[TitanFic] 10 Centimeter of Love (Levi x Eren) ตอนที่ 39

posted on 09 Sep 2013 20:09 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
 
ตอนก่อน
 
1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l
26 l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l 33 l 34 l 35 l 36 l 37 l 38 l       
 
 
Title : 10 Centimeter of Love "ปิ๊งรักระยะสิบเซน" 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 อนุบาลจนถึงมัธยมปลายเท่านั้นที่จะได้ใส่เครื่องแบบ

คำว่านักเรียนจะเป็นได้จนถึงเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น  หลังจากนั้นจะเป็นการก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วยการเป็นนิสิตและนักศึกษา  เท่ากับว่าได้สลัดความเป็นวัยเยาว์ออกไปพร้อมกับชุดเครื่องแบบนักเรียนอันเป็นความทรงจำ  

ก้าวเดินไปสู่เส้นทางอันเชื่อมต่อไปสู่ความฝัน
ใกล้เข้าไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงวันที่ได้ถอดชุดนักศึกษา

ตอนที่ 39 :  เครื่องแบบนักเรียนใส่ได้แค่ช่วงหนึ่งของชีวิต

วันที่ X เดือน X ปี 2556 การใส่เครื่องหมาย X ลงในวันที่หรืออายุหมายถึงต้องการให้มันเป็นปริศนาไปก่อน  พยากรณ์อากาศบอกว่าอากาศนั้นสดใส  หากแต่คงเชื่อไม่ได้เพราะภายนอกนั้นมีเมฆดำกระจัดกระจายตัวอยู่บนท้องฟ้า  ไม่บ่ายก็เย็น ฝนก็คงจะตกหนักลงมาแล้วการจราจรในเมืองก็จะติดขัด

ซึ่งถนนที่แน่นขนัดนั้นไม่ค่อยมีผลกับคนที่กลับบ้านด้วยขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินมากนัก  ขณะนี้เวลา 09.50 น.  ยังคงเป็นเช้าที่สดใสตรงตามพยากรณ์อากาศในข่าวรุ่งอรุณ  บริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านก็ยังคงทำงานเยี่ยงมนุษย์เงินเดือนเหมือนทุกวันเพราะไม่ใช่วันพิเศษ

ไม่มีปิดเทอม ไม่มีประกาศผลสอบ วันสำคัญมีแค่วันเงินเดือนออกและวันที่โบนัสออกเท่านั้นเอง  ยามนี้หญิงสาวในชุดกระโปรงสาวอย่างสาวออฟฟิศธรรมดานั้นยืนชงกาแฟพลางหาว  นี่ก็เป็นกิจวัตรประจำวันของเลขานุการอีกเช่นกัน  ทำไมพวกหัวหน้าจึงชงกาแฟดื่มเองกันไม่ได้  ใครก็ได้ช่วยนิยามบอกที....

แต่เช้านี้ต่างออกไป  เพราะเธอต้องชงกาแฟถึงสามแก้ว   “กาแฟได้แล้วค่ะหัวหน้า”    เพชราเดินตรงเข้าไปในห้องกระจกของหัวหน้ากองบัญชี  

อัศวิน หาญจิต และรีวัลย์นั่งรวมตัวกันที่โซฟารับแขก   บนโต๊ะมีเอกสารมากมายเกี่ยวกับโครงการใหม่ๆที่ต้องอนุมัติและช่วยกันดู  ทั้งเรื่องของบริการใหม่  ผลิตภัณฑ์ใหม่ บุคลากรใหม่ ปัญหาเดิมๆ ลูกค้ากลุ่มใหม่ งานพวกนี้ควรจะผ่านประธานบริษัท...แต่ชายผู้นั้นแมวยังไม่คลอดลูกจึงยังไม่กลับมา...

“พวกเราจะได้โบนัสพิเศษกว่าคนอื่นเค้ามั้ยน๊า....”   หญิงสวมแว่นตาเริ่มบ่น  ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ต้องรับผิดชอบหน้าที่หลายอย่าง  ไม่เหมือนใครบางคนที่ทำตัวเหมือนว่างจนสามารถหาแฟนได้ตั้งหนึ่งคน....

“ทนอีกหน่อยคุณพิสิษฐ์ก็จะกลับมาแล้ว”   อัศวินหยิบเอกสารวางลงตรงหน้า  หากงานเครียดมากเกินไปชายผู้นี้ผมก็อาจจะเถิกขึ้นไปอีกก็เป็นได้...

รีวัลย์นั่งอ่านเอกสารอย่างสงบไม่มีปากเสียงและคำบ่นอย่างเคย   ดวงตาคมจับจ้องทุกตัวหนังสืออย่างละเอียด  จนกระทั่งเลขานุการสาวเดินมาวางแก้วกาแฟให้   “หัวหน้าจับเอกสารกลับด้านค่ะ”  ทุกคนพากันมองเป็นทางเดียวกัน...

อาการหลุดๆมักเป็นสัญญาณบอกว่า...
วันนี้เป็นวันพิเศษหรือมีอะไรบางอย่างที่น่าตื่นเต้น....

นายรีวัลย์ ไม่ทราบนามสกุล หากแต่มีข่าวลือว่านามสกุลคุกิมิยะพลิกกระดาษกลับอย่างเงียบๆ  ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่กี่บรรทัด  เหล่าเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันที่สุดในบริษัทมองหน้ากันเองและรู้ได้เองทันทีว่าต้องมีอะไรบางอย่างอีกแล้ว

“นี่ก็ผ่านมาเดือนกว่าๆแล้วสินะ ที่นายไม่ได้เจอกับอลินเลย  เด็กมัธยมน่าจะสอบเสร็จแล้วนี่”  ชายผมสีบรอนด์เอ่ยถาม  เขาไม่รู้หรอกว่านักเรียนสอบเมื่อใด รู้แต่ปิดเทอมเมื่อใด เพราะดูจากรถบนท้องถนน

“เสร็จนานแล้ว”  ชายผมดำตั้งหน้าตั้งตาอ่านเอกสารแผ่นต่อไป  คราวนี้ไม่ถือกลับด้านแล้ว  สายตาไม่ยอมจับจ้องคู่สนทนา

“งั้นแสดงว่าปิดเทอมแล้วสิ  หรือว่าน้องอลินหนอนชาเขียวผลสอบออกมาไม่ดีเพราะมีแฟน?”   หาญจิตเผลอพูดจาไม่สมควรออกมาด้วยสีหน้าระรื่น  

ดวงตาคมเยี่ยมพญาแรคคูนดำทะมึนเหล่มองหน้า  “เกรดออกมาหลายวันแล้ว  แต่หมอนั่นตั้งจะดูเกรดพร้อมผลสอบสายวิทย์ที่ออกวันนี้”   ได้ยินเหตุผลนั้นกลุ่มสมาชิกระวังภัยคุกให้เพื่อนพึงเข้าใจในทันที

“ที่แท้หัวหน้าก็เป็นห่วงเรื่องผลสอบของน้องอลินนี่เอง  วันนี้คงจะออกจากที่ทำงานเร็วสินะคะ ฉันจะได้บอกคนอื่นๆ”  เพชราคล้ายกับรู้งานล่วงหน้าแล้ว  

“ยังไม่แน่  ฉันต้องรออลินติดต่อมาก่อนว่าผลสอบเป็นยังไงบ้าง  หมอนั่นบอกว่าจะบอกผลกับฉันเอง”  ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง... ต่อให้เป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ต้องยอมรับมันเอาไว้....

ตอนสอบปลายภาคเด็กหนุ่มเกิดปัญหาขึ้นกับวิชาคณิตศาสตร์   ได้เพียงหวังว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรมาก  ส่วนเรื่องสอบสายวิทย์นั้น  ฉากที่หายไปบ่งบอกว่ามันยังคงเป็นปริศนาว่าเกิดอะไรขึ้น หรือไม่สวรรค์ก็ไม่อยากย้อนความฉากสอบขึ้นมาใหม่อีก 

“เด็กสมัยนี้เรียนหนัก แล้วผลสอบก็มีผลมากด้วย เครียดกว่าสมัยเราๆจริงๆ”   หัวหน้าฝ่ายแผนนึกย้อนความกลับไปในวันวาน  โรงเรียนมัธยมไทยทันวิทยาลัยในอดีตไม่เคร่งเครียดมากขนาดนี้หรอก  

หากแต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มวัยทำงานซึ่งใกล้จะผมหงอกเพราะเด็ก(?)ต้องเครียดคือเรื่องเดิมพันตะหาก   เวลาล่วงเลยมาเดือนกว่าๆ..   วันนี้จะเป็นวันตัดสินแล้วว่าอนาคตข้างหน้าจะยังได้อยู่เคียงข้างกันอยู่เปล่า  เจ้าอนาคตที่ไม่แน่ไม่นอนนี้....

