[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 36

posted on 01 Sep 2013 18:00 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l
26 l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l 33 l 34 l 35 l      
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Salary man มีความหมายว่า มนุษย์เงินเดือน

มนุษย์เงินเดือนมีหน้าที่ทำงานให้คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ตัวเองได้รับ  อกหัก รักคุด ห่างกับแฟน มีปัญหาครอบครัว เหล่ามนุษย์เงินเดือนก็ต้องมาทำงานในวันทำการเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  จะเป็นศพหรือวิญญานไม่มี  ร่างกายก็ต้องมาอยู่ในบริษัทเพื่อทำงานแลกเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือนให้จนได้  

บริษัทส่วนใหญ่และส่วนมากไม่มีนโยบายให้ลางานเพราะมีปัญหาความรัก
เหล่ามนุษย์งานจึงต้องมาทำงานต่อไป

ตอนที่ 36 :  ช่วงเวลาที่ไม่ได้พบกันมันยาวนานกว่า 86400 วินาที  

เช้าวันจันทร์ที่แสนสดใส  ณ ตึกสูงตระหง่านฟ้าย่านประตูน้ำ  อาคารใบหยก 2 ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   ความสูง 43 ชั้นของมันมองจากด้านล่างแล้วไม่รู้สึกหวาดเสียวอะไร  หากแต่เมื่ออยู่ในมุมมองของคนที่อยู่ด้านบนมันเป็นทิวทัศน์สูงและน่าหวาดเสียวมาก

พนักงานเช็ดกระจกโรยตัวอยู่ภายนอกอาคารด้วยเทคนิคติดสลิงเยี่ยงพระเอกในหนังแอ็คชั่นฮอลลีวู้ด   สองร่างในชุดทำภารกิจสีดำขลับโหนตัวลงมาตามกระจก..  จากชั้นที่ 43  ลงมาเรื่อยๆเพื่อหาพิกัดที่เหมาะสม  หนึ่งคนหยุดที่ชั้น  40  ส่วนอีกคนนั้นลงไปต่ำกว่านั้นที่ชั้น 35 

สายลมพัดแต่ละครั้งช่างน่าหวาดหวั่นว่าสายสลิงจะพัดไหวตามแรงลม   งานเช็ดกระจกจำเป็นต้องมีประสบการณ์สูง(?)  รวมไปถึงมีใบประกาศผ่านการทดสอบโรคกลัวความสูงอีกด้วย  นี่คือมาตรฐานของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน!

ชายผมบรอนด์ประจำการที่ชั้น 43 หยิบอุปกรณ์วิทยุสื่อสารออกมาจากในกระเป๋า  ขาพยายามทรงตัวและเกาะตัวผนังตึกไว้ให้มั่น   “ฉันกับรีวัลย์โรยตัวลงมาจากดาดฟ้าแล้ว  ฉันอยู่ที่ชั้น 43 รีวัลย์อยู่ตรงชั้น 35”  

คลื่นสัญญาณส่งตอบกลับมา ชัดเจนแม้จะอยู่ในที่สูง สมเป็นวิทยุสื่อสารราคาแพงไม่ใช่ของเด็กเล่น  “โอเค~  เดี๋ยวให้เพชราแจ้งไปที่พวกอ้นที่ชั้น 27 ให้เริ่มโรยตัวได้  พวกเด็กใหม่เริ่มสั่นกลัวกันแล้วนะ”  เสียงของหาญจิตดูสดใสและสนุกสนาน  

“ถ้าใครใจไม่กล้าพอก็ให้กลับบ้านไปตั้งแต่ตอนนี้  คนที่กล้าพอก็เข้าทดสอบ  พวกเราจะคอยระวังให้”   อัศวินกดปิดวิทยุสื่อสาร  

วันนี้เป็นวันทดสอบโรคกลัวความสูงเพื่อคัดเด็กใหม่เข้าร่วมในทีมภาคสนาม...  บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านมักจะมาจัดการทดสอบกันที่จึกใบหยกเป็นประจำทุกๆปี  มีพนักงานใหม่ที่ถอดใจขอทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศเป็นจำนวนมาก  บ้างก็ขอไล่แมลงสาบตามภาคพื้นดินยังดีกว่า...

เป็นที่สงสัยกันอยู่เสมอว่าบนตึกสูงขนาดนี้จะมีแมลงจริงๆหรือ....

