[TitanFic] Memory of Snowflakes (Levi x Eren) Chapter 29

posted on 12 Sep 2013 23:29 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
 
ตอนก่อนๆ
 
Prologue l 1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l
24 l 25 l 26 l 27 l 28 l      
 
 
Title : Memory of Snowflakes 
Pairing : Levi  x  Eren (+Jean , Mikasa)
Gerne : BL , Drama , Romance , NL
Rating : PG
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 ทางเลือกไม่มีใครบอกได้ว่าทางไหนดีที่สุด
ทางที่มืดมนที่สุดอาจเป็นทางที่ดีที่สุดแทนที่จะเป็นเส้นทางอันสว่างไสว

หิมะที่ทับถมมายาวนานกว่าสองพันปี
ช่างคล้ายกับพันธนาการหนามแหลมทิ่มแทงสายสัมพันธ์ของพวกเรา 

ใครบางคนเคยบอกไว้ว่าอดีตมีไว้เพื่อแก้ไขอนาคต
และอดีตไม่ใช่สิ่งที่ควรจะยึดติดเสมอไป

Chapter 29 :  Fact and Destiny

สองพันปีที่แล้วเคยมีกลุ่มทหารที่ต่อสู้เพื่อมวลมนุษย์ชาติ พวกเขาก้าวออกไปนอกกำแพงใหญ่เพื่อนำพาความหวังกลับมาสู่ผู้คนซึ่งอยู่ภายในรอบรั้วแห่งความสิ้นหวัง แม้นจะต้องบาดเจ็บ แม้นจะต้องล้มตายจากไป  ต่อให้ไม่หลงเหลือชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์... พวกเขาก็ต่อสู้อยู่แบบนั้น...

ตราบจนกระทั่งผู้คนได้ถูกปลดปล่อยจากกรงขังที่เรียกว่ากำแพง  ทุกอย่างก็หลงเหลือไว้เพียงบันทึกเลือนลางไม่อาจอ้างอิงได้ว่าเป็นความจริงหรือเพียงเรื่องแต่ง..  มีเพียงสิ่งเดียวที่แจ่มชัดคือความทรงจำที่ถูกเก็บกักเอาไว้ในเบื้องลึกของพวกเรา ว่าครั้งหนึ่งเคยก้าวผ่านอะไรมาก่อน....

และต้องตามหาใครบางคนที่แสนสำคัญยิ่งให้พบจนได้....

เสียงของนาฬิกาปลุกดิจิตัลดังขึ้นในห้องกว้างอันแสนสะอาดและเรียบง่าย   บนเตียงนอนสีขาวดำเผยร่างของชายหนุ่มในชุดนอนสีเดียวกับเส้นผมลุกขึ้นมากดปิดนาฬิกานั่น   ดวงตาสีรัตติกาลอันลึกล้ำไม่มีวี่แววของความง่วงงันแม้เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาจะบ่งบอกว่าเป็นเวลาเพียง 06.00 น.   

ยามเช้านั้นอากาศหนาวเย็นกว่าช่วงสาย  แสงอาทิตย์ในฤดูหนาวช่างบางเบาเมื่อเทียบกับฤดูอื่นๆ  ช่วงกลางวันนั้นก็สั้นกว่ากลางคืน....ร่างสูงศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลของคุณหมอเยเกอร์ก้าวลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า   

หากแต่เมื่อเดินออกมานอกประตูของห้องนอน  สายตาเหลือบเห็นชายซึ่งเป็นคนขับรถพ่วงตำแหน่งพ่อบ้านนำของมาวางบนโต๊ะในห้องรับแขก  “อรุณสวัสดิ์ครับคุณรีไวล์”  

จุดสนใจนั้นอยู่ที่ถุงกระดาษของห้างสรรพสินค้า   “ใครฝากอะไรมา  มิคาสะกับคุณป้า?”    ชายในชุดดำผงกศีรษะตอบ  เจ้าของขวัญที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญและน่าใส่ใจอะไร 