คงไม่มีใครเคยจิตนาการเรื่องราวแบบนี้ในหัวมาก่อน...
ว่าสักวันหนึ่งต้องมานั่งลุ้นผลสอบของนักเรียนมัธยมต้นราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง

เรื่องราวพวกนี้เคยเคยเอาไว้ในโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไว้เพียงหัวข้อของเกรดที่ไม่ควรตกต่ำ  มาไกลถึงขนาดนี้ไม่ได้ระบุเอาไว้  จึงไม่อาจเดาผลลัพธ์ได้ก่อนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น  คิดแล้วชายหนุ่มก็เผลอลอบถอนหายใจออกมา  ท่าทีแบบนั้นขับให้เพื่อนร่วมงานมองอย่างเห็นของแปลก  

“หัวหน้าเครียดมาก เดี๋ยวตีนกาขึ้นเพิ่ม จะแก่เร็วเกินน้องอลินนะคะ”  ลูกน้องสาวผู้มีความแค้นหลบซ่อนอยู่ข้างในเริ่มแทงซึ่งๆหน้า....

คิวคมถึงกับกระตุกในทันใด  “เพชรา  ฉันจะไม่ตัดเงินเดือนเธอหรอกนะ  ตราบเท่าที่เธอยังทำงานได้ดีอยู่”  โต้ตอบเรียบๆแต่แฝงความหมายโดยนัยเอาไว้จนหญิงสาวต้องรูดซิปปากตัวเอง  

“ก็แปลกดีนะ  มีแฟนแบบหัวเลี้ยวหัวต่อจากม.ต้นไปเป็นม.ปลาย  ถ้าต่อไปเป็นมหาลัยแล้วก็จบมหาลัย ฉันว่ามันสุดยอดเลยล่ะ”  หาญจิตพูดแล้วตื่นเต้นแทน  ราวกับเป็นภาพของหนอนไหมที่เริ่มเติบโตเป็นผีเสื้ออย่างนั้นล่ะ...

การคบหากันแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป  อยู่ข้างๆกันไปเรื่อยๆ  จากเป็นนักเรียนมัธยมต้น เป็นนักเรียนมัธยมปลาย เป็นนักศึกษา และต่อไปก็เริ่มทำงานเป็นผู้ใหญ่  เป็นสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและเติบโตไปด้วยกันซึ่งหาได้ยาก  อย่างน้อยใน 10 คู่อาจจะมีแค่ 1 คู่ไม่ก็ 2 คู่  โดยเฉพาะกับคู่รักที่อายุห่างกันมาก... มันฟังแล้วโรแมนติกอย่างประหลาด... 

ถ้าสองคนนี้คบกันไปเรื่อยๆถึงขั้นนั้น....
คงเขียนหนังสือขายได้เป็นเล่มๆ  รักรสหวานขมเปรี้ยวเค็ม(?)

รีวัลย์ฟังคำพูดของเพื่อนร่วมงานอย่างเงียบๆ  แต่ในสมองนั้นคิดตามไปด้วย  สายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์บังเอิญๆบนรถไฟฟ้า  โอกาสเพียง 1 ใน 100 ที่จะเกิดขึ้นในชีวิต  พลาดไปเพียงนาทีหรือวินาที หรือยืนคนละโบกี้ ก็ไม่มีทางได้เจอ....  สิ่งนั้นมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว....

รู้ตัวอีกที ตอนนี้ก็มานั่งลุ้นผมสอบไปกับเด็กมัธยมคนนั้นด้วย เพื่อการที่จะได้อยู่เคียงข้างกันต่อไป  “คล้ายๆเลี้ยงลูก แต่จริงๆเป็นแฟนแบบนั้นน่ะสิ” อัศวินพูดแทรกเข้ามา ทำเอาความคิดหมดความซึ้ง....

หัวหน้ากองบัญชีเกิดความคิดลึกๆในใจว่าอยากโยนคนทั้งสามออกไปจากห้องทำงานของตัวเอง   “ทำงานให้เสร็จได้แล้ว  ฉันจะได้ไปแบบไม่มีภาระ”  ตั้งแฟ้มกองหน้าคนโสดสนิททั้งสองและไม่สนิทอีกหนึ่งคน

“ก็ได้ๆ  จะรีบทำ  ถือว่าช่วยเรื่องความรักของเพื่อน”   สมาคมระวังคุกให้เพื่อนฝูงหัวเราะขำขัน  ทุกคนลงมือกันอย่างตั้งใจ  เฉกเช่นเดียวกับหัวหน้ากองบัญชีผู้มีแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่จะทำงานให้เสร็จสิ้นก่อนเวลาเลิกงานจะมาถึง

.....อยากจะเจอใบหน้าจริงๆ...ที่ไม่ใช่รูปถ่ายและวีดีโอคอลผ่านหน้าจอ...

ไม่ใช่ตัวหนังสือ  ไม่ใช่เสียงที่คุยผ่านทางโทรศัพท์  ทุกสิ่งทุกอย่างแม้เหมือนจะช่วยทดแทนได้  แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด  เพราะมันไม่มีลมหายใจ ไม่มีการโต้ตอบ ไม่มีไออุ่น  ความรู้สึกคำนึงถึงเฉกเช่นนี้... คงเรียกได้ว่าความคิดถึง  เจ้าสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีผลกับชีวิตของตัวเอง... แต่กลับมีจริงๆ... 

จะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย ก็ถือว่าอลินได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว....
ด้วยตัวเองตามลำพังเพียงคนเดียว....

การพยายามทำบางสิ่งบางอย่างด้วยตัวเองเพียงลำพัง บางครั้งนั้นมันยากเย็น  แต่เมื่อมีเป้าหมาย  ความยากเย็นนั้นก็เหมือนแรงถีบส่งให้ก้าวเดินไปข้างหน้าให้จนได้...  ความคิดนั้นก้องอยู่ในใจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเสมอตลอดหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา

ภายในบ้านย่านสะพานควาย  ร่างสูงโปร่งเรือนผมสีน้ำตาลเข้มนั่งกัดขนมปังเนยเข้าปากอย่างเงียบๆ   วันนี้เด็กหนุ่มแต่งตัวด้วยชุดลำลองเตรียมตัวออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า  บนโต๊ะมีบัตรสอบซึ่งมีเลขประจำตัวและรูปถ่ายติดอยู่  มันเป็นเหมือนกุญแจสำหรับไขประตูบานที่เชื่อมต่อไปสู่สายวิทย์ 

เด็กสาวผมดำซึ่งเริ่มยาวประบ่าเดินมาหยุดด้านข้างของโซฟาห้องนั่งเล่น   “อลิน  ยังไม่เข้าเว็บไซด์ดูผลสอบเหรอ?”   วันนี้เป็นวันประกาศผลของการเดิมพัน...

ดวงตาสีเขียวเงยมองใบหน้าสวยของพี่สาวซึ่งจะเข้ามาเรียนในโรงเรียนเดียวกัน   “ฉันอยากไปดูประกาศที่โรงเรียน  ไม่อยากดูผ่านเว็บไซด์  เดี๋ยวจะออกไปแล้ว”  

“งั้นเหรอ  แล้วนายจะเปิดดูเกรดของตัวเองรึยัง?”  มะขามถือใบเกรดมาให้   มันยังคงพับปิดไว้อย่างดีไม่ยอมแกะออกดู   อุตส่าห์ไปรับมาตั้งหลายวันแล้ว..

อลินส่ายใบหน้าไปมา   “ไว้ดูพร้อมกันเลย  จะได้รู้ข่าวดีข่าวร้ายทีเดียว   เธอจะออกไปด้วยกันมั้ยล่ะมะขาม?”   จุดเอาขนมปังเนยคำสุดท้ายเข้าปาก   

“ไปสิ  ถ้าเกิดนายผิดหวัง ฉันจะได้พานายกลับบ้านได้”   เด็กสาวร่างสูงโปร่งไม่กล้าให้กำลังใจ   เพราะว่านี่คือซิทคอม(?) อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นล่ะ...

เสียงเตือนข้อความในโปรแกรมสนทนาดังขึ้นจากโทรศัพท์ PinePhone   อลินยื่นมือไปหยิบขึ้นมาอ่าน   มันไม่ใช่ข้อความจากแฟนหนุ่ม  แต่เป็นข้อความจากพระร๊องรองซึ่งตื่นมาแต่เช้าเพื่อรอดูผลสอบเช่นเดียวกัน   ดูเหมือนอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้เปิดเว็บไซด์เข้าไปดู  

“จันก็จะไปที่โรงเรียนด้วย  จะบ้าจี้ไปดูกันหมดเลยรึไง”  วิธีการสะดวกๆก็มีดันไม่ทำ   จะทำเหมือนคนได้ลุ้นผลสอบแบบการ์ตูน...   

“ทุกคนคงจะลุ้นไปกับนายด้วย  ฉันเองยังอยากรู้เลยว่าเรื่องของพวกนาย สุดท้ายจะเป็นยังไง”    มะขามบอกอย่างตรงไปตรงมา   แต่ในฐานะคู่แข่งในสนามสอบ เธอไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้น้องชายเฉพาะกิจคนนี้อยู่แล้ว  และคงไม่มีทางแพ้ด้วย  

เพราะฉะนั้นลำดับที่ลุ้นก็คงจะเป็นอันดับ 3 – 5  เผื่อไว้ให้เบอร์หนึ่งของโรงเรียนไทยทันวิทยาลัยอย่างอานัติอีกคนหนึ่ง   อลินกดส่งข้อความไปให้คนสองคนเสร็จจึงลุกขึ้นพร้อมกับหยิบกระเป๋าเป้มาสะพาย   “จะไปล่ะนะ  เตรียมใจเรียบร้อยแล้ว”  ด้วยขนมปังเนยยามเช้า.....

