[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 33

posted on 26 Aug 2013 23:18 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l
26 l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l     
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
โฆษณาหลายๆชิ้นมักพูดถึงเรื่องการตามความฝัน

เครื่องดื่มบำรุงสมอง อาหารเสริม บางครั้งก็รวมไปถึงโฆษณาของมึนเมา(?)  นอกจากพูดถึงเรื่องการตามความฝันยังพูดถึงเรื่องการฝ่าฟันอุปสรรค  หลังจากนั้นจึงเริ่มขายของอย่างเนียนๆ ที่คนดูลืมคิดไปเลยว่ามันเกี่ยวอะไรด้วย ก็ว่าไปนั่น...  การตามหาความฝันมักอยู่คู่กับความฝ่าฟันอุปสรรคเสมอๆ

ความรัก ความฝัน เมื่ออยู่ร่วมกันจะมีเรื่องของอุปสรรคเข้ามาเกี่ยว
ในระยะ 10 เซนติเมตรมีหลายมิลลิเมตรที่เป็นอุปสรรค

ตอนที่ 33 : อุปสรรคเป็นขวากหนามที่ต้องก้าวผ่านไป

ควันแห่งดราม่ายังคงคลุ้งอยู่เหนือหลังคาบ้านหลังหนึ่งในซอยใกล้สถานี BTS สะพานควาย  แม้อากาศจะสดใสเพียงใด บรรยากาศของบ้านตระกูลแย้มเก้อก็ยังหม่นหมองอย่างน่าประหลาด  ขณะนี้เวลา 08.30 น. ก่อนเวลานัดเดทครั้งสุดท้ายของคู่รักต่างวัย 30 นาที

ลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านแต่งตัวด้วยชุดลำลองเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป   ร่างสูงโปร่งมองนาฬิกาภายในห้องนอนที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์การ์ตูนบาสเก็ตบอลเรื่องหนึ่ง  ดูเหมือนเขาจะตื่นไม่สาย ทั้งๆที่เมื่อคืนกว่าจะข่มตานอนลงไปได้ก็ดึกดื่น

อลินหยิบแบตสำรองของโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋าเป้  กระเป๋าเป้ที่เหลือพื้นที่อีกเยอะเพราะใส่เพียงกระเป๋าสตางค์และแบตโทรศัพท์สะพายขึ้นหลัง   เด็กหนุ่มมองตรวจสภาพตัวเองในกระจกเงาอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่ดูเด็กเกินไปแล้วจึงเดินออกจากห้องไป  

นี่เป็นการเดทอย่างเป็นทางการครั้งที่สอง  แต่เป็นการเดทที่จริงจังและได้รับอนุญาตเป็นทางการเป็นครั้งแรก  กระนั้นแล้วนี่อาจจะเป็นเดทครั้งสุดท้ายก็ได้ถ้าเขาทำตามข้อตกลงไม่ได้...   เท้าเหยียบบันไดลงไปชั้นล่างได้ก้าวเดียวก็เริ่มสะอึกขึ้นมา

เกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.8 และต้องติดลำดับที่ 1 ใน 5 ของคะแนนสอบเข้าสายวิทย์
มันไม่ง่ายนะ... สำหรับนักเรียนมัธยมที่ไม่เคยกวดวิชาแบบเขา

เอาการศึกษามาเป็นเดิมพันในการคบหากับแฟนหนุ่มต่อไป  ให้เขาคิดเองเขาคิดไม่ถึงแน่ๆ  เพราะสิ่งแรกที่เขาคิดคือจะยอมกินขนมปังสอดไส้แก่ๆ อย่าง เผือก สังขยา ถั่วแดง ลูกเกด  มะพร้าวกวน... อะไรแบบนั้นไปจนครบ 1 เดือน     นี่ก็ฝืนตัวเองมากแล้วนะ...