“แล้วฉันจะติดต่อขอบคุณสองคนนั้นไปเอง  ที่จริงมันไม่ได้จำเป็นอะไรเลย”   ของขวัญตามมารยาท เจ้าของขวัญแทนสายสัมพันธ์ของวงศาคณาญาติ  

“ส่วนนี่  ของที่บอกให้ซื้อเมื่อวานนี้ครับ  ผมไปหาไว้ให้แล้ว”  มือหยาบย่นวางถุงกระดาษใบเล็กกว่าลงบนโต๊ะรับแขก   ชายหนุ่มเพียงแค่มองอยู่ห่างๆไม่คิดจะตรวจสอบของแต่อย่างใด   

มองเห็นเพียงแค่ผืนผ้าซึ่งคล้ายกับริบบิ้นอันบ่งบอกว่าของภายในเป็นกล่องของขวัญขนาดกลางกล่องหนึ่ง  “ขอบใจมาก”   ศัลยแพทย์หนุ่มเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย  

หากแต่เสียงของผู้ติดตามกลับขับดึงให้หันกลับมามองเสียก่อน   “Merry Christmas แล้วก็ สุขสันต์วันเกิดนะครับคุณรีไวล์”   น้อมโค้งลำตัวให้อย่างนอบน้อม    ชายผู้มองเพียงแค่ถอนหายใจแผ่วเบากับคำอวยพรนั่น   

.....วันนี้เป็นวันที่ 25 ธันวาคม  วันคริสมาสต์ซึ่งไม่มีความหมายพิเศษ...
.....เป็นแบบนั้นทุกๆปี...ยกเว้นปีนี้....

เสียงนักศึกษาสนทนาหนึ่งคน สองคน สามคน มากขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เกิดเป็นเสียงกังวานในห้องบรรยายของมหาวิทยาลัย  เป็นภาพอันแสนธรรมดาที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากอาจารย์ผู้สอนเก็บอุปกรณ์การสอนเดินผ่านประตูห้องออกไปภายนอก 

ในเมื่อวันนี้เป็นวันสำคัญ  หัวข้อสนทนาจึงมีมากขึ้นกว่าปกติ   ยกเว้นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีกิจวัตรที่ต่างออกไปจากเดิม...  เธอเก็บสมุดและปากกาใส่ลงในกระเป๋าถืออย่างเงียบๆ  พลางหยิบเอาเสื้อโค้ทสีน้ำตาลขึ้นมาสวมใส่   นักศึกษาร่วมชั้นเรียนคนหนึ่งพลันเดินมาทักทาย  

“เอเลน ดูเธอไม่ตื่นเต้นอะไรกับคริสมาสต์เหมือนเดิมเลยนะ”   นักศึกษาหญิงร่วมคณะหัวเราะเบาๆคล้ายกับรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาสำคัญคนที่มีคนรัก

คิ้วสีน้ำตาลเข้มเลิกขึ้นเมื่อฟังประโยคนั้น   “ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก”   เพราะปีนี้มันมีบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากปีก่อนๆ....

“จะไปไหนกับแจนล่ะวันนี้  ดินเนอร์คู่รัก ดีจังน๊า~”   น้ำเสียงนั้นคล้ายกับหยอกล้อ  เรียวปากหญิงสาวพลันคลี่ยิ้มจางๆพร้อมกับหยิบกระเป๋าส่วนตัวขึ้นสะพายบ่า  

“แจนกับฉันเลิกกันแล้วน่ะ  คงไม่ได้ไปไหนด้วยกันหรอก”   ร่างสูงโปร่งผมยาวเดินผ่านหน้าเพื่อนร่วมคณะไป  ปล่อยให้เพื่อนมีสีหน้าและอุทานออกมาอย่างตกตะลึง

การแยกทางกับคนรัก ไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจได้ง่ายๆ.. ต่อให้เป็นการจากกันด้วยดี   ในวันเทศกาลสำคัญอย่างวันนี้นั้นก็ชวนให้นึกถึงความทรงจำเก่าๆที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีกแล้ว...  เพราะมันคือทางเลือกที่คนทั้งสองได้เลือกอย่างดีแล้วว่าจะเดินไปทางไหนต่อไป...

พวกเรา...ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้เสมอไป....