มะขามผงกศีรษะตอบ  พร้อมกับหันไปทางพ่อกับแม่ซึ่งมองมาจากห้องครัว   “พวกเราจะออกไปดูผลสอบนะคะ”  เธอเร่งบอก  

คุณหมอคชาและคุณแม่อดีตนางงามคนสวยเดินมาหยุดตรงหน้าเด็กทั้งสองคน   วันนี้จะเป็นก้าวแรกของการเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย   เท่ากับว่าทั้งคู่โตขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง   “วันนี้แล้วสินะ  ที่พ่อกับแม่ตกลงกับลูกเอาไว้”  เดิมพันความรักของลูกชายกับแฟนหนุ่ม...

เกรดมากกว่า 3.8 และผลสอบสายวิทย์ในลำดับที่ 1 – 5

อลินใช้ดวงตาซึ่งมีเค้าโครงเดียวกับผู้ให้กำเนิดจ้องมองใบหน้าของทั้งคู่   การเดิมพันนี้อาจจะดูเหมือนเป็นลูกไม่รักดีที่เห็นเรื่องอื่นสำคัญกว่าครอบครัว... แต่มากกว่าครึ่งก็คือการทำเพื่อความฝันของตัวเอง  ตลอดเดือนกว่าที่เขาพยายามเพื่อการเรียนมาตลอด 

คุณพ่อมองหน้าลูกชายกลับ..  อลิน แย้มเก้อดูโตขึ้นมานิดหน่อย  “ถ้าพ่อกลับคำพูด  พ่อก็คงไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้วก็สั่งสอนลูกไม่ได้”   

“พ่อได้เห็นสิ่งที่ลูกทำตลอดเดือนที่ผ่านมาแล้ว  ผลสอบจะเป็นยังไงก็กลับมากินข้าวบ้านด้วยก็แล้วกัน”   มือซึ่งมักจะจับอุปกรณ์การแพทย์ยื่นมาลูบหัวเด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้ม  ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือร้าย  จะต้องมีใครกลับมาที่บ้านด้วยมั้ย.. ก็ขอให้กลับมากินข้าวที่บ้าน...

“ขอโทษที่หัวรั้นครับ    ผมไปก่อนนะครับ  แล้วผมจะมาบอกว่าผลสอบเป็นยังไงบ้าง”  ยกมือไหม้พ่อกับแม่คล้ายกับเป็นการขอพรก่อนออกจากบ้าน  มะขามทำตามแล้วจึงเดินตามหลังของน้องชายผู้น่าเป็นห่วงไป   

สองสามีภรรยาเดินไปส่งเด็กทั้งสองที่หน้าบ้าน   เด็กมัธยมต้นสองคนต่างโรงเรียน ต่อไปคงเดินไปโรงเรียนด้วยกันในฐานะนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน  จากเครื่องแบบหนึ่งไปสู่เครื่องแบบหนึ่ง... เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ  ไม่ใช่เพียงเรื่องเรียน  แต่เป็นเรื่องความรักของลูกชายด้วย 

“ถ้าเกิดอลินแพ้เดิมพันคุณจะทำยังไงคะ?”  หญิงผู้เป็นที่รักจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคู่ชีวิต    เหตุการณ์นี้มีทางแยกอยู่สองทางที่ต้องยอมรับ

ดวงตาใต้แว่นปรือหลับลงและเปิดออก   “ก็ทำตามที่ตกลงกันไว้  มันเป็นสัญญาลูกผู้ชาย”   เพราะขาเชื่อว่าฝ่ายที่ตั้งข้อตกลงก็ต้องคิดแบบเดียวกัน  

“แล้วถ้าเกิดชนะเดิมพันล่ะคะ?”    นายแพทย์วัยกลางคนไม่ยอมตอบอะไรออกมา  ใช้เพียงความเงียบและเดินกลับเข้าบ้านไปเป็นคำตอบ   แค่นั้นริมฝีปากเรียวของเธอก็แอบคลี่ยิ้มขำขันออกมา...

“ควรจะเตรียมมื้อเย็นไว้แค่ไหนดีนะ”   แม่บ้านสาวเริ่มคิดเมนูอาหารและสิ่งที่ต้องไปซื้อที่ซุปเปอร์มาเก็ต  วันนี้อาจจะต้องเตรียมมื้อใหญ่.. เพื่อเฉลิมฉลองหรือไม่ก็ปลอบขวัญ  ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...    

....ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนที่เลวร้าย... แต่ลูกชายก็คือแก้วตาดวงใจ...
จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจก็อยู่ที่การกระทำของทั้งสองคนเอง

ความรักที่แลดูแปลกแยกไปจากสังคมทั่วไป  อายุที่ห่างกัน  สถานะที่แตกต่างกัน  เพศที่หลายคนยังคงไม่มองว่าเป็นเรื่องที่ปกตินัก...   อย่างน้อยๆคนทั้งสองก็โชคดีที่อยู่ในสังคมที่ดีและมีครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงานที่ดีเกินกว่าจะเลวร้ายไปมากกว่านี้...

ผลสอบนี้คือบทสรุปของการทดสอบความรัก

จากสถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย มาถึงสถานีรถไฟฟ้าราชดำริ  ประตูทางเข้าโรงเรียนมัธยมไทยทันวิทยาลัยมีนักเรียนและผู้ปกครองเพียงบางตา  ในยุคสมัยใหม่ที่ผลการสอบสามารถเช็คผ่านเว็บไซด์และระบบอินเตอร์เน็ตได้นั้น  น้อยคนที่จะมาสัมผัสความรู้สึกแบบตามมาดูรายชื่อประกาศด้วยตัวเอง... มันเป็นการลุ้นแบบคลาสสิคที่หลายคนไม่อยากมาตากแดด...

อลินและมะขามเดินตรงดิ่มจากหน้าโรงเรียนไปนั่งลานหน้าเสาธง  บริเวณนั้นเริ่มมีบอร์ดมาตั้งและอาจารย์ซึ่งมาทำงานในวันหยุดเดินเอาผลสอบมาติด  คะแนนสอบเหล่านี้จะเป็นตัววัดและใช้แยกห้องเรียนอีกครั้งหนึ่ง   ดวงตาของทั้งคู่มองจากรอบนอกก็รู้สึกเหมือนเห็นแสงแยงตาเพราะศีรษะโล้นของครูผู้หนึ่ง...

“เฮ้ย!  ฉันมารอนานแล้ว  มาช้านะเว้ย!”   จัน สะกิดใจส่งเสียงเรียกจากใต้ต้นไม้    เด็กหนุ่มหน้าตาดีในชุดลำลองมานั่งหลบแดดพร้อมกับแก้วพลาสติกใส่โค้กประจำตัว

“ใครใช้ให้นายรอ?”   คู่อริตอบโต้กลับทันที     มือแกร่งแทบบีบแก้วโค้กพุ่งกระเด็น...   เกิดเป็นพระร๊องรองนั้นต้องอดทน  โดนตัวเอกพูดกระแทกก็ต้องไม่ตาย...

แม้แต่มะขาม เอกมันต์ก็ยังไม่ยอมทักทายประหนึ่งเห็นสายลมและแสงแดด  “ครูคีตะติดผลสอบอยู่   เจ้าโขนมันอยากสปอยผลสอบในห้องไลน์จะแย่แล้ว”   เจ้าอภิสิทธิ์ชนผู้รู้ผลได้ก่อนคนอื่นเค้า....

เด็กหนุ่มเผลอขำ  พลางเดินมานั่งที่โต๊ะด้วยกัน   “แล้วทำไมนายไม่รอฟังจากโขนซะเลยล่ะวะ  ไม่ต้องมาถึงที่นี่”  ทั้งร้อนทั้งอาจจะฝนตก  นอนตากแอร์เปิดเน็ตอยู่บ้านดีกว่า

จันมองหน้าได้ครู่หนึ่งแล้วเบือนหนีไป   “ฉันมาที่นี่เพราะว่าอยากเห็นผลสอบเอง  แล้วก็.... อยากรู้ว่าผลสอบของนายจะเป็นยังไงด้วย”  แม้จะไม่พูดออกมาตรงๆ.. ความรู้สึกในใจลึกๆของชายผู้หลงรักก็บ่งบอกว่าเป็นห่วง

ใจหนึ่งก็อยากจะเอาชนะเด็กหนุ่มให้ได้
แต่อีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงว่าเด็กหนุ่มจะทำตามที่อยากจะทำไม่ได้...

เป็นคนครึ่งๆกลางๆนี่มันช่างลำบาก อยากจะเป็นคนไม่ดีก็เป็นได้ไม่สุด อยากเป็นคนดีก็ดีได้ไม่สุดอีกเหมือนกัน  เป็นผู้ชายกลางๆที่บังเอิญหน้าตาดี แล้วดันมาหลงรักคนมีเจ้าของแล้ว  มันก็เลยแห้วเดินตามเป็นไร่ไม่ยอมจำซักทีอยู่แบบนี้.... 

