[TitanFic] ヒマワリ -Himawari- (Jean x Eren) CH.01

posted on 01 Oct 2013 23:39 by ayafee in Fiction directory Fiction
 
 
Title : ヒマワリ -Himawari- 
Fandom : Shingeki no Kyojin
Genre : BL
Rating : PG
Pairing : Jean x Eren 
—————————————————————————————————-
 
ดอกไม้ที่สื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองที่สุด...
คือดอกทานตะวัน...

ตั้งแต่พวกเราก้าวพ้นความเป็นทหารฝึกหัดเพื่อเข้าสู่สนามรบอันเลวร้ายของจริง..  มิตรและรุ่นพี่มากมายได้จากไป..  เส้นทางที่เดินทอดผ่านเต็มไปด้วยศพทหารเบื้องหลัง  สูญเสียทุกครั้งที่เกิดการต่อสู้ สูญเสียมากมายเสียจนไม่อยากให้ [เพื่อน] ที่รอดชีวิตมาด้วยกันต้องจากไปอีก

“พวกเราจะฝากชีวิตไว้กับนายได้สินะ”  หวนนึกย้อนกลับไปมันคือคำพูดที่แสนขลาดเขลา...  สร้างความเจ็บปวดโถมไว้บนแผ่นหลังนั่นโดยไม่รู้ตัว...  เพราะมันคือความหวังของคนมากมายที่มีต่อหมอนั่น

มิได้รับรู้ถึงสายตาซึ่งจ้องกลับมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง  ทั้งๆที่ตนตั้งใจแล้วว่าจะไม่เป็นผู้ที่หลบไปข้างหลังเพื่อความสุขสบายของตัวเองอีกต่อไป  ‘แจนที่ฉันรู้จักหายไปไหนแล้ววะเนี่ย’  ใช่... จะไม่เป็นแบบนั้นอีก...  

ความเป็นเด็กทำให้การเริ่มต้นมันผิดพลาด
[เจ้าบ้าที่รีบไปตาย]

ความรู้สึกของคนมันซับซ้อนต่างจากดวงตะวันที่ส่องสว่างเจิดจ้า...

Chapter 1 : No Love  

5 ปีที่แล้วมนุษยชาติ ความสุขของมวลมนุษย์ถูกทำลายลงพร้อมกับกำแพงที่คอยปกป้อง และในปัจจุบันมนุษย์ในกำแพงก็ได้รับรู้ว่า...  ต่อให้เป็นเมืองชั้นในก็ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป พร้อมกับข้อมูลเรื่องไททันแปลงและไททันที่อยู่ฝั่งเดียวกันแพร่กระจายปากต่อปาก   จากวันนั้นถึงวันนี้ทีมสำรวจซึ่งมากประสบการณ์ต้องสูญเสีญคนไปมากมาย   ทหารรุ่นใหม่ที่สั่งสมประสบการณ์จากการอยู่รอดมาได้จำเป็นต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ  

แกร่งขึ้นกว่านี้ อยู่รอดให้ได้ยาวนานกว่านี้แทนคนเก่งมากมายที่ต้องสิ้นชีพไปราวกับใบไม้ร่วง  แสงอาทิตย์ร้อนระอุทอดผ่านแมกไม้   อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกวี่วันบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยผ่านมาจนกระทั่งฤดูร้อนได้มาเยือน   ทางการได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดภัยแล้งขึ้น  

ดวงตะวันที่ส่องสว่างไม้จะมีแมกไม้บังอยู่บ้าง  กระนั้นมันก็ยังคงส่องเข้ามาแยงตาคนที่อยู่เบื้องล่าง  สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาสีเขียวมรกตชัดเจนยิ่งขึ้น   ร่างสูงโปร่งในเครื่องแบบทหารสีน้ำตาลสลักตราปีกแห่งเสรีภาพยืนจดจ้องขึ้นไปยังกิ่งไม้ขนาดใหญ่เกินกว่าต้นไม้ธรรมดาทั่วไป  

“เฮ้ย!  ข้างล่างไม่มีอะไรแล้ว....”    บนร่างกายเด็กหนุ่มติดตั้งอุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติอันเป็นอาวุธสำคัญในการรบ   เปล่งเสียงเรียกใครบางคนที่อยู่เหนือระดับสายตาไป    

ร่างสูงเบื้องบนขยับเดินมาหยุดในตำแหน่งที่มองเห็น   หันหน้ามาพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่จดจ้องกลับ  “เออ งั้นขึ้นมา!”   แผดเสียงกลับไปอย่างหงุดหงิด  

ทหารภายในกำแพงแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม
กลุ่มซึ่งมีหน้าที่ออกไปสำรวจนอกกำแพงและโลกภายนอก
มีชื่อเรียกว่า “ทีมสำรวจ”

