[AuFic] アジサイ の唄 (1827) Prologue
posted on 08 Nov 2009 18:00 by ayafee in Fictionเอาเข้าจนได้... ไหดองอันใหม่ ฮา ล้มพล็อตอยู่หลายรอบ กว่าจะได้มาแบบนี้ คุยกับพี่หยกนานตั้งแต่ย้อนยุค ไม่ย้อน การ์ตูนไซโต้ อาจารย์ไอ บลาๆๆๆ จึงได้ฟีลที่แสนสับสนมาหลายอย่าง เป้าหมายของเราคือ เราอยากแกล้งแมะ..(?) ให้ทูน่าได้สบายบ้าง(?) จึงเกิดมาเป็นเรื่องนี้นี่ล่ะ
ตอนแรกจะเขียนเป็นย้อนยุค แต่ว่าข้อมูลมันจะคาบเกี่ยวดราม่าฤดูใบไม้ร่วงของดีโน่ กับดงกล้วยไม้มากไป เลยเอาเป็นปัจจุบันดีกว่า
ที่สำคัญ.......... เราอยากให้คนอยากถีบทูน่า (แต่ท่าทางจะโดนคนเขียนแทน....)
อธิบายนิดนึง เผื่อคนไม่เคยสังเกตดอกไฮเดรนเยีย ดอกไม้ชนิดนี้จะเปลี่ยนสีตามความเป็นกรดด่างของดินค่ะ
Title: アジサイ の唄
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : AuFic , Angst , Drama , Romance
Rating : NC-15
Pairing : 1827
Summary : บุปผชาติผลัดเปลี่ยนสี..... จากจิตใจที่ด้านชา สู่ความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง
--------------------------------------------------------------------------------------
สายฝนพรำ.... ร่วงหล่น... จากฟากฟ้าสูงเกินเอื้อมมือถึง...
เมฆครึ้มปกปิด.... แสงแดดมิอาจทอดมา..
ซึมลงสู่เนื้อดินสีน้ำตาล.....
ไร้เสียงอื่นใด.... นอกจากเสียงเปาะแปะ...ของมัน....
ท้องฟ้าเบื้องบนมองเห็นเมฆฝนตั้งเค้า... บ่งบอกว่าได้มาถึงช่วงคาบเกี่ยวฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงของประเทศตะวันออก... เรือนญี่ปุ่นขนาดกลางตั้งอยู่ห่างตัวเมืองเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบ....ในรั้วเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้... ส่งกลิ่นหอมที่ให้ความสดชื่นโชยมา.... ถนนทอดยาวหน้าบ้านซึ่งร้ายล้อมด้วยรั้วประดับไม้เลื้อยแลเห็นภาพของเด็กชายร่างเล็กวิ่งมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายหลัง เครื่องแบบนักเรียนสีฟ้าของเด็กน้อยตัวเล็กนั้นบ่งบอกว่าเข้าตัวเรียนอยู่ในชั้นประถมต้นๆเท่านั้น... สองขาสั้นๆนั้นเร่งพาตัวเองวิ่งเข้ามาในตัวบริเวณบ้าน
“กลับมาแล้วฮะ~~~!!” เสียงใสตะโกนบอกคนในบ้าน วิ่งตรงผ่านห้องโถงห้องนั่งเล่นไปส่วนในสุดของบ้าน ไปตามกลิ่นของการปรุงอาหาร
ในบ้านเต็มไปด้วยรูปถ่ายมากมาย.. รูปของครอบครัวและรูปของเด็กน้อย... “กลับมาแล้วฮะ ม่ะม๊า~~” หญิงสาวในห้องครัวหยุดมือซึ่งจับมีดหั่นผักลงก่อนเร่งวิ่งมารับลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งกลับมา
“ซือคุง ไม่ได้กลับมาพร้อมกับคุณพ่อเหรอจ้ะ” หญิงสาวอ่อนวัยลูบเรือนผมสีน้ำตาลฟูฟ่องของบุตรชายอย่างเอ็นดู
“ป๊ะป๋าไปทำงานต่อฮะ บอกว่ามีประชุม” เด็กน้อยวิ่งเข้าไปในครัวมองหาขนมทานเล่นตามประสา ผู้เป็นมารดามองตามพลางสะบัดใบหน้ายิ้มอย่างหน่ายๆ
“ไม่ได้นะจ้ะ ต้องรอให้ถึงเวลามื้อเย็นก่อน ห้ามทานขนมนะซือคุง” เดินตามหลังเข้าไปหยิบถุงขนมออกจากมือน้อยนั่น ใบหน้าใสค้อนอมลม...