“อลิน  แกะใบเกรดดูก่อนดีกว่ามั้ย?  ระหว่างรอน่ะ”  มะขามเอ่ยบอกด้วยสีหน้าราบเรียบ   หากรอไปนานๆเดี๋ยวจะหัวใจวายไปก่อน

“หา!?  นี่นายยังไม่ดูเกรดอีกเหรอ!!”   เพื่อนชมรมบาสเก็ตบอลถึงกับอึ้งที่เห็นใบเกรดในสภาพเย็บไว้อย่างดีไม่มีรอยแกะซักนิด...

“ฉันก็แค่อยากรู้ผลทีเดียว  จะได้หายตื่นเต้นทีเดียวไงเล่า....”   จะดีใจก็จะดีใจให้สุด  จะตกสวรรค์ก็ให้มันตกลงไปทีเดียวไม่ต้องผุดต้องเกิดไป....

มือเริ่มแกะลวดเย็บกระดาษออกไปอย่างช้าๆ  ระวังมือที่สุดไม่ให้กระดาษมันขาด  แม้จะรู้สึกตื่นเต้นเส้นจนมือใกล้สั่นก็ตาม... ในใจหวาดกลัววิชาคณิตศาตร์และวิทยาศาสตร์ในวันสุดท้าย   วิชาแรกทำแทบไม่ทันเพราะกาผิดข้อ  ส่วนวิชาที่สองโดนความตกใจจากวิชาแรกทำเอาไม่มีสมาธิ....

ผลการเรียนภาคเรียนที่ 2/2555 
นายอลิน แย้มเก้อ เลขที่ 16 ห้องม.3/104

กางกระดาษออกวางบนโต๊ะไม้หินอ่อน  อ่านเกรดแต่ละวิชาอย่างละเอียด มองไปช้าๆเพื่อไม่ให้หัวใจมันหลุดออกมาจากอกเสียก่อน...  มะขามและจันเผลอเครียดตื่นเต้นตามไปด้วย   ทุกคนพากันมองจ้องอย่างตื่นเต้น... ใบเกรดเดิมพันอันแรก....

“เฮ้ยๆ  เอามือออกสิวะ มันปิดเกรดรวมของนายอยู่”   เท่าที่ดูแต่ละวิชาไม่น่าจะมีปัญหา เหลือเพียงแค่ดูเกรดเฉลี่ยรวมให้มั่นใจเท่านั้นเอง...

มือของเด็กหนุ่มชมรมบาสเก็ตบอลค่อยๆเลื่อนออกไปช้าๆ...  มองเห็นตัวเลขตัวแรกเลข 3.... ลุ้นยิ่งกว่าเปิดไพ่หาไพ่ที่รอคอยมานานเพื่อกินรอบวง!?    “3..............”   จุอะไร.....

ผลการเรียนรวม  3.86

อลิน แย้มเก้อแทบโผเข้าไปกอดร่างของเพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งเพื่อนร่วมชั้น  แต่มะขามผู้เป็นพี่สาวอยู่ใกล้มือกว่าจึงเบี่ยงไปทางนั้นง่ายกว่า ปล่อยให้พระร๊องรองนั่งรอเก้อ....  ภูเขาแรกถูกยกออกไปจากอกและปาออกไปไกลๆไม่ให้กลับมาอีก  รอด!!  3.86!!!

จันหยิบใบเกรดขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด   “บอกว่าไม่มั่นใจๆ  วิชาคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ก็ได้เกรด 4 อยู่ดีล่ะวะ”    คนจิตตกหลังสอบเสร็จนี่ไว้ใจไม่ได้จริงๆ...

“แล้วนายได้เกรดเท่าไหรวะ!?”   ตัวเองดีใจแล้วก็รีบหันมาเกรียนเพื่อนต่อ  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องหน้าแบบเคืองๆ  แม้จะชอบแต่ก็หมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน  

“3.86 เท่านายนี่ล่ะวะ  อย่างกับใบเกรดใบเดียวกัน”   จันส่งคืนกระดาษบอกเกรดให้   อลินถึงกับสบถในลำคอด้วยความเสียดาย...   เทอมสุดท้ายแล้วแม้ๆก็ไม่อาจเอาชนะเพื่อนคนนี้ได้  ดันมาได้เท่ากันเสียนี่....

เด็กสาวผมดำมองดูอลิน แย้มเก้อซึ่งมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อยก็โล่งใจ  เหลือก็เพียงแค่ผลสอบลำดับของสายวิทย์เท่านั้นเอง... เธอมองไปยังกลุ่มอาจารย์โรงเรียนไทยทันวิทยาลัยที่กำลังเร่งมือ   ด้วยจำนวนนักเรียนและผู้ปกครองที่มารอดู  คงไม่ต้องเบียดเสียดอย่างในหนังสือการ์ตูนหรอก  

“อลิน จะไปดูผลสอบเลยมั้ย  น่าจะติดเสร็จแล้วนะ”   ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนแรง  อนาคตที่จะชี้ชะตาของคนสองคนรออยู่ตรงนั้นแล้ว...

บอร์ดประกาศผลสอบช่างดูยิ่งใหญ่เหมือนประกาศผลเลือกตั้ง
แสงแดดร้อนจ้าขับให้ทุกอย่างดูร้อนแรงขึ้นอีก...

สองหนุ่มและหนึ่งสาวเดินตรงไปยังลานหน้าเสาธงซึ่งมีพระอาทิตย์ดวงที่สองรออยู่   ทั้งหมดยกมือขึ้นไหวครูพละศึกษาซึ่งเป็นคนรักของเพื่อนตัวเอง   ดวงตาดำทะมึนเฉกเช่นรอบดวงตานั้นจ้องมองเขม็ง  รอยย่นบนหน้าผากยิ่งดูเหี่ยวย่นมากขึ้นไปอีก....

คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดนึง เรื่องนั้นอาจจะเอามาให้อ้างอิงกับผู้ชายคนนี้ไม่ได้   “ดูผลสอบแล้วอย่าเอาไปฆ่าตัวตายซะล่ะ”   พูดจาขู่ทิ้งท้ายแล้วก็เดินจากไป...

“เวลาอยู่กับโขน  ครูคีตะจะพูดขู่แบบนี้รึเปล่าวะ..?”  อลินจ้องมองแผ่นหลังนั่น   มะขามซึ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกแม้สีหน้าเรียบเฉยแต่ก็ตกใจ   มีคนต้อยเด็กในโรงเรียนนี้ด้วย...

ชายผู้มีบาดแผลในใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เงียบปากสนิท    “...คงไม่ขู่... แค่ทะลวง..........”  พูดเพียงแค่นั้นจันก็รีบลืมความทรงจำอันเลวร้ายนั้นไปจากใจ  

ทั้งสามคนไม่หยิบบัตรสอบออกมาเพราะคงไม่จำเป็น  ในเมื่อกระดาษที่ติดประกาศอยู่นั้นมีรายชื่อติดเรียงตามลำดับเอาไว้อย่างดีแล้ว...   มีเพียงมะขามเท่านั้นที่นิ่ง   ผิดกับสองหนุ่มข้างๆซึ่งยกมือขึ้นมาสวดมนต์เยี่ยงเคยได้เรียนมาจากอดีตสามเณรฤดูร้อนคนนั้นแล้ว.. เรียกศิริมงคลให้กับตัวเอง...  

“เอาล่ะ..... ดูผลสอบล่ะนะ.....”   ผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องน้อมรับมันเอาไว้...  สามสายตามองไปยังกระดาษประกาศผลสอบใบแรก....

ประกาศผลการสอบโรงเรียนไทยทันวิทยาลัย สายวิทย์-คณิต ลำดับที่ 1 – 10
(ประกาศ ณ วันที่ X เดือน X พ.ศ. 2556)

ลำดับที่ 1 มะขาม เอกมันต์
ลำดับที่ 2 อานัติ  อันไม่โต
ลำดับที่ 3 ไร่นา คารบาว
ลำดับที่ 4 เบญจรูญ หุบบ้าน
ลำดับที่ 5 จัน สะกิดใจ

ดวงตาสีเขียว สีน้ำตาลอ่อน สีดำขลับ มองตามลำดับนั้น  ห้วงเวลานั้นราวกับเดินเชื่องช้าลง... ทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง  อากาศที่ร้อนผ่าวเหมือนทะเลทราบซาฮาร่านั้นคล้ายกับกลายเป็นอากาศในขั้วโลกเหนือ...  มีเพนกวินวิ่งผ่านไปมาส่งเสียงหัวเราะหยอกล้อ....  

ลำดับที่ 6 อลิน แย้มเก้อ

ราวกับทุกอย่างพังทลายลงมาตรงหน้า   ร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลค่อยๆทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างสิ้นหวังและหมดอาลัยตายอยาก  วิญญาณคล้ายกับหลุดลอยออกไปไกลแสนไกลและอาจจะไม่กลับมาอีก  มันคือฝันร้าย ไม่จริใช่มั้ย.... ไม่จริง....  กระดาษที่เขียนมันจะต้องพิมพ์ผิด.......

