reborn

edit
 
ตอบน้อง #1 hisoka  เล่ม A6 ส่วนใหญ่จะไม่รีจ้า BBB เลยคงจะไม่รี  ส่วนทูน่าอลิซ ยังมีในสต็อกอยู่ 3 เล่มจ้า ที่หลุดจองมาจากไปร
 
ps. ไม่รู้จะติดต่อทางไหนเลยตอบตรงนี้แล้วกัน ฮา
 
**********************************************
 
กลับมาแล้ววววว หลังจากหายไปเกินสิบวันอีกตามเคย   ช่วงสงกรานต์ที่่ผ่านมา กะเอาไว้ว่ายังไงก็ต้องจัดการฟิคให้จบให้ได้ แต่ที่ไหนได้.... เหมือนโดนมหาลัยหักหลัง  อุตส่าห์ได้หยุดงานตั้งแต่ 6 - 17  แต่มหาลัยนี่....  จัดสอบปลายภาค 7 - 8  แล้วก็สั่งรายงานส่งหลังสงกรานต์ทีเดียว 4 อัน!!  แล้วต่อด้วยรายงานกลุ่มส่งสิ้นเดือนอีกชิ้นนึงที่อย่างยาก =[]=!!!
 
วันหยุดก็ลอยหายไปกับงานมหาลัยในทันที.........   *นั่งตัวลีบกลางสปอตไลท์*   
 
รู้สึกตัวอีกทีก็กลับมานั่งพิมพ์อยู่ในที่ทำงานอีกแล้ว OTL"    แต่คราวนี้จะด้านพิมพ์แล้วเว้ย!!   ทำงานทุกอย่างให้สิ้นตั้งแต่เช้า บ่ายก็จะได้ว่าง...   
 
 
 
คำเตือน  ตอนนี้อาจทำร้ายจิตใจมากกว่าเดิม(?)

 
 
Title : After School จังหวะรักหลังเลิกเรียน
Genre : Romance , BL
Rating : NC-15
Pairing : D27
Summary : ความรักระหว่างศิษย์กับอาจารย์จะเริ่มตอนไหนได้นอกจากเลิกเรียนเท่านั้นเอง 
 
-------------------------------------------------------------------------------------------
 
When love isn’t enough
What do you do if you love someone,
but he does not care about it?

I don’t want to leave him
I want to hold his hand by my side
I want to be with him.

Yesterday, he makes me go insane
How do I stop loving someone?
…..I can’t…..


Lesson 8 :  ความสัมพันธ์ของคู่รักก็เป็นเหมือนชิงช้าสวรรค์


    ยามแรกรักโลกนี้เป็นสีชมพู  แต่ยามเมื่อรักมันหมอง โลกใบนี้ก็กลายเป็นสีขาวดำในทันใด   มีคนเคยเปรียบเปรยเอาไว้ว่าความรักเหมือนกับชิงช้าสวรรค์   เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงหมุนไปเรื่อยๆแบบนั้น   จะเล่นรอบต่อ หรือจะหยุดแต่รอบแรก  เรื่องนั้นก็ขึ้นอยู่กับคู่รักจะตัดสินใจ

    หลังบทสนทนาทางโทรศัพท์มือถือจบลง  ดีโน่ คาบัลโรเน่พลันกลายสภาพเป็นรูปวาดลายเส้นขาวดำนั่งอยู่ที่โซฟาของห้องพักหรู    ภาพความหม่นหมองและเศร้าเหลือคณาของชายหนุ่มช่างตัดกับสีของห้องนอนซึ่งมีโทนสีสดใส    โรมาริโอ้ซึ่งรับรู้สถานการณ์ดีพลอยถอนใจตามไปด้วย


    ชายวัยกลางคนแสนสนิทยกถ้วยน้ำชาเย็นชืดออกจากโต๊ะนั่ง   “บอส   ทำตัวเหี่ยวเฉาแบบนี้เดี๋ยวก็ล้มป่วยหรอกครับ”   รวมเวลานั่งเฉาก็เกิน 24 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว  ใกล้เข้าสู่ระยะตรอมใจ 

    “ยังช็อกอยู่น่ะโรมาริโอ้....   ฉันกำลังฝันอยู่รึเปล่านะ”   มือแกร่งยกขึ้นดึงแก้มของตัวเอง  ความเจ็บปวดนั่นบ่งบอกว่ามันไม่ใช่ความฝัน 

    “.....เริ่มหนีความจริงแล้วงั้นเหรอ...”   ชายคนสนิทบ่นพึมพำเบาๆ   เจอเด็กทอดทิ้งตนอายุใกล้เลข 3(?)  ช่างรันทดเสียนี่กระไร  