“แต่ผมหิวนี่.....” เด็กๆย่อมคิดเพียงแค่เรื่องนั้น.....
ผู้เป็นแม่หัวเราะแผ่วเบา มือเรียวเล็กวางลงบนศีรษะน้อยนั้นอีกครั้ง “ซือคุงไปรดน้ำต้นไม้ให้แม่ก่อนนะ ป่านนี้ไฮเดรนเยียของซือคุงต้องการน้ำแล้ว” แม้ฝนจะตั้งเค้ามานาน.... กลับไม่มีวี่แววว่าจะตกลงมา..... ต้นไม้คงมิอาจได้น้ำ
“ฮะ!!! ผมจะไปรดน้ำ~” ร่างเล็กๆนั้นวิ่งตรงดิ่งออกไปจากห้องครัว ตรงออกไปนอกบ้าน...
“รักดอกไฮเดรนเยียที่ข้างบ้านจริงๆเลยนะเนี่ย” ดอกไม้ที่ขึ้นมาโดยบังเอิญ... จากเล็กน้อยขึ้นมาเต็มสวนไปหมด..... เสียงฟ้าร้องดังมา... แต่กระนั้นก็ไร้แววว่าจะมีฝนโปรย...
รอ.... รอ... และรอบางอย่าง....
สวนหย่อมข้างบ้านเต็มไปด้วยต้นไฮเดรนเยียสีชมพูสวย... เรียงรายเป็นแถวยาว 5 แถวบ่งบอกถึงความชอบของเจ้าของบ้าน มือน้อยจับสายยางฉีดน้ำไปทั่วๆอย่างสนุกสนาน ทำตามคำแนะนำของพ่อและแม่รดน้ำแต่พอดีไม่มากไม่น้อยเกินไป....
“ออกดอกเยอะๆน๊า~” เสียงใสเปล่งเอ่ยอารมณ์ดี หน้าที่หลังเลิกเรียนของเด็กน้อยคือมารดน้ำต้นไม้ หน้าที่ที่พ่อแม่สั่งความคือเรื่องที่เด็กต้องรับปาก
“ฮึมๆ~” ฮัมเพลงไปพร้อมกับสายน้ำใส.... ไม่ทันไรเสียงฟ้าร้องนั้นดังมา... ฝนกำลังลงเม็ด....
ว่ากันว่าสายฝนร่วงหล่นลงมา...
เพื่อให้โลกใบนี้ชุ่มชื่น....
หยดเม็ดฝนร่วงลงมากระทบแก้ม... บอกสัญญาณว่าควรจะกลับเข้าไปในบ้านก่อนที่จะเปียกปอน เด็กน้อยตัวเล็กยังคงไม่คิดว่าตนต้องรีบกลับ... จนกระทั่งมันลงเม็ดโปรยลงมาหนักขึ้น.....
“หวา~~ ฝนตกแล้ว!” สึนะโยชิรีบวางสายยางลงวิ่งกลับไปในตัวบ้านก่อนสายฝนจะกระหน่ำเทลงมา.. เสียงฟ้าร้องบอกว่าค่ำคืนนี้คงมีฝนตกทั้งคืนอย่างรุนแรง...