มะขามรีบนั่งลงข้างๆพร้อมกับจับที่บ่านั้น  “อลินไม่เป็นไรนะ  ทำใจดีๆไว้นะ”   บ่านั้นสั่นไหวคล้ายกับพยายามอดกลั้นความรู้สึกที่ปะทุออกมา

เพื่อนร่วมชั้นร่างสูงมองผลสอบอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา  “จริงเหรอเนี่ย......”   มองเลขและลำดับแล้ว  ตนชนะเด็กหนุ่มคนนี้....  ทั้งๆที่อยากจะดีใจแต่ทำไมดีใจไม่ออก...

สองมือของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มสั่นไหว  สมองสับสนไปหมด  ตัวเลขลำดับที่ 6 ลอยไปลอยมาเต็มสมอง  มองเห็นภาพความทรงจำในห้องสอบมากมายไหลผ่านเข้ามา   ดวงตานั้นแสบร้อนไปหมด...  ความพยายามตลอดเดือนกว่าที่ผ่านมา....

นี่คือผลลัพธ์ของอนาคตที่รอมาตลอดเดือนกว่า    “ฉัน..............”  ตัวเราไม่สามารถทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับคนสำคัญได้. ...

ไม่สามารถทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ในวันสุดท้ายที่ต้องแยกกันได้....

ทั้งๆที่เตรียมใจมาแล้วว่าจะไม่ร้องไห้ออกมา... แต่น้ำตาหยดใสกลับหลั่งรินออกมาด้วยความเจ็บใจอย่างเงียบๆ  เพียงแค่ลำดับเดียวเท่านั้นเอง  เพียงแค่ตัวเลขตัวเดียวเท่านั้นเอง  ถ้ามันเป็นตัวเลข 5  คงไม่ต้องเจ็บปวดและหัวใจแหลกสลายขนาดนี้....

เด็กสาวทำได้เพียงจับบ่านั้นเพื่อปลอบโยน..  ไม่สามารถพูดคำปลอบโยนอะไรออกมาได้เลย  เฉกเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มผู้เอาชนะเพื่อนได้  แต่กลับไม่รู้สึกยินดีแม้เพียงนิดเดียว    “อลิน  อย่าร้องไห้สิวะ....”    จันนั่งลงตรงหน้าเพื่อน   สองมือจับข้างใบหน้าบังคับให้เงยหน้าขึ้นมา  

“.... นายชนะนี่หว่า จะมาซ้ำเดิมอะไรฉัน!”    ไม่ได้เจ็บใจที่แพ้ แต่มันเจ็บใจและเสียใจที่ไม่สามารถทำได้....  ทำตามสัญญาไม่ได้.....

จันกัดฟัน   เห็นน้ำตาคนที่ชอบตรงๆแล้วใจมันห่อเหี่ยว   “คะแนนมันอาจจะไม่ได้ห่างกันมากก็ได้เว้ย!  ฉันจะไปถามครู  ถ้ามันแค่นิดเดียวก็คงบอกพ่อแม่นายได้ใช่มั้ยน่ะ!”   ทั้งๆที่ไม่ควรจะทำแบบนี้... แต่มันอดไม่ได้จริงๆ.... 

“....ฉันไม่มีหน้าไปเจอพี่รีวัลย์แล้ว...  บ้าจริง.....  ฉันคงเจอพี่รีวัลย์ไม่ได้แล้ว.....”   แม้จะได้เข้าสายวิทย์อย่างที่ฝันเอาไว้...

.....ก็คงไม่อาจเจอกันได้อีกต่อไปแล้ว....

คนทั้งสองที่อยู่ข้างกายได้เพียงมองใบหน้าและน้ำเสียงที่สิ้นหวังอย่างเงียบงัน   เพราะน้ำตาเหล่านั้นก็ไหลออกมาอย่างเงียบงันไม่ให้ดูอ่อนแอไปมากกว่านี้    แสงแดดที่เจิดจ้า.. นั้นถูกบดบังไปด้วยเมฆฟ้าครึ้มๆที่เข้ามาแทนที่  จะต้องจบลงแบบนี้จริงๆเหรอ...

“อลิน.....”  มะขาม เอกมันต์เริ่มรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่ยอมดื้อติวหนังสือให้เด็กหนุ่มตั้งแต่แรก  หากได้คะแนนมากกว่านี้แล้วล่ะก็.....

จันกำหมัดแน่น  “ถ้านายเสียใจ ฉันให้ยืมบ่าก็ได้  ฉันเคยบอกนายแล้ว....  ว่าฉันจะช่วย....”  จะช่วยแบ่งเบายามที่นายต้องเจ็บปวด....

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนและสีเขียวจ้องมองหน้ากัน...  สถานะของพระร๊องรองใกล้จะกลายเป็นพระรอง แต่ทว่าไม่นานนักบรรยากาศที่หมองหม่นก็คล้ายกับมีแสงสว่างส่องประกายขึ้นมา   มันมาจากดวงอาทิตย์ดวงที่สองซึ่งไม่มีเมฆเข้ามาบดบัง....

“ร้องไห้อะไรกัน  ทำเหมือนเอนท์ไม่ติด....”   หรือไม่ก็เป็นจอมยุทธน้อยที่โดนไถ่ทัน(?)ฆ่าแม่   คีตะซึ่งมีใบหน้าเหี้ยมโหดจ้องมองเหล่ามนุษย์ดราม่าทั้งสามคน

“ผลสอบของอลินน่ะสิครับ... อลินกำลังผิดหวังที่ได้ที่ 6”   เพื่อนสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลช่วยตอบแทน   ได้ยินคำว่าที่ 6  ทำนบน้ำตาของอลิน แย้มเก้อก็ไหลเหมือนน้ำตกออกมาอีกครั้งอย่างเงียบๆ....

“ที่แท้ก็ผลสอบ  ฉันกำลังจะมาแก้  ในเว็บไซด์แก้แล้ว  ในประกาศอันนี้ยังไม่ได้ทำใหม่”  ร่างสูงใหญ่หยิบปากกาออกมาเขียนแก้บางอย่างลงในกระดาษประกาศผลสอบนั่น

จากลำดับที่ 6 กลายเป็น ลำดับที่ 5 อลิน แย้มเก้อ

ดวงตาทั้งสามคู่มองอย่างไม่เชื่อสายตา  นี่มันรายการอำกันเล่นหรือว่าเล่นตลกอะไรกัน   “หมายความว่ายังไงคะ?”   มะขามเร่งถามขึ้น  หากแก้ลำดับใหม่ก็เท่ากับว่าจัน สะกิดใจต้องเป็นลำดับที่ 6 ใช่หรือเปล่า....

คนปลอบคนอื่นก่อนหน้านี้เริ่มหน้าซีดแทน   “อย่าบอกนะครับว่าผมลำดับตก..........”  ใบหน้าหล่อเหลากำลังจะกลายเป็นกระดาษเอสี่สีขาว....

“เปล่า พวกนายได้ที่ 5 ร่วม  ไม่มีที่ 6  มีแต่ที่ 7”  ซึ่งที่ 7 ก็คือโขนสุดที่รักของอาจารย์หน้าผากย่นคนนี้นี่เอง....   ทุกคนพากันอึ้งเหมือนโดนเล่นตลกใส่.....

“ครูคีตะ.............ไม่ได้อำผมใช่มั้ยครับ.........” อลินมองครูพละด้วยสายตาเยี่ยงหมาน้อยที่หลงทาง และโดนคนเหยียบย่ำมาแล้วหลายคน....

อาจารย์หน้าโหดแต่จิตใจดีและชอบเด็ก(?)ถอนหายใจออกมาแรงๆ   “ไม่ได้อำ  นี่เรื่องจริง  ดูคะแนนพ่วงหลังสิ ว่ามันเท่ากันมั้ย”   มือเหี่ยวย่นชี้ไปที่คะแนนด้านหลังรายชื่อของเด็กหนุ่มทั้งสอง 

......เท่ากันทุกตัวเลข...ไม่มีความแตกต่างกันเลยเหมือนเกรดก่อนหน้านี้....

เพียงเท่านั้นต่างคนต่างก็มองหน้ากันและกัน  แล้วก็ลุกขึ้นมาจ้องคะแนนนั้นให้เห็นเต็มๆตาอีกครั้ง  มันเท่ากัน มันไม่มีแตกต่างกันเลย   ทั้งคู่เสมอกันไม่มีคนใดคนหนึ่งชะแล้วก็แพ้    เพียงเท่านั้นอลิน แย้มเก้อก็หันไปโดดกอดคอเพื่อนสนิท ทำเอาเด็กหนุ่มคนโดนกอดถึงกับผวา

“ฉัน...ฉันทำได้แล้ว!!!!”   เด็กหนุ่มกู่ร้องด้วยความยินดี   ส่วนจันนั้นทั้งตกใจทั้งงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น   เมื่อกี้ยังชนะอยู่เลย เสมอกันอีกแล้ว....

