xanxus

HBD เดียร์ TT[]TT  แอบเลยไปแล้ว 1 ชม. เพราะว่าปั่นไม่ทัน  กลางวันไปทำภารกิจกับคุณแม่จนไม่ได้อยู่หน้าคอมเลย  ขอโต้ดดดดด

ไม่รู้ถูกใจมั้ยนะ แบบว่าสติปั่นป่วนได้โล่ OTL  (ไม่ได้ตรวจอีกตะหาก กำแล้ว....)

 

Title:  Signal
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Travia : Happy Birthday To Dearchan
Genre :  Drama , Romance
Rate : NC15?
Pairing : (X) S27

Summary :   เสียงสัญญาณของความรัก...  ที่นำไปสู่การเสื่อมสลาย?

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


การได้เจอกับนายครั้งแรก........


เนตรสีน้ำตาลไหม้  ร่างกายที่สั่นเทา...
และแปรเปลี่ยนเป็นสีทอง... และเปลวเพลิง.....
ความแข็งแกร่งที่ประกอบไปด้วยความอ่อนโยน



รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง... ไปจากสีนภาสีเดิม...



    ห่างไกลนั้น... ท้องทะเลนั้นเป็นสีแดงสด...   ท้องฟ้าเป็นสีดำทมิฬ...  โลกที่เต็มได้ด้วยสิ่งชั่วร้าย.. โลกแห่งการเข่นฆ่า...   เสียงร้องคำรามของฉลามตัวยักษ์ที่ใช้คมเขี้ยวของมันกัดฉีกร่างของคู่ต่อสู้ตัวแล้วต่อเล่า....  สุดท้ายแล้วศพนั่น.. เลือดที่หลั่งรินออกมาก็เพิ่มพูนให้ทะเลนั่นลึกขึ้นกว่าเดิม....

เสียงใส... ที่เปล่งมาจากที่ห่างไกล....



    ในทะเลนั้นเมื่อเสร็จภารกิจล่าเหยื่อ.... เจ้าฉลามที่ดุร้ายกลับถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยโซ่เก่าๆ... หากแต่แข็งแกร่งกว่าโซ่อื่นใดบนโลกใบนี้....  ทำไมสัตว์ร้ายจึงต้องยอมอยู่อย่างไร้อิสระแบบนั้น.....

ฉันมีอิสระในการฆ่า.....



    ใต้ท้องนภาสีหมองหม่น...   นานวันยิ่งมองเห็นมันหมองหม่นเป็นสีดำจากความแค้น...   หนทางที่เจ้าฉลามนั้นได้เลือกเอง.... สัตว์ร้ายที่รู้จักแต่การฆ่าและการภักดีกับจ่าฝูงของมัน....   มันใช้สมองในการสั่งการและมีความรู้สึก....

    แต่ไร้อิสระในการมีความรู้สึกนอกเหนือจากความภักดี

แต่ว่าวันหนึ่ง.......


    ชายร่างเล็กในชุดสีขาว...  ใบหน้าที่ดูจริงจังไปกว่าทุกครั้งเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชนสมาชิกของแฟมิลี่...   แม้จะดูจริงจังกลับมองเห็นถึงความลังเล....  เจ้าเด็กที่เคยประมือกันเมื่อหลายปีก่อน  เจ้าเด็กที่สร้างความเกลียดชังและความริษยาให้กับผู้ไม่มีสิทธิ์รับตำแหน่ง....

ซาวาดะ สึนะโยชิ


    ในวันนั้นเขามาในฐานะของผู้สังเกตการณ์  ตัวแทนของกลุ่มวาเรียที่ผู้นำไม่คิดจะมาเหยียบย่ำในพิธีการสืบทอดตำแหน่งอันศักดิ์สิทธิ์....  เนตรสีน้ำทะเลของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำขลับรวบผมสีเงินยาวยวงเรียบร้อยต่างจากทุกวันทอดมองพิธีการนั่นตั้งแต่ต้นจนจบ....  จนกระทั่งก้าวเดินออกมา...

นั่นคือสีขาว....  ที่ทอดกระจายแผ่กว้างไปทั่ววองโกเล่แฟมิลี่
ทั้งที่ดูไม่น่าเชื่อถือ.. แต่เหล่าสมาชิกกลับยอมรับในฐานะนั่น....