และเพื่อความปลอดภัยเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการจึงต้องมาควบคุมดูแลการทดสอบอย่างใกล้ชิด...  กระนั้นก็ไม่ใช่หน้าที่ของระดับหัวหน้า  การที่ระดับหัวหน้าออกมาทำหน้าที่นี้แทนที่จะทำแค่พิธีเปิด มีเหตุมาจากร่างโปร่งสูง 160 เซนติเมตรที่ยืนประจำการอยู่ที่ด้านนอกอาคารชั้น 35  

นายรีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุลอยู่ในช่วงห้ามเจอกับแฟนเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน  เจ้าตัวอยู่ในสภาวะหาอะไรทำแก้เบื่อ  มือแกร่งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามอง... จากตรงนี้ยังพอมีสัญญาณ 3G มาถึงแม้จะอยู่กลางอากาศ...  เอาออกมาเล่นไม่กลัวว่าจะร่วงตกลงไปเพราะแรงลม...  

  [อลิน Fight for future -29 days-]
09.30  : [ทำงานอยู่รึเปล่าครับ ขอโทษนะครับที่เมื่อวานหายไปทั้งวัน]
09.30  : [ตอนนี้อะไรๆลงตัวแล้วครับ ผมจะติวหนังสือกับพวกเพื่อนๆทีมบาสล่ะครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ]

อ่านข้อความที่ส่งมาในโปรแกรมสนทนาเรียวปากคมคลี่ยิ้ม   แต่คนที่อยู่ในสถานการณ์หวาดเสียวด้วยกันเป็นห่วงแทน    “รีวัลย์.... เดี๋ยวโทรศัพท์ก็ร่วงหรอก.....”  เพื่อนร่วมงานผมบรอนด์ใช้วิทยุสื่อสารในการสนทนาด้วย   ดวงตาคมเหลือบมองไป  แม้จะอยู่ในระยะไกล  

“ฉันแค่เช็คไลน์  ยังไม่ได้พิมพ์ตอบ”   เก็บเอาโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋าเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันแล้วต้องซื้อใหม่อีก  คุยผ่านวิทยุสื่อสารชนิดไม่กลัวคนอื่นในทีมแอบฟัง....

เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่าน  สภาพอากาศช่างเหมาะแก่การทดสอบความกล้า   “เป็นอะไรไป?  จู่ๆก็บอกจะออกมาหาอะไรทำในการทดสอบโรคกลัวความสูง  พวกเราเปลี่ยนตารางงานแทบไม่ทัน”   ตั้งแต่มีแฟนเด็กเริ่มทำอะไรแปลกๆมากขึ้นทุกที....  

คนฟังเงียบใส่วิทยุสื่อสาร  สายตาพลางมองไปยังพวกลูกน้องที่เตรียมตัวในแต่ละจุดแล้ว  “หาอะไรทำแก้เบื่อ ไม่งั้นอาจจะว่างเกินไป”    

ทันใดนั้นคลื่นสัญญาณวิทยุหนึ่งก็แทรกเข้ามาทันที  เสียงของเลขานุการสาว   “หัวหน้าไม่มีอะไรว่างหรอกค่ะ งานออกจะเต็มโต๊ะนะคะ”  คนรู้ดีกว่าใครรีบแย้ง...  สมกับเป็นเพชราผู้ชอบทรยศและจิกกัดหัวหน้าเมื่อมีโอกาส  

“ฉันว่าอีแบบนี้มีปัญหากับน้องอลินหนอนชาเขียวชัวน์~~”  หาญจิตส่งสัญญาณมาอีกคน..  เหล่าหัวหน้าไม่รู้ตัวเลยว่าลูกน้องคนอื่นก็แอบฟังคลื่นสัญญาณนี้อยู่เหมือนกัน...

“ไม่ได้มีปัญหาอะไร  เริ่มทดสอบได้แล้ว  อยู่กับสลิงนานๆมันเมื่อยได้”   ชวนมาทำเองแล้วก็บ่นเอง  เหล่าสมาชิกคณะระวังคุกแห่งบริษัทสำรวจฯ พากันถอนหายใจผ่านวิทยุสื่อสารพร้อมกัน  

“เสร็จงานพักกินข้าวค่อยคุยกันเรื่องนี้ก็แล้วกัน   เอาล่ะเริ่มทดสอบได้แล้ว  ให้พวกเด็กใหม่เตรียมตัว”   หัวหน้าฝ่ายวางแผนตัดบทสนทนาก่อนที่จะยาวออกไปเรื่อย    

ชายหนุ่มผู้เป็นตัวแทนของประธานบริษัทสั่งการออกไป  เหล่าพนักงานทุกคนในสถานที่เตรียมพร้อม  ขณะที่หัวหน้ากองบัญชียังคงทรงตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้สนใจอะไรมากมาย...  กระนั้นเมื่อถึงเวลางานเจ้าตัวก็ทำงานเป็นอย่างดีไม่มีอาการหลุดเพราะไม่ได้ใกล้แฟนเกิน 24 ชั่วโมงแล้วแต่อย่างใด....

งานกับเรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องที่ต้องแยกจากกันให้เด็ดขาด
เพราะงานของบริษัทอันตรายเกินกว่าจะใจลอย...

การทดสอบในช่วงเช้าจบลงอย่างราบรื่นไม่มีอุบัติเหตุใดๆ  เหล่าหัวหน้าที่มารับหน้าที่พิเศษในช่วงเช้าพากันมุ่งหน้ากินข้าว  เป็นข่าวดีประจำวันของพนักงานนั่งโต๊ะที่รู้ว่าหัวหน้าของตัวเองหรือแม้แต่เลขานุการจะยังไม่กลับมาจนกว่าจะถึงช่วงบ่าย...  วันนี้ทุกคนคงเล่นเกมส์ระเบิดลูกอมผ่านไปได้อีกหลายด้าน 

3 สมาชิกกลุ่มระวังคุกให้เพื่อนฝูง พ่วงด้วย 1 คนที่เพิ่งหัดมีความรักตอนอายุ 3X  เดินทางมากินมื้อเช้าพ่วงเที่ยงที่ร้านอาหารชั้น 6 Central World Plaza  ร้านบนโต๊ะ   แต่ละคนล้วนจับจ้องเตรียมถามเรื่องราวจากหัวหน้ากองบัญชี  ขณะที่เจ้าตัวเอาแต่อ่านทวิตเตอร์....

“รีวัลย์  จะอ่านทวิตเตอร์ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ  แต่ที่จับเครื่องกลับด้านนี่ตั้งใจหรือว่าลืม....”    หญิงสาวสวมแว่นทักขึ้นเมื่อเห็นตรารูปสับปะรดมันคว่ำหัวลง....  

คนโดนทักรีบหมุนเครื่องกลับเป็นด้านที่ถูกต้องทันที   ผู้ชายเนี๊ยบๆมีอาการหลุดๆมันก็คิดได้ทางเดียวว่าเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้น   “วันเสาร์เพิ่งไปเดทกับน้องอลินมาไม่ใช่เหรอคะหัวหน้า  หรือวันอาทิตย์โดนบอกเลิกต่อล่ะคะ?”   เพชราถามอย่างสงสัย 

ดวงตาดำขลับเหล่มองหน้าเงียบๆ  “ยังไม่ได้เลิกกัน ตอนนี้แค่ปล่อยให้อลินตั้งใจเรียนซักพัก”   เป็นถ้อยคำที่ทุกคนฟังแล้วมองหน้ากันเอง  

“ที่แท้ก็ต้องห่างๆแฟนเพราะใกล้สอบนี่เอง มีแฟนเด็กนี่ก็ลำบากเนอะ  ไหนจะสอบปลายภาค สอบกลางภาค ฮ่ะๆ”   หาญจิตผู้ครองตัวเป็นโสดมาเท่าอายุเริ่มมองเห็นข้อเสียของการมีแฟนเป็นนักเรียน   

มีเพียงอัศวินเท่านั้นที่รู้สึกถึงความหม่นหมองจางๆ  อาจจะเป็นเพราะมีประสบการณ์มาเยอะก็เป็นได้  “จริงๆมีเรื่องมากกว่านั้นรึเปล่ารีวัลย์  คงจะใช่สินะไม่ใช่แค่เรื่องสอบ”  

ผู้ชายที่กล้าลางานวันเสาร์เพื่อไปเดทกับแฟนมาแล้วสองครั้ง  ออกจากบริษัทก่อนเวลาเลิกงานก็บ่อยครั้งเพื่อไปติวหนังสือให้เด็ก...  มีหรือจะทำตัวห่างๆจากแฟนวัย 15 ปีได้ง่ายๆ  ล่าสุดคือมีปัญหากับครอบครัวแย้มเก้อ  เพื่อนร่วมงานทั้งสามเริ่มเปิดโหมดสอบสวน...

