลูกชายทำท่าทีเป็นคนดี คนฟังยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก   “ไม่ต้องพูดจาเหมือนเป็นแฟนลูกชายฉัน ฉันไม่ยอมรับ อลินกลับบ้าน!”   วันนี้จะต้องมีประชุมใหญ่สามัญประจำบ้านแล้ว  มือยกขึ้นจับคาเสื้อด้านหลังชุดนักเรียนลากให้เดินตาม  

“เดี๋ยวสิครับพ่อ!”  ใบหน้าอ่อนวัยตวัดมองหน้าชายสูงวัยกว่าขณะเดินผ่านหน้า    หัวหน้ากองบัญชีพยักใบหน้าคล้ายกับต้องการสื่อว่าเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี  

“กลับบ้านไปพักผ่อน  ฉันจะไลน์หา แล้วเราค่อยคุยกัน”  ชายหนุ่มเอื้อมมือไปแตะที่แก้มนักบาสเก็ตบอลมัธยมต้นแผ่วเบา

อลินมองอย่างอาลัยและเป็นกังวล   บิดาสวมแว่นตาสะบัดเปิดม่านสีเขียวอย่างรวดเร็ว  เผยให้เห็นร่างของ OL จอมจุ้นสองคนยืนมองอยู่  ทั้งคู่พยายามทำตาใสเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น   ผู้ปกครองของอลิน แย้มเก้อจ้องมองนิ่ง  ดูเหมือนลูกชายจะโดนดึงไปโลกของผู้ใหญ่...

“เอ่อ...  คุณพ่อของน้องอลิน  นี่บิลค่ารักษาค่ะ  หัวหน้าจ่ายค่ารักษาให้แล้ว”  เพชราผู้ชอบรังแกเจ้านายยกบิลค่ารักษาพยาบาลขึ้น  

คุณหมอคชาคว้ามันมาจากมือเรียว  “ฉันจะจ่ายคืนทั้งหมด”    อ่านตัวเลขที่เขียนอยู่บนบิลกระดาษขาวแล้วจึงหยิบเงินบาทที่มีอยู่ในกระเป๋าสตางค์ยัดใส่มือเลขานุการสาว  ไม่ขอรับความช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น  

“ขอนามบัตรบริษัทพวกเธอด้วย  ค่าใช้จ่ายอะไรก็ตามที่เสียไปกับอลิน ฉันจะจ่ายคืนให้ทั้งหมด เอาที่ติดต่อมา”  หาญจิตกับเพชราพากันมองหน้ากันและกัน  

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะคุณพ่อของน้องอลินหนอนชาเขียว  รีวัลย์เต็มใจจ่ายให้น้องอลินนะคะ  ก็เป็นแฟนกันนี่นา”   เหมือนราดน้ำมันลงไปในกองไฟให้เพื่อนร่วมงานต้องลำบากได้อีก  

OL เรียกชื่อลูกชายอย่างสนิทสนมพาลให้ขุ่นเคือง  จะโดนสาวออฟฟิศจีบมันยังจะดีกว่ามีพนักงานบริษัทชายมาจีบ..  ป๊ะป๋ารับไม่ได้!  “ไม่ใช่แฟน ไม่ให้เป็น ไม่รบกวน ลูกชายฉันฉันดูแลได้”    แบมือขอนามบัตรอีกครั้ง  

หัวหน้ากองบัญชีเดินตรงเข้ามาหาและหยิบนามบัตรของตัวเองส่งให้   “นี่นามบัตรกับเลขที่บัญชีของผม”  เพื่อนร่วมงานทั้งสองมองอย่างอึ้ง  กับพ่อตาในอนาคตก็ยังจะเรียกเงินคืนเหรอ!

“แล้วผมจะส่งบิลค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปให้  ถ้าต้องการ”   รีวัลย์ใจเย็นและตอบผู้ปกครองอลินอย่างว่าง่ายและตามใจขับให้หญิงทั้งสองอึ้งทึ่งไปกว่าเดิม...   ผู้ชายที่ทำให้ลูกน้องต้องหวาดผวา  เมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อตากลับว่าง่ายขึ้นมาเลยเชียว!