    “เย็นนี้สึนะรับปากว่าจะมาคุยกันดีๆอีกรอบนึง   ฉันควรจะทำยังไงดีนะ”   ดีโน่สีขาวดำจ้องมองพื้นห้อง   นับไรฝุ่นที่มองไม่เห็น 

    “บอสอยากจะพูดอะไรก็พูดไปเลยสิครับ  แค่ไม่ดึงเรื่องของมือที่สามมาอีกก็พอ”   โรมาริโอ้วางมือลงบนบ่ากว้าง   ทุกครั้งที่บอสหนุ่มจนหนทางและต้องการกำลังใจ  ลูกน้องคนสนิทจะทำแบบนี้เสมอ...


หากเปรียบเปรยกับละครหลังข่าว...
ลูกน้องก็คงคล้ายกับบทเพื่อนสาวของพระเอก(?)


    ม้าพยศแห่งคาบัลโรเน่เงยใบหน้าขึ้นมองใบหน้าอันอ่อนโยนของชายมีรอยตีนกาบนใบหน้า     ยามนี้เขารู้สึกว่ารอยตีนกาเหล่านั้นช่างเป็นเสน่ห์ของผู้สูงวัยซึ่งเขาไม่เคยสังเกตมาก่อน    ยามหัวใจถูกทำร้ายเสียจนเจ็บปวดสะบักสะบอม  มือที่ยื่นเข้ามาหาคนอกหักนั้นช่าง... อบอุ่นและชวนหลงใหล

    ยามนั้นชายหนุ่มรู้สึกประหนึ่งมีสายน้ำอุ่นเข้ามาเติมเต็มในหัวใจที่เป็นช่องว่างจากความโศกเศร้า    เขายื่นมือของตัวเองเข้าไปใกล้คนสนิทชิดใกล้    วาดวงแขนโอบร่างซึ่งแม้ไม่มีกล้ามเนื้อแน่นเข้ามาโอบกอด    ชายสูงวัยกว่าสะดุ้งตกใจ  และต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อเจ้านายคนนั้นถอดแว่นตาใสของตนออก ...  


    “บอส.....?”   เสียงแหบพร่ามีอายุถูกกลบทับด้วยริมฝีปากคม   ดีโน่ไม่เคยรู้เลยว่ารักแท้และความอบอุ่นที่แท้จริงจะอยู่ใกล้ถึงเพียงนี้....


หากเรื่องดำเนินไปแบบวรรคด้านบน
อะไรจะเกิดขึ้น?   (คนเขียนคงมิแคล้วโดนฆ่าตาย)


    กลับสู่ความเป็นจริง   ร่างสูงเรือนผมสีทองผ่อนลมหายใจยาว    กำลังใจและคำแนะนำที่ได้รับจากลูกน้องคนสนิทนั้นมีประโยชน์มาก  แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าเด็กหนุ่มคนรักที่อาจจะกลายเป็นอดีตของตนนั้นจะยอมรับฟังเขาดีๆหรือเปล่า


    “ถ้าสึนะบอกเลิกฉันแล้วไปคบกับสคอลโล่ ฉันคงช็อคตายแน่ๆ”     ไม่ทันไรม้าหนุ่มสุขภาพย่ำแย่นั้นเริ่มจินตนาการไปถึงภาพอนาคตของสองพี่น้องสัตว์น้ำ 

    “......บอส....  ไม่คิดเหรอว่าคุณสึนะจะบอกเลิกบอสแล้วไปคบกับคนอื่นที่ไม่ใช่สเพลฮี สคอลโล่น่ะ”   ชายสวมแว่นราดน้ำมันใส่ 

    “........ถ้าไม่ใช่สคอลโล่.....  ฉันก็คง..... ยิ่งกว่าช็อคตาย.....”     ดีโน่ไม่อาจห้ามความคิดในแง่ร้ายของตัวเองไปได้    สรุปแล้วเขามีทางเลือกแค่สองทางคือ ตายกับไม่ตายเท่านั้นเอง...

    “บอส...  ถ้าบอสตายเพราะโดนแฟนทิ้ง   บอสไม่คิดถึงพวกลูกน้องในแก๊งค์บ้างเหรอครับนั่น....”    โรมาริโอ้เตือนสติที่มืดบอดของวัยรุ่น   ความรักนั้นทำให้เกิดโศกนาฎกรรมมากหลาย   ได้แต่หวังว่าม้าพยศหนุ่มจะไม่เป็นแบบนั้นไปด้วย... 


