[Au-TitanFic] Attack on NG (Levi x Eren) Take.0

posted on 28 Sep 2013 19:37 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
Title : Attack on NG   "รักนี้ไม่มีเทค"
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL , AU , Comedy
Rating : PG
Pairing :  Levi x Eren
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปรียบเปรยเทียบเคียงกับดาวบนท้องฟ้า
เหล่าดวงดาราที่เจิดจรัสแสงได้ด้วยตัวของมันเองหรือจากแสงอย่างอื่น

นักแสดงคือผู้ที่ได้รับบทบาทเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เรื่องราวของตัวเอง
เหมือนดาวที่เกิดและดับได้ในชั่วข้ามคืน

Take 0 : ชื่อเรื่องนั้นคือ   Attack on Titan

ใบไม้ร่วงโรยสีน้ำตาลแก่ตัดสลับภาพบุปชาติสีแดงสด  สีชาดเดียวกับโลหิตที่หลั่งรินจากปากแผลบุรุษผมสีบรอนด์ทองผู้เป็นชาวต่างชาติ  ร่างสูงใหญ่ของชาวชาวตะวันตกนั่งพิงหลังเข้ากับต้นไม้ใหญ่มากอายุ  สีเลือดนั้นอาบชโลมผืนผ้าสีขาวเสียจนกลมกลืนเป็นสีเดียวกับบาดแผลลึกเกินกว่าจะปฐมพยาบาลได้  

ลมหายใจที่รวยรินนั้นขับให้เด็กรับใช้หนุ่มในชุดกิโมโนแดงใจหาย  ดวงตาสีรัตติกาลตัดกับเส้นผมอ่อนนุ่มสีน้ำตาลเข้มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาหยดใส  ทำนบพร้อมจะไหลบ่าออกมาได้ทุกขณะ  หัวใจถูกบีบอัดเมื่อต้องทนมองเจ้านายโดยที่ตนเองไม่อาจช่วยอะไรได้เลย...

“นายท่าน....ข้าจะไปตามหมอนะขอรับ....”   เจ้านายชาวต่างชาติส่ายหน้าเชื่องช้าอย่างไร้เรียวแรง  ใต้ร่างนั้นเต็มไปด้วยของเหลวสีชาดเปรอะเปื้อนพื้น   

“ไม่ต้อง.... ฉันคงไม่รอดแล้ว...  นายอยู่ตรงนี้ด้วยกันก็พอ.....”   เรียวปากคมคลี่ยิ้มจางๆแม้นสีนั้นจะซีดเซียว  ยากจะบอกว่าเห็นทุกอย่างเป็นสีหมองหม่น

“....แต่.......”   ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆออกไปได้เมื่อมือแกร่งยกขึ้นเป็นการปราม   เด็กหนุ่มรับใช้จึงได้เพียงนั่งมองดูและปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า...

......ท่านผู้เป็นที่รักของบ่าวผู้ต่ำต้อย.....

กิโมโนสีแดงของเด็กหนุ่มช่างโดดเด่นเมื่อทุกสิ่งนั้นพล่ามัว   ใบหน้าคมหยักยิ้มออกมาที่มุมปาก   ภาพๆนี้จะถูกจรดลึกไว้ในความทรงจำแม้นไม่รู้ว่าหลับตาไปจะไปอยู่ ณ โลกแห่งใด  สวรรค์? นรก?  หรือไม่อาจอยู่ที่ใดได้...  ต่อให้เหลือเพียงวิญญาณก็จะจดจำไว้....

“ฉัน......”  เจ้าเด็กหนุ่มลูกครึ่งตะวันออกและตะวันตก ผู้คอยรับใช้อยู่เคียงข้างมาตลอดช่วงเวลาที่อยู่ ณ ดินแดนอาทิตอุทัยแห่งนี้.... 

บ่าวหนุ่มในชุดแดงดั่งสีของบุปผชาติเพ่งมองตามเสียงทุ้มที่อ่อนแรง   “นายท่าน?”  นัยน์ตาสวยเยี่ยงท้องฟ้าในยามค่ำคืนจดจ้อง  ต่างคนต่างไม่มีโอกาสได้มองเห็นคนตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว....

“.......ฉันจะล่วงหน้าไปก่อน.....ฝากดูแลลูกเมียของฉันด้วย.....”  เปลือกตาที่หนักหน่วงราวกับก้อนหินค่อยๆปรือหลับลงอย่างเชื่องช้า...  แม้แต่เวลาและสรรพสิ่งก็ราวกับต้องมนต์หยุดเดินตามกันไป....

เด็กหนุ่มยังคงจ้องมองอยู่แบบนั้น   มือยื่นออกไปแตะที่ฝ่ามือใหญ่ของร่างสูงกว่าแม้มันเป็นการเสียมารยาทกับผู้เป็นนาย   “.....นายท่านครับ...?”    ทุกอย่างช่างเงียบงัน....

ชีวิตของมนุษย์ช่างเหมือนกับใบไม้ที่ร่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วง....
บิดปลิวไปโดยง่ายเพียงช่วงเวลาสั้นๆ.....

หยาดน้ำตาใสหลั่งรินลงจากดวงตาที่พยายามสะกดกลั้นมันมาตลอด    ร่างกายสูงโปร่งขยับไปซบลงกับแผ่นอกที่เต็มไปด้วยโลหิตชาด...  ปลดปล่อยหยดน้ำตาและอารมณ์เศร้าโศกออกมาทั้งหมดไม่มีเก็บกักเอาไว้อีก...  เจ้านายที่รักยิ่ง ผู้มีพระคุณ...  ชายคนนั้นไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว....