ทหารฝึกหัดที่เข้าร่วมทีมสำรวจนั้นถือว่าก้าวขาไปสู่ความตายแล้วครึ่งหนึ่ง  เป็นกลุ่มคนที่มีความคาดหวังและตั้งใจในอะไรบางอย่างมากกว่าการหยุดอยู่รอความตายในกำแพง หรือการทำงานอย่างสุขสบายในเมืองชั้นในสุดภายใน Wall Sina   

โดยปกติแล้วในกลุ่มทหารฝึกหัดอันดับ 1 – 10  มีน้อยคนนักที่จะเลือกทางนี้ ในเมื่อมีโอกาสที่จะเลือกเป็นสารวัตรทหารมากกว่าคนอื่น...   หากแต่ในกลุ่มทหารฝึกหัดรุ่นที่ 104 กลับมีคนเลือกเข้าทีมสำรวจมากถึง 8 คน  และไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าการเข้ามาของทหารฝึกหัดรุ่นที่ 104 จะสร้างความเปลี่ยนแปลงขึ้น...

มนุษย์ที่แปลงร่างเป็นไททัน... และคนที่ล่วงรู้ความลับของกำแพง

ถึงกระนั้นแล้วจนถึงวันนี้โลกในกำแพงก็ยังคงต้องเผชิญกับความหวาดหวั่นในอนาคตที่มองไม่เห็น   เอเลน เยเกอร์ยืนพิงลำต้นของต้นไม้ใหญ่   “นายฆ่าไททันไปกี่ตัว?”  เอ่ยถามคนข้างๆเพื่อเปรียบเทียบ

ร่างสูงกว่าซึ่งยืนข้างๆหยักยิ้มที่มุมปากด้วยท่าทางยียวน  “ไม่จำเป็นต้องบอก  ยังไงก็ต้องมากกว่านายอยู่แล้วล่ะวะ”  ช่างเป็นคำพูดชวนให้คิ้วกระตุกหงุดหงิด  

เด็กหนุ่มตาสีมรกตเบือนสายตาหนีไปทางอื่น  การที่เขาได้ทำภารกิจร่วมกับเพื่อนโดยที่ไม่ต้องอยู่ในขบวนคนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษก็ถือว่าดีมากแล้ว  ฝีมือการต่อสู้ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบสามมิติของเขาเมื่อเทียบกับคนอื่น  ในตอนเรียนเขาอยู่ลำดับที่ 5 แต่ตอนนี้ไม่อยากไปเปรียบเทียบกับเจ้าคู่ปรับตรงหน้านี้  

เคยเป็นลำดับที่ 5 และ 6 แข่งกันมาตลอด  ถ้าไม่นับเรื่องที่มีร่างหนึ่งเป็นไททัน ตอนนี้อีกคนฆ่าไททันมากกว่าเขาเสียอีก  “พูดจาน่าหมั่นไส้จริง...ขี้โม้ชะมัด”  ข่มเรื่องไม่เป็นเรื่องไม่ต่างจากสมัยก่อน  

แจนเหล่มองหน้าคนไม่ยอมรับความจริงพลางสบถในลำคอ   จริงอยู่ว่าเอเลน เยเกอร์แปลงร่างเป็นไททันได้  แต่เรื่องฝีมือในการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่สามมิติในการต่อสู้  ตอนนี้เขาไม่แพ้หรอก  การที่เพื่อนร่วมรุ่นคนนี้ยังคงอยู่ในสภาพนี้ได้  จะบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีก็คงได้.....

เพราะพวกเราได้สูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป...
สิ่งที่เรียกว่า [สหาย]  ซึ่งกลายเป็น [ศัตรู].....

  จนกว่าจะถึงวันที่ทหารอันดับต้นๆฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้  จนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางและเริ่มการบุกไปยังฝั่ง Wall Maria อีกครั้ง  พวกเรามีเวลาได้พักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจซักระยะหนึ่ง...  นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องการนอกจากความแข็งแกร่ง

พูดถึงไททัน แต่นั่นก็คือไททันปลอมที่เคยไว้ใช้ฝึกทหาร  ตอนนี้มันถูกนำมาใช้ฝึกใหม่   “อากาศร้อนชะมัด... นอกกำแพงก็คงไม่ต่างกัน”  แจนรู้สึกถึงแสงแดดที่แยงตา   อากาศในฤดูร้อนอบอ้าวแบบนี้ถือเป็นอุปสรรคในการต่อสู้   ร่างกายของไททันก็ร้อนระอุเป็นปกติอยู่แล้ว

