[S.Fic 1827] Diamond Crevasse มันมากับความเพ้อเพลง!!
posted on 26 Sep 2008 03:16 by ayafee in Fiction
Title : Diamond Crevasse
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Author : Ayafee
Genre : Romance , Drama , Angst
Pairing : 1827
Summary : Long Long Good bye….
ต่อจาก Body Talker 1 & 2 มั้ง? ต่อเนื่องได้อีก =A=….
มันมาจากความเพ้อเพลง Diamond Crevasse ของมาครอส บางท่อนเป็นเนื้อเพลงผสมเพ้อเราเอง OTL
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
.
วาดภาพประกายแสงดาวแสนสวย..ดั่งท้องทะเลต้องประกายแสง...
.
.
สุดท้ายก็ร่วงหล่นลงมา
ร่วงหล่นลงมาเหมือนความทรงจำของเรา
.
.
ไม่เหลืออะไรอีก... ไม่เหลืออะไรอีก...นอกจากเศษเสี้ยวความรัก
.
.
เปล่งประกายและค่อยๆดับลงไป
.
.
เสียงของสายลม... เสียงของใบไม้เสียดสีกัน... เสียงของหัวใจแผ่วเบาลงเรื่อยๆ.. เนตรสีน้ำตาลไหม้พยายามปรือเปิดดวงตาของตน... เปิดมองตามเสียงเรียกของใครบางคน.. สุรเสียงของเพื่อนพ้องนั้น ภาพสะท้อนในดวงเนตรเหนื่อยล้าของตนนั้น.. คือภาพของเพื่อนสนิททั้งสองคน ภาพของร่างสูงเรือนผมสีเทานัยน์ตาสีมรกต.. ผู้พิทักษ์แห่งวายุ.. และภาพของเพื่อนอีกคน.. ผู้พิทักษ์แห่งสายวรุณ.. ทั้งคู่.. มีสีหน้าไม่สบายใจงั้นเหรอ..? โศกเศร้าสิ่งใดกันเหรอ...
มาจากไหนกันนะ... นั่นสินะ... มาจากตัวเขาเอง...
“รุ่นที่สิบ.. แข็งใจหน่อยนะครับ พวกผมจะรีบพาไปรักษา...” เสียงสั่นเครือแว่วเข้ามาในโสตประสาท.. นั่นสินะ... นั่นสินะ... เขาถูกพวกมิลฟิโอเร่หักหลังนี่นะ...
มือเล็กสั่นเครือยกขึ้นแตะสัมผัสบาดแผลของตนเอง.. บาดแผลจากกระสุนปืนตัดผ่านเส้นเลือดใหญ่.. ตัดผ่านตับ.. โลหิตชาดไหลเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าตน.. เหม็นกลิ่นคาวโลหิต..เสียจนมึนหัว.. หากแต่ไม่รู้สึกเจ็บเลย.. ทำไมกันนะ... ทำไมกันนะ..
“ฉันทนได้...” เสียงหวานเอ่ยตอบพลางฝืนยิ้มให้เพื่อนพ้องได้สบายใจ.. เคลื่อนกายขยับพิงต้นไม้เมื่อชายหนุ่มประคองให้ตนนั่ง ทอดมองไกลออกไป.. พยายามไม่ให้ตัวเองหมดแรงกายและใจไปเสียแบบนั้น... เนตรสีน้ำตาลไหม้เงยมองขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้างใหญ่...
“ฝน....” ยามาโมโตะเอ่ยพลางยื่นมือแตะหยดน้ำซึ่งค่อยๆพลั่งพรายลงมา...
เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลไหม้ บอสใหญ่แห่งวองโกเล่นั่งหอบหายใจ.. ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังคงติดตาราวกับเพิ่งผ่านมา... รวดเร็วและเกินคาดการณ์... ภาพของชายเรือนผมสีขาวและเหล่าผู้คนระดับสูงของกลุ่มมาเฟียศัตรูนั้น.. รุมเล่นงานเขา..
“เมื่อไหรเจ้าบ้ามวยจะมา!!!!” ผู้พิทักษ์แห่งวายุแผดเสียงโวยวายเมื่อเห็นเจ้านายผู้เป็นดั่งเจ้าชีวิตบาดเจ็บเช่นนี้.. เสียงของเพื่อนๆ... ไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทอีก.. เหม่อมองท้องฟ้าอย่างไร้แรง..