“นายท่านครับ...!!”   เสียงกรีดร้องผสานเสียงของสายลมที่เงียบงัน...  โลกใบนี้ช่างลิขิตให้ความเป็นความตายอยู่เพียงแค่เอื้อม...  โดยเฉพาะกับคนที่สำคัญยิ่งที่สุดของเรา..   หัวใจที่แหลกสลายของคนที่ยังต้องอยู่  ก็ไม่ต่างอะไรจากศพที่ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป  

ลาก่อนท่านที่รัก.......

ใบไม้ร่วงหล่นสีน้ำตาลอ่อนและแก่...  ตกลงบนพื้นและพัดปลิวหายไปตามกระแสลมที่พัดผ่าน  ผ่านร่างกายหนึ่งที่ไร้วิญญาณ และอีกร่างหนึ่งแม้นมีชีวิตก็ไร้ซึ่งวิญญาณอยู่ภายใน  กิโมโนสีแดงอันเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีแดงนี้  คือหลักฐานของการจากลาชั่วนิรันดร์.....

สายลมในฤดูใบไม้ร่วงที่พัดผ่านไป...
ราวกับได้พัดเอาความทรงจำในดินแดนตะวันออกที่ห่างไกลนี้ไปด้วย....
พัดพาวิญญาณชายหนุ่มกลับไปยังดินแดนที่จากมา.....
 
 
 
 
 
CUT!!!!
 
 
 
 
 
 
 

เสียงตะโกนก้องเรียกให้ดวงตาทั้งสองคู่ของชายสองคนชะงักและตื่นจากภวังค์   ฉากยาวเหยียดก่อนหน้านี้มันคือ....   “ดีมาก!  ไม่ต้องถ่ายซ่อมแล้ว กว่าจะได้หมดไปเทคที่ 30!  เลิกกอง หิวข้าว!”   ผู้กำกับร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์หันไปตะโกนบอกสมาชิกในกองถ่าย  

เบื้องหน้าของฉากที่แสนเศร้ามันเต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมาย ทั้งไฟ กล้อง โน่นนี่นั่นที่เห็นแล้วแทบจะสร้างอารมณ์เศร้าไม่ออก.....  ที่แย่ไปกว่านั้นสถานที่ที่สวยงามราวกับภาพลวงตาเมื่อครู่นี้  แท้จริงมันคือฉากต้นไม้ในสตูดิโอที่มีทีมงานคอยปีนป่ายโปรยใบไม้แห้งลงมา....

ช่างน่าเศร้าเหลือเกินที่งบประมาณของละครเรื่องนี้มันน้อย....
น้อยจนไม่สามารถถ่ายฉากสำคัญในสถานที่จริงได้....

เด็กหนุ่มซึ่งใส่ชุดกิโมโนสีแดงรีบหยัดยืนขึ้นมาพร้อมกับพยายามรัดโอบิที่มันจะหลุดรุ่ยอยู่ตลอดเวลา   “ทำไมมันใส่ยากเย็นแบบนี้..ขยับไม่สะดวก!”  ชุดตะวันออกที่แสนหลวมและชวนหวิวอย่างประหลาด.... 

พลันมองหันไปทางนักแสดงหนุ่มร่วมฉากผู้มีผมสีบรอนด์ทองและมีหนวดเล็กน้อย   ร่างสูงโปร่งผมน้ำตาลเข้มรีบโค้ง 90 องศา   “ขอบคุณมากนะครับคุณมิเกะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ผมเล่นไม่ผ่านซักที!”   

คนฟังหัวเราะแห้งๆพลางบิดขี้เกียจไปมา  “ไม่เป็นไรๆ    แต่ก็นั่งจนเมื่อยไปหมด....”   ขาของชายหนุ่มถึงกับสั่นจากการนั่งติดกันในท่าเดิมเป็นเวลาหลายชั่วโมง....

สภาพของตัวเอกของเรื่องที่ต้องมาทนทรมานเพราะตัวร๊องรองช่างทำให้รู้สึกผิด   “ขอโทษจริงๆครับ!”   หลังจากขอโทษชายหนุ่มแล้วก็รีบวิ่งไปหาทีมงานคนอื่นๆรวมไปถึงผู้กำกับด้วย  ฉากเดียว 30 Take มันเสียเวลามาก.... ตัวร๊องรองในเรื่องแต่ไหงเรื่องเมื่อต้นตอนมันดูเด่นราวกับหลอกลวง....

ร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์อย่างคนกินโต๊ะจีน(?)บ่อยๆกระดาษบันทึกแล้วใช้มันเป็นอาวุธฟาดลงกลางกระหม่อมเจ้านักแสดงเด็กประสบการณ์น้อย   “เอเลน!  คราวหน้าห้ามเกิน 10 เทค ไม่ใช่ตัวหลักแท้ๆล่อไป 30 เสียเวลามาก!”    

“...ครับๆ.... แต่บทแบบนี้มันเล่นยากนี่ครับ!”   บทดราม่าน้ำตาท่วมจอ..   สุดแสนจะหิน  กลิ่นเลือดปลอมก็ช่างเหม็น  ใบไม้ที่หล่นมาผิดที่ผิดทางแล้วก็เข้าตา..   เสื้อที่เรียกว่ากิโมโนก็จะหลุดแทบทุก 5 นาที...  

.....ที่สำคัญไปกว่านั้น... คนมากกว่า 10 ชีวิตจ้องกันมา...
ใครจะไปร้องไห้ได้ล่ะ!!