“ซือคุงปิดน้ำรึยังลูก?” มารดาเอ่ยขึ้นระหว่างทำอาหาร คำบอกนั้นเตือนให้ร่างเล็กนึกเรื่องนั้นขึ้นมาได้... เขารีบวางสายยางทิ้งไว้ไม่ได้ปิดน้ำ... ฝนก็จะตกแล้วด้วย..
“เดี๋ยวผมออกไปปิดน้ำก่อนนะฮะ~ ไม่งั้นคุณไฮเดรนเยียจมน้ำแน่เลย~!” กุลีกุจอวิ่งออกไปจากห้องครัวอีกครั้ง คุณแม่ได้แต่หัวเราะ
“อย่าลืมหยิบร่มไปด้วยนะซือคุง!” ได้ยินเสียงของมารดาแล้วคนฟังเร่งหยิบร่มใกล้มือออกไปด้วย... เป็นห่วงเจ้าต้นไฮเดรนเยีย....
ไฮเดรนเยีย.... สีชมพูในสวนหลังบ้าน.....
เจ้าดอกไฮเดรนเยีย.....
สึนะโยชิ บุตรชายเพียงคนเดียวของบ้านวิ่งตรงออกมาที่สวนหย่อมข้างบ้านอีกครั้งหนึ่ง วิ่งไปตามสายยางที่ทอดยาวไป... สายฝนที่โปรยลงมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ... หากไม่รีบปิดคงเป็นแอ่งน้ำ... วิ่งตรงไปที่ก๊อกรีบปิดมันท่ามกลางเสียงฟ้าร้องดึงก้องมาจากเบื้องบน... เพราะเป็นเด็กผู้ชายได้รีบคำสอนไม่ให้กลัวจึงไม่รีบหนี...
“ไม่จมน้ำแล้วนะคุณไฮเดรนเยีย” ยิ้มแย้มกับตัวเอง.... หากแต่ยามนั้น... เนตรกลมใสพิศเห็นบางสิ่งที่แตกต่าง.....
ในความธรรมดา....
เสียงหยดน้ำกระทบใบของต้นไม้ดังเปาะแปะ... พื้นดินชื้นส่งกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ยามฝนโปรย ... ห่างออกไปในแถวที่สามของดอกไม้... บุปผชาติในสวนหลังบ้านของตน ใยแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้า... มีเพียงจุดเดียวเท่านั้นที่เป็นสีฟ้า... ขาสั้นก้าวเดินตรงไปหาสิ่งแปลกปลอมนั้น....
“อ่ะ....” ภาพที่ได้เห็น... หยุดการเคลื่อนไหวเอาไว้.....
เด็กหนุ่มอายุมากกว่า... อาจจะ 5 ปี 6 ปี... นั่งอยู่ใกล้ๆต้นไฮเดรนเยียของเขา... เนตรผมสีดำขลับนั้นเปียกลู่... เปลือกตาปิดสนิท... สวมเสื้อชเตขาวและกางเกงดำ... ร่างกายนั้นมองเห็นร่องรอยของสีโลหิตชาดมากมาย...จากที่มองเห็นจากรอยที่เปื้อนเสื้อ.... พื้นดินมีสีเข้มจากหยดสีชาดซึมลงไป... อาจจะเป็นเวลานาน... อาจจะเป็นวันเป็นคืน... ที่เจ้าของไม่ได้สังเกต.... จนกระทั่งบุปผชาติซึมซับไป....
“พี่ชาย! เป็นอะไรรึเปล่าฮะ!!” สึนะมิอาจปิดความกังวลเอาไว้ได้ เร่งวิ่งตรงเข้าไปหาใช้ร่มเพียงคันเดียวของตนป้องกันฝนให้ตัวเองและคนแปลกหน้า....
เปลือกตาคมปรือเปิดขึ้นเผยให้เห็นเนตรสีเข้มดำขลับ.. “นาย.....?” เสียงทุ้มแหบพร่าคล้ายคนหมดเรี่ยวแรง... แต่กระนั้นแววตา.. ยังคงมองมาอย่างไม่เป็นมิตร...