สวรรค์ช่างชอบกลั่นแกล้งบทบาทของเขา   มีปัญหาอะไรกับเขาหรือเปล่า    “นี่นายกับฉัน  ต้องตัวติดกันแบบนี้เหรอวะเนี่ย....”  ทั้งดีใจทั้งเสียใจในเวลาเดียวกัน...  หากแต่เมื่อเห็นคนที่ตัวเองชอบโอบกอดมาด้วยความยินดีแบบนี้.... ความขุ่นเคืองจากคะแนนสอบก็ลบเลือนหายไป....

.....อย่างน้อยนายก็ยิ้มได้เหมือนอย่างเคย....

ความเป็นคนดีมันมีมากกว่าความเห็ยแก่ตัว...   เขาก็คงโตขึ้นแล้วเหมือนกันจากความชอกช้ำหลายๆครั้ง     “เออ.... นายทำได้แล้วล่ะวะ....”   ยกมือขึ้นแล้วใช้กำปั้นทุบศีรษะเพื่อนสนิทผมน้ำตาลเข้มเบาๆ...   สุดท้ายสองคนนั้นก็คงคบกันต่อไปได้อีก....

มะขาม เอกมันต์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก  เมื่อลองเปิดดูผ่านทางเว็บไซด์ของโรงเรียนไทยทันวิทยาลัยทางโทรศัพท์มือถือ  ก็ตรงกับที่ครูพละคนนี้ได้บอกเอาไว้...   ในที่สุดเด็กหนุ่มก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง และคำเดิมพันเหล่านั้นได้แล้วสินะ...

“คงต้องยอมรับ... ว่าผู้ชายคนนั้นมีผลกับอลิน...”    ไม่ใช่เพียงแค่เธอที่ต้องยอมรับ  แต่เป็นพ่อแม่ด้วยที่ต้องยอมรับผลลัพธ์ครั้งนี้....

ความรักต่างวัยที่ยากจะเชื่อถือและยากจะเชื่อว่ามีอยู่จริง....
มันพิสูจน์แล้วว่ามีอิทธิพลในด้านบวกกับเด็กหนุ่มมากขนาดไหน.....

หากผลสอบและใบเกรดออกมาแบบนี้...  ใครจะกล้าค้านอะไรได้อีก    ร่างสูงโปร่งคลายวงแขนจากเพื่อนร่วมชั้น  ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องเป็นเพื่อนร่วมชั้นต่อไปอีกเรื่อยๆ   เวลานี้เขามีที่ๆตัวเองจะต้องไป  สิ่งที่รอมาตลอดช่วงเวลาเดือนกว่าที่ผ่านมา....

“มะขาม  ฉันไปบอกผลสอบกับพี่รีวัลย์ด้วยตัวเองได้สินะ?”   ดวงตาสีเขียวมองจ้อง   ไม่ต้องบอกผ่านตัวหนังสือคงได้สินะ....  

เด็กสาวผมสีดำขลับคลี่ยิ้มจางๆที่เรียวปาก   “ถ้านายอยากทำแบบนั้นก็ตามใจนาย”   มะขามยอมรับซึ่งความพ่ายแพ้... แม้ตัวเองจะสอบได้เป็นลำดับที่ 1 

จัน สะกิดใจจ้องมองสีหน้ายินดีของคนตรงหน้า   ยามเมื่อเดิมพันชนะ   เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากแสดงความยินดี  เพราะการปลอบใจคงไม่จำเป็นอีกแล้ว...  โอกาสที่ควรจะมีก็หายไปแกแล้วสินะ  ช่างมันเถอะ... อีกสามปีที่ต้องอยู่ร่วมห้องเดียวกัน....   

เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ....  “โชคดี  ไปบอกข่าวดีกับแฟนนายซะสิ”   แมนพอที่จะไม่รั้งไม่ห้าม  เพราะไม่มีสิทธิ์  นี่แหละคือพระร๊องรอง....  

อลิน แย้มเก้อยิ้มให้กับคนทั้งสอง  เขารับใบเกรดกลับมาจากมือของพี่สาว...ล่ะมั้ง...  เก็บใส่ในกระเป๋าเป้พร้อมกับหยิบบัตรกระต่ายออกมา  เตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปไกลกว่านี้    “ฉันไปนะ  แล้วเจอกันที่บ้านนะมะขาม”    แล้วสองขาก็ออกวิ่งไปยังที่ๆตัวเองควรจะไป....

หนึ่งเดือนกว่าที่ต้องปล่อยให้คนสำคัญต้องรอ.....
ถึงเวลาที่เขาจะต้องเป็นฝ่ายไปหาเองบ้างแล้ว....

ดวงตาสีดำจ้องมองแผ่นหลังของน้องชายจนกระทั่งลับสายตาไป  เช่นเดียวกับชายผู้หลงรักที่มองไปจนกระทั่งลับสายตาเช่นเดียวกัน   มะขาม เอกมันต์เหลือบมองใบหน้าของเด็กหนุ่ม   สีหน้าช่างบ่งบอกว่าผิดหวังและเศร้าใจ  แต่ก็ยังทำตัวเป็นคนดีอยู่ได้  

“นายก็ใช้ได้เหมือนกันนะ ทั้งๆที่ชอบอลินแท้ๆ  แต่ไม่ห้ามอลิน”   ไม่พูดกระทั่งคำพูดจูงใจให้ส่งข้อความไปบอก ไม่ต้องไปเอง 

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมองกลับ   “ฉันจะไม่ทำตัวน่าสมเพทต่อหน้าหมอนั่นแล้ว”   อีกสามปีข้างหน้าและอาจจะหลังจากเข้ามหาวิยาลัย...   จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง  

“ก็ผิดศีลข้อสามอยู่ดี”    พี่สาวร่วมบ้านของเด็กหนุ่มผู้เนื้อหอมเดินจากไป  ทิ้งคำพูดดั่งมีดทิ่มแทงใจให้พระร๊องรองต้องหน้าซีดเซียว

.....เกิดเป็นลำดับที่ 3 ต้องอดทน....
จะเท่ จะน่วม จะรั่ว จะคนดี ก็ต้องเล่นได้ทุกบทบาท

กองบัญชีของบริษัทสำรวจและกำจัดภัยภายในบ้านนั้นเงียบสงบ   เหล่าลูกน้องพากันตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองในจอคอมพิวเตอร์  แต่เมื่อมองดีๆคือพวกเขากำลังเปิดเฟซบุ๊คและเปิดเกมส์ระเบิดลูกอมอยู่... แต่ละคนไปไกลกันถึงด่านที่ 130 กว่าๆ  และหลายคนก็เริ่มจะไปถึงทางตันแล้ว

บรรยากาศช่างแตกต่างจากในห้องทำงานของหัวหน้า  ชายหนุ่มในชุดสูทนั่งพิมพ์งานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เพื่อมีเวลาว่างในช่วงบ่าย   แม้ในใจจะว้าวุ่นอยากเปิดดูเว็บไซด์โรงเรียนไทยทันวิทยาลัย  แต่ใจที่รักงานก็สั่งห้ามไม่ให้เปิดดูในตอนนี้  

“หัวหน้าคะ  เอากาแฟอีกมั้ยคะ?”   เพชราเดินมาถามเผื่อเจ้านายจะต้องการกาแฟโด๊ปให้ตาค้างอีกสักแก้ว..  แต่จริงๆผู้ชายคนนี้ก็กินกาแฟหลายขนานมากเกินไปแล้ว

“ไม่เป็นไร   เธอไปทำงานเถอะ”   มือแกร่งปัดมือบอก  บรรยากาศของเครื่องจักรทำงานกำลังครอบงำ  นี่คือภาพแบบเดิมๆก่อนที่จะมีแฟนเด็ก(?) 

เลขานุการสาวเดินออกจากห้องไป  ไม่ทันไรก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น   “ค่ะ  กองบัญชีค่ะ”   เมื่อเธอรับสาย  สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเป็นอมยิ้ม  พร้อมกับผงกศีรษะตอบ   

“ค่ะ  ให้ขึ้นมาได้เลยนะคะ”   ดวงตาเหลือบมองไปทางหัวหน้าซึ่งอยู่ในห้องทำงาน    แล้วเธอก็วางสายไม่ทำอะไรต่อนอกจากเปิดเครื่องหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเขียนบันทึกเลขานุการประจำวัน...

เพชรา ‘s Facebook
วันนี้ฉันอาจจะได้เห็นฉากน่าประทับใจในที่ทำงานก็ได้
สักวันจะมีหนุ่มรุ่นน้องมาทำแบบนี้กับฉันบ้างมั้ยน๊า....

เรื่องนั้นก็คงเป็นเรื่องของอนาคตอันแสนไกล  หรือไม่ก็มีอยู่ในกองบัญชีแล้วแต่เธอไม่ได้สังเกต   รีวัลย์ยังคงจัดการเรื่องงบประมาณและโครงการที่ได้รับมอบหมายมา   นี่แค่แมวคลอดลูกยังทิ้งงานไว้ให้ลูกน้องขนาดนี้  หากเกิดมีภรรยาใหม่เป็นเด็กเอ๊าะ  มิยกบริษัทให้อัศวินเลยเหรอ...  ในอนาคตพวกตนอาจจะได้ขึ้นตำแหน่งสูงจนยึดบริษัทนี้ไว้เองได้  

ยิ่งรีบทำงาน งานก็ไม่หมดเสียที  จึงต้องพักนวดขมับตัวเอง... อยากจะรู้ผลสอบนั่นใจจะหาย  แต่ยังดูไม่ได้  เพราะรอฟังผลลัพธ์จากเด็กหนุ่มด้วยตัวเอง   “... หมอนั่น...  คงจะไม่เครียดจัด...”    อย่างวันที่จิตตกจนโทรมาหาตนเพราะกาข้อสอบผิด....