ดาราหนุ่มเลือดร้อนเกินจะเล่นละครพีเรียดสุดดราม่าทำให้ผู้กำกับปวดหัว    “ละครเราฉายรอบดึกก็จริงแต่ก็ต้องเนี๊ยบ  ทีหลังถ้าร้องไห้เองไม่ได้ บอกล่วงหน้าจะได้เตรียมน้ำตาเทียมมา.....!”   ผู้กำกับแสนอ้วนเดินดิ่งตามทีมงานไป    คล้อยหลังของคนเจ้ากี้เจ้าการ  เด็กหนุ่มผมน้ำตาลก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้าเป็นขุ่นเคืองและจ้องแผ่นหลังปานจะถลกไขมันพวกนั้นออกมาเหยียบๆ......

“.....ไอ้อ้วนเอ๊ย......”  แม้จะมีเครื่องหมายคำพูด  แต่มันหาได้เป็นคำพูดที่หลุดออกจากปากนักแสดงหนุ่มไม่  ได้แต่คิดในใจ พูดไปลางตกงานจะมาเยือน.....

เอเลน  นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ประสบการณ์น้อยจากค่ายขนาดกลางอันมีชื่อว่าชิกันชินะ  มีส่วนสูง 170 เซนติเมตร  รับบทเป็นตัวประกอบเดินผ่านฉากไปมาหลายสิบเรื่อง ปัจจุบันเริ่มได้เล่นเป็นตัวรองและตัวร๊องรองในละครรอบดึก  ยังคงอยู่ในช่วงสร้างสมประสบการณ์การแสดงอยู่....

ความฝันที่ยิ่งใหญ่คือการได้เป็นดาวที่โดดเด่น!
และคว้าเอารางวัลนักแสดงนำชายมาให้จนได้!

ความฝันนั้นยังคงไกลเมื่อเทียบกับบทที่ได้รับอยู่ในตอนนี้แต่ละเรื่อง  เด็กหนุ่มคิดแล้วก็เซ็งที่ไม่ได้เล่นอะไรโดนใจเสียที    “แสบตาจริง....”   มือเริ่มยกขึ้นมาขยี้ดวงตาที่มันผิดธรรมชาติ   

ไม่นานร่างเล็กผมน้ำตาลบรอนด์ในชุดสูทลำลองสีน้ำตาลทับเสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงลายสก็อตสีดำเขียววิ่งตรงดิ่งมาหา  “เอเลน!  ถอดคอนแท็คเลนส์ก่อนเถอะ  ตานายแห้งไปหมดแล้วใช่มั้ย!?”    สองมือเต็มไปด้วยอุปกรณ์น้ำตาเทียมและกล่องใส่

“ขอบใจอาร์มิน... กว่าละครเรื่องนี้จะปิดกล้อง  ตาฉันจะบอดก่อนมั้ยน่ะ...”  ร่างสูงโปร่งถอดคอนแท็คเลนส์สีดำเผยให้เห็นสีดวงตาที่แท้จริงซึ่งเป็นสีเขียวมรกต

ผู้จัดการวัยเดียวกันหัวเราะร่วนพลางมองคนถลึงตาหยอดน้ำตาเทียม   “ไปเปลี่ยนชุดเหอะ  ไม่มีคิวถ่ายอะไรแล้วจะได้ไปกินข้าว”  

คำว่าไม่มีคิวถ่ายแล้วฟังดูเหมือนจะดี แต่มันหมายถึงคนไม่มีงานอื่นแล้ว... ความว่างที่ไม่ได้อยากจะว่าง  “....หา....วันนี้ไม่มีงานอื่นแล้ว?”  ถ่ายแบบ?  โฆษณา? โชว์ตัว? แจกใบปลิว(?)  

อาร์มินส่ายหน้าไปมา   “ไม่มีงานไปอีกสองสามวันน่ะ ผมยังไม่ได้ไปหาเพิ่ม แล้วค่ายก็ไม่ได้ป้อนอะไรมา”   สิ้นประโยคนั้นคนฟังแทบอยากทรุดลงไปนั่งเหี่ยวเฉาเป็นเพื่อนต้นไม้ปลอมในฉากเมื่อครู่นี้  

การเป็นนักแสดงหน้าใหม่ในค่ายเล็กๆ  มันหมายความว่างานไม่ได้ชุกและมีคนดันให้ออกสื่อบ่อยนัก  ละครรอบดึกแม้จะเป็นละคร มันก็ไม่ละครที่มีเรตติ้งดีอยู่ดีเพราะมันไม่ได้ฉายในเวลาครอบครัว  ซ้ำร้ายยังเป็นละครเฉพาะกลุ่มอีกตะหาก..... บทละครที่ส่งผ่านมาก็มีแต่บทร๊องรอง ละครผี ละครปัญหาชีวิตครอบครัว....

.....ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ไปสมัครรายการเรียลลิตี้(?)….
....อาจจะดังเร็วเสียกว่า....

ฝีมือการร้องเพลงไม่ถึงขั้นเลวร้าย   ถ้าไปสมัคร The เสียง รายการ  Academy โคตรแฟนตาซี  คาราโอเกะนักฆ่า(?)   รายการเรียลลิตี้ประกวดร้องเพลงที่มีมากเหมือนดอกเห็ด.. ป่านนี้เส้นทางชีวิตของเขาอาจจะโรยด้วยถนนลาดยางมากกว่าตอนนี้ก็เป็นได้....  ตอนนี้มันช่างขรุขระเหลือเกิน  

“เอเลน นายคงไม่คิดเปลี่ยนสายอีกแล้วใช่มั้ย?  ไปเปลี่ยนชุดเหอะ”    อาร์มินดึงเพื่อนกลับมาสู่ความเป็นจริง   เอเลนมองไปยังกองถ่ายซึ่งมีทีมงานมากมายกำลังเก็บฉาก   

ความฝันของเขาคือการได้รับบทนำในละครซักเรื่องที่ยิ่งใหญ่  และทำให้ตัวตนของเขาฉายแสงออกมา...   เพื่อพิสูจน์ตัวเองในหลายๆเรื่อง...  ที่ยังไม่เฉลย(?)   “เปลี่ยนซักทีก็ดี มันจะหลุดหมดแล้ว..ชุดนี้น่ารำคาญจริงๆ......” รู้ตัวอีกทีกิโมโนแดงมันก็มากองกันอยู่ที่เอวหมด......

