[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 37

posted on 04 Sep 2013 22:25 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l
26 l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l 33 l 34 l 35 l 36 l       
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
การทำข้อสอบให้ได้ 0 คะแนนเป็นเรื่องยาก
 
คะแนน 0 คะแนน ฟังดูเหมือนทำง่าย แต่ที่จริงนั้นทำยาก  ข้อสอบแบบปรนัย จะกามั่วจนหมดทั้งกระดาษอย่างไร ก็ยากที่จะได้ 0 คะแนน เพราะมันต้องมีข้อที่สุ่มโดนแล้วถูกบ้าง ข้อสอบแบบอัตนัย ถ้าไม่ส่งกระดาษเปล่าจริงๆก็ยากจะได้  0 คะแนน คนที่ทำคะแนนได้ 0 คะแนนนั้นถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษ
 
สายสัมพันธ์ก็เหมือนกับคะแนนสอบยากจะเป็น 0 ได้ง่ายๆ
ถึงจะลดอย่างน้อยก็ไม่ถึง 0 และถ้าเพิ่มก็เพิ่มไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด
 
ตอนที่ 37 : ภาคเรียนสุดท้ายของมัธยมต้นคือการเตรียมพร้อมไปมัธยมปลาย
 
เวลาล่วงเลยผ่านไป 29 วันราวกับโกหกหรือหน้ากระดาษหายไป   จากวันที่เด็กหนุ่มต้องแยกจากกับคนสำคัญเพื่อการชี้ชะตาครั้งสำคัญในวันนั้น  วันนี้เทศกาลของการสอบปลายภาคของโรงเรียนมัธยมได้มาถึงแล้ว  โรงเรียนมัธยมไททันวิทยาลัยกำลังจะกลายเป็นสนามรบ  
 
แสงแดดจ้าประหนึ่งยามบ่ายอันร้อนแรงสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ห้องนอนอันเต็มไปด้วยโปสเตอร์สูตรคณิตศาสตร์แทนที่จะเป็นโปสเตอร์ของการ์ตูนบาสเก็ตที่รักยิ่งนั้นสว่างไสว   เผยร่างของเด็กหนุ่มซึ่งกำลังติดกระดุมชุดนักเรียนอยู่หน้ากระจก   
 
บนปฏิทินตั้งโต๊ะลายการ์ตูนมีเครื่องหมายกากบาทขีดติดกันมาหลายวัน   และวันนี้มีเขียนกำกับเอาไว้เป็นพิเศษกว่าวันอื่นๆ  เพราะมันคือวันสอบปลายภาควันสุดท้าย และเป็นวันสอบวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เสียด้วย  อาจารย์ช่างโหดร้ายที่ตั้งตารางสอบสองวิชายาเอาไว้ด้วยกัน....
 
แต่มันก็คงไม่ยากเท่าวิชาภาษาไทย....
ที่ให้แปลบทกลอนชวนงงงวยมาจนถึงเช้าวันนี้.....
 
ตัวละครสองตัวนั่งพลอดรักกันอยู่ดีๆ  พูดกันด้วยสำนวนหวานแหวว  ใยอยู่ๆฉากจึงตัดไปเป็นลิงโหนต้นไม้บ้าง เรือลอดถ้ำบ้าง  ปลาเล็กปลาน้อย ช้างชนงา(?)  ท้องฟ้าลั่น....  เขาก็แปลได้หรอกนะ  ไม่ได้อ่อนวิชาภาษาไทย  แค่ไม่เข้าใจการลำดับเรื่องของกวีในสมัยก่อนเท่านั้นเอง....
 
หรือไม่ตนก็เป็นคนไร้ซึ่งจินตนาการจนเกินไป  ไม่เหมือนไร่นาที่เป็นอันดับหนึ่งของวิชาภาษาไทย   หลังจากนอกเลือกมาพักใหญ่   อลิน แย้มเก้อยืนจ้องหน้าตัวเองในกระจก   ยกมือขึ้นไปแตะแล้วเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเอง... วันนี้เป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้ายก็จริง...  แต่อีก 3 วันหลังจากนั้นก็จะเป็นวันสอบเข้าโรงเรียนไทยทันวิทยาลัยชั้นมัธยมปลาย...
 
