[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 38

posted on 07 Sep 2013 23:14 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l
26 l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l 33 l 34 l 35 l 36 l 37 l      
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
เส้นทางมักมีอุปสรรคเล็กๆน้อยให้สะดุดเล่น

เส้นทางที่ราบเรียบอาจไม่ได้ราบเรียบอย่างแท้จริง เหมือนดั่งเกมส์รถแข่งที่ต้องมีเปลือกกล้วย มีหลุม มีก้อนหิน มีรถแข่งคันอื่น มีอุปสรรคให้เจออยู่เรื่อยๆเรียงๆ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตามที  การเตรียมตัวเตรียมใจที่ดีที่สุด คือการคิดและเตรียมพร้อมกับความผิดพลาด และมีสติระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดนั้น  สุดท้ายจะผ่านไปอย่างไรนั้นก็ต้องรอดู

การสอบก็เหมือนกับเส้นทางที่แสนขรุขระ
ไม่มีใครรู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไรหรือมีก้อนหินรอให้สะดุดหรือเปล่า

ตอนที่ 38 : ถ้าทุกคนรู้อนาคตได้คงถูกหวยกันทุกวันที่ 1 และ 16

ปรากฏการณ์ธรรมชาติหลายๆอย่างทำให้อากาศนั้นแปรปรวน  แสงแดดภายนอกหน้าต่างช่างจ้าและร้อนระอุเหมือนทะเลทราบซาฮาร่า  ถึงแม้แสดงจะเจิดจ้าสักเพียงใด  อาหารสำนักงานก็ยังคงเปิดไฟให้เปลืองพลังงานและทำให้โลกร้อนขึ้นกันต่อไป

ณ กองบัญชีบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน จากเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากตอนที่  37  นายรีวัลย์ไม่ทราบนามสกุลเพิ่งจะเผชิญหน้ากับกาแฟสุดเค็ม รสชาติเหมือนดั่งยกทะเลมาอยู่ที่นี่ แต่ดันไม่ใช่ยกกุ้งหอยปูปลามา มันเป็นการยกน้ำทะเลมาเต็มๆ...  

ชายหนุ่มนั่งจ้องหูแก้วกาแฟที่หลุดติดมือออกมาคล้ายกับเป็นลางร้ายของอะไรบางอย่าง กระนั้นหัวหน้าหนุ่มก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคือลางร้าย  เพียงแค่คิดว่ามันคืออาการของแก้วกาแฟเก่าๆเท่านั้นเอง   “เพชรา  เธอคงโดนฝ่ายพัสดุหลอกเอาแก้วเก่าๆมาให้เธอ” 

เลขานุการคนสนิทเดินดิ่งมาหลุดตรงหน้าของโต๊ะทำงาน  “แก้วกาแฟเบิกจากฝ่ายพัสดุไม่ได้หรอกค่ะหัวหน้า...  นี่มันงบกลางของกองบัญชีที่เอาไว้ใช้ซื้อกาแฟค่ะ....”  

“งั้นร้านที่เธอไปซื้อแก้วมาคงหลอกขายของเก่าให้เธอ  ทีหลังเช็คของให้ดีก่อน”  มือแกร่งเลื่อนแก้วกาแฟที่ชำรุดคืนกลับให้  พร้อมกับส่งหูแก้วให้พร้อมกัน  ไม่คิดว่ากรณีหูหลุดนี่มาจากตัวเอง 

เพชรามองหน้าเจ้านายด้วยสายตาว่างเปล่า   คนตรงหน้าทำข้าวของพังติดๆกันมาหลายครั้งจนยากจะเชื่อว่ามันชำรุดมาจากที่ร้านแล้ว   “ถ้าเป็นละคร  นี่หมายถึงลางไม่ดีเลยนะคะหัวหน้า”  แก้วแตก ของหักแบบไม่รู้ตัวแบบนี้