“พี่รีวัลย์นัดเก้าโมง ยังมีเวลากินข้าวเช้า”  เด็กหนุ่มเดินดุ่มลงมาชั้นล่าง  ตรงดิ่งไปหาอะไรกินที่ห้องครัว  ก่อนจะเข้าไปพลันปะหน้ากับพี่สาว...ล่ะมั้ง.. เข้าเสียก่อน 

ดวงตาสีดำของเด็กสาวในชุดวันพีซกระโปรงจ้องมองหน้า   “อรุณสวัสดิ์อลิน  ข้าวเช้าจะเสร็จแล้ว รอก่อนนะ”   เด็กหนุ่มมองเข้าไปด้านใน

เห็นร่างของพ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้า คล้ายกับตื่นมาตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อสอดส่องลูกชายที่จะออกไปเดทกับแฟนเป็นครั้งสุดท้าย...  จบเดทครั้งนี้คำว่าแฟนจะโดนใส่สถานะเพิ่มเติมไปข้างหน้าหรือเปล่านะ...  ทำเหมือนแกรมม่าในภาษาอังกฤษ...  เติม Ex เข้าไป boyfriend ก็กลายเป็น ex-boyfriend  ถ้าเป็นภาษาไทย เติมคำว่า [อดีต] เข้าไปข้างหน้าก็จะกลายเป็น....

[อดีตแฟน] ว่าง่ายๆก็คือ [แฟนเก่า]

“อรุณสวัสดิ์  ถ้ายังไม่เสร็จฉันรอไปกินกับพี่รีวัลย์ก็ได้”    คุณหมอผู้เป็นพ่อแว่นกระตุกในทันที  ไม่ชินกับชื่อแบบนี้เสียที การที่ลูกชายเรียกคนที่เป็นรุ่นน้องแม่ว่า...พี่....

“อลินมากินข้าว  เป็นโรคกระเพาะอยู่ มากินซะให้เป็นเวลา”   คชาส่งเสียกเรียกลูกชายให้เข้าไป  ถัดไปอีกหน่ายมารดากำลังทำข้าวต้มอยู่ในครัว

“ข้าวยังไม่เสร็จนี่ครับ”  ฉับพลันมือที่มีรอยย่นนั้นก็ชี้ไปที่กองขนมปังกลางโต๊ะ หรือนี่จะกลายเป็นมื้อเช้าของเขากันล่ะ....

มีทั้งไส้เผือก สังขยาไข่ สังขยาใบเตย ลูกเกด ฟักทอง ถั่วแดง ถั่วเหลือง... สารพัดไส้ที่เขาเกลียดทั้งสิ้น  อยากรู้จริงๆว่าไปตระเวนซื้อมาแกล้งกันหรือเปล่า...  อลินมองด้วยสีหน้าไม่สู้ดี  “ผมรอข้าวดีกว่า.....”  โรคกระเพาะจะเป็นยังไงก็ช่างแล้ว

“เมื่อวานลูกยังกินขนมปังไส้เผือกได้เลยที่ต่อรองกับพ่อน่ะ”   คุณพ่อสวมแว่นสวนกลับมา    สองคนพ่อลูกเริ่มเล่นสงครามประสาทกันเบาๆ  

การกินขนมปังสอดไส้แก่ๆเมื่อวานนี้คือจุดด่างพร้อยในประวัติการกิน...   มะขามมองหน้าคนทั้งคู่  ช่างทะเลาะตั้งแง่กันด้วยเรื่องไร้สาระเกินบรรยาย   “เดี๋ยวฉันไปตั้งข้าวให้นะอลิน”   พี่สาวออกโรงช่วยเหลือ

“ไม่ต้องมะขาม  ฉันจะแสดงให้พ่อเห็นว่าฉันมีศักดิ์ศรีพอ”  ความดื้อรั้นแล่นขึ้นสมอง  มือคว้าเอาขนมปังมาแกะห่อพลาสติกออกทันที   ฉันไม่กลัวแกหรอก เจ้าขนมปังสังขยา!! 

หงับ!!!!

กัดกระชากแป้งขนมปังและไส้เยี่ยงฉากกินอาหารของไททันสูง 170 เซนติเมตร  เพียงแค่เข้าปากรสของสังขยาก็คลุกเคล้าไปกับขนมปัง..  คลุ้งกระจายไปทั่วปากและต่อมรับรสของเขา....  ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างจากรสชาติเกินบรรยายของเจ้าสังขยาใบเตยสีเขียว...