ถึงแม้พวกตนจะได้โควต้าในการเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายโดยไม่ต้องสอบเข้าก็ได้  หากแต่การจะวัดระดับตัวเอง ก็ต้องเข้าไปสอบรวมกับนักเรียนโรงเรียนอื่นนั่นล่ะ...   “สู้เว้ยอลิน.... วันประกาศเกรดกับลำดับสายวิทย์ออกเมื่อไหร...  ก็จะได้เจอพี่รีวัลย์แล้ว.....”  
 
ดวงตาสีสนามหญ้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ปลุกขวัญตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้พ่ายแพ้ข้อสอบในห้อง...  ยกมืออทั้งสองตบหน้าตัวเองพร้อมๆกันแล้วหันไปหยิบกระเป๋าเป้พลางเดินออกจากห้องนอนไป..  เพียงลงบันไดมาก็เจอมะขาม เอกมันต์ในชุดนักเรียนคอนแวนด์  รวมไปถึงพ่อแม่ที่รออยู่ด้วย  
 
“วันนี้สอบวันสุดท้ายสินะลูก  กินข้าวเช้าก่อนจะได้มีแรงทำข้อสอบ”   คุณแม่นางงามผู้แสนน่ารักและแอบทรยศพ่อไปครั้งหนึ่ง(?)  หยิบเอาแซนวิสแฮมชีสทำพิเศษส่งให้ลูกทั้งสอง  
 
เด็กสาวมองนิ่งคล้ายกับต้องการอย่างอื่นมากกว่า  ในขณะที่อลินหยิบมาเข้าปากอย่างรวดเร็ว ขอแค่ไม่ใช่ขนมปังสอดไส้แก่ๆก็พอ   “เกรดไม่นานก็คงออกล่ะครับ ข้อสอบปรนัยตรวจเร็วจะตายไป”  ตรวจกับเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ถึงวันก็รู้ผลแล้วด้วยซ้ำ...
 
คุณหมอคชาจ้องมองหน้าลูกน้องผู้มุ่งมั่น   “3.8 ขึ้นไปสินะ  ที่ลูกกับพ่อตกลงกันเอาไว้”   กำแพงด่านแรกที่ต้องฝ่าฟันออกไปให้จนได้
 
สัญญาที่ไม่มีลายลักษณ์อักษรสามารถเบี้ยวได้ง่ายๆ...
แต่สัญญาลูกผู้ชายผิดคำสัญญาแล้วมันใจตุ๊ด(?)
 
อลินผงกศีรษะตอบ  ท่าทางมั่นใจมรตลอดหลายวันที่มีการสอบปลายภาคชวนให้คนเป็นพ่อหวั่นใจอยู่เล็กๆ  ผลการตัดสินอาจจะออกมาดีจนเขาต้องยอมรับความสัมพันธ์นั่นก็ได้.. ใจหนึ่งก็ยินดีที่ลูกชายโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น  รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น นั่นคือการศึกษาหาความรู้ให้ดีเลิศ... แต่อีกใจหนึ่งมันก็ใจหายถ้าเกิดลูกทำสำเร็จ.. เพราะนั่นหมายถึงว่า...
 
.......จะมีคนเข้ามาช่วยการหารจ่ายค่าเทอมของลูกชายเพิ่มด้วย....
 
แค่คิดว่าลูกชายที่เลี้ยงดูมา 15 ปี จะต้องอยู่ในสถานะเหมือนมีคู่หมั้นมากกว่าจะเป็นแฟน  ป๊ะป๋าก็หัวใจรวดร้าวจนอยากผิดคำพูดนั่น.... แต่ป๊ะป๋าก็ยังไม่อยากให้กระโปรงให้แม่ดู....   “หวังว่าตอนที่ผลการสอบออกมา  พ่อจะไม่ผิดคำพูดนะครับ?”   ดวงตานั้นจ้องเขม็งมา
 
ขับให้คนโดนจ้องถึงกับสะอึก  “พ่อเคยผิดคำพูดกับลูกงั้นเหรอ?  ถ้าไม่ใช่เรื่องขนมปัง?”    แค่สิ้นประโยคนี้ก็ตอกย้ำความเกลียดชังในขนมปังสอดไส้ขึ้นมาได้แล้ว  
 