….น่าเป็นห่วง......

หากแต่ยามนั้นเอง  เสียงๆหนึ่งได้ดังขึ้น   “ตอนนี้ไม่เครียดแล้วครับ  แล้วโกโก้ร้านใต้บริษัทพี่รีวัลย์ก็อร่อยเหมือนเดิมเลยนะครับ ไม่เปลี่ยนคนชง”   สิ้นเสียงนั้นหัวหน้ากองบัญชีแทบลื่นไถลตกจากเก้าอี้หรือต้องทำอะไรพังสักอย่าง....

เมื่อเงยสายตาขึ้นมองจากเครื่องคอมพิวเตอร์   ภาพตรงหน้าคือเด็กหนุ่มในชุดลำลองตัวเป็นๆ   ดวงตาสีเขียว  รอยยิ้มเขินๆอายๆอย่างคนที่ไม่ได้เจอกันนาน  ในมือถือแก้วใส่โกโก้เย็นร้านมใต้ตึกบริษัท...   “อลิน?”     

“ครับ  ผมมาบอกผลสอบกับพี่รีวัลย์ครับ”    เด็กหนุ่มแย้มยิ้มกว้างพร้อมกับสูดโกโก้อย่างอารมณ์ดี    ภาพที่อยู่ตรงหน้านี้คืออลิน แย้มเก้อตัวเป็นๆ.....

...นายที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้....

ไม่ใช่ข้อความที่อยู่ในโทรศัพท์   ไม่ใช่ภาพที่อยู่ในวีดีโอคอล   ไม่ใช่เสียงที่ส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์มา    ร่างโปร่งลุกขึ้นจากเก้าอี้  เดินเข้าไปหา  พร้อมกับโอบกอดเด็กหนุ่มตรงหน้านั้นโดยไม่สนใจสายตาของพวกลูกน้องที่อยู่ภายนอกห้องอีก.....

“พี่รีวัลย์!  เดี๋ยวแก้วตกครับ!”    อลินตกใจเมื่อจู่ๆถูกกอดอย่างกระทันหัน   ผิวสัมผัสนี้ กลิ่นนี้  คือเด็กหนุ่มที่ไม่อาจเจอหน้ากันได้มาเดือนกว่า.....

ถ้าบอกว่าไม่คิดถึง....  คงเป็นคำโกหกคำโต...  แต่ไม่สามารถพูดออกไปได้....
แม้ไม่รู้ว่าผลลัพธ์ที่จะได้ยินคืออะไร... แต่ตรงหน้านี้คือนาย.....

“นายผอมลงไปนะ”  คำทักนั้นขับให้เด็กหนุ่มซึ่งประหม่าเริ่มสงบลง...    คำพูดนี้มันบ่งบอกว่าไม่ได้เจอกันนานมากจริงๆ..... ทั้งๆที่เหมือนอยู่ใกล้กันแท้ๆ....

มือข้างที่ว่างโอบร่างของหัวหน้ากองบัญชีกลับ    “พี่รีวัลย์ดูไม่เปลี่ยนไปนะครับ แต่ดูเครียดๆ....”   คงจะทำแต่งานไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย.....

“เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่มีอะไรทำนอกจากงาน ก็ตอนนี้นายไม่อยู่”   แม้จะเรียบง่าย แต่เป็นคำพูดที่ทำให้ใจคนฟังอบอุ่น... 

ทั้งๆที่คนตรงหน้าเป็นผู้ใหญ่  ดูเหมือนจะแข็งแกร่งดั่งหินผา  ไม่รู้สึกอะไรกับการอยู่ห่างกัน   บางทีเขาคงคิดแบบนั้นไปเองเพียงคนเดียว   เพราะชายหนุ่มเป็นผู้ใหญ่กว่า  จึงไม่สามารถแสดงออกได้ว่าตัวเขามีอิทธิพลมากขนาดไหน  ไม่นึกว่าจะขนาดนี้....

.....จริงๆเขาก็เหงามากเลยนะ.....

คนเคยเจอกันทุกวัน  แต่ต้องไม่เจอหน้ากัน...  โดยที่ต้องรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป  แม้ไม่รู้ว่าอนาคตจะได้กลับมาเจอกันจริงๆหรือเปล่า อย่างๆน้อยๆตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าอนาคตข้างหน้าจากนี้ไป  จะต้องเป็นอย่างไรต่อไป....

“ผมเอาผลสอบมาให้ดูตามสัญญาแล้วนะครับ”   ทั้งสองคลายวงแขนออก   พร้อมกับร่างสูงกว่าที่เริ่มล้วงหยิบของในกระเป๋าเป้ออกมา    

มือยื่นส่งใบเกรดให้กับคนตรงหน้า    “ส่วนผลสอบสายวิทย์  เข้าดูในเว็บไซด์ก็ได้ครับ  ผมเพิ่งจะไปดูที่โรงเรียนพร้อมกับมะขามมา”   ที่จริงมีอีกคนไม่ใช่เหรอ...

  รีวัลย์รับกระดาษใบเกรดมาเปิดออกดู    เจ้าของใบเกรดยืนมองพลางอมยิ้ม   เป็นภาพเดียวกับเด็กที่เอาผลการสอบมาให้ผู้ปกครองดู    “เก่งมาก  ทำได้ดีกว่าที่คิด  ทั้งๆที่นายบอกว่าไม่มั่นใจ”  มือแกร่งยื่นออกไปลูบหัวเจ้าเด็กมัธยมต้นยิ้มแป้น  

ได้ยินคำชมนั้นคนฟังถึงกับต้องกลั้นยิ้ม    “ผลสอบสายวิทย์ผมก็ได้อันดับที่ 5 พอดีนะครับ.... ผมรักษาสัญญาได้แล้วใช่มั้ยครับ...”   การเดิมพันที่ตกลงกันไว้กับพ่อและแม่...

ดวงตาคมจ้องมองผลสอบซึ่งเปิดผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ  แม้จะเป็นลำดับที่ 5 ร่วมกันสองคน  อย่างไรก็หมายถึงลำดับที่ 5  ติด 1ใน 5 ซึ่งหมายถึงบรรลุข้อตกลงที่ยากเย็นนั้นได้สำเร็จตามที่พูดเอาไว้    เรียวปากคมคลี่ยิ้มจางๆ   รอยยิ้มที่มีให้กับคนเพียงคนเดียว...

“นายพยายามได้ดีมาก”    ได้ยินแค่คำนั้น  น้ำตาก็เผลอหยดไหลออกมาจากดวงตาสีเขียวอีกครั้ง...  ความเครียดตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา คล้ายกับได้ปลดเปลื้องมันออกไป....

การอ่านหนังสืออย่างหนักทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งในและนอกห้องเรียน
อดทนไม่เล่นโทรศัพท์มือถือพร่ำเพรื่อเพื่อเอาเวลานั้นมาทบทวน
ไม่เที่ยวเล่นตามอำเภอใจ...เข้าออกแต่ห้องสมุด.....

เพื่อสัญญา.... เพื่อสิ่งที่ชายหนุ่มพร่ำบอกว่าเพื่ออนาคต....

เด็กหนุ่มยกมือขึ้นปาดน้ำตาแบบลวกๆ   ความเครียดที่สะสมมานานกลายเป็นแสดงท่าทีแบบเด็กๆแบบนี้ออกไปเสีย   “...ได้ยินพี่รีวัลย์บอกแบบนี้ ผมก็โล่งใจแล้วครับ....”   

ดวงตาคมจ้องมองภาพอลินที่เช็ดน้ำตาลวกๆนั้น จึงประคองจับศีรษะนั้นให้โน้มลงมาซบลงที่บ่า..  ซบลงกับชุดสูทสีดำขลับ   “ขอโทษด้วย  ที่ปล่อยให้นายเครียดอยู่คนเดียวแบบนั้น  เพราะฉันเจอหน้านายไม่ได้”

อลินส่ายหน้าไปมา  “ผมเข้าใจพี่รีวัลย์ครับ  พี่รีวัลย์ก็ทำเพื่อผมมาตลอด”  ผ่านมาได้เพราะคำพูดให้กำลังใจ.. แค่นั้นก็มากพอแล้ว....

“จากนี้ไป ฉันจะกลับมาอยู่ข้างๆนายเหมือนเดิม”  เรียวปากคมสัมผัสแนบลงที่ใบหู...   แค่คำพูดนี้แค่ความอบอุ่นนี้...  เด็กหนุ่มก็กางวงแขนออกกอดรัดชายผู้เป็นคนสำคัญเอาไว้แน่น.... 