“อลินนี่น้ำ  เดี๋ยวติดคอนะถ้าไม่เคี้ยว”   มะขามนึกอยากช่วยจับปากเด็กหนุ่มให้เคี้ยวดีๆ   แฟนคลับขนมปังสังขยามาเห็นหน้าคนบ้าขนมปังหมูหยองมายองเนสจะต้องร้องไห้แน่ว่าของโปรดพวกตนผิดอะไร  

คุณหมอคชามองหน้าลูกชายหัวดื้อของตัวเอง  ยอมกินกระทั่งของที่ไม่ชอบเพื่อเรื่องหัวใจอีกแล้ว  อายุ 15 ยังขนาดนี้ ... ต่อไปจะขนาดไหน  “ลูกดื้อขึ้นรึเปล่าอลิน”  

“ไม่ครับ ผมดื้อเท่าเดิม  แค่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทะเลาะกับพ่อเกินหนึ่งเรื่อง”   อลินยืนยันความเป็นตัวเอง  การประชุมสามัญประจำบ้านไม่เคยมีวาระเกินหนึ่งเรื่องหรอก  นั่นคือเรื่องซื้อขนมปังผิด 

ไม่นานเสียงกริ่งประตูบ้านก็ดังขึ้นก่อนเวลานัด 10 นาที  ขณะนี้เวลา  08.50 น.  อีกสิบนาทีจะถึงเวลานัดหมายของหัวหน้ากองบัญชี   เด็กสาวเดินตรงไปเปิดประตูให้...  อย่างแรกคือมองผ่านตาแมวให้แน่ใจก่อนว่าไม่ผิดคนอีก  วันก่อนเป็นพนักงานส่งพิซซ่า วันนี้อาจจะเป็นคนส่งหนังสือพิมพ์ก็ได้

เสียงกริ่งดังซ้ำอีกครั้งเมื่อคนในบ้านไม่ยอมเปิดให้    ดวงตาสวยมองผ่านตาแมวไม่เห็นใครนอกจากปลายผมบนศีรษะ... เธอมั่นใจได้ทันทีว่าคนที่มาไม่ใช่คนขายของอะไรแน่ๆ   “นี่คุณเตี้ยกว่าตาแมวอีกเหรอคะ”    คำทักแรกเมื่อเปิดประตูออกไปของพี่สาวแฟนช่างกวน.... 

หลังบานประตูเผยร่างของหัวหน้ากองบัญชีในชุดลำลองไม่เป็นทางการเท่าไปทำงาน   แต่ก็ยังเห็นความต่างของวัยทั้งคู่ได้อย่างดี   “อลินตื่นรึยัง  ฉันไม่น่าจะมาเร็วเกินไป”  

มะขามเหลือบมองไปด้านหลัง  มองผ่านไปยังห้องครัวที่ไกลออกไปหน่อย   “ตื่นแล้วค่ะ  แต่ฉันไม่รู้ว่าคุณได้รับอนุญาตให้เข้าบ้านได้รึเปล่า”   จริงๆไม่ควรจะเฉียดสถานี BTS สะพานควายเสียด้วยซ้ำ  

“ถ้าเขาไม่ให้เข้าไปฉันก็ไม่เข้า  เธอไปตามอลินมาให้ฉันก็แล้วกัน”  รูปประโยคไม่เหมือนคำขอแต่เหมือนการใช้คำสั่ง...  คิ้วสีดำของเด็กสาวกระตุกขึ้น

ถ้าไม่ใช่เพราะความสุขของอลิน แย้มเก้อ
เธอไม่มีวันยอมลดหย่อนให้ผู้ชายมั่นเกินส่วนสูงคนนี้หรอก

เอาความมั่นใจมาจากไหนกันนะ... ทั้งๆที่ต้องเงยหน้าคุยกับเธอแท้ๆ  เป็นผู้ชายแต่ต้องเงยหน้าคุยกับนักเรียนมัธยมต้นอย่างเธอกับอลิน  ระวังให้ดีเถอะจะคอเคล็ดเข้าซักวัน  ไม่หัวหน้ากองบัญชีก็อลินนั่นล่ะ  เงยคนนึงก้มคนนึงตลอดน่ะ...