“ถ้านายไม่มาทางสายแสดงเต็มตัว แต่เป็นไอดอลไปก่อน ก็คงจะดีกว่าล่ะนะ”  เพราะคำว่าไอดอลมีงานที่หลากหลายกว่าการรับงานแสดงเพียงอย่างเดียว.... ร้องเพลง แสดงละคร วาไรตี้ นักพากษ์  มีหลายคนที่เดินทางอยู่ในเส้นทางแบบนั้น

เอเลนทำเป็นไม่ได้ยินอะไร   “ฉันจะทำในแบบของฉัน  ไม่ตามแนวใคร”   สร้างทวิตเตอร์ Instragram  ช่องทางติดต่ออีกมากมายเพื่อเข้าใกล้คนทั่วไปเพื่อสร้างแฟนคลับ... เรื่องแบบนั้น.. ไม่ถนัดหรอกนะ.... เราไม่ถนัดเรื่องปฏิสัมพันธ์กับคนกลุ่มใหญ่

เมื่อถอดบทบาทออกจากตัวเอง นักแสดงก็คือคนหนึ่งๆ

วงการบันเทิงเป็นเหมือนโลกที่กว้างใหญ่และซับซ้อน  มีธุรกิจการบันเทิงหลายแขนงที่เกี่ยวข้องกับโลกใบนี้  ดารา นักร้อง ไอดอล วงการนายแบบนางแบบ วงการโฆษณา นักพากษ์ ดีเจ วีเจ  นักข่าวบันเทิง  สายงานทั้งหลายมีผู้คนมากมายที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกอันเป็นมายาแห่งนี้....

ถ้าไม่มีค่ายใหญ่และคนดันการจะเป็นดาวมันจำเป็นต้องใช้เวลา....  นี่คือสิ่งที่นักแสดงหนุ่มอายุน้อยด้อยประสบการณ์และยังรับบทบาทมาไม่มากต้องเผชิญหน้าต่อไป  จู่ๆจังเป็นพลุแตกในข้ามคืนแล้วกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์มันคือดวงล้วนๆ....

.....พระเอกของเรื่องยังคงเป็นนักสู้ Lv.1 ต้องสู้กันต่อไป...

 ด้านหลังของสตูดิโอมีห้องแต่งตัวเป็นสัดส่วนแม้จะเป็นสตูดิโอไม่ใหญ่นัก    ชายทั้งสองเข้ามาในห้องแต่งตัวซึ่งใช้ร่วมกับนักแสดงหนุ่มใหญ่ที่เข้าฉากด้วยกันเมื่อครู่    ต่างฝ่ายต่างก็เปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองไม่ได้สนใจกันเป็นพิเศษ   เอเลนเริ่มเดินหาเสื้อผ้าของตัวเอง  

“อยู่นี่ๆเอเลน  นายวางของเรี่ยราดไปหมด”  ผู้จัดการผมตัดสั้นหยิบเสื้อชุดลำลองมาให้   อารมณ์แม่ไก่กับลูกไก่ขับให้มิเกะซึ่งแต่งตัวอยู่ไม่ห่างกันนักแอบขำ  

ชายนักแสดงมากประสบการณ์กว่านั่งฉีดน้ำหอมพลางมองมาทางชายอายุน้อยทั้งสองคน    “วันนี้เพื่อนพวกนายอีกคนไม่มาด้วยเหรอ?”  คำถามถึงใครอีกคนที่ไม่มีบทในตอนนี้(?)  

“มิคาสะไปถ่ายแบบครับ... จริงๆไม่มาก็ดีเหมือนกัน ไม่งั้นผมเล่นไม่ได้แน่....” เพียงแค่นึกถึงเพื่อนร่วมค่ายเดียวกันคนนั้น บทดราม่าเรียกน้ำตาแบบวันนี้ต้องเล่นไม่ออกแน่ๆ....  

เอเลนรับเสื้อผ้าของตัวเองมาถือเอาไว้ทั้งสภาพกิโมโนที่หลุดลุ่ยเดินแล้วชวนจะลื่นกลิ้งลงไปกับพื้น   “เดินระวังๆเอเลน  เดี๋ยวชุดขาด”  ไม่ได้ห่วงเพื่อนแต่ห่วงชุดของกองถ่าย.....  

ร่างสูงโปร่งเดินผ่านโทรทัศน์รุ่นตู้ปลา 30 นิ้วในห้องแต่งตัว  ยามนั้นเองขาของเขาก็ชะงักและรีบเดินกลับมายืนจ้องสิ่งที่อยู่ในตู้ฉายภาพ(?)   ดวงตาสีเขียวสะท้อนภาพของโฆษณาสั้นๆไม่ถึง 1 นาทีนั่น  คือภาพของชายหนุ่มผมสีขนกาในเสื้อเชื้ตสีขาว.. ท่ามกลางทุ่งดอกหญ้าสีเหลืองอ่อน.... ตรึงตาและดึงดูด....เพียงปลายตานั้นหันจ้องมาแล้วเอาน้ำสาดใส่จอ.... ก็คงทำสาวๆกว่าครึ่งค่อนประเทศตายคาจอไปหมดแล้ว  

โฆษณาน้ำดื่มที่ดูเหมือนไม่มีอะไร... 
แต่มันมีออร่าเพราะว่าคนที่แสดงโฆษณานี้น่ะสิ!