“ผมอยู่บ้านนี้ฮะ พี่ชายเป็นอะไรรึเปล่า?” ในใจของเด็กน้อยไม่คิดถึงที่มาที่ไปของอีกฝ่ายเลย... คิดเพียงอย่างเดียวคือเป็นห่วง...
ไร้สุรเสียงตอบกลับคล้ายกับไม่ต้องการสนทนว่าความด้วย นัยน์เนตรกลมโตยังคงพิศมอง... ไม่ยอมห่างสายตา.. “ไม่กลัวเป็นคนร้ายบ้างรึไง.....”
ใบหน้าของเด็กชายสะบัดรัว ช่างใสซื่อ... “พี่ชายเป็นแผลแบบนี้ ตากฝนเดี๋ยวไม่สบายนะฮะ” เด็กน้อยนั้น.. ไม่คิดเรื่องระแวงสงสัย...
“ไม่จำเป็น.....” ชายแปลกหน้าไม่คิดแม้แต่จะลุกขึ้น... ไม่สนใจบาดแผลของตัวเอง ไม่สนใจฝนที่โปรยลงมา... มีเพียงกำแพงที่ขวางเอาไว้เท่านั้น...
สึนะจ้องมองใบหน้าของผู้ไม่คุ้นนั้นนิ่ง... ไม่เข้าใจ.. เกินกว่าจะเข้าใจ... “งั้นผมจะไปตามม่ะม๊า ให้ช่วยพาพี่ชายเข้าบ้าน” เอ่ยอย่างดื้อรั้นเกินเด็ก...
เนตรคมเข้มสีดำจ้องใบหน้านั้นอย่างไม่พอใจและไม่เป็นมิตร ปฏิกิริยาบ่งบอกว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือ.. แต่เขาก็ดูไม่บ้าพอจะทำอะไรเด็ก... “ฉันบอกว่าไม่จำเป็น... เดี๋ยวฉันก็ไป... ไม่ต้องมายุ่ง..”
“ป๊ะป๋ากับม่ะม๊าบอกว่ามีคนเดือดร้อนต้องช่วยเหลือฮะ....” ไม่ลุก.. และไม่ดึงร่มห่างออกไป... กลางสายฝนร่วงหล่น....
สายฝนเทลงมารายล้อมตัวเราทั้งสอง....
ภาพความทรงจำในวันนั้น....
ไฮเดรนเยียสีชมพู.... ไฮเดรนเยียสีฟ้า....
ชายแปลกหน้าไม่คิดจะลุกขึ้น.. ยังคงนั่งอยู่แบบนั้น... เวลาผ่านล่วงเลยไปเรื่อยๆ... จนกระทั่งมารดาเป็นห่วงและมาตาม เธออุทานตกใจน้อยๆก่อนที่จะก้าวเข้ามาใกล้ๆลูกชายและชายแปลกหน้าคนนั้น จากอายุแล้วคงเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มเท่านั้น...
“ม่ะม๊า พี่ชายเค้าไม่ยอมเข้าบ้านไปทำแผล....” เสียงใสของสึนะโยชิเอ่ยตัดพ้อน้อยใจ เสียงสั่นแลดูคล้ายคนจะร้องไห้....
คุณแม่ผู้อารีนั่งลงเมียงมองใบหน้าของเด็กหนุ่มซึ่งจ้องมองตน เธอนั้นยิ้มตอบ “เข้าบ้านกันเถอะจ้ะ ไปทำแผลก่อนเถอะ อย่าตากฝนแบบนี้เลยนะจ๊ะ” ช่างเป็นคนโง่เขลา... หากเขาเป็นคนร้ายหรือแสดงละครจะทำอย่างไร....
“นะฮะพี่ชายน๊า~~~” สองเสียงและรอยยิ้มเหมือนๆกันนั้นชวนให้คนฟังรำคาญ.....