มองเห็นเป็นภาพ.. ภาพเลือนราง.. ภาพท้องฟ้านอกหน้าต่างในวันนั้น
.
.
ยามนิทราในอ้อมแขนของผู้เย็นชาหากแต่อบอุ่นนัก ในห้องนอนของพวกเขา.. มองเห็นภาพท้องฟ้าในยามราตรียามเมื่อปรือเปิดตาขึ้นมา .. ท้องฟ้าดั่งทะเลของดวงดาว.. ท้องฟ้าที่ตนมองออกไปนับพันนับร้อยครั้ง.. เพื่ออธิษฐานกับดวงดาว.. ขอความรัก... ขอซักครั้งให้ได้ยินคำหวานบอกรัก... ที่ตนไม่เคยได้ยินเลยซักครั้งจากชายคนนี้... แม้อ้อมกอดจะอบอุ่นเพียงใด...
พระผู้เป็นเจ้า..ยามฉันตกอยู่ห้วงรัก...
“ทำไมยังไม่นอน” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางในอ้อมแขนยังคงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง.. ทั้งๆที่ปล่อยให้นอนแล้วแท้ๆ.. กลับไม่ยอมข่มตาหลับไปเสียที..
“มองดาวครับ.. แล้วผมก็จะนอน” พรุ่งนี้ชายหนุ่มก็จะไปแล้ว... ไปทำงาน..ทำหน้าที่ของเขา... อย่างเมฆาเลื่อนลอยไป... เมื่อถึงเวลา... หัวใจของเขานั้นว่างเปล่าเหลือเกิน..
มันทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงการพลัดพรากที่มาถึง
“ถ้าไม่อยากนอน....” ร่างสูงกว่าพลิกกายขึ้นคร่อมร่างบางให้อยู่ใต้ร่างของตน... ใบหน้าหวานพลันซับสีเรื่อล่วงรู้ความหมาย.. ก็เหมือนทุกๆคืน.. เป็นเรื่องธรรมดาๆแท้ๆ... วันนี้เขารู้สึก....
“ฉันก็จะทำให้นายเหนื่อยแล้วนอนซะ จะได้ไม่รบกวนเวลานอนของฉัน” เอาแต่ใจเหลือเกิน... เมฆาเลื่อนลอยตามใจตัวเอง.. คุณน่ะ..เอาแต่ใจเหลือเกิน..
“คุณฮิบารินี่... เป็นคนลามกกว่าที่คิดนะครับ” ริมฝีปากคมเข้าทาบทับปิดปากของคนช่างพูด จะผิดไหม..หากในลางสังหรณ์ของเขามันร้องเตือนแปลกๆ... ผิดเวลา... ทั้งๆที่ก็เป็นเรื่องธรรมดา... กลับคล้ายว่าพรุ่งนี้จะได้อยู่ด้วยกันวันสุดท้าย..
หากจะไม่ได้รับการสัมผัสอีกเป็นครั้งที่สองแล้ว
สัมผัสแลกเปลี่ยนแทนคำพูดของพวกเรา... ไม่ได้บอกความในใจ...
ได้เพียงโอบกอดเท่านั้น... ได้เพียงให้โอบกอดเท่านั้น...
ก่อนที่เราสองคนนั้น.. จะต้องเอ่ยคำลา.... เอ่ยคำลาต่อกันนั้น...
.
.
ยามเมื่อคนเราใกล้หมดสิ้นลมหายใจนั้น... เราจะมองเห็นเรื่องราวในอดีตงั้นเหรอ.... ทั้งๆที่... เขานั่งพิงต้นไม้อยู่ตรงนี้... ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเช่นนี้... ภาพตรงหน้าไม่ใช่ทิวทัศน์ของคฤหาสน์เสียหน่อย.. กลับมองเห็นภาพที่อาลัยเหลือเกิน... ภาพของเขาเอง .. ภาพของเขาเอง.... ยืนเมียงมองชายหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย... ยืนมองพร้อมกับโบกมือ..