    สเพลฮี สคอลโล่คือนักดาบของกลุ่มวาเรีย  เรื่องการแสดงความยินดีกับคนที่เป็นดั่งคู่แข่ง เสี้ยนหนาม และอุปสรรคทางอำนาจของเจ้านาย... เขามิสามารถทำได้แม้มันควรทำในฐานะผู้มีตำแหน่งต่ำกว่า... 

    ขายาวพาร่างก้าวเดินไปตามทาง แต่กลับเหลือบเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ...   ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ซอกมุมนั่น... เริ่มมองเห็นชุดเครื่องแบบสีขาวที่สะดุดคุ้นตา..   “ฉันตัดสินใจผิดรึเปล่าเนี่ย~~~!!!!”  

เสียงใสโวยวายขึ้นมากะทันหันทำเอาตกใจได้ง่ายๆ.....  “แก....”

    ผู้สวมใส่เครื่องแบบสีขาวตวัดใบหน้าหันมามองด้วยความตกใจ...  เผยให้เห็นเรือนผมสีน้ำตาลไหม้พลิ้วไหวตามแรงสะบัด  ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความตกใจ  “สะ..คุณสคอลโล่เองเหรอ.... ไม่ได้ยินอะไรใช่รึเปล่าครับ....”

    “ได้ยินเต็มสองหูเลยว่ะ”  เมื่อตนบอกไปแบบนั้นร่างเล็กๆของเด็กหนุ่มชาวตะวันออกก็เริ่มรนรานขึ้นมา...  

    “แค่บ่นน่ะ..!!   แค่สับสน!  ไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะสงบแล้วล่ะ...”  ผู้นำคนใหม่ของวองโกเล่ช่างมีความเป็นเด็กที่ปิดซ่อนเอาไว้ไม่ให้คนอื่นเห็น....

    “แกทั้งที่ตอนนั้นเล่นงานพวกฉันซะขนาดนั้น  ตอนนี้จะยังลังเลอะไร  แซนซัสมันอิจฉาแกจนอยากฆ่าให้ตาย”  เอ่ยไปตามความคิดของตัวเอง  แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับหัวเราะออกมาอย่างแห้งเหี่ยว....

    “ก็มีบ้างนั่นล่ะครับ.... ก็เพราะรู้สึกผิดเหมือนกัน.......”   ใบหน้าที่เหรอหรากลับสงบลง...  สงบราวกับท้องฟ้าที่ปรวนแปรไปมา...

เป็นคนที่ไม่มีความริษยา......



    “เหมือนแย่งที่ๆหนึ่งของคนหนึ่งมา ทั้งที่ตัวผมยังไม่พร้อมด้วยซ้ำไป แหะๆ”   เสียงใสที่มากหลายความรู้สึก.. แม้คนที่ไม่ละเอียดอ่อน...ก็รับรู้ความรู้ในใจนั้นได้...

    “หมายถึงแซนซัสงั้นสินะ  มันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”   แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธาและความเกลียดชัง.... จนอยากทำลาย....

    “แต่อยากฆ่าผมให้ตายสินะครับ   ผมรู้อยู่แล้วล่ะ รู้มาตลอดเลยด้วย”   สายตานั้นกำลังทอดมองออกไปไกลแสนไกล.... ไกลสุดจะคาดเดา...

    “แต่ผม.... ก็มีเพื่อนๆอยู่เหมือนกัน......”

เป็นคนที่ไม่มีความเกลียดชังต่อพวกเดียวกัน....



    “ขอโทษนะครับ”   จู่ๆเสียงใสนั้นกลับเปล่งขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ผินกลับมาพลางหัวเราะเหี่ยวแห้ง

    “หา?”

    “ที่บ่นไร้สาระให้คุณสคอลโล่ฟัง  ยังไงก็อย่าบอกใครเลยนะครับ โดยเฉพาะรีบอร์น....”   ยังคงเป็นเด็กหนุ่ม... ที่เพิ่งจากโรงเรียนมา....

ช่างน่าขำ....



    “ไม่จำเป็นต้องเรียกคุณ  เรียกชื่อเฉยๆก็พอว่ะเจ้าเปี๊ยก”  มือแกร่งขยี้ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยไหม้ฟูฟ่องนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว   การเรียกด้วยคำสุภาพมันไม่เหมาะกับนักฆ่าเอาเสียเลย....