ส่วนฝั่งมนุษย์อย่างน้อยๆก็ทำให้เสียพลังงานเร็วกว่าปกติ  แล้วก็ทำให้หิวจนหมดแรง.. เหมือนอย่างเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปหน่อย...   “ว่าแล้วยัยนั่นต้องหมดสภาพ”   เป็นซากที่แทบแยกจากต้นไม้แห้งไม่ออก

ดวงตาสีเขียวมองตามไปเห็นเข้าแล้วจำต้องกลั้นขำ   มันทำให้นึกถึงสมัยที่เป็นทหารฝึกหัด เคยมีการจำลองภารกิจหลายๆรูปแบบ  มีคนถอดใจไปก็มาก ไม่ผ่านก็มาก...  “ซาช่าหิวง่ายเกินไป”   พูดถึงผู้หญิงแบบนี้ใช่ว่าจะดี.. แต่ก็อดไม่ได้...  

รอทำตามกระบวนการฝึกรบมันก็น่าเบื่อเกินกว่าจะอยู่เฉยๆกันสองคน   สายสัมพันธ์ไม่ได้ดีขนาดนั้น   “อยู่เฉยๆก็เท่านั้น  มาดวลกันแจน  เหมือนตอนที่ฝึกทหาร”    มือแกร่งดึงใบมีดยาวสำหรับสังหารไททันออกจากที่เก็บ  

“หา?”   แจนเหลือบมองคนข้างๆ  ไม่ทันไรคนชวนกลับไปเป็นฝ่ายออกตัวไปก่อนราวกับโกงกัน  ขับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างไม่พอใจ

“เฮ้ย!  โกงนี่หว่าเอเลน!”    แจน กิลชูไตน์ออกตัวตามไปทีหลัง    เด็กหนุ่มทั้งสองเริ่มออกนอกกระบวนการฝึกด้วยการเล่นกันเองผิดเวลา...

ความสดใสของพลังชีวิตนั้นเหมือนกับแสงตะวัน
ที่ดับลงและลุกโชนขึ้นตามช่วงจังหวะ

เด็กหนุ่มมีความรู้สึกและเป้าหมายที่ตรงไปตรงมาคนละเส้นทาง   คนหนึ่งคือการต่อสู้เพื่อไม่ให้เสียใจภายหลังจากการสูญเสีย  อีกคนหนึ่งมีเป้าหมายคือการฆ่าล้างไททันเพื่อชำระแค้นให้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น  ด้วยความคิดเช่นนั้นทั้งคู่จึงอยู่ในทีมสำรวจ...

เพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อน  เพื่อนร่วมรุ่นซึ่งไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิท  แต่ด้วยสถานการณ์ที่ขีดเส้นมากลับทำให้คู่ปรับที่ยากจะลงรอยกันได้ต้องเดินไปบนเส้นทางแบบเดียวกัน  มองเห็นชีวิต มองเห็นเส้นทางเดินของอีกฝ่าย...  มันเข้ามาอยู่ในสายตาทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะมอง

เด็กหนุ่มทั้งสองเติบโตขึ้นทีละเล็กทีละน้อย...
จากสนามรบที่แสนโหดร้ายนั่น... โดนผลักดันด้วยแรงผลักที่หนักหน่วง...

วงใบมีดคมวาดฟันไททันจำลองทีละตัวสองตัว   กลุ่มทหารคนอื่นเริ่มมองเห็นเด็กหนุ่มสองคนที่เริ่มแข่งกันมากกว่าจะฝึกให้เป็นกระบวนรบ  ปากนับตัวเลขไปพร้อมกับส่งเสียงข่มและเย้ยหยันอีกฝ่ายหนึ่ง   จนกระทั่งร่างโปร่งนัยน์ตาสีฟ้าและเพื่อนผมเรียบเกรียนอีกคนหันมองจากบนกิ่งไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง 

“สองคนนั้น  ทำตัวเหมือนตอนเป็นทหารฝึกหัดอีกจนได้”   แม้นี่จะเป็นการจำลองการต่อสู้ก็ตามที   นี่ก็ไม่ใช่การฝึกของทหารฝึกหัด 

“ไปหยุดพวกนั้นก่อนจะโดนลงโทษตอนกลับไปเหอะ”   โคนี่ออกตัวไปก่อนทหารหนุ่มผู้เป็นดั่งมันสมองของกลุ่ม  ไม่ควรให้อยู่ด้วยกันตั้งแต่แรกแล้ว... 