“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือ....” สิ้นคำนั้นคุณแม่ของเด็กน้อยผมสีน้ำตาลไหม้ดึงเอาร่างของเด็กหนุ่มขึ้นมาแม้เธอจะไม่มีเรี่ยวแรงมาก... เนตรคมเบิกเนตรกว้าง...
“เข้าบ้านก่อนนะจ้ะ” ยิ้มและดึงดัน.... พอกันทั้งแม่ทั้งลูก.....
คำพูดจึงกลืนหายไปในลำคอ.....
เด็กหนุ่มซึ่งไม่มีใครรู้ที่มาอาบน้ำชำระคราบรอยเลือดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ได้มาและนั่งอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น มีเจ้าร่างเล็กๆผมฟูฟ่องเดินป้วนเปี้ยนไปรอบตัวพร้อมกับสำลีและยาสมานแผล... ทำให้ตนได้สะดุ้งอยู่ตลอด... น่ารังแกเด็ก แต่พอจะยั้งมือได้....
“ผมชื่อสึนะโยชิ พี่ชายชื่ออะไรเหรอฮะ?” ซื่อมาก กระทั่งการแนะนำตัวถามชื่อคนแปลกหน้า... เด็กอย่างไรก็คือเด็ก.....
“ฉันไม่จำเป็นต้องบอก” เสียงทุ้มปฏิเสธไปอย่างชัดเจน เด็กน้อยผมสีน้ำตาลไหม้มีสีหน้าเสียใจอมลมแก้มป่อง วิ่งไปหยิบเอาถาดอาหารที่มารดาตนเตรียมเอาไว้มาส่งให้
“คุณครูที่โรงเรียนบอกว่า ถ้ามีคนแนะนำตัว เราต้องแนะนำตัวตอบนะฮะ” กลายเป็นว่าคนโตกว่าโดนสั่งสอนเสียแทน.... ใยไม่ระวังตัวเสียบ้าง....
“นั่นมันแค่กฎที่คนบางกลุ่มสร้างขึ้นมาเอง ฉันไม่จำเป็นต้องทำตาม” เนตรกลมใสกระพริบปริบไม่เข้าใจความหมาย... มันคงเข้าใจยากเกินไป.... คุยกับเด็กมันช่างลำบาก...
หญิงสาวใบหน้าอ่อนวัยผู้เป็นแม่เดินก้าวเข้ามาสำรวจว่าเด็กหนุ่มผมดำได้ทานอาหารที่ตนทำหรือไม่ ไม่มีร่องรอยการแตะ... “สงสัยซือคุงรบกวนพี่ชายเค้ามากไปล่ะมั้งจ้ะ เค้าก็เลยอึดอัด”
“ไม่นะฮะ ผมแค่ทำแผลให้พี่ชายเอง” ใบหน้าอ่อนวัยของเด็กชายตวัดมองและสะบัดรัว สำหรับใครบางคนมันคือการรบกวน.....
“จ้ะๆ งั้นซือคุงอย่าไปกวนพี่เค้าก่อนเลยนะ” คุณแม่แสนดีจับเอาร่างนั้นออกห่างออกมาไม่ให้คนตั้งการ์ดอึดอัดใจจนเกินไป....
“วันนี้ฝนตกหนักมาก ถ้าหนูไม่มีที่ไปพักที่นี่ก่อนก็ได้นะ หนูชื่ออะไรล่ะจ๊ะ?” แม้ร่างบอบบางผมสั้นจะเป็นคนถาม แต่มีเสียงตื้อเรียกพี่ชายๆมาเป็นฉากหลังประกอบ.... หากเขาไม่บอกไปคงมีเรื่องชวนปวดหัวอีกมาก...
“.........ฉันชื่อ......ฮิบาริ...... เคียวยะ.....” ใจอ่อนบอกในชั่วขณะ... ดีกว่าให้เรียกตนด้วยชื่อนั้นชื่อนี้ให้รำคาญใจ... เขาไม่ได้เป็นพี่ชายของใคร....