แค่มีฉากทำงานก็น่าเหลือเชื่อจะแย่แล้วในฟิคซิทคอมแสนเฮฮาเรื่องนี้

รีวัลย์ซึ่งโดนเพื่อนอ่านทางได้เบือนสายตาหนีไปทางอื่น  ไม่นานพนักงานในร้านก็เริ่มยกอาหารมาเสิร์ฟ  ซูชิแบบฟิวชั่นมากมายวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ   มีข้าวแกงกะหรี่แฮมเบิร์กอบชีสแยกมาอีกหนึ่งจาน  วันนี้ใช้พลังงานไปอย่างหนักจากการปีนตึกจึงต้องโด๊ปหน่อย...

“หัวหน้าเงียบเปลี่ยนเรื่องแบบนี้ แสดงว่าที่คุณอัศวินพูดเป็นเรื่องจริงสินะคะ”   เลขานุการสาวซึ่งทำงานด้วยกันมานานจับอาการโกหกได้  

“มีชัวน์ๆล่ะ  ลองอัศวินที่มีประสบการณ์มีปัญหากับแฟนบ่อยๆพูดงี้ก็คงใช่แหละ~”  หาญจิตเผลอพูดกระทบจิตใจอันบอบบาง(?)ของหัวหน้าฝ่ายแผนไม่รู้ตัว...

“หาญจิตตอนนี้ฉันยังไม่ได้ทะเลาะกับแฟน”  คำว่ายังที่แฝงมาในประโยคคำพูดของชายหนุ่มผมบรอนด์บ่งบอกว่าปกติทะเลาะกัน....

“คนนี้รักแท้แพ้ระยะทาง แล้วรักแท้แพ้พ่อแม่เด็กของนาย มีปัญหาอีกแล้วใช่มั้ยรีวัลย์?”   กระหน่ำสร้างความเสียหายทางจิตใจให้เพื่อนๆไม่หยุดหย่อน...  นอกจากแมลงหาได้สนใจจิตใจเพื่อนไม่....

ดวงตาสีดำขลับจ้องมองซูชิมากมายบนโต๊ะ   พาลนึกถึงแคลิฟอเนียโรลในวันนั้นขึ้นมา หากแต่ร้านนี้ไม่มีเมนูนั้น   “ฉันเป็นคนสร้างข้อเสนอกับพ่อแม่อลินเอง ฉันจำเป็นต้องอดทนรอจนกว่าอลินจะสอบเสร็จ”  เริ่มเองก็ต้องทำใจยอมรับมันเองให้ได้  

“ดูมีความรับผิดชอบดี  แค่นั้นพ่อแม่อลินก็คงว่าอะไรไม่ได้แล้วล่ะ”  อัศวินคีบซูชิชิ้นหนึ่งมาวางในจานของตัวเอง เริ่มใส่วาซาบิยั่วคนอ่าน

มันยังไม่จบแค่นั้นเมื่อเพชราคีบซูชิไปอีกชิ้น  เริ่มเหยาะโชยุเตรียมเข้าปาก   “งั้นวันนี้เสร็จจากที่นี่จะเข้าบริษัทมั้ยคะ”  ลูกน้องที่ขึ้นตรงด้วยรีบถามตารางเวลา

“ฉันจะกลับไปทำงานที่บริษัท  ช่วงนี้ฉันเจออลินไม่ได้ไม่มีอะไรทำ”  ดีกับแฟนลูกน้องก็สบาย ทะเลาะกับแฟนหรือห่างกับแฟน ลูกน้องก็ซวยไป....

บรรยากาศหม่นหมองราวกับวิญญาณหายไปครึ่งหนึ่งของหัวหน้ากองบัญชีขับให้เพื่อนร่วมงานทั้งสามต้องมองหน้ากันอีกครั้ง  ในคำพูดฟังดูเหมือนเป็นการรับผิดชอบไม่วุ่นวายเพื่อรักษาผลการเรียน  กระนั้นมันก็คล้ายกับมีอะไรบางอย่างที่หลบซ่อนอยู่อีก

ซูชิหลากสีสันดูหมองไปเลยทันทีเมื่อเจอเงาทะมึน...
ความรักช่างเปลี่ยนคนจริงๆ

อัศวิน หาญจิตและเพชรานั่งมองดูชายหนุ่มหัวหน้ากองบัญชีนั่งทานข้าวแกงกะหรี่แฮมเบิร์กเงียบๆไม่พูดอะไรต่อ   ยามปกติรีวัลย์เป็นคนไม่พูดมากอยู่แล้ว  การไม่พูดในเวลาแบบนี้กลับยิ่งดูน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่า   “หัวหน้าไหวมั้ยคะเนี่ย?”  เธอรีบถามไถ่ 

“มีอ