ใบหน้าเย็นชาที่ไม่เข้ากับความสดชื่น(?) มันช่างตัดกันเสียจนมีเสน่ห์และเรียกยอดขาย(?)    สายตาที่จับจ้องไม่วางตาจนกระทั่งโฆษณาจบไปดึงให้คนอีกสองคนในห้องแต่งตัวจ้องมอง   "เอเลน โฆษณาจบแล้ว”  อาร์มินทักพลางหัวเราะเบาๆ   เป็นสายตาชื่นชมที่ปิดไม่มิด...

คนถูกทักรีบกรอกตาไปมากลบเกลื่อน    “เมื่อกี้โฆษณาตัวใหม่ของรีไวล์  เหมือนไม่เห็นเล่นโฆษณานานแล้ว”  ชายสูงวัยที่สุดในห้องเอ่ยขึ้น  

มันไม่ใช่การนินทาเพื่อนร่วมวงการ  มันเรียกว่าการพูดถึงอย่างชื่นชม(?)    “นั่นสินะครับ  ละครก็ไม่ค่อยเห็น  รับงานน้อยแต่ดังมาก หายากนะครับ”   เด็กหนุ่มตาสีเขียวเอ่ยถึงนักแสดงรุ่นพี่ด้วยดวงตาเป็นประกาย

อาร์มินมองภาพเด็กหนุ่มแล้วหลุดหัวเราะ   “เอเลนนี่ชื่นชมรีไวล์ซังมานานแล้วนี่นะ  แต่ไม่เคยเจอตัวจริงซักที”   อยู่วงการเดียวกันก็ใช่ว่าจะได้เจอ   นักแสดงหนุ่มผู้อยู่ในสังกัดใหญ่ ทำตัวลึกลับและเป็นปริศนา...  นั่นคือจุดขาย...

เอเลนฟังคำของอาร์มินพลางนึกถึงตัวเองในอดีต   วันนั้นเป็นวันจันทร์ที่ฝนตกหนัก  แมลงสาบกำลังวิ่งเล่นแถวข้างบ้าน   ตอนนั้นเขาอายุ 10 ขวบ  เป็นวันที่พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านในช่วงปิดเทอม  เขาไม่มีอะไรทำกำลังจะเปิดทีวีเล่นเกมส์...  ในตอนนั้นเองเขาก็สะดุดเข้ากับโฆษณาน้ำยาทำความสะอาดเจ้าหนึ่งเข้า...  ตั้งแต่วันนั้นมาคนๆหนึ่งได้กลายเป็นต้นแบบในใจ....

ประเดี๋ยวก่อนวรรคเมื่อกี้มีประโยคไหนชวนให้ชื่นชมเอาเป็นเอาตาย.....
แล้วนี่คือเหตุผลของการเข้าวงการงั้นเหรอ....

เอเลนยังคงมองไปยังหน้าจอของโทรทัศน์ไม่ยอมไปเปลี่ยนชุด...  ภาพความฝันของตัวเองแจ่มชัดขึ้นอีกอย่าง นอกจากการเป็นนักแสดงที่ได้เล่นบทที่ยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ....   “ผมจะต้องเป็นแบบรุ่นพี่รีไวล์ให้ได้....”  ฮีโร่ในวงการบันเทิงของเขา...

ดวงตาเป็นประกายราวกับย้อนกลับไปเป็นเด็ก 10 ขวบตอนนั้น  ถ้าเอามาใช้ในการตั้งใจเล่นบทที่ตัวเองไม่ชอบ คงจะดีมาก....    “มิเกะซังอยู่สังกัดเดียวกับรีไวล์ซัง น่าจะได้เจอกันบ่อยสินะครับ”  ผู้จัดการผมสีน้ำตาลบรอนด์หันไปหาชายผู้รับบทเด่นในละครพีเรียด  แต่ดันได้บทตายตั้งแต่ยังไม่จบเรื่อง.... มิเกะเป็นนักแสดงหนุ่มในสังกัดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและถือเป็น Top3 ของวงการบันเทิง  

ชื่อในวงการคือ LEVI  ประวัติเป็นความลับ  อายุประมาณ 3X   อิมเมจเย็นชา ผมสีดำ หน้าเด็ก เล่นบทบู๊ไม่เคยใช้ตัวแสดงแทน รับงานไม่บ่อยแต่รับทีไรดังตลอด ต่อให้ไม่ใช่ตัวนำ   “สูง! เท่!  ค่าตัวแพง! บทแอ็คชั่นสุดยอด ซักวันผมจะเป็นแบบนั้น”  สิ้นประโยคนั้นคนสองคนที่อยู่ในฉากด้วยกันเริ่มทำหน้าเหมือนได้ยินอะไรบางอย่างแปลกปลอม....

โปรดมองหาคำผิดในประโยคเมื่อครู่นี้

มันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง    “หา?   รีไวล์น่ะนะ?”   มิเกะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้สดับฟังเรื่องของเพื่อนร่วมค่าย   เจ้าคำชมที่แสนสะดุดหูนั่น... เขาหูฝาดไปรึเปล่า....