“งั้นผมเรียกว่าพี่ฮิบารินะฮะ....” ช่างกวนใจ....... ไม่สนใจที่มาที่ไปของคนแปลกหน้าบ้างหรือไร.....
“ทานข้าวเยอะๆนะจ้ะ” เป็นเหมือนกันทั้งบ้านหรืออย่างไร.... เงียบสงบคำพูดของตัวเองและอยู่ในภวังค์ความคิด......
เสียงฝนภายนอกมันคงทำให้เขาหงุดหงิด....
มากเกินกว่าจะต้อล้อต่อเถียง.....
ครอบครัวที่แปลกประหลาด.....
ฝนภายนอกยังคงตกแม้ผ่านเลยมาสองสามชั่วโมง.... เด็กหนุ่มจำใจต้องมาพักในห้องนอนของเด็กชายที่ไม่น่าเชื่อว่าจะแยกนอนในห้องเพียงลำพัง...นอกหน้าต่างมองเห็นต้นไฮเดรนเยียข้างบ้าน... ยามค่ำและเมฆฝนมองไม่เห็นสีสัน... ร่างสูงผมดำนั่งอยู่บนเตียงไร้คำพูดคำจา.. ไม่สนใจเด็กเจ้าของห้องที่กำลังนั่งทำการบ้านเลย....
“พี่ฮิบาริมาจากไหนเหรอฮะ?” คำถามแล้วคำถามเล่า... เลือนหายไปกับเสียงฝนและความเงียบ... ไร้คำตอบ... ไม่จำเป็นต้องบอกให้รู้...
“ฉันทิ้งมันไปหมดแล้ว” คำนั้น..ผู้ฟังเอียงคอมองอย่างสงสัย... ไม่เข้าใจในความหมายอย่างเคย....
สึนะโยชิแย้มยิ้มและกระโดดขึ้นมาบนเตียงเมื่อได้เวลานอน... “งั้นพี่ฮิบาริก็มาเป็นพี่ชายของผมได้น่ะสิ” เนตรคมของผู้ฟังเบิกกว้าง
“นายไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยรึไง....” สำหรับเด็กน้อยไม่เข้าใจเรื่องซับซ้อนแบบนั้นหรอก..... ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่นอนได้สองคนนั่น....
“ถ้าพี่ฮิบาริไม่บอกว่ามาจากที่ไหน ก็เป็นพี่ชายของผมได้สิ” ความคิดเพียงแค่ซื่อๆ..... ทำไมจึงไว้ใจใครต่อใครได้ง่ายแบบนั้น....
“ฉันยังไม่ได้รับปาก... พ่อแม่ของนายไว้ใจคนง่ายขนาดนั้นเชียว” ใบหน้าคมช่างดูเฉยชา.. แม้ไม่มีที่ไป ก็ไม่คิดจะไว้วางใจใคร.....
“พ่อกับแม่ไม่ไล่พี่หรอก ผมรู้น่า~” เอ่ยบอกอย่างมั่นใจคล้ายมัดมือชก... หรือเพราะเป็นลูกคนเดียวกันแน่....
เด็กน้อยและเด็กหนุ่ม... ที่ได้พบกันท่ามกลางสายฝน.... ดอกไฮเดรนเยียที่แปรเปลี่ยนสี.. ตัวตนที่แปลกหน้าเข้ามาในเขตของบ้านตน... ร่างกายที่เปรอะเปื้อนเลือด... และร่มที่ยื่นเข้ามากันฝนให้โดยไม่มีเจตนาร้าย... มีเพียงความหวังดีเท่านั้น....
“ราตรีสวัสดิ์ฮะ พี่ฮิบาริ” สึนะโยชิหลังจากล้มตัวลงนอนบนที่นอนนั่นก็เตรียมพร้อมนอนหลับ ไม่ฟังคำทัดทานของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย...