อาร์มินถอนหายใจพลางออกตัวตามเพื่อนร่วมรุ่นไป   “ยังไงก็โดนลงโทษรึเปล่าน่ะ”  จากเหล่าหัวหน้าซึ่งยังคงบาดเจ็บจากภารกิจในครั้งก่อนๆ....   เด็กหนุ่มร่างเล็กทั้งสองยิงสายลวดอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบสามมิติไล่ตามความเร็วของเพื่อนทั้งสองไป   การฝึกนี้คล้ายกับเป็นเรื่องที่ทำขึ้นเฉพาะกิจ.. 

เพราะทีมสำรวจสูญเสียกำลังรบจากการจู่โจมที่คาดไม่ถึงของศัตรู  ทหารแนวหน้าได้รับบาดเจ็บ  เหล่าทหารซึ่งยังด้อยประสบการณ์จึงต้องผลักดันตัวเองขึ้นมาให้เร็วกว่าปกติ...  ภาระหน้าที่ ความคาดหวัง เสียงกร่นด่า การกล่าวโทษ ทุกอย่างถูกแบกไว้บนหลังของเด็กหนุ่มอายุ 15 อย่างเอเลน เยเกอร์... 

และพวกเรามีหน้าที่สนับสนุนเพื่อนให้ถึงที่สุด

ท้องฟ้าที่ไร้เมฆมาบดบังเป็นสีฟ้าครามสดใส  ลานหญ้าสีเขียวขจีเริ่มมีรอยแห้งเหี่ยวเฉาเมื่อไม่มีฝนตกลงมาให้ความชุ่มชื้น   และอากาศที่ร้อนระอุนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากอารมณ์ของผู้บังคับบัญชาที่กำลังยืนกอดอกมองลูกน้อง   โดยมีทหารหนุ่มสองคนนั่งคุกเข่าสงบเสงี่ยมอยู่ตรงหน้า

มิคาสะ แอคเกอร์แมนหยุดยืนมองไม่ห่างไปจากที่นั่งไม้ซึ่งร้อนจากการตากแดด  เด็กสาวใส่ชุดลำลองกระโปรงยาวมิใช่เครื่องแบบรบเพราะอยู่ในช่วงรักษาตัว  ดวงตาสีดำทอดมองคนหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนน้องชาย และอีกคนซึ่งเป็นเหมือนคู่อริของน้องพลางถอนหายใจเหนื่อยหน่าย...  

“พวกนาย.....”   เพียงแค่เริ่มขึ้นต้นประโยค  ทหารหนุ่มสองคนที่ก่อเรื่องสะดุ้งตัว  ไม่มีใครกล้ามองหน้าผู้ใหญ่ผู้แสนเย็นชาและเข้มงวดนั่น

ดวงตาคมสีรัตติกาลจากหัวหน้าหนุ่มที่จ้องเขม็งทำให้เด็กหนุ่มตาสีเขียวก้มหน้าจนอยากให้หน้าผากมันแนบพื้นไป   “ขอโทษครับหัวหน้า”    

“ขอโทษครับ....”   น้ำเสียงจากแจน กิลชูไตน์สำนึกผิดไม่ต่างกัน    หัวหน้าทหารรีไวล์ถอนหายใจ   ทั้งคู่ต่างรู้ว่าผิดแต่กลับเผลอวู่วามเกินไป   

แสงแดดและอากาศร้อนยิ่งทำให้เหงื่อไหลรินเหมือนได้อาบน้ำ   ผิดกับชายผมดำซึ่งนั่งไขว่ห้างและสวมเสื้อคลุมสีดำไม่กลัวร้อน  “พวกนายสองคน  คราวหลังอย่าทำอีก  ในการต่อสู้จริงไม่มีการแข่งขัน”  มีแต่ต้องคอยหนุนหลังซึ่งกันและกันเป็นทีม....  

คำพูดนั้นมีน้ำหนักมากพอให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นิ่งฟัง   แม้หัวหน้าหนุ่มจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็พอจะเดาได้  “ขอโทษครับ....”   สิ่งที่ทำได้มีเพียงการรับผิดในเรื่องที่ตนเองวู่วามออกไป   

คำพูดและการตัดเตือนมันจบไป ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก  ยามนั้นเพื่อนร่วมรุ่นต่างมองหน้ากันและกัน  จะมีเพียงมิคาสะ แอ็คเกอร์แมนเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่อง   โคนี่ยกมือขึ้นเสนอความคิดในทันที   “ผมมีข้อเสนอครับหัวหน้ารีไวล์!”   ทุกคนพร้อมใจกันหันมองหน้าทหารหนุ่มร่างเล็กที่สุดในทีม

“ว่ามา”   หัวหน้าหนุ่มมองหน้ารอฟังความเห็น    เพียงแค่ได้ยินว่าเพื่อนมีข้อเสนอ  ทั้งแจนทั้งเอเลนต่างเริ่มไม่วางใจ....