แม้แต่อาร์มินก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี     “เอเลน...นายยังไม่รู้จริงๆเหรอว่า...........”  ก่อนที่ผู้จัดการคนสนิทจะได้บอกความลับ(?)บางอย่าง   ฟ้ากลับส่งคนเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาเสียก่อน  

ฉากห้องแต่งตัวธรรมดาๆ ราวกับกลายเป็นพระราชวังขึ้นมาในทันใด   “เธอคือเอเลนสินะ”  น้ำเสียงทุ้มนั้นขับให้คนทั้งสามหันไปมองพร้อมเพรียงกัน..  บทสนทนาหยุดลงเมื่อผู้มาเยือนเข้ามา

ร่างสูงใหญ่เชื้อสายตะวันตกผมสีทองแต่งกายด้วยชุดสูทลำลองสีเงินดูดีและเปล่งประกายด้วยออร่า  บนเสื้อติดเข็มกลัดรูปปีกสีดำขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ของวงการอันมีชื่อว่า  Recon  ดวงตาสีฟ้าครามบนใบหน้าคมเข้มขับให้เด็กหนุ่มซึ่งยังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยต้องรีบวิ่งไปเปลี่ยนชุดตัวเองอย่างด่วน  

แล้วออกมาด้วยสภาพใหม่ให้เพื่อนข้างๆต้องรีบมาช่วยจัดแจง   “ใช่ครับ  ผมเอเลน  ยินดีที่ได้พบครับเอลวินซัง”  ฮีโร่ในดวงใจอีกคนที่หลุดมาจากจอ!!

เอลวิน  ชื่อในวงการ Ervin (จะย้ำทำไม...)    เป็นหนึ่งในดาราชื่อดังของค่าย Recon  จากอายุอานามแม้จะเข้าใกล้การเล่นบทพ่อ(?)  แต่ก็ยังเล่นเป็นพระเอกอยู่นะ...    ร่างสูงมองเด็กหนุ่มผมน้ำตาลเข้มตาสีเขียวตั้งแต่หัวจรดเท่าพลางยิ้มคล้ายกับพึงพอใจอะไรบางอย่าง....

น้อยเรื่องนักที่พระเอกจะไม่ถูกตาต้องใจใครเข้า...
ไม่งั้นก็คงไม่ใช่พระเอก....

“ฉันเห็นที่เธอเล่นละครกับมิเกะหลายครั้งแล้ว  ตาจริงๆของเธอสีเขียวจริงๆด้วย ที่แสดงนี่ใส่คอนแท็คเลนส์สินะ”   เอเลนผงกศีรษะตอบอย่างเกร็งๆ    

มิเกะซึ่งนั่งไม่ห่างจากตรงนั้นเลิกคิ้วขึ้น   “หรือว่านายจะมาคุยกับเจ้าเด็กนี่เพราะเรื่องโปรเจ็คนั่น?”   คำถามของเพื่อนร่วมค่ายเดียวกันเรียกให้ชายหนุ่มผงกศีรษะตอบ  

อาร์มินซึ่งเป็นผู้จัดการเส้นผมกระดกทันทีเหมือนมีเรดาห์   คลื่นงานมันไหลเข้ามา...   “วันก่อนผมดูข่าว  เอลวินซังให้สัมภาษณ์ว่าอยากจะลองกำกับงานซักเรื่องด้วยตัวเอง หรือว่า.....”   เรดาห์ค่าตัวมันเริ่มทำงาน.... 

ดาราผู้อยากผันตัวเองเป็นผู้กำกับผงกศีรษะตอบ   “รู้เรื่องกันดีอยู่แล้วก็จะได้พูดกันง่ายๆ   แต่เอเลนเหมือนจะยังไม่รู้เรื่อง?”   ดวงตาสีฟ้ามองไปทางตัวเอกหนุ่มซึ่งยังทำหน้าตาเหวอๆไม่เข้าใจ...  ทีวีที่บ้านไม่ได้เปิดมาสามวันแล้ว... เพราะกว่าจะเลิกถ่ายก็ดึก...

“แล้วมาพบผมเรื่องอะไรเหรอครับ?”   ดาราหน้าใหม่ผู้ไม่มีผลงานอะไรชัดเจนงุนงง   ไม่ทันไรชายร่างสูงใหญ่พลันเดินมาหยุดตรงหน้าแล้วก็จับไหล่ทั้งสอง 

ดวงตาสีฟ้ามองสบลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวคล้ายกับต้องการขายตรง....เอ๊ย... หว่านล้อม...    เส้นทางแห่งโชคชะตากำลังจะเกิดออก.... งานที่หดหายกำลังจะเข้ามา...   “ฉันมีเป้าหมายใหญ่อยู่อย่างหนึ่งที่ยังไม่มีคนทำ”  สิ่งที่ยิ่งใหญ่ซึ่งยังไม่มีคนริเริ่ม...

....การจะเป็นดาวนั้นต้องสร้างแสงสว่างขึ้นในตัวเอง....

ทุกคนล้วนแต่มีความฝัน   “ฉันตั้งใจจะสร้างละครที่ฉันอยากเล่น แล้วก็จะกำกับมันด้วยตัวเอง”  มือแกร่งคลายออกพร้อมกับหยิบสิ่งหนึ่งออกจากในเสื้อสูท...  เหน็บมาเสียเท่จนน่าสงสัยว่าเหน็บไว้ตรงไหน....

“เธอสนใจมาเล่นบทนำของละครเรื่องนี้มั้ย?”   สมุดสีดำดุจดั่งสมุดแห่งความตายยื่นมาตรงหน้า   หน้าปกประดับตัวหนังสือสีแดงและเทาโดดเด่นกระแทกตาดั่งชื่อเรื่อง  

[Attack on Titan] 

ดวงตาสีเขียวกระพริบตาปริบๆพลางมองสมุดบทในมือของรุ่นพี่ในวงการผู้ยิ่งใหญ่   ชื่อเรื่องมันช่างดึงดูด และละม้ายคุ้นหูว่าเคยได้ยินเจ้าชื่อเรื่องนี้ที่ไหนมาก่อนซักแห่ง   อ่านเจอในอินเตอร์เน็ต  หรือไม่ก็คนอื่นพูดผ่านหูมาก่อน.. เป็นการ์ตูนมาก่อนรึเปล่านะ.....