“ใครบอกให้...!!!” จะห้ามก็ห้ามไม่ทัน เมื่อเจ้าหนูน้อยหลับไปเสียแล้ว.... อย่างง่ายดาย.....
เด็กหนุ่มผู้สันโดษเมียงมองร่างเล็กๆซึ่งนอนอยู่ข้างกายอย่างรำคาญ... พยายามดันออกไปกลับกลิ้งกลับมาอยู่ที่เดิมอีกครั้ง... ใบหน้านั้นไร้ความกังวลเสียเหลือเกิน... ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าไร้ที่มาที่ไป... แต่เจ้าเด็กคนนี้... ช่วยชีวิตของฉัน......
“พิลึก....” ร่างสูงเหยียดกายลงนอน ณ ที่ว่างข้างๆนั่น.... ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอดังมาจากคนข้างกาย..
“........ อะไรของเด็กนี่กัน....” แต่กระนั้นแล้ว... เขากลับหลับตาเข้าสู่นิทราไปได้..... สองร่างของเด็กหนุ่มและเด็กน้อยได้หลับใหลไปในค่ำคืนนั้น....
ของความสัมพันธ์...
วันที่ฝนตกหนัก.... วันที่ดอกไม้เปลี่ยนสี.... วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง...... คนสองคนได้มาพบกัน... ผ่านช่วงเวลาในวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่.... ดอกไฮเดรนเยียยังคงบานสะพรั่งผ่านไปสู่เรื่องราวในอีก 10 ปีข้างหน้า.... ในวันที่เราทั้งสองได้เติบโตขึ้น....
ไฮเดรนเยีย... เจ้าดอกไฮเดรนเยีย.... สีชมพูและสีฟ้า... เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา.... ความหมายที่บ่งบอกถึงตัวเขาเป็นอย่างดี...... ความเฉยชา..... แต่..... ในวันหนึ่งความหมายนั่นจะเปลี่ยนเป็นของใครกัน.....
“ฉันยังตายไม่ได้...............”
สีของเจ้าไฮเดรนเยีย.....
ในวันนั้น......
ในวันสายฝนพรำ...
TBC……………………..
-------------------------------------------------------------------------------------
Free Talk : บทนำ.. ที่แสนสั้น = =" ความสับสนยังคงวนเวียนอยู่ใต้ร่มไฮเดรนเยีย(?) เป็นยุคปัจจุบันหนุ่มออฟฟิศ =w=" ฮิบะกับชุดสูทแล้วก็ยูกาตะบางเวลามันน่าหลงใหลออกนะ เราไม่ค่อยเขียนถึงฮิบะมาก เพราะว่าเราไม่ชินซักเท่าไหร เบียหรือมุจะเป็นเมะแบบเลวๆ(?) มุจะออกแนวแหล ปากร้าย แกล้งแต่ก็รัก ส่วนเบียจะตรงไปตรงมาจนไม่น่าเชื่ หลอกลวง เจ้าเล่ห์ให้ติดกับ... และต้องมีผลประโยชน์
แต่ฮิบะนี่ เป็นคนตรงนะ แต่ปากหนัก .... แต่ฮิบะในแบบที่เราชอบเขียนจะเป็นคนนิ่งๆมากกว่า
ต้นไฮเดรนเียีย แฮ่ ถ้าเอาตะปูขึ้นสนิมวางไว้ใต้ต้นจะเป็นสีฟ้า ถ้าเป็นด่างมากจะเป็นสีชมพู มันมีสีม่วงกับสีขาวด้วย แต่สองสีนั้นไม่เปลี่ยนสี
ฝากไหดองใหม่นี้ไว้ในอ้อมใจ(?)อีกครั้งนะคะ อยากจะเอาให้ทันงานแคปจริงๆนะ พล็อตร่างที่วางไว้ก็ไม่ยาวมากด้วย