มะขามจ้องมองตลกคาเฟ่สายสัมพันธ์พ่อลูกพลางถอนหายใจ   แม้เธอจะเป็นเหมือนลูกบุญธรรมของที่นี่  แต่จริงๆเธอก็คือผู้อาศัยที่พ่อแม่มาฝากไว้ให้เจ้าของบ้านเลี้ยงดู  และคงจะดีแล้วที่เป็นแบบนั้น เพราะถ้าเธอเป็นลูกจริงๆ  แพทย์วันเกือบกลางคน(?)คนนี้คงจะเข้มงวดกับเธอด้วย  
 
“จะเจ็ดโมงแล้ว  จะออกไปเลยมั้ยอลิน?”    เธอเอ่ยถามกลังจากกินแซนวิสแฮมชีสไปจนหมดชิ้นแล้ว  เด็กหนุ่มที่ยังคาบแซนวิสไว้ในปากหันมอง  
 
“ไออิ ไออันเออะ”   ร่างสูงโปร่งเท่าๆกันผงกศีรษะรัวๆไม่กลัวว่าผักกาดเขียวในแซนวิสจะร่วงหายไป   เขากระชับกระเป๋าเป้เป็นสัญญาณ  
 
เด็กนักเรียนทั้งสองยกมือขึ้นไหว้ผู้ปกครอง  เป็นการเรียกขวัญกำลังใจและเป็นศิริมงคลก่อนการไปยังสนามรบ  เจ้าสงครามของนักเรียนทั้งโรงเรียนที่เรียกขานกันว่า [การสอบปลายภาควันสุดท้าย]  และจะเป็นวันสุดท้ายที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวสอบในสถานที่ต่างกัน....
 
เจ้าชายแห่งโรงเรียนรั้วดอกลิลลี่สีขาวนั้นมีผลการเรียนอันดับหนึ่ง...
ศัตรูตัวฉกาจที่แท้จริงในสนามสอบสายวิทย์....
 
อลินหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความหลังจากที่เดินออกจากบ้าน  รอเวลาให้ลับสายตาจากพ่อแม่เสียก่อน...  เมื่อเข้าใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS  เขาก็รีบพิมพ์ข้อความให้จบแล้วกดส่งออกไปถึงใครคนนั้น...   พวกเราไม่ได้เจอหน้ากันนานมากแล้วนะ....
 
  [อลิน Fight for future –It’s war!!-]
06.54  : [ผมกำลังจะออกไปโรงเรียนครับ วันนี้สอบปลายภาควันสุดท้ายแล้ว]
06.54  : [จะสอบวิชาที่พี่รีวัลย์สอนผมเอาไว้ด้วย  ผมจะทำคะแนนให้ดีๆครับ เกรดจะได้ดีตาม]
 
ข้อความนั้นแล่นผ่านสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานควายตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS พญาไท...  ณ คอนโดมีเนี่ยมหรูในซอยใกล้กับสถานี  ภายในห้องที่แสนสะอาดเหมือนอย่างเคย  ภายในห้องที่เรียบง่ายเหมือนอย่างเคย  ยกเว้นก็เพียงในห้องนอน ที่มีรูปถ่ายของอควอเรี่ยมติดเอาไว้... รูปถ่ายคนสองคนที่ดูมีความสุขดี  
 
ร่างโปร่งพนักงานบริษัทตื่นมาตั้งแต่เช้าแม้จะยังไม่ใกล้เวลาที่ควรออกจากบ้านไปทำงาน    หัวหน้ากองบัญชีในชุดนอนสีดำยืนทำข้าวห่อไข่ภายในครัว  สีเหลืองในกระทะเป็นรูปก้อนสวยงาม บ่งบอกถึงฝีมือและความสามารถในการทำครัวเกินแม่บ้าน(?)ของเจ้าของห้อง
 
ระหว่างรอให้สุกในระดับหนึ่ง  เจ้าตัวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความที่ส่งเข้ามา   ริมฝีปากคมคลี่ยิ้มในทันที   “วันนี้สอบปลายภาควันสุดท้ายนี่นะ”  ช่วงเวลาที่ต้องห่างกันลดน้อยลงทุกที...
 
ปฏิทินภายในห้องคอนโดมีเนี่ยมมีสัญลักษณ์กากบาทขีดฆ่าตั้งแต่เมื่อ 29 วันที่แล้ว  ไม่มีการเขียนบันทึกเรื่องงานเอาไว้ในปฏิทินเลยสมกับเป็นคนที่อยู่ในห้วงรัก(?)    ถัดไปอีกไม่มี่วันมีการทำไฮท์ไลท์เตือนความจำว่าเป็นวันสอบสายวิทย์  และถัดไปไม่นานจากนั้นก็คือการรับผลเกรดและประกาศผลเลื่อนชั้น  
 
ได้แต่ส่งแรงใจไปให้เพราะไม่อาจพบเจอหน้า...
29 วันที่ไม่มีนาย...  หลายสิ่งหลายอย่างช่างราบเรียบเหลือเกิน...
 