“Attack on titan นี่ใช่การ์ตูนที่ดังๆรึเปล่าครับ ผมไม่เคยอ่าน.....”   เด็กหนุ่มแม้จะตื่นเต้นไปกับเป้าหมายที่ใหญ่เสียจนเขาคาดไม่ถึง  กระนั้นก็ยังงุนงงเกี่ยวกับที่มาของเรื่องอยู่ดี   มันคงไม่ใช่นิยายแนวตบจูบ  กรงขังทะเลทราย  เกาะร้างสร้างรักอะไรแบบนั้นหรอกนะ....

ไม่ทันไรชายหนุ่มก็ดีดนิ้วเรียกผู้ติดตามซึ่งเป็นตัวประกอบเข้ามาพร้อมกับหนังสือการ์ตูน 11 เล่ม   “ใช่  ฉันตั้งใจจะปั้นเรื่องนี้ให้เป็นละครที่โด่งดังที่สุดเป็นประวัติการณ์”

อาร์มินและมิเกะหันมาสนอกสนใจหนังสือการ์ตูนของอาจารย์นักวาดนามอิซายามะ ฮาจิเมะกันในทันใด   ขณะที่ดาราหนุ่มผมสีน้ำตาลตาสีเขียวยังคงมึนงงกับสิ่งที่ได้รับรู้ในตอนนี้   จู่ๆก็มีดาราใหญ่มาชวนให้เล่นละครที่ตัวเองจะกำกับเอง...  แล้วจะให้เขาเล่นบทนำด้วย.. ฝัน!! มันเป็นฝันรึเปล่า!

....มือดึงแก้มจนยืดมันไม่เจ็บ...แต่มันก็ไม่ใช่ฝัน.....

สมองประมวลผลเรื่องราวมากมาย  ที่แน่ๆมันต้องดังแน่เพราะเป็นผลงานที่ชายหนุ่มตรงหน้าคิดจะทำ  แค่ตั้งใจจะทำก็เป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการได้แล้ว  การกำกับของดาราใหญ่ค่าตัวลำดับต้นๆของวงการ...   (รองจากรุ่นพี่รีไวล์อีกที)  แต่.... มันมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง.....

“ผมสนใจนะครับ แต่ถ้าทำจากการ์ตูน ผมเดาอนาคตตัวเองออกเลยครับ”  จะต้องโดนด่าในอินเตอร์เน็ตจากแฟนๆของการ์ตูนเรื่องนี้ ว่าแคสบทมาไม่เหมาะ.... หน้าตาไม่เหมือนต้นฉบับ...

เว็บไซด์กระดานสนทนาและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กจะต้องกระหน่ำโจมตีลุกเป็นไฟเสียจนเขาไม่กล้าเข้าอินเตอร์เน็ต และอาจจะต้องรีบล็อกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กทุกอย่างของตัวเองด้วย แม้นั่นจะเป็นของที่ค่ายเป็นคนเปิดให้ก็เถอะ....  โดนด่าแล้วดังมันก็มี แต่โดนด่าและเละก็มีเยอะ....

เอลวินหัวเราะเบาะเมื่อได้ฟังความเห็นจากวัยรุ่นตรงหน้า    “เธอลองเอาหนังสือไปอ่านดูก่อน  ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็โทรหาฉัน นี่นามบัตร”   มือใหญ่ยื่นกระดาษสีเทาแข็งให้ใบหนึ่ง   

ดวงตาสีเขียวอ่านข้อความบนนามบัตรนั้นอย่างละเอียด  ฉากนามบัตรที่ดูเหมือนเคยโผล่มาแล้วที่ไหนซักแห่ง(?)  “ฉันกำลังตามหาดาวหลายๆดวงมาแสดงเรื่องนี้  หวังว่าจะได้ร่วมงานกับเธอ”   

ละครฟอร์มยักษ์ที่จะต้องออกมาสมบูรณ์แบบไร้ข้อครหา...
และรวมคนที่สุดยอดหลายๆคนในวงการนี้....

หนังสือการ์ตูน 11 เล่มซึ่งจะถูกแปลงเป็นบทละครวางอยู่บนโต๊ะโดยมีมิเกะและอาร์มินรุมกันอ่านไม่สนใจบทสนทนาของคนอื่น...   ดวงตาสีมรกตถอดมองไปยังกองหนังสือนั่น... ละครที่สร้างจากการ์ตูน  บ้างก็ไม่ได้ออกมาเป็นฟอร์มยักษ์ได้ความสนใจ เรตติ้งก็อาจจะเป็นเฉพาะกลุ่ม...  

“แล้วผมจะติดต่อไปครับ ผมให้สัญญาว่าจะไม่เงียบหาย”   ยื่นมือออกไปจับมือกับดารารุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์กว่า

“ฉันจะรอ”  เอลวินคลี่ยิ้มเป็นมิตรให้กับรุ่นน้อง ไม่มีการถือตัว เต็มไปด้วยความอบอุ่นราวกับพี่น้องหรือผู้ปกครองแผ่ออกมารอบตัว  

ละครจากการ์ตูนเหมือนเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม...
แต่หากมันยิ่งใหญ่จนเป็นกระแส...ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทันที....