ความรักอันมีระยะห่าง 10 เซนติเมตร
ความรักซึ่งอาจไม่น่าเชื่อถือ เหมือนภาพลวงตา....

แต่มันคือความจริง.....

เป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน เป็นกำลังใจให้กันและกัน  เติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย... แม้อายุและหลายๆอย่างจะไม่เหมาะสม  แต่ใครกันกันคือคนที่กำหนด?  หากคนทั้งสองได้พิสูจน์ตัวเองในสิ่งที่คนอื่นไม่ยอมรับ ให้กลายเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้.....

......ว่าความรักครั้งนี้ไม่ใช่ความลุ่มหลง...

แต่คือการก้าวเดินเติบโตไปพร้อมกัน   ชายทั้งสองคลายวงแขนและยิ้มให้กันและกัน   อุปสรรคขวากนามอะไรที่หนักหนากว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว   1 เดือนนี้คือการพิสูจน์... และต่อไปก็คือเรื่องราวของอนาคต...  และปีที่ต่อไปที่เราจะก้าวเดินไป.... 

“เย็นนี้ไปกินข้าวที่บ้านผมนะครับ   พ่อกับแม่บอกให้กลับไปกินข้าวที่บ้าน”   และไม่ได้บอกด้วยว่าห้ามพาใครไปด้วย... เป็นคำชักชวนแบบปลายเปิดจากผู้ปกครองทั้งสอง...

“ได้ ฉันจะไป  รอฉันจนเลิกงานก่อนก็แล้วกัน”   ลูบหัวเจ้าเด็กนักเรียนมัธยมต้นอย่างอ่อนโยน  หลังจากวันนี้ก็จะไม่ใช่นักเรียนมัธยมต้นอีกแล้ว....

ก้าวจากม.3 ไปสู่ม.4  
และก้าวเดินข้างๆกันไปเรื่อยๆแบบนี้....นานๆนะ.....

เหล่าลูกน้องแอบมองจากด้านนอกห้อง   แม้แต่อัศวินและหาญจิตก็มายืนแอบมอง   ภาพของคนทั้งสองขับให้เพชราต้องหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาให้ตัวเอง....  หัวหน้าคนนั้นยามที่อยู่กับแฟนเด็ก  ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นเหลือเกิน.... จนเธอต้องหลั่งน้ำตาที่ได้เห็นคนเป็นผู้เป็นคน(?)    

“หัวหน้า.....  โดนแอบถ่ายเต็มเลยรู้มั้ยคะ.......”   ทุกคนล้วนแต่มีโทรศัพท์อยู่ในมือเพื่อถ่ายรูปหัวหน้ากับแฟนเก็บไว้เป็นที่ระทึก(?) 

.....ความซึ้งมันหายหมดตอนนี้นี่เอง....

มื้ออาหารเย็นในวันนั้นของครอบครัวแย้มเก้อได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน  บรรยากาศจะน่ากระอั่กกระอ่วนแค่ไหน ก็คงไม่ขรุขระเท่ายามที่รถไฟฟ้า BTS สะดุดหรือค้างกลางทาง...   ชุดเครื่องแบบสีกากีและชุดลูกเสือ... สิ่งเหล่านั้นคงกลายเป็นความทรงจำในอดีตไปในเวลาไม่นาน....

จากสิบเซนติเมตร 1 เซนติเมตรคงหมายถึง 1 ปี
แต่ละปีที่เราคบกันยาวนานต่ไปเรื่อยๆ...

แต่ความรักนั้นไม่เหมือนส่วนสูง
คงใช้ความสูงนั้นกำหนดเป็นจำนวนปีไม่ได้ว่ายาวนานแค่ไหน





 
 -----------------------------------------------------------------------------------------------------


Free Talk : ตอนหน้าตอนอวสานแล้วค่ะ ยาวนานมากกับปิ๊งรักระยะสิบเซน... รู้สึกว่ามันยาวนานมากจริงๆ จนใจหายว่ามันจะจบแล้ว TvT โอย.... น้ำตาจะไหล

ความรักของน้องอลินกับพี่รีวัลย์ ถ้านับจริงๆมีฉากหวานกันน้อยมาก เพราะเหมือนจะมีฉากกับคนอื่น ฉากรั่ว ฉากเผชิญกับอุปสรรคมากกว่า

ถ้าเป็นโลกของความเป็นจริง รักของสองคนนี้มันจะลำบากมาก ... เพราะมันยอมรับกันยากนะ แต่ก็เห็นมีข่าวว่ามีคู่รักชายรักชายอายุห่างกันมาก แต่รักกันดีเหมือนกันล่ะ ฮา

ปล. ส่วนเรื่องของจันนั้น ชายจันมี Side Story กับมี Secret File ของตัวเองอีกนะ ผู้ชายคนนี้ยิ่งกว่าพระร๊องรองจริงๆ 5555

Comment

Comment:

Tweet

ตอนแรกกะว่าพี่อายะต้องทำร้ายอลินแน่นอน แต่ไม่คิดว่าพี่อายะจะใจดีให้พระรองผู้เจ็บช้ำมาหลายทีได้มีพื่นที่ร่วมกับคนที่ชอบอีกซักครั้งเป็นการส่งท้ายด้วย

รีไวล์เฮย์โจวไม่ซึน มีแต่ซึ้งในฟิคนี้! เยี่ยมจริงๆ!! สวีทกันซะมด ปลวกทนอยู่กันไม่ได้แน่ๆเลย 

ปล.ขอรูปแอบถ่ายหน่อยสิเพชรา

#5 By dAllEn (171.7.103.204) on 2013-09-10 16:02

ปาดน้ำตาด้วยความดีใจ
ในที่สุดสองคนก็ได้เจอหน้ากันแล้ว//จุดพลุฉลอง
อยากได้เฟซบุ๊คของเพชราจริงๆ
เผื่อจะมีรูปแอบถ่ายของขุ่นพี่และน้องอลินให้ตามสูบ 

อารมณ์สะดุดมากตอนชายจันพูดว่า "..แค่ทะลวง"
ชั้นเป็นห่วงนายนะ   หวังว่าคืนนี้จะไม่เห็นภาพหลอน 

จะจบแล้วใจหายเหมือนกันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาให้เราได้เสพ
จะรออุดหนุนรวมเล่มนะคะconfused smile

#4 By Taraikari on 2013-09-10 00:52

ฮือออออออออออออออออออ
คำแรกเลยค่ะ ขอบอกเลยค่ะ
เอาน้ำตาหนูคืนมานะค้าาาาาาาาาาาาาาาาา  ;[];
คืนลุ้นตั้งแต่อลินน้อยอ่านเกรด ไปลุ้นผลสายวิทย์ต่อ
ได้ที่หกที่น้ำตาร่วงพร้อมอลินเลยค่ะ ๕๕๕
แต่ด้วยความที่เป็นซิทคอมและเป็นท่านพี่จักรพรรดิเพนกวิน ฮือออ //ประมาทไป
โอยยยยย จันหล่อมากค่ะ อย่างแมน
เป็นพระร๊องพระรองของแท้เลย ตอนที่อลินจะกอด
แต่เบี่ยงทิศไปกอดมะขามที่อยู่ใกล้แทน ฮ่าๆๆๆ
พี่คีตะะะะ อ๊ายยยยยย //ชูป้ายเอฟซี
นานๆจะออกมาสักทีแต่เล่นเอาระทวยเพราะทรงหัวเหมือนเดิมเลยนะคะ +[]+
ขุ่นพี่แบบ ขุ่นพี่แบบ น่ารักขึ้นทุกวันนะค้าาา
 แอบมโนไปเองว่าขุ่นพี่ตัวสั่นตอนกอดอลินด้วยง่าา ;v;)////
อยากได้รู้แอบถ่ายจังเลยค่ะ ติดต่อซื้อได้ที่ไหนคะ ฮ่าๆๆๆ
อ๊ายยย จะจบแล้ว จะว่าดีใจก็ดีใจ แต่มันเศร้าและเหงามากกว่า ฮืออ
จะรอรวมเล่มนะคะ ทุ่มไม่ยั้งค่ะ >_<
ขอบคุณท่านพี่มากๆๆๆนะค้าาา
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

#3 By SmileLuzMocca [KwonHibari] on 2013-09-09 22:47

อ้ากกกกกกกกกกก
คลั่งงงง
5555555
ฟินมากๆ
ลุ้นตามจริงๆ อร๊ายยยยยย  
มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะ

#2 By un-fiore on 2013-09-09 21:56

โฮ่ ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้ววววว
หลังจากที่รอคอย ตอนแรกอันดับหกนี่แทบใจหาย ;[]; !!!
ซึ้งจนหมดซึ้ง... คนที่ถ่ายภาพเยอะที่สุดอาจจะเป็นเพชรา..
เธอจะเอาไปแบล็กเมลใช่มั้ย !!? -/โดนโบก
ตอนหน้าจะจบแล้ว... แอบใจหาย ;___;
จะจบแล้วง่ะ...
ไปอ่านสโนว์ต่อ...
#มันไม่เหมือนกัน

#1 By •✖saire✖• on 2013-09-09 21:29

[AyaFee]★[Byanism] View my profile

Created with flickr badge.