การเตรียมมื้อเช้าด้วยข้าวห่อไข่อันน่ารักเหมาะกับเด็กน้อยมัธยมต้น  มันช่างบ่งบอกถึงความพยายามเข้าถึงความทรงจำของช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน  ยากจะเดาว่า 29 วันที่ผ่านมานั้น เลขานุการจะต้องทำเบิกของจากฝ่ายพัสดุมาใหม่ทั้งหมดกี่ชิ้น....  
 
นั่นเป็นความลับสวรรค์ที่ไม่ควรรับรู้เพื่อภาพพจน์ที่ดีของตัวเอง   รีวัลย์ทำข้าวห่อไข่ออกมาได้สมบูรณ์แบบแล้วจึงเอามาวางบนโต๊ะอาหาร... มื้อเช้าของคนๆเดียวเสร็จเรียบร้อย  เช้าของคนไม่โสด ที่ต้องกินข้าวคนเดียวเหมือนคนโสดธรรมดาทั่วไป  
 
“หมอนั่นคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง....”   เหมือนกับการสอบในวันที่ผ่านๆมา  แม้จะเป็นวิชาที่ถนัด  แต่ดูเหมือนจะทำได้ดีมาตลอด... 
 
[รีวัลย์  Salaryman160]
07.02 :  [ตั้งใจทำข้อสอบ  มีสมาธิอย่ากาผิดข้อ  ทำให้เหมือนกับที่เคยติวมา]
 
เมื่อส่งข้อความในไลน์ออกไปแล้ว ดวงตาคมยังคงจ้องหน้าจอของโปรแกรมสนทนาคล้ายกับเพิ่งนึกออกไรบางอย่างออก...  การให้หวนคิดถึงความหลังแบบนั้น มันจะทำให้เสียสมาธิแล้วทำข้อสอบผิดพลาดหรือเปล่า?   นั่นก็เป็นความเสี่ยงหนึ่งของจิตวิทยาเด็ก...
 
อย่าทำให้เด็กต้องหมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนกระทั่งเผลอทำผิดพลาดในข้อสอบหรือแบบฝึกหัดที่ต้องทำส่งครู....  แต่อลินไม่เคยมีกรณีเข้าข่ายเยี่ยงนี้.. วันนี้ก็คงเหมือนกับวันก่อนๆ  ไม่เกิดสวรรค์กลั่นแกล้งให้ทำข้อสอบไม่ได้ขึ้นมาหรอก....
 
.....หากทำไม่ได้จริงๆ...ก็อย่าทุจริตการสอบก็แล้วกัน....
 
ภายในรั้วโรงเรียนมัธยมไทยทันวิทยาลัย   นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3  ถยอยกันเดินไปยังห้องสอบที่เขียนเอาไว้ในตารางเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สนามรบหลังการเคารพธงชาติ    กลุ่มทีมบาสเก็ตบอลเกือบปาฏิหาริย์ก็เช่นกัน  เหล่าคณะตลกมือสมัครเล่น(?)พอกันเดินดิ่งไปพลางติวกันไปพลาง 
 
“เฮ้ยๆๆ ใครก็ได้ติวพาราโบล่าซ้ำให้ฉันที”  โขนรีบข้อความช่วยเหลือขณะที่ในมือกางสมุดเรียนเพื่อทำความเข้าใจโจมทย์สมมติ 
 
“หา?  จะกินคาโบนาร่า  อะไรวะ ยังไม่ทันจะสอบเลยหิวแล้ว?”   ไร่นาเหล่ตามองร่างผอมบางซึ่งมีความรักสุขสมหวังกับอาจารย์พละ...
 
เบญจรูญยืนเหงื่อตกอยากจะตัดมุข.. กระนั้นก็ทำเพียงแค่ยืนเป็นฉากหลังเงียบๆไม่ยอมปริปากขัดอะไรไร่นา  จนโดนคนอื่นมาแย่งซีนกลับบ้าง  “พาราโบล่าตะหากไม่ใช่คาโบนาร่า  ท่าทางไร่น