เอเลนเดินผ่านทางเดินรอบอาคารคณะโบราณคดี   ดวงตาสีมรกตมองไปภายนอกหน้าต่างทางเดินเห็นหิมะที่โปรยปราย..  วันนี้ก็เป็นไวท์คริสมาสต์อีกตามเคย  ปุยนุ่นซึ่งตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นภาพที่คุ้นเคย  และในวันนี้เธอก็นัดกับใครคนหนึ่งเอาไว้...

ยามเมื่อละสายตาจากมา  ดวงตากลับสบมองกับคนที่เดินสวนทางกันมาเข้า   “มิคาสะ?”   ชายหนุ่มผมดำพันผ้าพันคอสีน้ำตาลแดงและสวมเสื้อโค้ทสีขาวบริสุทธิ์   

“สวัสดีเอเลน”   เขาทักทายกลับมาด้วยความคุ้นเคย   ต่างคนต่างก็หยุดเดินตรงหน้าของหน้าต่างบานใหญ่  เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้เจอกันในมหาวิทยาลัย

ต่างคนต่างก็เงียบไปครู่หนึ่งไม่มีใครเป็นคนเริ่มบทสนทนา  จนกระทั่ง...   “ได้ยินมาว่าเลิกกับแจนแล้วสินะ เอเลนน่ะ”  ร่างบางสะดุ้งตกใจเล็กๆที่ได้ยินคำนั้น  

“มีคนพูดถึงเหรอ ฮ่ะๆ  ก็แบบนั้นล่ะ  คนอื่นก็คงสังเกตได้”  พฤติกรรมประจำวันที่เปลี่ยนไป  แม้จะเป็นเพื่อนกัน แต่คงทำเหมือนตอนที่เป็นแฟนกันอยู่ไม่ได้   

มิคาสะเมียงมองใบหน้าซึ่งมีประกายเศร้าหมอง   “แจนจำเรื่องในอดีตได้แล้วสินะ  ถ้าให้ผมเดา  เอเลนเองก็คงจำได้บ้างแล้ว”  เธอเพียงผงกศีรษะตอบเบาๆ   รื้อฟื้นถึงเรื่องนั้นอีกคงไม่มีประโยชน์   เพราะนี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วของคนสองคน..

และเธอก็ยอมรับในสิ่งที่แจน กิลชูไตน์อยากจะเลือก อยากจะตัดสินใจด้วย   “ฉันกับแจนก็ผูกพันกันในแบบหนึ่ง... กับนายก็แบบหนึ่ง...แล้วกับรีไวล์ซังก็เป็นอีกแบบหนึ่ง... มันคงเป็นแบบนั้น...”  ถึงแม้นบางสิ่งบางอย่างจะยังคงเป็นความสัมพันธ์ที่เลือนลาง....

พวกเราเกิดมาเพื่อพานพบ สิ่งนี้เรียกว่าโชคชะตาไม่ใช่พรหมลิขิต  เป็นโชคชะตาที่นำพาให้มาแก้ไขและสานต่อสิ่งที่เคยผิดพลาดและขาดหายไป  เป็นสายสัมพันธ์ที่แลดูผูกพันสวยงาม.. แต่แท้จริงแล้วมันคือความหนาวเหน็บที่โอบล้อมพวกเราเอาไว้เสมอมา...

“วันนี้ฉันนัดกับรีไวล์ซังเอาไว้ .. รู้สึกว่าจะต้องเป็นวันนี้...”  วันคริสมาสต์อันเป็นวันสำคัญทางศาสนาคริสต์  มีความหมายบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ที่ยังมิอาจนึกถึงได้ทั้งหมด  

.....วันนี้เมื่อสองพันปีที่แล้ว...คงเคยอยู่ร่วมกันมาก่อน...