    “อะ..เห???... เรียกเฉยๆ?”   ทำไมต้องถูกดึงดูด....

    “เออ เรียกเฉยๆสิฟะ”   ด้วยความรู้สึก... และแรงดึงดูดที่แตกต่างจากคนรอบกาย....

    “...อ่ะ...งั้น...เรียกสคอลโล่เฉยๆ....แหะๆ...”  แล้วใบหน้านั้นก็ส่งรอยยิ้มอันเจิดจ้ามาให้...


วันนั้นฉันได้สัมผัสความรู้สึกบางอย่าง
ที่เคยสัมผัสเมื่อหลายปีก่อน.....

สิ่งที่เรียกว่าความอ่อนโยนต่อพวกเดียวกัน
สิ่งที่หาไม่ได้จากในปราสาทวาเรีย...



หลายต่อหลายครั้งที่ได้พบปะกันหลังจากนั้น
เพราะภาระหน้าที่ที่ได้รับการฝากฝังมาจากผู้เป็นนาย จึงต้องพบเจอหน้ากันบ่อยกว่าที่เคยเป็น
แทนที่จะคุยกันเพียงแค่เรื่องงานเท่านั้น...  กลับเริ่มพูดคุยกันในเรื่องอื่น...
หรือกระทั่งละเล่นเกมส์กระดานอย่างที่ไม่เคยทำ.....


ทำไมกันนะ......
ฉัน…..



    “เหม่ออะไรของแก”


    เสียงทุ้มแหบพร่าแทรกเข้ามาในห้วงความคิดเหม่อลอยของนักดาบหนุ่ม    ท่ามกลางบรรยากาศสลัวมืดมัวของห้องนอนพ่วงห้องทำงานของผู้นำกลุ่มนักฆ่าที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด...

   

นึกถึงหมอนั่นทั้งที่ไม่จำเป็น.....



“เปล่าเว้ย   อ่านเอกสารของแกนี่ไง”   มือชี้ยังแผ่นกระดาษสีขาวบริสุทธิ์ปั๊มตราของวองโกเล่และตรากลุ่มวาเรีย   เจ้าเอกสารที่สร้างความขุ่นเคืองในยามเช้าให้ผู้เป็นนาย...

“ฉีกมันทิ้งซะ”  แซนซัสผู้กราดเกรี้ยวบอกด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาไม่ต้องการแม้แต่จะเห็นเจ้าสิ่งนั้น....

“แกไม่คิดจะอ่านบ้างรึไงวะ”  สิ้นคำสิ่งที่มาเป็นคำตอบคือขวดแก้วที่หากเอี้ยวศีรษะหลบไม่ทันก็คงได้เลือดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น....  

“แค่ต้องการยืมกำลังไปใช้งานของพวกมัน  ฉันไม่ใช่ขี้ข้าของเจ้าสวะนั่น!!”   ทิฐิที่รุนแรง... ความปรารถนาอันแรงกล้าแม้มิอาจจะได้ครอบครองตำแหน่งนั่นยังคงเต็มเปี่ยม.... 

“เข้าใจล่ะๆ”   ผู้เป็นดั่งดาบและมือเท้าจำต้องทำตามคำสั่งของนายเหนือหัว...   กระดาษเอกสารถูกฉีกเป็นชิ้นๆกระจายอยู่บนพื้น... บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันแตกร้าวของสองกลุ่ม...

“แกก็อย่าคิดไปสุงสิงกับพวกมันให้มากนัก”    คำถาม... ที่เขามิอาจเปล่งตอบออกไปได้ ทั้งที่เป็นแค่เรื่องง่ายๆ....

“เออ เข้าใจล่ะ”   แต่จำต้องตอบออกไป.....

เสียงที่ดังก้องอยู่ในจิตใจ.....
เสียงที่มิอาจเอ่ยบอกออกมาได้......


ส่วนลึกของฉันกำลังยอมรับในวิถีทางของสีขาว.....

ฉันกำลังทรยศสิ่งที่นายอยากให้เป็น




ช่วงเวลาที่เข้าหาเพราะปฏิบัติตามหน้าที่
พฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อกันเดิมๆ....  มันเริ่มต