“รีบกลับมานะครับ...” ได้ยินเสียงของเขาเองชัดเจน... ชัดเจนกว่าสิ่งใด... ชัดราวกับเป็นเรื่องเมื่อวานนี้เท่านั้น.. ทั้งๆที่เป็นเดือนแล้วแท้ๆ...
“คุณฮิบาริ...” เสียงแผ่วเบาเล็ดรอดจากริมฝีปากบางของผู้แทบจะไร้สติ.. เรียกให้ผู้พิทักษ์ซึ่งอยู่ใกล้ทั้งสองนิ่งฟัง.. คุณฮิบาริ.. คุณฮิบาริ... คุณฮิบาริครับ....
ลาก่อน ลาก่อน ผมพร่ำรำพันซ้ำๆ
พูดย้ำให้ตัวเองฟัง
ผมส่งคุณด้วยความรู้สึกอย่างไร...ผมจำได้...
“คุณฮิบา...ริ....” รู้สึกว่าตัวเองอ่อนล้าเหลือเกิน.... อยากหลับ... แต่รู้ตัว... จะอ่อนแรงไม่ได้... เขากำลังรอใคร..? รอใคร.. รู้อยู่แก่ใจ
การโบกมือลานั้นคือความอ่อนโยนใช่ไหม?
ว่าตอนนี้เราต้องเข้มแข็ง...
“สึนะแข็งใจไว้ก่อนนะ!!” ร่างสูงของผู้พิทักษ์แห่งวรุณเลิกที่รอให้คนมารับ ชายหนุ่มเร่งยกร่างเล็กนั้นขึ้นแผ่นหลังของตน.. แม้จะมีสายวรุณและสายลม... เขากลับรู้สึกว่าไร้ความชุ่มฉ่ำ... ไร้สายลมอุ่น.. ช่วยประคองจิตใจของเขาเอาไว้..
“ขอโทษนะ.. โกคุเดระคุง.. ยามาโมโตะ...” ขอโทษ... ที่ฉันอ่อนแอ... ขอโทษที่ฉันไม่เชื่อพวกนายเลย... และฝากผ่านสายลม.. ฝากบอกคนไกล.. ว่าเขาขอโทษ..
ได้แต่คอยปาฏิหาริย์... อย่างไร้ความหวังว่าอาจจะมาถึง..?
อยากจะพบคุณ.. คุณฮิบาริ...
.
.
อยากจะบอกคุณ... ว่าผมรัก... อยากจะบอก
ทั้งๆที่มีเวลา.. มีเวลามากมายแท้ๆ... กลับไม่พูดไป.. ขอโทษนะครับ... ผมตั้งใจไว้แล้ว.. เมื่อคุณกลับมา.. ผมจะบอกคุณ.. แม้คุณไม่พูดอะไรผมก็จะบอกคุณ.. ผมอธิษฐานซ้ำๆกับดวงดาวแล้ว... ในดวงเนตรยังคงติดตา.. แม้นัยน์ตานั้นจะฉ่ำน้ำตามากเพียงใด ยังคงมองเห็นแสงดาว... แลเห็น... และค่อยๆเลือนรางไป....เมื่อน้ำตาบดบัง..
แสงกระพริบของดวงดาวเลือนลับหายไปด้วยหยาดน้ำตา...
เหมือนที่ผมเห็นไหม....
ในค่ำคืนที่ยาวนานนับครั้งไม่ถ้วนนั้น.. เคยมองออกไป
มองออกไปนอกหน้าต่าง... และคิดสิ่งเดียวกันไหม...
“รุ่นที่สิบครับ!!!” เสียงทุ้มแผดลั่นเมื่อเห็นใบหน้าหวานนั้นฟุบลงกับบ่ากว้างของผู้พิทักษ์แห่งสายวรุณอย่างไร้เรี่ยวแรง... บาดแผลนั้นไม่เจ็บเลย.... หากแต่กลับรู้สึกว่างเปล่า... ช่วยรออีกหน่อยได้ไหมร่างกายของฉัน... รอ...อีกนิดเถอะนะ...
ขอแค่...ขอแค่เพียง..ได้พบกันซักครั้งได้ไหม
.
.
พระผู้เป็นเจ้า... ผมขอพระองค์..ได้โปรด..
.
.