อาจไม่ใช่เพียงสองคน อาจจะเป็นสาม หรือสี่คน....   ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าเนียนซึ่งมีความมุ่งมั่น  ทอประกายแจ่มใสกว่าที่เคยพบเจอก่อนหน้านั้น  แลดูไร้ความลังเล  คล้ายกับได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างในทางเลือกของตัวเองไปแล้ว

เหมือนดังเช่นตัวเขา ซึ่งเลือกที่จะเป็นผู้สังเกตการณ์   “ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง  ผมก็อยากให้เธอมีความสุขนะเอเลน”  จึงเลือกที่จะจดจำทุกความทรงจำเอาไว้  

ดวงตาสีมรกตสบมองนัยน์ตาสีรัตติกาลลึกล้ำ  สีเหมือนกันสมกับเป็นญาติสนิทของคนๆหนึ่ง   “นายเดาได้เหรอว่าฉันตัดสินใจอะไรเอาไว้ในใจ”   มองจ้องไปอย่างจริงจัง...

เรียวปากคมคลี่ยิ้มจางๆ   “ฉันไม่เดาความคิดของเธอหรอก  เพราะเธอคือคนตัดสินใจ และต้องเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง”  ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใดก็ตามแต่....

จะเลือกที่จะสานต่ออดีตนานแสนนานมาแล้ว จะเลือกปัจจุบันที่มีทางแยกมากมายหลากหลาย  หรือจะเริ่มต้นบางสิ่งเพื่ออนาคตที่มองไม่เห็น  ทุกเส้นทางล้วนเชื่อมต่อไปยังผลลัพธ์ในตัวของมันเอง   กว่าจะรู้ว่าโชคชะตาจะเป็นแบบไหน  ต้องเลือกทางเดินของตัวเองเสียก่อน...

ฤดูใบไม้ผลิที่จะมาเยือนจะมีสีสันสวยงามเพียงใด...
คนเลือกก็คือนาย.... เอเลน เยเกอร์....

เอเลนหัวเราะเมื่อได้ฟังคำพูดของชายหนุ่มร่างสูงกว่า  “ถ้าไม่นับเรื่องในอดีต  ฉันก็อยากรู้จักนายในช่วงเวลานี้ให้มากกว่านี้นะ”  ในฐานะเพื่อนหรือสหาย... ที่ได้มาพบกันในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต 

ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต...  รอบกายซึ่งมีหิมะตกลงโปรยปราย  แม้นหนาวเย็นเพียงเพียงใดกลับไม่รู้สึกถึง  แต่ภาพคนที่อยู่เคียงข้างกายในเวลานั้น  เมื่อรำลึกและเพ่งมองให้ดี... คือเด็กสาวในเครื่องแบบซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของตัวเรา...

“.....ขอบใจนะ...ที่อยู่กับฉัน...จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต...”   เธอผู้เป็นคนในครอบครัวคนสำคัญ  ที่เผลอลืมเลือนมันไป....

คิ้วคมสีดำขลับเลิกขึ้น  “เอเลน.......”  คำพูดนั้นบ่งบอกว่าคนตรงหน้าจดจำอะไรได้มากกว่าที่คาดเดาเอาไว้   แม้จำไม่ได้ทั้งหมดแต่เรื่องราวสำคัญบางทีก็อาจจะ.....

ริมฝีปากประดับสีชมพูอ่อนคลี่ยิ้ม   รอยยิ้มถึงชายผู้เป็นผู้สังเกตการณ์และแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้    “มาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งเถอะ  แต่เป็นเพื่อนรักกันในช่วงเวลานี้”  คงไม่มีมิตรคนใดที่จะหวังดีและอยากเห็นความสุขของตัวเรา... เท่าคนตรงหน้านี้หรอก...

ภาพที่ห้างสรรพสินค้าในวันนั้นยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ  เอเลน อาร์มิน และมิคาสะ  พวกเราทั้งสามคนในช่วงเวลาหนึ่งที่ดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด  คุ้นเคยและเป็นช่วงเวลาที่ดีอย่างคาดไม่ถึง   ชายหนุ่มจ้องมองหน้าของนักศึกษาสาว  คำพูดของเธอทำให้เขายิ้มออกมาแม้บางๆ...

“นายจะแสดงออกกับฉัน ด้วยตัวนายที่เป็นตัวนายได้รึเปล่าล่ะ?”   มิคาสะ แอคเกอร์แมนที่จะเป็น