คิ้วคมเลิกขึ้น  คำว่าลางร้ายทำให้ฉุกคิดถึงความหมายของหูแก้วหลุด   “อาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นสินะ”  มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ  วันนี้มีบางอย่างแปลกไป ในเมื่อทุกครั้งหลังจากสอบเสร็จไปแล้ววิชาหนึ่ง  เด็กหนุ่มมัธยมต้นจะต้องส่งข้อความมาบอก

ตามเวลาบนนาฬิกาบ่งบอกว่าสอบวิชาแรกน่าจะเสร็จสิ้นไปแล้ว... วันนี้สอบคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์  วิชาสำคัญเสียด้วย  บางทีอลิน แย้มเก้ออาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นที่สนามรบอันเรียกว่าการสอบก็เป็นได้  ข้อสอบอาจจะยาก หรือไม่ก็เครียดมากจนเกินไป

เงียบหายไปแบบนี้คิดในแง่ดี..ก็อาจจะสอบเสร็จตอนหมดเวลาพอดี
จึงไม่มีเวลาส่งข้อความมาหาก่อนเริ่มวิชาใหม่...

หญิงสาวผมตัดสั้นเมียงมองใบหน้านิ่งไม่เปลี่ยนอารมณ์เหมือนดั่งรูปปั้นหินของหัวหน้า  แม้มีเงาทะมึนคล้ายกังวลแผ่ออกมา กระนั้นหน้าก็ยังนิ่งเหมือนเดิม   “ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีก ฉันแนะนำให้หัวหน้าไปทำบุญค่ะ”   คำพูดนั้นขับให้ดวงตาคมเหลือบมอง

“อาจจะมีเจ้ากรรมนายเวร หรือว่ากรรมเก่าของหัวหน้าที่ทำให้เกิดเรื่องตลอดๆ...”   แต่การที่ทำของพังคงไม่ใช่เพราะกรรมเก่าหรอก มันเป็นกรรมใหม่ที่หัวหน้าก่อให้เธอเดือดร้อน...

“บอกให้คุณพิสิษฐ์ทำบุญบริษัทซักทีมั้ยคะ.....”   หญิงสาวเริ่มไม่สบายใจ  ตั้งแต่ประธานบริษัทออกไปเฝ้าแมวที่คลอดลูก ทุกอย่างในบริษัทก็แปลกประหลาดไปเสียหมดเหมือนโดนเล่นของ 

“ไร้สาระน่ะ เรื่องแบบนั้น”   รีวัลย์ปฏิเสธในทันที  เรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เหนือธรรมชาติ  มันเกิดจากใจที่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวตะหาก..

แม้จะรู้ตัวว่าเป็นเพราะอะไร ร่างกายกลับไม่ค่อยทำตามสักเท่าใด  เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆร่างกายของมนุษย์  น่าศึกษาเรืองนี้ยิ่งนัก... หรือตนควรจะขอไปเรียนต่อดี ไปเรียนจิตวิทยาเรื่องความรัก?    ฉับพลันเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เจอเลขาสาวจ้องหน้ารออยู่แล้ว

“คงไม่ได้คิดอยากจะหนีงานหรืออะไรแบบนั้นนะคะหัวหน้า...”  เธอผู้ชงกาแฟได้เค็มเหมือนกับน้ำทะเลที่กว้างใหญ่อ่านใจได้ 

การมีเลขานุการที่รู้ใจมากเกินไป บางครั้งก็น่าอึดอัด  ชายหนุ่มหันไปหางานในคอมพิวเตอร์ทันที   “ฉันยังไม่ได้คิดอะไร  ไปชงกาแฟมาใหม่ด้วย  กาแฟแก้วนี้เธอคงใจลอยเกินไปหน่อย”  

วูบหนึ่งคล้ายกับมีเสียง [ชิ] หลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวตรงหน้า  ก็แค่เสียงแว่วผ่านไปเท่านั้นไม่มีอะไรหรอก  เพชราหยิบแก้วและหูแก้วที่หลุดออกมาถือไว้ด้วยความขุ่นเคือง ก่อนที่จะหันหลังกลับไป  ใบหน้าเธอเริ่มบูดบึ้งในทันทีที่งบกลางของกองบัญชีเสียเปล่าไปอีกแล้ว....