ภายในห้องสีขาว.. บาดแผลของร่างบางแม้จะได้รับการปฐมพยาบาล.. ผ้าพันแผลที่พันร่างกายมิได้ช่วยหยุดโลหิตชาดที่ปริ่มออกมา... ทั้งร่างกายมันหนักอึ้ง... บางเวลาก็หนักอึ้ง.. บางเวลากลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรง.. ว่างเปล่า.. สับสนและวุ่นวายในตัวเอง.. พยายามจะปรือเปิดตาขึ้นกลับเป็นไม่ไหว.. หนักอึ้งเหลือเกิน... หากแต่ได้ยินสุรเสียงของเหล่าผู้ห่วงใยส่งเสียงเรียกเขา... เสียงของผู้พิทักษ์... ทั้งคุณพี่ แรมโบ้ โกคุเดระคุง.. ยามาโมโตะ.. เสียงของหมอ.. เสียงของคนอื่นๆ..
“ขอโทษนะ... ขอโทษนะทุกคน..” แม้ไม่อาจปรือเปิดตาขึ้น.. เขาก็อยากจะเอ่ยบอก.. และมั่นใจว่าทุกคนจะต้องได้ยิน ไม่ใช่เพียงมโนภาพของเขา... ทั้งรีบอร์น... ทั้งอัลโกบาเรโน่คนอื่น.. ต้องตายไปเพราะเขาเอง.. ทั้งคุณพ่อของยามาโมโตะ... ขอโทษนะ.. แม้แต่ตัวฉันเองก็คงรักษาไม่ได้..
“นาย...!!!” เสียงของโกคุเดระเรียกให้ร่างบางแปลกใจนัก.. ใครกันเหรอ...
สัมผัสอบอุ่นแตะบนมือเล็กแผ่วเบา... แม้ไม่อาจลืมตาขึ้นมาแลมอง.. แม้พยายามแล้ว.. รู้สึกอบอุ่น.. สัมผัสที่สั่นเทาน้อยๆนี้นั้น.. ของใครกัน.. ไม่น่าถามเลย.. ว่าเป็นใคร... ขอบตานั้นร้อนผ่าว..
ไม่เคยลืมเลือน ไออุ่นของคุณ
ที่เต็มเปี่ยมอยู่ในอ้อมกอดอันอ่อนโยนของคุณนั้น..
“คุณฮิบาริ........” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลไหม้พยายามปรือเปิดเปลือกตาของตนเองขึ้น... ในภาพเลือนรางค่อยๆปรับแสง.. แลเห็นภาพของผู้ที่ตนคะนึงหานัก... คนที่ตนรอ... รอยยิ้มบางๆพลันปรากฏบนริมฝีปากบางซีดนั้น..
“กลับมาแล้วเหรอครับ...” กลับมาเพื่อล่ำลากันใช่ไหม...?
“อืม กลับมาแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ.. พลางกอบกุมมือน้อยนั้น.. ร่างบางบนเตียงนอนมองภาพตรงหน้าไม่วางตายามเมื่อมันชัดเจน.. แม้จะดูไร้อารมณ์.. แม้จะดูเฉยชา... ประกายในดวงตาของคุณนั้น.. ที่ผมเห็นนี้.. คุณกำลังเศร้างั้นเหรอ...
“ขอโทษนะครับ.. ที่ผมทำให้คุณต้องกลับมา..” ใบหน้าคมของชายหนุ่มเรือนผมสีรัตติกาลทอประกายไม่พอใจน้อยๆ...
“แค่ขอโทษมันไม่พอหรอกนะ ซาวาดะ สึนะโยชิ” อดยิ้มไม่ได้เลย.. ผมคิดไปเองหรือว่าจริงกันแน่ครับ.. ว่าคุณกลับมาเพื่อผมน่ะ...
“ดีใจ... ที่ได้พบคุณอีกนะครับ.. คุณฮิบาริ” ดีใจที่ได้พบคุณ.... เพราะมั่นใจว่าคงเป็นครั้งสุดท้าย..
ลาก่อน ลาก่อน คนที่ผมแสนรัก
เพราะมีคุณอยู่ ผมถึงได้เดินมายังจุดนี้ได้
ยามนี้... ผมอยากจะบอกให้คุณรู้....
นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้นั้นสั่นไหวเกินห้าม... เจ็บที่หัวใจ... หัวใจนี้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าร่างกายและบาดแผลใด.. เจ็บปวดที่รู้ว่าคุณกลับมา... และผมต้องจากไป... สินะ...
“คุณฮิบาริครับ... ช่วยฟังผมหน่อยได้ไหมครับ.. ผมมีเรื่องจะบอกคุณ” สิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณมากนานแสนนาน.. สิ่งที่ผมอยากได้ฟังจากปากของคุณ..
“ผมเป็นนภาให้เมฆาได้ล่องลอยอยู่ที่เดิมได้รึยังครับ..?” หยาดน้ำตารินไหลผ่านแก้มเนียน.. หยดซึมลงในหมอนนุ่มสีขาว...
“ผมบอกว่าผมรักคุณ... ได้รึยังครับ....” แม้คุณจะถามผม.. แม้ผมจะยังไม่ถามคุณ... คุณรับฟังได้แล้วใช่ไหมครับ...
ไขว่คว้าดาวหางที่ราวกับกำลังมอดไหม้ เพื่อจุดแสงไฟ
ขอเพียงถ้อยคำสั้นๆจากคุณเท่านั้น
“ผมรักคุณฮิบาริ... เมฆา...ของผม...” ก้อนเมฆาผู้มิอาจจับคว้ายึดเหนี่ยวไว้.. รักคุณ... รักเหลือเกิน... มิอาจมีสิ่งใดมาแทนที่ได้.. นภาผืนนี้ต้องการเมฆาเพียงก้อนเดียวเท่านั้น..
หากได้รักคุณ หากคุณรักตอบ
ตัวผมจะเย็นลงได้.. ในโลกใบนี้ใช่ไหม..?
ผู้พิทักษ์แห่งเมฆานั่งนิ่งพิศมองใบหน้าหวานร่ำไห้เงียบๆ... “ใครบอกกันว่าฉันรักนภา” เนตรกลมโตนั้นเบิกกว้างอย่างตกใจ คำพูดหักล้างน้ำใจนั้น... หัวใจของเขาเจ็บแปลบเหลือเกิน.. เขาคาดหวังมากเกินไปสินะ... ใจร้ายสมเป็นคุณเลยสินะ..
“ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจมาตลอดนะครับ..” ทว่า... ผู้เย็นชาคนนั้นกลับประคองร่างบางซึ่งบาดเจ็บนั้นขึ้น.. จับร่างนั้นซบลงกับแผ่นอกของเขา.. โอบกอดเอาไว้อย่างอ่อนโยน...ผิดวิสัยของเจ้าตัวนั้น...
เนตรสีน้ำตาลสั่นไหวยามเมื่อได้รับความอ่อนโยนนั้น... หัวใจที่เต้นช้าลงนั้น.. ราวกับเต้นแรงขึ้น หยาดน้ำตาเอ่อล้นและไหลรินอีกครั้ง... ทำไมกัน....
“คนที่ฉันรัก... คือสัตว์กินพืช.... สัตว์กินพืชที่สั่นกลัวยามเมื่อฉันจ้องมอง...” คำพูดดั่งมนต์สะกดให้ยิ่งงัน.. นิ่งฟังอย่างตั้งใจ.. แม้ตนจะร่างกายอ่อนแอเพียงใด
“สัตว์กินพืชที่ร่ำไห้ทุกครั้งที่ฉันกอดมัน... สัตว์กินพืชที่มีชื่อว่า ซาวาดะ สึนะโยชิ” แค่นั้นหยาดน้ำตาก็มิอาจกลั้น.. คือสิ่งที่เขาเฝ้ารออยากจะได้ยินมานานแสนนาน...
ผมตั้งใจจะบอกคุณถึงความรู้สึกทั้งหมดของผม...
ยามเมื่อเราได้พบกันอีก
อยู่เคียงข้างกันตลอดไป
.
.
.
หากแต่..คงเป็นเพียงภาพฝันใช่ไหม
.
.
มือเล็กยกขึ้นโอบกอดร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ.. ด้วยมือที่สั่นไหวนั้น.. ลมหายใจมันช่างติดขัดเสียจนโกรธาในความอ่อนแอของตัวเอง... ทั้งๆที่ได้พบกันแล้วแท้ๆ.. ทั้งๆที่ได้ยินคำบอกรักที่เฝ้ารอมานานแล้วแท้ๆ... ทั้งๆที่จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปแล้วแท้ๆ...