เพื่อดาวดวงนั้นที่ฝันที่อยากเป็น.... นั่นมันเพลงเปิดรายการเรียลลิตี้บางอย่าง  ชีวิตในโลกมายามีทั้งเรื่องจริงและเรื่องการแสดง   หนทางของการเป็นดวงดาวเพิ่งจะเริ่มต้น เช่นเดียวกับโชคชะตาที่ยากจะถอนตัวจากกองถ่ายก็ใกล้จะดำเนินขึ้นเช่นกัน  

....เรื่องราวความรักในกองถ่ายละครบู๊ล้างผลาญ…..
.....คงจะโรแมนติกไม่ใช่น้อย....

ที่แน่ๆ...รักนี้คงไม่มีเทค ไม่มีคัทให้หยุดกลางคันหรอกนะ
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
Free Talk : ลองเขียนบทนำก่อน...โปรเจ็คพูดเล่นในทวิตเตอร์อันที่สอง จะรุ่งหรือจะรุ่งริ่งก็ยังไม่รู้เลย เพราะว่าอีกเรื่องที่เป็นโปรเจ็คจะเขียนเหมือนกันคือแจนเอ  อันนั้นเน้นบู๊ดราม่า(?) แนว Wing แต่เป็นแจนเอ  ที่แจนได้เป็นพระเอกแล้ว
 
เรื่องแจนเอไว้แบบนั้นก่อน  พูดถึงอันนี้   มันเป็น AU ซ้อนเรื่องจริงอีกทีนึง เพราะว่าโลกไททันเป็นเรื่องในละครที่เอเลนจะได้แสดง  โดยที่เอลวินเป็นคนหา  ตัวละครอื่นๆก็จะโผล่มาในแบบเป็นคนในวงการกันทั้งหมด  ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะออกมาในแบบฟีลกู้ดสุดๆได้รึเปล่า  แต่จะพยายามค่ะ.... 
 
ตอนแรกยังไม่ค่อยรั่ว เอาไว้ก่อน... พระเอกยังไม่โผล่เลย 55555  (เหมือนจะทำร้ายเฮย์โจวตลอด  พระเอกที่โผล่ยากเย็นทุกเรื่อง.....)  

Comment

Comment:

Tweet

เจอคำว่า "Cut" ตัวใหญ่ว่าเงิบแล้ว
แต่ "สูง" เงิบกว่า
ฮ่าๆๆๆ
เชื่อแล้วว่าเอเลนยังเป็นนักแสดงอายุน้อยด้อยประสบการณ์จริงๆ
ลืมไปสินะว่ายังมีสิ่งที่เรียกว่าเทคนิคพิเศษในการถ่ายทำและโพสโปรดักชั่นอยู่

#6 By Taraikari on 2013-09-30 16:59

ขำกับ ฝากลูกฝากเมีย เนี่ยแหละค่ะโอยย มันขำอ่ะ5555555555555555555555555555555555 พอๆ เดี๋ยวโดนพี่อายะกระทืบ
เรื่องปิ๊งรักเพิ่งอวสาน เรื่องใหม่มาอีกแล้วสปิริตพี่อายะนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ
อ่านกี่เรื่องก็ติดไปซะทุกเรื่องสิน่า อันที่จริงยังดองปิ๊งรักไว้อยู่เลย เดี๋ยวกะจะตามอ่าน มาเจอเรื่องใหม่ เห็นทีคงติดเรื่องนี้แหงมๆ ชอบพล็อตแบบนี้ที่พวกเอเลนมีตัวตนจริงๆเป็นคนแสดงไททัน มันแหวกแนวชอบบบบ
ที่บอกจงหาคำผิด นี่รู้เรื่อง ถึงกับลุกขึ้น สูง!!!???? นี่เอเลนน้อยกลอยของพี่ๆยังไม่รู้หรือว่ารีไวความจริงสูงเท่าใด5555555555555555555 ถ้าเกิดรู้ความจริงขึ้นมาหวังว่าเอเลนคงไม่โดนรีไวสะลัดเท้าฟาดหน้าในชีวิตจริงหรอกนะคะ55555555555555
จะคอยติดตามค่า สู้ๆ :)v

#5 By ` M E M O R Y ( ♥ ‏) on 2013-09-29 15:12

//สูง......สูง..สูง...
//ดังก้องอยู่ในหัว ลูปไปเป็นจังหวะ 
แสดงหนังงงงงง ทั่นมิเกะสนใจไฝว้เฮย์โจวแย่งบทพระเอกมั้ย 55555

#4 By ShiroHana on 2013-09-28 22:03

สูง
เอ๋!!!!!!!!!!!
[size= 14px]เอเลนเข้าใจอะไรผิดสินะ
5555555555555555
เปิดเรื่องได้ฟินมากค่ะ ฮาาาาา [/size]

#3 By un-fiore on 2013-09-28 21:51

สูง............................คำๆนี้มันเอคดค่อยู่ในหัวมากกกกก
ขนาดว่ายังไม่โผล่ก็ยังโดนทำร้าย...แม้เฮียแกคค่าตัวจะแพงจนโผล่ยากก็ตามที กรั่กๆๆ
อ่านตอนแรกแล้วเล่นเอาต้องย้อนกลับไปดูแพริ่งเลย
ช่วนจิ้นมิเกะเอเลนซะไม่มีอ่ะ....แต่ตอนแรกนึกว่าเป็นเอวินเอเลนซะอีก555

#2 By Chiji on 2013-09-28 21:47

สูง!?  //หัวเราะลั่นบ้าน
พี่คะ พี่ทำให้หนูอยากจิ้นมิเกะเอเลน //งึมงำ

#1 By okloxp (110.168.242.75) on 2013-09-28 20:55

[AyaFee]★[Byanism] View my profile

Created with flickr badge.