....หากหัวหน้ายังทำของพังเรื่อยๆแบบนี้....
....พวกเธอต้องเก็บค่าส่วนกลางของกองมากขึ้นอีก...

โดยปกติแล้วกองบัญชีและแผนกอื่นๆ  มีข้อตกลงกันว่าของกินและอุปกรณ์รวมของฝ่าย จะใช้เงินที่เจียดจากเงินเดือนในแต่ละเดือนคนละ 200 – 500 บาทแล้วแต่ตำแหน่ง เพื่อนำไปใช้ซื้อของเหล่านั้น...   ตอนนี้หัวหน้ากำลังผลาญเงินก้อนนี้รู้มั้ยคะ!? 

ขณะที่เลขาสาวยืนบ่นมุบมิบในใจ  ร่างโปร่งนั้นนั่งไขว่ห้างดูข้อความในโทรศัพท์ซ้ำๆ...  อลิน แย้มเก้อยังคงไม่ส่งข้อความกลับมา  ทั้งๆที่เด็กหนุ่มน่าจะสอบเสร็จเพียงแค่ครึ่งวัน  และไม่น่าจะทำข้อสอบสองวิชานานมากขนาดนี้ด้วย...  หรือจะเกิดเรื่องเครียดจริงๆ...

“หมอนั่นคงไม่ได้.....”    คงไม่ได้กาข้อสอบผิดในตอนที่เวลาใกล้จะหมดลงหรอกนะ?    หากเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นในวิชาที่ควรจะมั่นใจที่สุดก็คงเสียความมั่นใจไปไม่ใช่น้อย ...

ในใจนึกห่วงแฟนเด็กมัธยมผู้ไม่รอบคอบมากขึ้นทีละน้อย   การสอบครั้งนี้เป็นกำแพงชี้ชะตาขั้นแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้ก่อนจะไปเจอปราการสุดท้ายคือการสอบของสายวิทย์...  กระนั้นแล้วเขาจะช่วยเด็กหนุ่มอย่างไรดี?   สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้มีเพียงการให้กำลังใจเท่านั้น..

และการใช้กำลังใจที่คิดได้ในตอนนี้ก็มีเพียง....   “เพชรา”  เสียงทุ้มเปล่งเรียกให้หญิงสาวหันกลับมาหา  เธอหันกลับมาทันทีหลังจากปั้นหน้ายิ้มเรียบร้อยแล้ว

“มีอะไรเหรอคะหัวหน้า  ข้อมูลผิดพลาดเหรอคะ?”   เธอรีบถามถึงงานเมื่อเห็นคนถามมีสีหน้าเคร่งเครียด   ตามองอะไรกันแน่ระหว่างจองานกับจอโทรศัพท์...

“เธอถ่ายรูปให้ฉันหน่อย” มือที่ยื่นโทรศัพท์ PinePhone 5S สีดำ  ถ้อยคำที่เปล่งออกจากเรียวปากคมนั้น  ขับให้มือไม้ของคนฟังอ่อนด้วยความตกใจ....

เพล้ง!!!

เพียงสิ้นประโยคของแปลกนั้น แก้วกาแฟที่เสียหูไปแล้วอย่างน่าเวทนาก็ร่วงลงพื้นแตกกระจายเป็นชิ้นๆ...  กาแฟรสทะเลแปซิฟิคไหลราดพื้นเป็นด่างดวง...   แก้วกาแฟราคา 4 ใบ 200 ได้ลาจากโลกใบนี้ไปแล้วอย่างสงบ....  เจ้าช่างโชคร้ายที่ถูกคนกองบัญชีซื้อมา

“หัวหน้าจะถ่ายรูปเหรอคะ!???”  เพชราถามกลับอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง  หรือเพราะรสชาติเค็มอย่างตั้งใจของกาแฟจะทำให้หัวหน้าหนุ่มเพี้ยนไปแล้ว

ชายหนุ่มผงกศีรษะตอบ ย้ำให้รู้ว่านี่คือพูดจริงและทำจริง   “ใช่  ฉันจะทำอะไรให้อลินซักอย่าง”   ประโยคนั้นยิ่งทำให้เธออยากพยากรณ์อากาศ....