“ผมขอโทษนะครับ...ผมขอโทษ....” ใบหน้าหวานซุกลงกับแผ่นอกปล่อยหยาดน้ำตาไหลรินไป... เฉกเช่นเดียวกับโลหิตชาดที่มันยังคงคละคลุ้งและรินไหล.. จนเปรอะเปื้อนเสื้อของชายหนุ่มนั้น...
“คนที่ผิดสัญญากับฉัน.. ฉันจะขย้ำให้ตาย..” ฮิบาริ เคียวยะย้ำคำมั่นของตัวเขา... เขาเป็นคนรักษาคำพูด... แล้วใยอีกฝ่ายจึงไม่รักษาสัญญา...
“ฮะ...ฮะ..ฮะ...” เสียงหวานฝืนหัวเราะ... รู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้งเหลือเกิน...
และเมื่อแลเห็นว่าคนในอ้อมกอดนั้นดูอ่อนล้าเกินที่เขาจะทนมองไหว ร่างสูงจับร่างเล็กกว่าให้ผละออกห่างจากกายเขา หากแต่อีกฝ่ายกลับยื้อเอาไว้... ไม่ยอมให้เขาไปเรียกหมอมาเช่นนั้น.... แบบนี้ดีแล้ว... เขารู้ขีดจำกัดของตัวเองดีอยู่แล้ว....
“สัญญาได้ไหมครับ...” มือเล็กขยุ้มเสื้อสูทของชายหนุ่มพยายามข่มอาการของตนเอง.. ไม่ให้รู้สึกหมดเรี่ยวแรงไปมากกว่านี้...
“หากมีปาฏิหาริย์... ให้อนาคตได้เปลี่ยนแปลงไป....” หากมีวันนั้น... แม้ต้องผ่านเรื่องราวมากมาย....
“ช่วย.. ดูแลทุกคน... จนกว่าจะถึงตอนนั้นด้วยนะครับ...” จนกว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง.... จนหว่าจะถึงวันนั้น....
“อืม” เสียงทุ้มตอบสั้นๆ... แค่นั้นรอยยิ้มบางๆหากแต่ปลื้มปิตินัก.. ปรากฏกระจ่างบนใบหน้า... และเมื่อถึงเวลานั้น...
สองร่างโอบกอดกัน... แม้ร่างกายจะอยู่ใกล้เพียงแค่นี้... ไม่ได้ห่างกันไปไหน.. แต่ในหลากหลายความรู้สึกนั้น.. หัวใจเราใกล้.. แต่บางอย่างกลับนำพาให้พวกเราต้องห่างไกลกันเสีย.. ไกลออกไป... และอีกนานแสนนาน... หรือแสนสั้น...เราจะได้พบกัน..งั้นเหรอ...
“สัญญา..แล้วนะครับ....” เนตรสีน้ำตาลไหม้ค่อยๆปรือหลับลง... อ่อนแรงและอ่อนล้า... อ้อมกอดของคุณนั้น.. ไออุ่นเริ่มห่างไกล...
“อืม...” แค่คำตอบสั้นๆ...แผงไว้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย... ที่เราเข้าใจกันเพียงสองคนเท่านั้น...
ยามเมื่อเราสองคนได้พบกันอีกครั้ง...
ณ ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้.....
กระซิบบอกฉันทีว่า.. จะไม่เดียวดายอีกต่อไป.. ในโลกแห่งนี้..
จะมีเราสองคนที่ซื่อสัตย์ต่อหัวใจของตัวเองที่นั่น
มีเราสองคน.... เคียงข้างกันตลอดไป
.
.
“ท้องฟ้า.จะอยู่...ที่เดิม..นะครับ.... คุณฮิบาริ...” ดั่งความหมายโดยนัย.. แม้จากกัน..จะไม่ห่าง... เป็นคำลา.. ครั้งสุดท้ายของนภานี้... แด่เมฆาผู้รักยิ่ง..
และเราสองคนจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร่างพรายด้วยแสงดาว
.
.