    บอสหนุ่มเรือนผมสีทองอร่ามนั่งนิ่ง  คำพูดของลูกน้องคนสนิทช่างบาดใจและเตือนสติเขาได้เป็นอย่างดี  เขาเข้าใจดีว่าเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวต้องแยกออกจากกันให้ได้    ดูเหมือนเขาจะมีภูมิคุ้มกันเรื่องนี้น้อยไปหน่อยจึงซึมเศร้ามากขนาดนี้...  


    “ถ้า....สึนะตัดสินใจ...  ฉันก็คงต้องทำใจยอมรับมันให้ได้สินะ....”    คงเป็นครั้งแรกในชีวิต  ที่หนุ่มรูปงามผู้เป็นที่หมายปองของทุกคนต้องโดนทิ้ง

    หากว่านี่คือชิงช้าสวรรค์   คงเป็นชิงช้าสวรรค์ในช่วงขาลง   จากที่เราเคยได้เห็นจุดสูงสุดซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม  ในที่สุดชิงช้าสวรรค์นั้นก็จำต้องลดระดับลงกลับมาถึงจุดเริ่มต้น..   ณ จุดที่พวกเราเคยเป็นมาก่อน  


เราทั้งสองนั้นจะจบลงงั้นเหรอ?
จบลงโดยที่ไม่มีโอกาสได้รู้ความในใจของคนที่ตัวเองรักงั้นเหรอ?


    เสียงกริ่งดังก้องไปทั่วอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมนามิโมริ  บ่งบอกเวลาเลิกเรียนที่มาถึง  นักเรียนบางส่วนแยกย้ายไปทำกิจกรรมชมรม  นักเรียนบางส่วนซึ่งไม่มีภารกิจอะไรก็พร้อมใจกันเดินกลับบ้าน    สามเกลอผู้มีชื่อเสียง(?)ในระดับหนึ่งก้าวเดินออกมาจากอาคารเรียนด้วยสีหน้าคนละแบบ 

    หนึ่งคนซึ่งสูงที่สุดคอยเหลือบมองดูหน้าตาของเพื่อนร่างเล็กผมสีน้ำตาลเป็นระยะๆด้วยสีหน้าเป็นห่วง   หนึ่งคนซึ่งมีเส้นผมสีอ่อนโดดเด่นที่สุดในกลุ่มนั้นสีหน้าสดใสประหนึ่งมีเรื่องน่ายินดี   ส่วนร่างเล็กที่สุดในกลุ่มซึ่งเดินอยู่ตรงกลางนั้น สีหน้าเรียบเฉยราวกับอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง


    “รุ่นที่สิบครับ  เย็นนี้ไปฉลองกันเถอะครับ!”    มือขวาคนสนิทเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดชื่น    ใบหน้าระรื่นเสียจนไม่เข้ากับบรรยากาศ

    “ฉลองเรื่องอะไรล่ะนั่นโกคุเดระ.....”    ยามาโมโตะย้อนถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ   ผู้พิทักษ์วายุออกนอกหน้าเกินไปเสียแล้ว 

    “วันนี้ฉันมีธุระกับคุณดีโน่น่ะ”  สึนะโยชิหน้าตานิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยินคำว่าฉลอง   ร่างเล็กเดินย่ำสนใจเพียงเรื่องข้างหน้า


    มีหรือยามที่นางเอก(?)ทุกข์ใจจะต้องเผชิญหน้าตามลำพัง   ยามเมื่อร่างเล็กก้าวเดินผ่านหน้าประตูรั้วของโรงเรียนไปได้เพียงสองสามก้าว   สิ่งที่ดวงตาสีน้ำตาลไหม้นั้นได้เห็นคือร่างโปร่งเรือนผมสีเงินยาวยวง    ชายผมเงินในชุดโค้ทสีดำยืนหน้าตาบูดบึ้งพิงเสาไฟฟ้าคล้ายกับรอเด็กหนุ่มอยู่ 


    “สคอลโล่?  นี่นายยังไม่กลับเหรอเนี่ย?”    สึนะแสดงสีหน้าประหลาดใจทันทีที่เห็น   ไม่นึกไม่ฝันว่านักฆ่าหนุ่มจะยังอยู่แถวนี้ 

    “ถ้ากลับแล้วจะเห็นหน้าเหรอวะ!!  ถามอะไรโง่ๆ!”    เพียงแค่อ้าปาก  ฉลามคลั่งก็เริ่มส่งเสียงดังตะคอกใส่ปลาเล็กปลาน้อยในทันใด

    ร่างเล็กและพ้องเพื่อนพากันยืนนิ่งเพราะเสียงตะโกนที่ดังยิ่งกว่าลำโพงแตก    “หรือว่านายรอสึนะอยู่น่ะ?  ฮ่ะๆๆๆ”   เพื่อนซี้นักกีฬาหัวเราะร่วน

    “เออสิวะ!!  ก็เห็นแกจะไปหาเจ้าดีโน่ไม่ใช่เรอะ!”    แม้คำพูดและหน้าตาจะแข็งกร้าว  ถึงกระนั้นในคำพูดนั้นก็แฝงไปด้วยความห่วงใย...