“ได้ค่ะ”  มะขามกร่นด่าในใจไปแล้ว 3 บรรทัดจึงเดินกลับไปที่ครัวตามคำขอ    พ่อลูกแย้มเก้อก็กำลังเล่นสงครามประสาทกันอยู่  

คนหนึ่งกินข้าวต้มหมูสบายใจเฉิบพลางมองลูกชายทำหน้าพะอืดพะอม   ส่วนตัวลูกชายก็กินขนมปังธรรมดาๆอย่างกับกินตังเมที่เคี้ยวไม่ออกซักที   “อลิน หัวหน้ากองบัญชีมารับนายแล้ว” 

สิ้นคำพูดนั้นเหล่าผู้ปกครองทั้งสองก็หูผึ่งในทันที  “มาแล้วงั้นเหรอ”   คุณพ่อผู้หวงและห่วงลูกชายที่มีความสัมพันธ์กับผู้ชาย เดินตรงดิ่งไปทางประตูทางเข้าบ้าน

“พ่ออย่าหาเรื่องพี่รีวัลย์นะครับ!”  อลินและคุณแม่ที่ยังสาวสวยสมเป็นนางงามมาก่อนรีบเดินตามกันไป   ตัวละครบ้านแย้มเก้อมากันพร้อมหน้า เข้าเผชิญหน้ากับจอมมารผู้โดดเดียวที่ยืนอยู่ด้านนอกของประตู

รีวัลย์มองผู้ปกครองทั้งสอง ครั้นจะยกมือไหว้เพื่อทักทายมันก็ใช่ที่ ในเมื่อวัยไม่ได้ห่างกันมากนัก...  “ผมมารับอลินตามที่บอกเอาไว้  คุณพ่อคุณแม่”  คำเรียกชื่อแทบทำให้แว่นตาใสบนหน้าคนเป็นพ่อร้าว   ฝนหงอกบนศีรษะคุณแม่ก็ปานจะงอกออกมา.... 

“อย่าเรียกฉันกับภรรยาว่าคุณพ่อคุณแม่   ยังไม่ใช่ แล้วก็ไม่ใช่ด้วย”   คชาบอกปัดอย่างชัดเจน   ร่างโปร่งถอนหายใจเบาๆ...  นี่เป็นคำสรรพนามเดียวที่นึกออกแล้วนะ  

จะให้เรียกว่าพี่ มันก็ย้ำเตือนวัยของตัวเองมากเกินไป
จะให้เรียกว่าลุงกับป้า  มันก็กระไรอยู่และค้านความเป็นจริง....

การมีแฟนเด็ก บางทีมันก็ลำบากเหมือนกัน  นี่เป็นปัญหาหนึ่งที่เขาไม่ได้ระบุเอาไว้ในโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยังไม่ได้เตรียมรับมือเรื่องนี้ไว้ว่าควรจะเรียกคนทั้งสองว่าอะไรดี  พลาดจริงๆที่ไม่ได้ตรวจสอบอายุผู้ปกครองเอาไว้ก่อนหน้านี้

อลินมองสงครามเย็นยามเช้าพลางถอนหายใจ   นี่ไม่ใช่นิยายแนวพ่อตาไม่ถูกกับลูกเขย  ไม่ใช่แนวลูกสาวกำนันไล่ยิงกันหน้า BTS หรอกนะ...  “พี่รีวัลย์มาแล้ว ผมก็ไปล่ะครับ ต้องกลับก่อน 6 โมงเย็นด้วย”  เด็กหนุ่มเดินไปหยุดข้างกายแฟนหนุ่ม

ภาพเหมือนจะสมกัน แต่มันก็ค้านสายตาพ่อแม่ผู้เป็นห่วงและคาดหวังว่าลูกชายจะชอบผู้หญิงเหมือนปกติ   “6 โมงตรง ลูกต้องกลับมาถึงบ้านแล้ว ไม่เลทไม่อะไรทั้งนั้นนะ”  คุณแม่ผู้เข้มงวดวางเส้นตายให้  

มือแกร่งของพนักงานหนุ่มแตะเข้าที่หลังของนักเรียนมัธยมต้นข้างกาย คล้ายกับเป็นสัญญานบอกให้ทำหน้าทำตาดีๆหน่อย  “ไม่เลทแน่นอนครับ คุยกับลูกค้าก็ไม่เคยเลท”   

“แล้วจะพาอลิ