ร่างสูงเมียงมองออกไปนอกหน้าต่างห้อง... ในวงแขนยังคงกระชับร่างบางเอาไว้ไม่ห่าง.... ข้างนอกนั่น... ท้องฟ้าประดับด้วยแสงดาวมากมาย... เป็นท้องทะเลอัญมณี.. ท้องทะเลเพชรงดงามนัก... “นายคงจะไม่เห็น....” และเพราะนายไม่เห็น.. ฉันจึงเป็นฝ่ายจ้องมองมันแทน..
ลาก่อน ลาก่อน คนที่ฉันแสนรัก
เพราะมีนายอยู่ ฉันถึงได้เดินมายังจุดนี้ได้
ในตอนนี้ ฉันอยากได้คำตอบนั้น
“นภาจะอยู่ที่เดิม..สินะ...” อยู่ที่เดิมไม่แปรเปลี่ยน... ไม่ว่าเวลาไหน... ความรักของนายจะอยู่กับฉัน.. ความรักของฉัน..อยู่กับนาย....
เชื่อว่าความรักของเรานั้น.... จะไม่ห่าง..จะไม่แตกร้าว....
ดั่งเช่นอัญมณีที่แข็งแกร่งที่สุด
.
.
ตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน... หนึ่งวันสองวัน... กี่ร้อนกี่พันวันที่ใช้ร่วมกันนั้น... จากระยะห่างที่เคยมีนั้น... เราสองคนที่เคยหลีกหนีจากความรู้สึกของตนเองนั้น.... หากมีปาฏิหาริย์.... ให้เราสองคนได้พบกัน... แม้จะต้องเริ่มต้นใหม่.. จะไม่เริ่มเช่นเดิม.. แม้จะต้องเริ่มใหม่.. จะไม่เริ่มและจบแบบเดิม...
.
.
จะเคียงข้างไม่ห่าง... จะปกป้องดูแล
.
.
ผืนนภาเดียวที่เมฆาจะหยุดเคลื่อนคล้อย
.
.
もし生まれ変わって また巡り会えるなら
その時もきっと アタシを見つけ出して
もう二度と離さないで 捕まえてて
ひとりじゃないと 囁いてほしい planet..
ในตอนนั้นก็ช่วยหาฉันให้พบทีเถอะนะ
ช่วยคว้าฉันเอาไว้ ไม่ปล่อยไปอีกเป็นครั้งที่สอง
ดวงดาวเอย อยากให้ช่วยกระซิบทีว่าฉันไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
.
.
.
For Meet Again………….
--------------------------------------------------------------------------------
Free Talk : แบบว่ามันมากับมิเชล(?) คือว่าเราไปบ้ามาครอสมาพักนึงล่ะ ฮาาา =[]=!!!!! เพลงนี้มันติดหูเรามาพักใหญ่แล้ว ตอนแรกก็คิดว่า 6927 หรือ 1827 ดี สุดท้ายก็มาจบที่ 1827 เพราะว่ามันดูให้กว่า มันเป็นเหมือนกับ Body Talker part 3 ค่ะ พูดง่ายๆมันคือตอนจบของฟิคสั้นอันนั้นดีมั้ยเนี่ย (มันต่อกันเป็นเรื่องแล้ว ฮา....)
ในเนื้อหามีเนื้อเพลงปนๆอยู่ ด้วย แล้วในเนื้อเพลง เอามาจากหลายที่มาก จากในอนิเมซัพไทย จากเนื้อเพลง ENG เอามาแปล จากหลายที่เอามายำรวมกัน แบบว่าแปลไม่ตรงหันซักที่เลยเฟ้ยเฮ้ย =[]=!!! ภาษายุ่นก็ติดลบ กร๊ากกกกก มาครอสเพลงเพราะจริงๆนะ ต่อไปจะเอาเพลงอื่นมาแต่งอีก ชอบๆ
S.Fic นี้แด่ หลาย "ซ" ที่รัก 1827 =A=" (รู้สึกว่าซ ซ ซ ซ หลาย"ซ" ที่เรารู้จักจะชอบ 1827 แฮะ ฮ่าๆๆๆ)
edit @ 27 Sep 2008 13:32:56 by [AyaFee]หมีน้อยกระซวกส้ายยย