    “นี่นายเป็นห่วงฉันเหรอ?”   ว่าที่บอสวองโกเล่หลุดหัวเราะเบาๆออกมาทันที    คำพูดนั้นขับให้ใบหน้าของชายนักฆ่าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

บทบาทของพระรองยิ่งเด่นชัด....

    ฉลามโดนต้มในน้ำแดงส่งเสียงตะคอกใส่กลบเกลื่อนไม่เป็นภาษา    สามเกลอพร้อมใจกันยกมือขึ้นปิดหูของตัวเอง   ช่างเป็นการแก้เขินในสไตล์ของพระรองจอมโวยวาย    ถึงกระนั้นแล้ว สึนะโยชิได้เห็นความห่วงใยของนักฆ่าหนุ่ม เขานั้นรู้สึกดี


    “ขอบใจนะสคอลโล่    งั้นเดี๋ยวฉันไปพร้อมนายก็แล้วกัน”   ปรอทความสัมพันธ์วิ่งขึ้นสูง   ยามรักร้าว ใครที่เข้ามาดีด้วย ล้วนแล้วแต่สร้างความสัมพันธ์ขึ้นได้ไวกว่าปกติ 

    “เออ!  งั้นก็รีบๆไปกันได้แล้ว!   เสียเวลาฉันจริงๆเว้ย!”    ร่างโปร่งผมเงินสะบัดกายเดินนำหน้าไป    เจ้าทูน่าตัวเล็กกว่าแอบขำแล้วจึงเดินตามหลังสัตว์น้ำตัวใหญ่กว่าไป 

    เหลือเพียงเพื่อนทั้งสองคนซึ่งมีความคิดในใจแตกต่างกัน   สายตาของทั้งคู่จดจ้องมองตามไปห่างๆ   “ถ้าคุณดีโน่เห็นว่าสึนะไปกับสคอลโล่ มันจะเกิดเรื่องอีกรึเปล่าน่ะ”   สายฝนผู้หวังดีมองตามหลังชายทั้งสองไป  ลางสังหรณ์เพื่อนสนิทมันร้องเตือน

    “เลิกๆกันไปก็ดีแล้วนี่วะเจ้าบ้าเบสบอล!  ทำไมรุ่นที่สิบต้องมาเดือดร้อนเพราะเจ้าม้าพยศด้วยวะ!”    กองหนุนซึ่งเชียร์ให้เลิกลาตะคอกใส่หนุ่มแสนดี

    “แต่.....”  หมายจะอ้าปากเอ่ยบางอย่าง  ไม่ทันไรก็โดนโกคุเดระตะคอกใส่กลับมาเสียแล้ว 

    “ช่างมันก็แล้วกัน  เรื่องนี้สุดท้ายแล้วคนที่จะตัดสินใจก็คือคุณดีโน่กับสึนะ”    ร่างสูงนักกีฬาเบสบอลคลี่ยิ้มกว้างเป็นการตัดบท

   
    ยามาโมโตะ ทาเคชิไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเพื่อนซึ่งอยู่คนละขั้วต่อ   เขาเพียงหัวเราะกลบเกลื่อนสิ่งที่ตัวเองคิด   ใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องลำบากใจเพราะเรื่องกฏการคบหากับอาจารย์  อีกใจก็อยากให้ทั้งสองคนไปด้วยกันได้ดี   ทำไมทุกคนถึงคิดอะไรยากๆ   แค่ลาออกจากงานสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนก็น่ะคลี่คลายแล้วมิใช่หรือ? 


ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่รันทดน่ะสิ
คำตอบจากสวรรค์ดังก้องแม้มีใครได้ยิน


    ดีโน่ คาบัลโรเน่ฟื้นสติจากอาการช็อคกลับมาวางมาดเป็นบอสมาเฟียอีกครั้ง    บนโซฟาสีไวน์ผ้ากำมะหยี ร่างสูงผมทองนั่งจิกเล็บของตัวเองสลับนิ้วซ้ายขวา   แม้ภายนอกจะเรียบเฉย แต่พฤติกรรมบ่งบอกว่ากำลังไม่สบายใจอย่างยิ่ง  เวลาที่จะได้คุยกับคนรักใกล้มาถึง

    ทันใดนั้นเองโทรศัพท