คนมีความรักมักจะเปลี่ยนไปในหลายๆด้าน.....
หรือประเทศจะมีหิมะตกลงมาในเร็วๆนี้......

ในเมื่อชายหนุ่มไม่ยอมถ่ายด้วยกล้องหน้า   เลขานุการผู้ต้องทำหน้าที่ดูแลและรับใช้ประหนึ่งเป็นมือขวาจึงต้องเดินไปรับโทรศัพท์มือถือเอาไว้ด้วยมือเรียวที่สั่นไหว  ทุกคนคะ... หัวหน้าจะถ่ายรูปค่ะ...  ทุกคนต้องแอบถ่ายรูปนี้เอาไว้เพื่อเก็บเป็นอนุสรณ์ของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้าน!!

ผู้ชายที่ไม่คิดจะถ่ายรูปเดี่ยวนอกจากติดบัตรจะถ่ายรูป!!!

ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอันเกิดขึ้นจากความรักต่างวัยบังเกิดขึ้นที่บริษัทย่านสีลม   ขณะที่ปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นกระทันหันในสนามรบสอบปลายภาค กำลังทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งในโรงเรียนย่าน BTS ราชดำริกลายเป็นศพเดินได้... 

สมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลไทยทันวิทยาลัยทยอยเดินออกจากอาคารเรียนหลังจากสอบเสร็จ  แต่ละคนมีสีหน้าแตกต่างกันไป  อานัติยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  ไร่นาและเบญจรูญแลดูมั่นใจในคำตอบที่ทำไปเมื่อเช้านี้  โขนแม้จะซีดน้อยๆแต่ก็พยายามทำตัวปกติ   จันกำลังลองคำนวนคะแนนสอบด้วยตัวเอง ส่วนตัวเอกของเรื่องนั้น.....

ดวงตากลมโตสีฟ้าของนักเรียนหนุ่มผู้เป็นอันดับหนึ่งเหลือบไปมองหน้า  “อลิน  ทำไมเครียดจังตั้งแต่สอบคณิตศาสตร์เสร็จแล้ว”  

ซอมบี้อลิน แย้มเก้อเงยหน้าที่ซูบซีดเป็นศพมองเพื่อนสนิท  เหล่าสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลผวาไปตามๆกัน   “เฮ้ย...ไหวมั้ยอลิน....”   ไร่นาบีบไหล่ปลอบใจ  

“ไหว.... แต่ไม่มั่นใจ... ความมั่นใจหายไปหมดแล้ว..........”  มันปลิวหายไปตั้งแต่กาข้อสอบผิด  มาตายเอาตอนจบอย่างไม่น่าให้อภัย....

“มันคงไม่แย่เท่าฉันที่เดาไปหลายข้อหรอกน่าอลิน!”   ร่างผอมบางผมเกรียนให้กำลังใจซ้ำ เล่นจ้ำจี้กับข้อสอบทั้งสองวิชาไปหลายรอบ  หากข้อสอบเป็นผู้หญิงคงโดนจ้ำจี้จนท้องไปแล้ว(?)  

เบญจรูญผู้เป็นกำแพงประกอบฉากตบไหล่อีกข้างเบาๆ  ให้กำลังใจผ่านสายตาโดยไม่มีคำพูดใดๆ   เพราะว่าพูดไม่ทันเขา...  “อะไรวะ พูดเตรียมตัวมาซะดี  มาตายเอาง่ายๆแบบนี้  สงสัยฉันจะสอบชนะอีก”   จัน สะกิดใจผู้เอาความเป็นคู่แข่งมาก่อนคนที่แอบชอบเผลอซ้ำเติม...

เพียงเท่านั้นซอมบี้ก็กลายร่างกลับเป็นวูบหนึ่ง   “ไม่แพ้หรอกเว้ย!  แค่....  รีบๆทำตอนท้าย.........ไ